รีวิวเที่ยวหัวหิน-ชะอำ-ปราณบุรี ไปอุทยานราชภักดิ์ ไห้วพระทำบุญ ถ่ายรูป กินลม ชมทะเล ไปแบบทริปรถทัวร์ครั้งแรกค๊า

เดี๊ยนคุณนายเว่อร์ เทอร์ชอบเที่ยวกินนอน บล๊อกเกอร์มือสมัครเล่นแนวๆกาก โกโรโกโส สับปะรังเค ขอมาทักทายสวีดั๊ดดัด..สวัสดี๊ดี คุณผู้อ่านบนโลกไซเบอร์ทุกๆท่านอีกครั้งนะค่ะ เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่าน ช่วงวันที่ 7-8 พ.ย.58 เดี๊ยนได้มีโอกาสไปหัวหิน-ปราณบุรีอีกแล้วค๊า...จำได้เลยว่าไปเที่ยวหัวหินตั้งแต่ยังเด็กๆ ถึงวัยสาวๆ จนกระทั้งเข้าวัยแก่แล้วกระมังค่ะ สำหรับปีนี้เดี๊ยนไปหัวหินมาแล้ว 6 ครั้งค่ะ หากนับรวมไปเที่ยวหัวหินตั้งแต่เด็กๆ ถึงตอนนี้ ก็เกินร้อยได้แล้วกระมัง...แต่ไปทีไรก็ไม่รู้สึกเบื่อนะค่ะ เพราะเป็นคนชอบเที่ยว ชอบเดินทางมากค่ะ ซึ่งส่วนใหญ่ปีนี้มาหัวหินก็จะมาทำงาน และเดี๊ยนเองก็ไม่ค่อยได้แวะไปเที่ยวถ่ายรูปตามสถานที่ท่องเที่ยวริมทางสักเท่าไหร่นัก...จนมาครั้งนี้ เนี่ยแหละค่ะ ที่คงได้เที่ยวจริงๆซึ่งที่บริษัทได้จัดทริปทัวร์พาพนักงานไปเที่ยวหัวหิน-ปราณบุรี เป็นทริปสั้นๆเองค่ะ และเป็นทริปแรกด้วยนะค่ะ  ตอนแรกเดี๊ยนก็คิดว่าจะได้ไปปลูกป่าชายเลนนะคะ เห็นว่าก่อนไป ช่วงนั้นก็มีโหวตกันอยู่ว่าจะไปปลูกป่าชายเลนที่จันทบุรี  ไปๆมาๆ เอ้า...เอ้ากลายเป็นว่าได้ไปเที่ยวหัวหินซ่ะงั้น  ตัวเดี๊ยนเองก็ไม่รู้เรื่องกับเค้าเลยว่าจะไปหัวหิน มัวแต่นั่งทำงานอีรุงตุงนัง นั่งๆ งกๆ บ้างานอยุ่คนเดียว จนมาถึงปลายเดือนตุลาคม มีประกาศโหวตไปเที่ยวหัวหิน เดี๊ยนนี้ใจแป๋วเลยค่ะ เฮ่อ....แต่ก็ไม่เป็นไร ยึดเสียงข้างมากแล้วกันค่ะ  แต่อย่างไรก็ตามยังไง๊ ยังไง ก็ได้ไปเที่ยวพักผ่อน กินลม ชมวิว ได้มาเปิดหู เปิดตา รับลมทะเล ชิวเว่อร์ค่ะ 

สำหรับทริปทัวร์ครั้งนี้เป็นทริปทัวร์ของบริษัทที่จัดขึ้นมาค่ะ เดี๊ยนเห็นว่าเป็นทริปที่บริษัทจัดขึ้นไว้ตามตารางและเวลา ซึ่งต้องเที่ยวตามเวลาที่วางไว้แบบเป๊ะเว่อร์ ก็เลยทำให้การเดินทางครั้งนี้ อาจจะไม่ได้เที่ยวแบบชิวเว่อร์ตามใจตัวเองมากนักค่ะ แต่ที่ดีที่สุด เดี๊ยนไม่ต้องเสียเงินค่าน้ำ ค่าเดินทางเลย ซักกะบาทเดียว เพราะบริษัทจ่ายให้หมดค่ะ รวมทั้งคนอื่นๆด้วยค่ะ (บริษัทใจปั้มมากๆค่ะ แต่ค่ากิน+ซื้อของฝาก จ่ายเองนะค่ะ) 
 การไปเที่ยวหัวหินกับทริปทัวร์ของบริษัทครั้งนี้ก็ดีอย่างนะค่ะ  เพราะไม่ต้องเสียเงินค่าเดินทาง+ที่พักแล้ว ถือว่าได้มาสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่นั้นก็คือ อุทยานราชภักดิ์ ซึ่งเป็นสถานท่องเที่ยวที่ทำให้หลายๆคน นึกหวนอยากกลับมาเยือนหัวหินอีกครั้ง รวมถึงใครที่ยังไม่เคยมาก็คงต้องมาแวะมาเที่ยวถ่ายรูปเป็นที่ระลึกค่ะ เพราะในทริปทัวร์ที่เดี๊ยนเค้าก็จัดให้แวะไปถ่ายรูปให้เป็นที่ระลึกเก็บไว้เป็นความทรงจำด้วยค่ะ อีกอย่างเลยก็คือ เดี๊ยนคิดว่าการไปหัวหินครั้งนี้ นอกจากได้พักผ่อนแล้ว ยังได้ประสานความสามัคคีของคนในที่ทำงาน และได้ถ่ายภาพสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้เดินทางไปนำมาลงไว้ในบล๊อกค่ะ บล๊อกจะได้ไม่ร้างไป เผื่อให้ทุกๆท่านได้อ่านฆ่าเวลากันด้วยค่ะ

