Header Ads Widget

ads

Ticker

6/recent/ticker-posts

ล่าสุดรับปี66..รีวิวเที่ยวป่าสนวัดจันทร์ ดินแดนในฝันที่ใครก็ต้องเดินทางไปกันสักครั้ง มีที่เที่ยวอะไรบ้าง ตามไปกันเลย

บันทึกเดินทางท่องเที่ยวฤดูหนาวปีนี้ หลังจากเลิกงานมาวันนี้ คุณนายเว่อร์ เธอเป็นคนบ้า ขอมารีวิวพาเที่ยววัดป่าสนวัดจันทร์ ป่าสนที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย ที่ใครก็ต้องปักหมุดไปเที่ยวกัน ในอำเภอกัลยาณิวัฒนา มีแหล่งท่องเที่ยวเปิดใหม่อะไรบ้าง ตามไปดูกัน



เก็บตก....ทริปต้นปีนี้ ดองไว้นานเลย กว่าจะได้มาเขียนลงในบล็อก เพราะมัวแต่สาระวนอยู่กับงานประจำค่ะ...... ต้นปีนี้เลยขอไปสัมผัสอากาศหนาวที่เชียงใหม่อีกครั้ง จังหวัดที่ไปเที่ยวเท่าไหร่ก็ไม่หมด เพราะมีที่เที่ยวเยอะมากๆ 


และโปรแกรมเที่ยวเชียงใหม่ทริปนี้ คุณนายเว่อร์ เธอเป็นคนบ้า เลยขอมาเก็บตก มารีวิวไปเที่ยวป่าสนวัดจันทร์ อำเภอกัลยาณิวัฒนา จัดเป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ สำหรับการพักผ่อนหย่อยใจ และเดี๊ยนเองก็ได้ยินชือเสียงเรียงนาม ป่าสนวัดจันทร์แห่งนี้ มาเนิ่นนานหลายสิบปีแล้ว 


.......แต่ก็ไม่ได้มีโอกาสมาสักที ว่ากันว่าเส้นทางไปยังป่าสนวันจันทร์นั้น ทรหด คดเคี้ยวและลาดชัน ต้องผ่านหุบเขาเหล่าดอยหลายลูกเลยทีเดียว และด้วยระยะทางที่ไกลจากเมืองเชียงใหม่นี้แหละ เป็นเสน่ห์อย่างมากที่จะไปนอนตากอากาศรับลมหนาว อีกทั้งไม่วุ่นวายด้วย  จัดทริปรับลมหนาวต้นปี เลยขอแบกเป้เที่ยวแบบลุย ในราคาถูกประหยัด นั่งรถสองแถวสีเหลืองจากเมืองเชียงใหม่ ไปนอนพักโฮมสเตย์ชาวเขาเผ่าปกาเกอะญอ ทานอาหารง่ายๆ แวะถ่ายรูปไปเรื่อยๆ 


ก่อนจะเข้าสู่ภาพรีวิวท่องเที่ยว เราก็มารู้จักโครงการหลวงป่าสนวัดจันทร์ อำเภอกัลยาณิวัฒนากันสักเล็กน้อยค่ะ



สาระน่ารู้เกี่ยวกับโครงการหลวงป่าสนวัดจันทร์ อำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ 

สาระน่ารู้เกี่ยวกับโครงการหลวงป่าสนวัดจันทร์ อำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ 


สำหรับโครงการหลวงป่าสนวัดจันทร์ จัดเป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่มีทัศนียภาพสวยงาม ตั้งอยู่ในอำเภอกัลยาณิวัฒนา ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ 145 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 4-5 ชั่วโมง  ก่อกำเนิดขึ้นหลังจากที่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยียนราษฎรชาวเขาในเขตหมู่บ้านวัดจันทร์ เมื่อปี พ.ศ.2522 พระองค์ทรงทราบถึง ความยากลำบากของชาวเขาในพื้นที่ จึงมีพระราชดำริให้มีการพัฒนาบ้านวัดจันทร์และหมู่บ้านใกล้เคียงเพื่อก่อตั้ง “ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงวัดจันทร์” ขึ้น เพื่อช่วยให้สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ให้ราษฎร เพื่อให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นที่นี่เป็น แหล่งท่องไฮไลต์มีทิวทัศน์ ธรรมชาติสวยงาม ของป่าสนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยพื้นที่โครงการหลวงวัดจันทร์ ที่คุ้นเคยของนัก ท่องเที่ยวคือ ที่องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อปป) และอีกหนึ่งจุดคือ ที่ตั้งของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงวัดจันทร์ จะตั้งอยู่คนละพื้นที่ แต่ทั้งสองแห่งอยู่ในพื้นที่ดูแลของ โครงการหลวงเช่นกัน


อำเภอกัลยาณิวัฒนา แต่เดิมเป็นกลุ่มตำบลใน อำเภอแม่แจ่ม ก่อนจะแยกตัวมาตั้งเป็น “อำเภอวัดจันทร์เฉลิมพระเกียรติ” ใน ปี พ.ศ. 2551 และเปลี่ยนชื่อเป็น “อำเภอกัลยาณิวัฒนา”

โดยอำเภอกัลยาณิวัฒนา แต่เดิมเป็นกลุ่มตำบลใน อำเภอแม่แจ่ม ก่อนจะแยกตัวมาตั้งเป็น “อำเภอวัดจันทร์เฉลิมพระเกียรติ” ใน ปี พ.ศ. 2551 และเปลี่ยนชื่อเป็น “อำเภอกัลยาณิวัฒนา” ตามนามพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ จากการขอพระราชทานโดยกระทรวงมหาดไทย 

ที่นี่มีป่าสนธรรมชาติอันกว้างใหญ่กว่าแสนไร่ ถือเป็นป่าสนผืนใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ป่าสนแห่งนี้คนทั่วไปรู้จักกันดีในนาม “ป่าสนวัดจันทร์” หรือ “ป่าสนบ้านวัดจันทร์”

จุดเด่นสำคัญของ อำเภอกัลยาณิวัฒนา คือ ที่นี่มีป่าสนธรรมชาติอันกว้างใหญ่กว่าแสนไร่ ถือเป็นป่าสนผืนใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ป่าสนแห่งนี้คนทั่วไปรู้จักกันดีในนาม “ป่าสนวัดจันทร์” หรือ “ป่าสนบ้านวัดจันทร์” ตามคำขวัญที่ว่า "กัลยาณิวัฒนา ดินแดนในฝัน ป่าสนพันปี ประเพณี วัฒนธรรม บริสุทธิ์ ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ สมามัคคี สมานฉันท์" 


ประชาชนในอำเภอกัลยาณิวัฒนา ประกอบด้วยชุมชนชาวเขาหลายเผ่า เช่น กะเหรี่ยง ม้ง ลีซอ เป็นต้น ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำไร่ ทำนา ทำสวน และการทอผ้าเป็นอาชีพเสริม


ประชาชนในอำเภอกัลยาณิวัฒนา ประกอบด้วยชุมชนชาวเขาหลายเผ่า เช่น กะเหรี่ยง ม้ง ลีซอ เป็นต้น ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำไร่ ทำนา ทำสวน และการทอผ้าเป็นอาชีพเสริม บริเวณนี้เพิ่งรับอิทธิพลจากศาสนาพุทธเมื่อราว 300 ปีก่อน จากการสำรวจพบว่าชาวกะเหรี่ยงนับถือศาสนาพุทธร้อยละ 54.1 ศาสนาคริสต์