เอ้าละค่ะ เดี๊ยนก็บรรยาย วนวก วนเวียน ยาวเหยียว ยืดเยื้อ ตามประสาคนขึ้บ่นมาเยอะแล้ว ขอเข้าเรื่อง อธิบายทริปทัวร์ที่บริษัทจ  ซึ่งโดยปกติที่เดี๊ยนเคยไปหัวหินขับรถส่วนตัวไป ก็ไม่เคยวางแผนสถานที่ท่องเที่ยวที่จะไปเลย ส่วนใหญ่เจอที่ใหนเด็ดก็แวะเลยค่ะ ไม่ค่อยใส่ใจที่เที่ยวมากนัก มาครั้งนี้ บริษัทจัดทัวร์ให้ไปตามแผนการเดินทาง ทำให้ทุกอย่างต้องแบบว่า....เป๊ะอ่ะ เป๊ะตามเวลานะค่ะ ห้ามเถลไถล ตามจนตัวเองจนทำให้เพื่อนร่วมงาน รอค่อยเก้อเด็ดขาดค๊า ดูบังคับมากๆนะค่ะ แต่ก็ดีอย่างค่ะ จะได้เที่ยวตามแผนที่วางไว้ ไม่งั้นนะ เล๊ะตุมเป๊ะ ลาลาเล๊ะตุมเป๊ะ แน่ๆค่ะ
 
ทริปทัวร์ท่องเที่ยวของบริษัทที่ได้พาเดี๊ยนไปลั้นลา มีไกด์ไลน์ดังนี้
วันที่ 7 พ.ย.2558 
7.00 - ล้อหมุนออกจากกรุงเทพตรงเวลามาก ใครมาสายก็พลาด เที่ยวหน้าไม่พามาเที่ยวหัวหินแล้วนะ
8.00 - แวะไหว้พระทำบุญที่วัดกาหลง จังหวัดสุมทรสาคร อันนี้ชอบมากค่ะ
10.00 - แวะ Swiss Sheep Farm แวะเที่ยวถ่ายรูป เป็นครั้งแรกที่เคยเข้าไป เคยแต่ขับรถผ่าน หลายครั้ง พอได้เข้าไปเป็นฟาร์มแก๊ะ มีมุมให้ถ่ายรูป เก๋ๆ น่ารัก มุ้งมิ้ง พรุ้งพริ้งดีนะค่ะ เอาไว้ลงเฟส
11.30 - แวะเที่ยว เพลินวาน  เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สร้างขึ้นมาให้นึกถึงในอดีต  ครั้งนี้เดี๊ยนไปเป็นครั้งที่ 3 แล้วค่ะ
12.30 - แวะไหว้พระทำบุญที่วัดห้วยมงคล ครั้งนี้เดี๊ยนเป็นครั้งที่ 4 แล้วค่ะ ที่เดี๊ยนได้เดินทางไป 
14.40- เดินทางออกจามายังรีสอร์ทที่ปราณบุรี รีสอร์ทติดทะเล มีถนนเลียบชายหาดกั้นค่ะ
15.30 - ถึงที่พักแล้ว ให้พักผ่อนตามอัธยาศัย
16.00 - โดนเรียกตัวให้ไปช่วยกันเล่นน้ำทะเล+ถ่ายรูปด้วย (มีแบบนี้ด้วย ใจจริงอยากนอนมากๆเพราะตื่นตั้งแต่ไก่โห่เลยค่ะ)
19.00 - รายงานตัว ทานอาหารเย็น + บังคับร้องเพลงคาราโอเกะคนล่ะ 1 เพลง หรือมากกว่านั้น
23.00 - ปิดงาน เข้านอนพักผ่อน  เมาชนฝา หัวราน้ำ สนุกจังเลยค่ะ
(ทริปวันแรกแน่นมากๆค่ะ เอาซ่ะเดี๊ยนแทบเป็นลมจับค่ะ ทั้งเดินเที่ยว ทั้งเป็นตากล้องถ่ายรูป ทั้งร้องเพลง

วันที่ 8 พ.ย.2558 
9.00 - ทานอาหารเช้า มีข้าวผัดไข่ให้กินกับข้าวต้ม มีปาท่องโก๋ให้ทานกับน้ำผลไม้ แต่ละอย่างเข้ากันดีมากค่ะ
10.00 - เช็คเอาท์ออกจากที่พัก
11.00 - แวะไปชมอุทยานราชภักดิ์ ถ่ายรูปหมู่รวมกันไม่ถึง 10 นาที ฝนก็เฮ้ลงมาค่ะ รีบวิ่งขึ้นรถทัวร์ด่วน
11.30 - เดินทางไป ตลาดน้ำสามพันน้ำ เดินช็อป ซื้อของฝาก หากินอาหารเที่ยงเอง ให้เวลาอยู่กับตลาดน้ำ 1 
13.00- เดินทางไปแวะซื้อของฝากอีกครั้ง ที่อำเภอท่ายาง เพชรบุรี ต้องแวะไปซื้อขนมหม้อแกงกันก่อน
14.00- เดินทางกลับกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ
(ทริปนี้น่าจะนำ ทริปวัดห้วยมงคลมาไว้วันที่ 8 พ.ย.ค่ะ จะได้ไม่แน่นวันที่ 7 มากจนเกินไป แต่มันผ่านมาแล้วจ้ )
เป็นทริปการเดินทางที่สนุกมากๆค่ะ ถึงจะเหนื่อยหน่อย เพราะวันจันทร์ที่ 9 ก็ต้องมาทำงาน แต่ก็ทำให้เพื่อนร่วมงานมีความสามัคคีกลมเกลียวเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันค่ะ
http://khunnaiver.blogspot.com/2016/04/9.html
http://khunnaiver.blogspot.com/2016/04/blog-post_20.html


เวลา 7.00 น.ล้อหมุนออกจากหน้าบริษัท ที่กรุงเทพ ระหว่างทางรู้สึกยังงัวเงี่ยอยู่เลยค่ะ แต่พอได้กลิ่นขนมปังอบเชย ตอนเช้าๆ ที่ทางแผนกบุคคลนำมาให้ทาน กลิ่นนี้โชยเตะจมูกมาก ทำให้ตื่นมาทานจนอิ่มพุงปลิ้นไปเลยค่ะ และแล้วก็หลับต่อไป 

เวลาประมาณ 8.00 โมงกว่า ทางเจ้าหน้าที่แผนกบุคคล ประกาศทางโทรโข่งเรียกให้ทุกคนตื่นจากผวัง ถึงสถานที่ท่องเที่ยวแห่งแรกนั้นคือ วัดกาหลง ได้เข้าไปกราบไหว้หลวงพ่อสุด เกจิอาจารยชื่อดัง เจ้าตำรับยันต์ตะกร้อและเสือเผ่น  รถจอดให้เดี๊ยนและเพื่อนร่วมงานได้ลงไปกราบสักการะหลวงพ่อสุดและไหว้พระปิดทองกันที่อุโบสถค่ะ

 ตามประวัติของหลวงพ่อสุดแห่งวัดกาหลง จ.สมุทรสาคาเจ้าตำรับยันต์ตะกร้อและเสือเผ่น ท่านเป็นชาวอำเภอพนมไพร จ.ร้อยเอ็ด เกิดในตระกูลชาวน้าในสมัยราชกาลที่ 5 ท่านบวชเป็นสามเณรเมื่ออายุ 16 ปี ที่วัดกลางพนมไพร จ.ร้อยเอ็ด แล้วเดินทางรอนแรมจากร้อยเอ็ดไปแสวงหาวิชาและความรู้ในทางธรรมตามที่ต่างๆ จนกระทั่งได้มาจำพรรษาอยู่ที่วัดกาหลง จนมรณภาพ
เรื่องราวของหลวงพ่อสุดเกี่ยวกับพลังอำนาจจิตที่อยู่ในรูปการสักยันต์ตะกร้อปละเสือแผ่นนั้นโด่งดังมากแม้แต่ตี๋ใหญ่ ขุนโจรชื่อดังที่เขาลือกันว่าหนังเหนียวและแคล้วคลาดอยู่ตลอดยังนับถือ ไปมาหาสู่หลวงพ่ออยู่บ่อยๆ ตี๋ใหญ่มีของดีคือมีผ้ายันต์กับตะกรุดของหวงพ่อสุดไว้ป้องกันตัว ขนาดถูกตำรวจเป็นร้อยล้อมจับก็ยังหนีเอาตัวรอดไปได้ จนใครๆ ลือกันว่าตี๋ใหญ่มีวิชาล่องหนหายตัวได้ (ขอขอบคุณข้อมูลจาก dhamar-gateway) 

ใครผ่านจังหวัดสมุทรสาคร จะไปเที่ยวหัวหิน ยังไงแวะเข้าไปหน่อยก็ดีนะค่ะ ทางเข้าวัดอยู่ติดถนนเพชรเกษมเลยค๊า 


ไหว้พระปิดทองเสร็จแล้วค่ะ รู้สึกดีจริงๆนะค่ะ เมื่อได้ไปทำบุญ เดี๊ยนชอบมากๆค่ะ หากมีทริปใหนที่ไปทำบุญ ไม่พลาดเด็ดขาดค่ะ....พอได้ทำบุญเสร็จ ก็ได้เวลาเดินทางต่อไปค่ะ

สถานที่ท่องเที่ยวถัดจากวัดกาหลง ที่ทางบริษัทจัดให้คือ Swiss Sheep farm ค่ะ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวริมทาง ที่เป็นฟาร์มเลี่ยงแกะ และเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมเมื่อปี 2555 เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่รวมความน่ารักของสถานที่เลี้ยงแกะแบบตะวันตกมาไว้ที่นี้ค่ะ ด้านหลังเป็นภูเขาหรือวนอุทยานเขานางพันธุรัตค่ะ โดยภายในก็จะมีแกะ มีม้า มีลา มีไก่ เป็ด และมีมุมให้ถ่ายรูปสวยๆ เก๋ๆ น่ารักทั้งนั้นเลยค่ะ เดี๊ยนพึงเข้าไปเป็นครั้งแรก ก็นึกถึงหนังบู้ตะวันตกแบบคาวบอยเลยค่ะ การเดินทางก็ไม่ยากเลยค่ะ หากขับรถลงมาจากกรุงเทพ ให้วิ่งสายเพชรเกษมเท่านั้นนะค่ะ หากวิ่งถนนสายเอเชีย หรือถนนสายมิตรภาพ จะไม่เจอนะค่ะ เน้นย้ำว่าถนนเพชรเกษมเท่านั้น ขับรถลงมาเลย จังหวัดเพชรบุรี เลยอำเภอท่ายาง ก่อนเลี้ยวซ้ายเข้าอำเภอชะอำ ให้สังเกตุป้าย Swiss sheep farm โดดเด่นลอยมาแต่ไกล นอกจากนี้ใกล้ๆยังมี ซานโตริมี คาเมลรีพับปลิว ให้เข้าไปเที่ยวด้วย เดี๊ยนเคยขับรมผ่านมาบ่อย แต่ก็ไม่เคยแวะเลยค๊า 555+

ตอนแรกนึกว่าเข้าไปฟรี เสียค่าเข้าด้วยนะค่ะ 50 บาท แต่ไม่ได้เอาเงินตัวเองจ่ายหรอกนะค่ะ  เป็นเงินบริษัทจ่ายให้ค๊า...
มีมุมสถานที่สร้างขึ้นมา ป้ายเป้ย หุ่นไล่กงไล่กา รถรา กองฟงกองฟาง สังกระสงกระสี รั้วรอบสีขาว แต่งเหมือนหมู่บ้านคาวบอยตะวันตก ดูน่ารักดีค่ะ 



มาแล้วค่ะ ไฮไลท์ของสวนแห่งนี้ก็คงเป็นน้องแกะค่ะ เป็นชื่อที่มาของ Swiss sheep farm ค่ะ มีน้องแกะหลายตัวเลยค่ะ ยังมีที่ให้อาหารแกะด้วยค่ะ โดยเอาคูปองไปแลกหญ้าเพื่อให้อาหารแกะได้ค่ะ สำหรับเดี๊ยนมัวแต่ถ่ายรูปกลุ่มเพื่อน จนลืมไปแลกหญ้าเลยค๊า


มีมุมถ่ายรูปสวยๆ หลายแห่ง เดี๊ยนก็คล้อยตามเค้าไป ถ่ายให้ที่ทำงานบ้าง ถ่ายมุมโน้น มุมนี้บ้างค่ะ แล้วแต่ความชอบของตัวเอง อยากถ่ายอันใหนก็ถ่าย เรื่อยเปื่อยจริงๆค่ะ ใช้เวลาให้คุ้มค่านะค่ะ เพราะเป็นทริปทัวร์แบบไม่ได้ตามใจฉันค๊า


เห็นน้องเป็ดเดิน เตอะแตะ ที่นี้หากใครมามีเป็ด มีไก่ มีม้า มีลา มีแกะ มีมุมถ่ายรูปเก๋ สวยมากมายค่ะ ขับรถมาก่อนเลี้ยวซ้ายเข้าอำเภอชะอำ-หัวหิน ก็แวะเข้ามาได้นะค่ะ

http://khunnaiver.blogspot.com/2016/04/9.html
http://khunnaiver.blogspot.com/2016/04/blog-post_20.html
มีมุมบ้านแบบตะวันตก เหมือนในหนังคาวบอยบู้ๆเลยค่ะ แต่ที่นี้ตกแต่ดูเหมือนการ์ตูน น่ารักกว่าหนังคาวอบอย ที่ภาพดูมีแต่ฝุ่นค่ะ โดยที่นี้ตกแต่งแบบสไตล์ป๊อบคันทรี น่ารัก มุ้งมิ้ง พรุ้งพริ้ง กุ่งกิ้ง ดีค่ะ เดี๊ยนว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเหมาะกับครอบครัวค่ะ และเหมาะมากกับยุคสมัยนี้ที่มีเทคโนโลยีถ่ายรูปทางโทรศัพท์เอาไปอัพลงในเฟสแล้วก็ประกาศให้เพื่อนบนเฟสรู้ว่า ฉันอยู่ที่ Swiss sheep farm นะค่ะ ดูทุกอย่างเข้าท่าดีค่ะ เดี๊ยนเข้ามาที่นี้ครั้งแรกก็ชอบนะค่ะ ถ้ามาครั้งต่อไปก็คงเฉยๆค่ะ.....เดี๊ยนใช้เวลาถ่ายรูปโน้นนี้นั้น ไปเรื่อยเปื่อย จริงๆมีอีกหลายภาพ แต่ก็ติดแต่รูปเพื่อนร่วมงานมาด้วย ส่วนใหญ่เป็นตากล้องจำเป็นค่ะ  ได้เวลาที่ทำงานก็ประกาศทางโทรโข่งเรียกขึ้นรถ เตรียมตัวไปที่ต่อไปค่ะ



สถานที่ท่องเที่ยวต่อจาก Swiss sheep farm ก็คือ เพลินวาน ค่ะ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตที่ใครก็ต้องมา หากมาเที่ยวหัวหินครั้งแรกๆนะค่ะ เพราะถือว่าเป็นกิมมิกซ์แบบว่า ย้อนความหลังถึงความคลาสสิคแบบในอดีตประมาณ ยุค 60 70 และ 80 นะค่ะ โดยที่เพลินวาน ในความคิดเห็นของเดี๊ยนเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สร้างขึ้นมาเหมือนห้างสรรพสินค้าเล็กให้ได้ช็อปปิ้ง เดินซื้อของที่ระลึก เพื่อให้ทุกๆคนได้ย้อนความหลังที่ในอดีตกันค่ะ แถมเข้าชมฟรี!!! ไม่เสียเงินค่าเข้าด้วยค่ะ  

สำหรับเดี๊ยนเองเคยมาเที่ยวที่นี้ครั้งแรกเมื่อปี 2552  ยุคแรกๆเลยนะค่ะ ตอนนั้นมาเที่ยวหัวหิน เพราะอยากมาพักผ่อนตากอากาศที่ทะเลหัวหิน พอได้มาเดินก็ถือว่าแปลกตาและตื่นเต้นมากๆ ที่มีแหล่งท่องเที่ยวแบบนี้ ทำให้นึกถึงวัยเด็กขึ้นมาทันที เดี๊ยนเองชอบมากนะค่ะ ใครไปใครมาแวะมาเที่ยวหัวหิน ยังไงก็ต้องผ่าน มาหวนคืนความหลังย้อนอดีตยุค โรงหนังเฟืองฟู เสื้อผ้าสีสันฉูดฉาด กางเกงขาระฆัง ขากระดิ่ง นึกถึงหนังมนต์รักลูกทุ่งเลยค่ะ ผู้หญิงเกล้าผมมวยทรงตะกร้อ มวนจรข้างหู เขียนคิ้ว เขียนตา 2 ชั้น เครื่องประดับเป็นดอกไม้มีสีสัน ดูชวนสะดุดตา แต่งหน้าทาปา สวยแต่งเอง แบบไม่ต้องพึงศัลยกรรมเลยค่ะ การแต่งกายของดารายุคนั้นที่ต้องเลียนแบบตามคงเป็น มิตร เพชรา ไม่มีเกาเหลาเกาหลี ญี่ปงญี่ปุ่นเหมือนสมัยนี้ค่ะ นึกภาพแล้วอยากไปอยู่ในยุคนั้นนะค่ะ แต่ทุกอย่างก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลาค่ะ

จนถึงปัจจุบัน เพลินวานถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยว เคียงเมืองหัวหิน ที่บ่งบอบถึงความคลาสสิคความเก่าแต่ยังมีรสนิยมไม่เคยเสื่อมคลาย ใครไปใครมาก็ต้องแวะมาเพลินวาน ให้เข้ามาซื้อสินค้าค่ะ รวมทั้งมาถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกกันค่ะ 



มาไหร่ก็แล้วแต่ที่เดี๊ยนได้เข้ามาในเพลินวาน สิ่งแรกที่นึกถึงของเล่นสมัยเด็กๆค่ะ ที่นำมารวมรวมเอาไว้จนต้องซื้อกลับไปเล่นอีกครั้งค่ะ นี้ขนาดอายุเยอะมากแล้วนะค่ะ แต่ของเล่นเหล่านี้ทำให้หวนความหลังมากค่ะ 

เดี๊ยนเองไปสอยมาค่ะ ที่ซื้อเพราว่าจะเอาไปฝากหลานที่บ้านค่ะ.... แต่ก่อนจะเอาไปฝาก ว่าจะแกะเล่นเองไปก่อนค่ะ จะเรียงให้ถูกก่อน แล้วก็สลับมัวๆให้หลานเล่นต่อ เอาให้งง ไปเลยค๊า 555+

ปัจจุบันมีร้านที่ขายของเล่นแบบนี้น้อยร้านมากๆค่ะ ถ้าจะมีก็ต้องไปเดินตามตลาดเก่าๆ ซึ่งก็จะนำมารวมเอาไว้ให้ได้ซื้อหา เพื่อรำลึงถึงความหลังกันค่ะ 



เดี๊ยนเดินเลยข้ามร้านของเล่นมาหน่อย ก็จะเป็นตลาดนัดเพลินวาน ซึ่งในนี้ก็จะมีของให้ร้านขายของกิน ร้านขายเสื้อของที่ระลึกต่างๆมากมายค่ะ เดี๊ยนเองเดินไปก็ถ่ายรูปไป ส่วนใหญ่มีแต่ถ่ายรูปนางๆหมู่เพื่อนร่วมงานค่ะ รูปที่ถ่ายมาลงในบล๊อกก็เลยมีเท่าที่เห็นค่ะ

เดี๊ยนเดินเลาะตามตลาดไปเรื่อยๆค่ะ ที่เพลินวานโรงแรมให้พักด้วยนะค่ะ ดูคลาสสิคดีค่ะ ใครมาเที่ยวหัวหิน ยังหาที่พักไม่ได้ ลองเปลี่ยนบรรยากาศมาพักได้นะค่ะ 


เดี๊ยนเดินลงมาด้านล่าง ก็จะเป็นลานเพลินนะค่ะ มีชิงช้าสวรรค์  มีหนังกลางแปลง อารมณ์ประมาณไปเที่ยวงานวัดค่ะ เห็นแล้วนึกถึงงานวัดแถวบ้านเลยค่ะ 
จำได้ว่าตอนสมัยเด็ก บ้านใหนมีงานวัดหรืองานสำคัญประจำอำเภอเช่นงานงิ้ว งานฉลองชัยต่างๆ สิ่งที่โดดเด่นที่สุดที่ต้องมี ขาดไม่ได้เลย นั้นก็คือชิงช้าสวรรค์คะ่ เป็นกิมมิกซ์ที่ดูโดดเด่น เมื่อได้ขึ้นไปนั่งแล้ว จะต้องลุ้นนะค่ะ ว่าตัวกระเช้าชิงช้าจะข้างตรงบนสุดให้หรือเปล่า เพราะเมื่อได้อยู่บนสุดก็จะมองเห็นวิวงานวัดทั้งงานเลยค่ะ  เสียดายค่ะ ที่ชิงช้าที่ลานเพลินวาน ไม่ได้เปิดบริการชิงช้าสวรรค์ให้นั่งค่ะ ถ้าเปิดบริการ เดี๊ยนคงได้กลับไปเป็นเด็กอีกครั้งค่ะ 



ด้านล่างพอเดินลงมาก็จะเป็น ตรอกวานซืน ก็จะมีร้านค้าเสื้อผ้า ของที่ระลึก สินค้าเบ็ตเล็ดให้ได้เลือกซื้อกันค่ะ มาที่เพลินวานนี้ สามารถจำลองความคลาสสิคได้ดีค่ะ ใช้สังกระสง สังกระสีมีสนิมหน่อย มีไม้มีเม้ย ตะปงตะปู ตอกลงไปดูให้นึกถึงบ้านไม้เก่าๆเลยค่ะ  พอได้มาเดินก็เพลินไปอีกแบบนะค่ะ



เดินมาเรื่อยๆ เริ่มหิวแล้วค่ะ เลยให้เพื่อนที่ทำงานแวะซื้อขนมถังแตกมาทานกันค่ะ มีหลายรสชาติเลย อร่อยเว่อร์ค่ะ 


เดินมาอีก ก็มาเจอมุมถ่ายรูปสำหรับเด็กๆ เดี๊ยนเองชอบมากๆค่ะ การ์ตูนในวัยเด็ก  มีป้ายเขียนไว้ด้วยนะค่ะว่า "ถ่ายหนูได้ แต่อย่าจับหนูนะ" เดี๊ยนเลยถ่ายมา 1 ดอกค๊า น่ารัก มุ้งมิ้ง พรุ้งพริ้งดีนะค่ะ 


เดี๊ยนใช้เวลาอยู่ในเพลินวานอยู่ประมาณ 40 นาทีได้ และแล้วก็ได้เวลาเดินทางไปสถานที่ต่อไป ตามกำหนดการ นั้นก็คือ วัดห้วยมงคลค่ะ วัดที่มีชื่อเสียงอีกแห่งที่ใครไป ใครมาเที่ยวหัวหิน ต้องแวะมาไห้หลวงพ่อทวด เหยียบน้ำทะเลจืด องค์ใหญ่ที่สุดในโลกกันก่อนเดินทางกลับบ้านแน่ๆค่ะ 


http://khunnaiver.blogspot.com/2016/04/9.html
http://khunnaiver.blogspot.com/2016/04/blog-post_20.html


เมื่อเดินทางมาถึงวัดห้วยมงคลแล้วนะค่ะ รถทัวร์ของบริษัทมาจอดข้างอนุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวร ก็เลยแวะมาไหว้ สักการะกันก่อนเข้าไปไหว้หลวงพ่อทวด องค์ใหญ่ทีสุดในโลกค่ะ 


พอจะไปไหว้องค์พ่อทวด จะไปเอาดอกไม้ไหว้พระ จะนำเงินลงบริจาคทำบุญดอกไม้ ธูปเทียน รู้สึกว่าจะยัดเงินไม่ลง มองไปโฮ้ เงินบริจาคแน่นเอียดเชียวค่ะ 


วัดห้วยมงคล เป็นวัดที่มีชื่อเสียงมากอีกแห่ง เรียกว่าอันดับต้นๆของไทยเลยก็ว่าได้ค่ะ หากวันใดได้มาเที่ยวหัวหินหรือผ่านมาทางนี้ ก่อนจะเดินทางกลับก็จะแวะมาสักการะก่อนกลับทุกครั้งค่ะ  
วัดห้วยมงคล ตั้งอยู่ที่ ต.ทับใต้ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ค่ะ โดยชื่อสมัยก่อนเป็นชื่อว่าบ้านห้วยขต ต่อมาในหลวงเคยเสด็จมาที่นี้ ได้เปลี่ยนชื่อจาก ห้วยคต เป็น ห้วยมงคล แทน เพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคล และทำให้เกิดโครงการพระราชดำริมากมายค่ะ ต่อมาพระครูปภัสรวรพินิจ หรือพระอาจารย์ไพโรจน์ ปภัสสโร เจ้าอาวาสวัดห้วยมงคลองค์ปัจจุบัน ซึ่งเป็นนักพัฒนาที่มีศีลจารวัตที่ดีงามเป็นที่เคารพบูชาของคนในชุมชนบ้าน ห้วยมงคล และพลเอกวิเศษ คงอุทัยกุล รองสมุหราชองครักษ์ ได้มีดำริที่จะสร้าง “หลวงพ่อทวด” องค์ใหญ่ที่สุดในโลกเพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันมหามงคลเฉลิมพนะชนมพรรษาครบ ๖ รอบ รวมทั้งเผยแผ่และสืบทอด พระพุทธศาสนา อีกทั้งให้เป็นที่เคารพสักการะบูชา และเป็นที่พึ่งทางใจ ของเหล่าพุทธศาสนิกชน 

จนปัจจุบัน วัดห้วยมงคล มีนักเดินทางมาไหว้สักการะกันไม่เคยขาดสายเลย เรียกว่าต้องมีรูปถ่ายสักรูปไปอัพลงเฟส หรืออินสตากรง อินสตาแกรม กันเลยทีเดียวค่ะ 


เดี๊ยนใช้เวลาอยู่ในวัดห้วยมงคล ได้ไม่นาน ก็มีประกาศเสียงตามสายมาทางโทรศัพท์ กริ่งกร้างมา ให้ทุกๆคน รีบขึ้นรถด่วน เพราะรถจะออกเดินทางไปยังโรงแรมที่พักในอำเภอปราณบุรีแล้ว เดี๊ยนก็เลยต้องรีบกุลีกุจอไปขึ้นรถเพื่อเดินทางต่อไปค่ะ 

เดินทางออกจากวัดห้วยมงคลมาไม่นานมากนัก ระหว่างทางมา รถก็แวะโน้น แวะนี้ ใครจะไปร้านสะดวกซื้อ เจ็ด-สิบเอ็ด ก็เลยแวะบ่อยค่ะ กว่าจะมาถึงที่พักก็ใช้เวลาเป็นชั่วโมงเลยค่ะ....พอมาถึงที่พักแล้วหายเหนื่อยค่ะ เพราะห้องพักก็ถือว่าดีใช้ได้ แต่ก็ไม่ดีมากนัก เพราะทีวีดูไม่ค่อยได้ แต่สภาพห้องโดยรวมถือว่าโอเคค่ะ  โดยชื่อโรงแรมที่พักที่ทางบริษัทจัดให้พนักงานพักนี้ชื่อ พูลสวัสดิ์ ปาล์ม รีสอร์ท เป็นรีสอร์ทอยู่ติดถนนเลียบชายหาดปราณบุรี  เดี๊ยนว่าเป็นที่พัก ที่เหมาะสำหรับครอบครัว หมู่คณะมากค่ะ มีห้องประชุมสัมมนา  มีสระว่ายน้ำให้เด็กๆได้เล่นกันด้วย แถมราคาก็ไม่แพงมาก บริการแบบเป็นกันเอง ถ้าจะให้บริการเท่าระดับ 4-5 ดาว ก็คงไม่จะไม่ดีเท่าค่ะ แต่โดยรวมถือว่าดีค่ะ
ที่พักเป็นแบบวิลล่า มี 3 เตียงใน 1 วิลล่าค่ะ ราคาเดี๊ยนไม่รู้เลยว่าเท่าไหร่ เพราะไม่ได้ถามเลย แต่เหมาะกับครอบครัว หมู่คณะจริงๆค่ะ เพราะใน 1 วิลล่า ก็มีตั้ง 3-4 เตียงเลยค่ะ ใครมีเพื่อนฝูง เที่ยว กิน ดื่ม น่าจะชอบแนวนี้ ส่วนถ้าใครชอบแบบส่วนตัว เงียบๆ เดี๊ยนว่าลองหาที่อื่นดูก่อนก็ดีนะค่ะ เพราะที่พักติดทะเลปราณก็มีเยอะค่ะ 


ห้องน้ำเก่าไปหน่อยค่ะ เป็บแบบ Open-air เปิดโล่ง หากมีคนแอบดู ก็จะเอ๋กันพอดีค่ะ สิ่งอำนวยความสะดวกในห้องน้ำ มีแต่สบู่ 3 ก้อนและผ้าขนหนูให้ค่ะ น้ำทาไหลดี ถือว่าโอเคค่ะ 

 มีสระว่ายน้ำเด็กให้เล่นด้วย เหมาะกับครอบครัว จริงๆค่ะ เดี๊ยนว่าราคาที่พักไม่น่าจะแพงมากค่ะ ใครมาเที่ยวหัวหิน ลองมาพักที่ปราณบุรีดูค่ะ
เดินออกมาที่ชายหาดปราณบุรี มีชาวบ้านกำลังล้างเคย เพื่อนไปทำกะปิด้วยค่ะ คุณพี่ท่านนี้ดูขมักเขม้นใหญ่เลย แถมเรียกให้เดี๊ยนลองชิมดูด้วยนะค่ะ

 พอได้เช็คอินที่พักไปเรียบร้อย ก็ได้เวลาไปเที่ยวทะเล เดินข้ามถนนมาก็จะเป็นชายหาดที่ปราณบุรีค่ะ ถือเป็นชายหาดที่ได้รับความนิยมอีกแห่ง เนื่องจากไม่วุ่นวาย เงียบสงบ เหมาะสำหรับ เล่นน้ำทะเลและนอนพักผ่อนกินลมชมทะเลค่ะ
-เวลา 19.00 น. รับประทานอาหารค่ำ มีกิจกรรมร้องเพลงคาราโอเกะ ก่อนเข้านอนค่ะ 
 เช้าที่ 8 พ.ย.มีเสียงตามสายโทรกริ้งกร่างมาหาเดี๊ยนตอน 8.30 น.ให้ปลุกจากผวัง มาทานอาหารเช้า หลังจากที่เมื่อคืนหลับไหล จากการเหน็ดเหนื่อยเดินทางท่องเที่ยวมาเมื่อวานและกิจกรรมร้องเพลงคาราโอเกะทั้งคืน

เวลา 10.00.ได้เวลาเช็คเอาท์สถานที่ท่องเที่ยวต่อไปที่จะไปคือ อุทยานราชภักดิ์ เป็นอุทยานที่สร้างขึ้นมาเพื่อแสดงถึงความจงรักภักดีค่ะ โดยมีพระมหากษัตริย์ที่สร้างคุณประโยชน์ต่อแผ่นดินไทยอย่างใหญ่หลวง ถือเป็นวีรกษัตริย์ไทย โดยอุทยานราชภักดิ์นี้จัดสร้างโดยกองทัพบก ช่วงการก่อสร้าง เดี๊ยนเองก็ได้มีโอกาสร่วมทำบุญในการก่อสร้างครั้งนี้ด้วย อาจจะไม่ได้เยอะมาก แต่อย่างน้อยก็ได้เป็นส่วนหนึ่งค่ะ
สำหรับ“พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระบูรพกษัตริย์แห่งสยาม” จัดสร้างอุทยานประวัติศาสตร์ โดยพระราชทานชื่อให้ว่า “อุทยานราชภักดิ์” ซึ่งเป็นอุทยานที่สร้างขึ้นด้วยความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ และเพื่อเป็นการเทิดทูนและประกาศเกียรติคุณสมเด็จพระมหากษัตริย์แห่งสยาม 7 พระองค์ ได้แก่ 
1.พ่อขุนรามคำแหง
2.สมเด็จพระนเรศวร
3.สมเด็จพระนารายณ์มหาราช 
4.สมเด็จพระเจ้าตากสิน
5.พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ 1
6.พระบาทสมเด็จพระเจ้าเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4
7.พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าอยุ่หัว รัชกาลที่ 5
 ขอขอบพระคุณข้อมูลจาก  กองทัพบก >> www.rta.mi.th

อุทยานราชภักดิ์ ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ ที่ใครๆพอได้ยินชื่อ ก็ต้องแวะมาเที่ยวหัวหินอีกครั้งค่ะ เดี๊ยนมาหัวหินครั้งนี้ มีโอกาสได้มาเห็นเป็นบุญตาจริงๆค่ะ ยิ่งปีนี้มีงานปั่นจักรยานด้วย ช่วงเดือนธันวาคมนี้ ก็จะมีงานปั่นจักรยาน Bike for dad ที่อุทยานราชภักดิ์นี้ด้วย ก็ยิ่งแต่จะทำให้คนหลั่งไหลมาหัวหินนะค่ะ

เดี๊ยนและพนักงานในบริษัททุกคนลงไปถ่ายรูปหมู่กันได้ไม่นานนะค่ะ ฝนก็เฮโลลงมาอย่างหนักค่ะ จนทุกคนต้องรีบวิ่งเข้ารถทัวร์แทบไม่ทันค่ะ แต่ก็ถือว่ามาครั้งนี้โชคดีที่อากาศไม่ร้อนมา ชุ่มช่ำไปด้วยสายฝนโปรยค่ะ เพราะเดี๊ยนเห็นเป็นพื้นปูนซีเมนต์แล้ว ช่วงแดดร้อนเปรี้ยง เดี๊ยนว่าต้องร้อนมากๆแน่เลยค่ะ

สถานที่ท่องเที่ยวต่อจากอุทยานราชภักดิ์ ไม่ไกลกันมากนัก นั้นก็คือ ตลาดน้ำสามพันน้ำ ตลาดน้ำย้อนยุคในเมืองหัวหินที่เปิดขึ้นมา เพื่อเอาใจขาช็อป และมีร้านขายสินค้า เสื้อผ้า อาหาร ของกิน ของฝาก ให้ได้เลือกซื้อกันค่ะ โดยทริปนี้ทางบริษัทให้เวลาในการเดินช็อป และหาอะไรทานกันถึง 1 ชั่วโมงครึ่งเลยค่ะ  เดี๊ยนเลยจัดเต็มค่ะ ไปหาอาหารเที่ยงทาน
http://khunnaiver.blogspot.com/2016/04/9.html
http://khunnaiver.blogspot.com/2016/04/blog-post_20.html


จัดไปค่ะ มื้อเที่ยงวันนี้ มาเที่ยวหัวหินก็ทานสัมตำกลิ่นปลาร้านัวมาก ส่วนก๋วยเตี๋ยวน้ำตก รสชาติก็เข้มข้น จัดจ้านมากๆค่ะ อร่อยแซ่บเว่อร์จริงๆค่ะ หลังจากที่มื้อเช้าไม่ค่อยจะอร่อยเท่าที่ควร เพราะได้ทานข้าวผัดกินกับข้าวต้ม เข้ากันดี๊ดีนะค่ะ มาที่ตลาดน้ำสามพันน้ำเลยจัดเต็มเลยค่ะ


เดี๊ยนเดินช็อป แวะซื้อของฝาก ของกิน เดินไปกินไป ถ่ายรูปไป จนได้เวลาออกจากตลาดน้ำ เพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับกรุงเทพแล้วค่ะ


ออกจากหัวหินมาไม่นานมากนัก พึงซื้อของฝากจากตลาดน้ำสามพันน้ำไปนะค่ะ มาถึงเพชรบุรีก็ไม่พลาดจะต้องแวะซื้อขนมหม้อแกง ที่เรียงแถวให้เลือกซื้อหลายเจ้าแม่เหลือเกิน มีแม่โน้น แม่นี้ แม่นั้น แม่กิมลั้ง แม่ละเมียด ชิดชนก สุดท้ายรถมาจอดที่แม่กิมไล้ค๊า จัดไป 2 ถาด 120 บาท


-รถนำเที่ยวของบริษัทล้อหมุน ออกจากร้านขนมหม้อแกงแม่กิมไล้ อ.ท่ายาง เพชรบุรี มุ่งหน้าสู่กรุงเทพ เดินทางกลับถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพค่ะ....จบทริปเที่ยวทัวร์ของบริษัทค่ะ ทริปหน้าจะไปที่ใหนรอติดตามนะค่ะ

สำหรับทริปการเดินทางครั้งนี้ ต้องขอบพระคุณที่ทำงานในบริษัท ที่ได้จัดทริปเที่ยวดีๆแบบนี้มาให้พนักงานได้สานสามัคคีกัน ได้มากิน มาช็อป มาเที่ยว ผ่อนคลายกันค่ะ หากในเนื้อหาในทริปการเดินทางครั้งนี้ที่เดี๊ยนได้เขียนขึ้นมา มีข้อผิดพลาด พิมพ์ผิดสะกด อักขระตกหล่น เดี๊ยนต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ เดี๊ยนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคงมีประโยชน์ต่อคุณผู้อ่านทุกท่านในการวางแผนมาเที่ยวหัวหินไม่มากก็น้อยค่ะ

ขอบพระคุณค่ะ
จากคุณนายเว่อร์ เทอร์ชอบเที่่ยวกินนอน
นักเขียนบล๊อกเกอร์มือสมัครเล่นค่ะ
Share
รีวิวเที่ยวหัวหิน วันที่ 19-20 มี.ค.2559 คลิ๊กดูรีวิวตามภาพเดินทางค่ะ>>
รีวิวเที่ยวหัวหิน วันที่ 19-20 มี.ค.2559 แวะไปทำบุญทำทานที่บ้างน้องหมา ก่อนไปลั๊นลาที่เขาเต่า คลิ๊กอ่านรีวิวและภาพเดินทางค่ะ>> 
http://khunnaiver.blogspot.com/2016/04/blog-post_10.html
http://khunnaiver.blogspot.com/2016/04/blog-post_17.html
รีวิวสถานที่ท่องเที่ยว คลิ๊กอ่านต่อค่ะ>>
5.รีวิวเที่ยวหัวหิน วันที่ 19-20 มี.ค.2559 คลิ๊กดูรีวิวตามภาพเดินทางค่ะ>>
รีวิวเที่ยวหัวหิน วันที่ 19-20 มี.ค.2559 แวะไปทำบุญทำทานที่บ้างน้องหมา ก่อนไปลั๊นลาที่เขาเต่า คลิ๊กอ่านรีวิวและภาพเดินทางค่ะ>> 

http://khunnaiver.blogspot.com/2016/04/9.html
http://khunnaiver.blogspot.com/2016/04/blog-post_20.html
http://khunnaiver.blogspot.com/2015/12/5.html

http://khunnaiver.blogspot.com/2015/11/blog-post_13.htmlhttp://khunnaiver.blogspot.com/2015/11/blog-post_18.html

http://khunnaiver.blogspot.com/2015/12/blog-post.htmlhttp://khunnaiver.blogspot.com/2015/12/blog-post_3.html

http://khunnaiver.blogspot.com/2015/10/blog-post_31.htmlhttp://khunnaiver.blogspot.com/2015/10/blog-post_3.html
http://khunnaiver.blogspot.com/2015/09/blog-post_10.htmlhttp://khunnaiver.blogspot.com/2015/08/bts.html

http://khunnaiver.blogspot.com/2015/09/blog-post_18.htmlhttp://khunnaiver.blogspot.com/2015/09/blog-post_13.html

http://khunnaiver.blogspot.com/2015/09/blog-post_5.htmlhttp://khunnaiver.blogspot.com/2015/09/blog-post_19.html

http://khunnaiver.blogspot.com/2015/10/blog-post_8.htmlhttp://khunnaiver.blogspot.com/2015/10/blog-post_23.html

รีวิวเที่ยวหัวหิน-ชะอำ-ปราณบุรี ไปอุทยานราชภักดิ์ ไห้วพระทำบุญ ถ่ายรูป กินลม ชมทะเล ไปแบบทริปรถทัวร์ครั้งแรกค๊า รีวิวเที่ยวหัวหิน-ชะอำ-ปราณบุรี ไปอุทยานราชภักดิ์ ไห้วพระทำบุญ ถ่ายรูป กินลม ชมทะเล ไปแบบทริปรถทัวร์ครั้งแรกค๊า Reviewed by Khunnaiver blog on 08:56:00 Rating: 5

ไม่มีความคิดเห็น:

ขับเคลื่อนโดย Blogger.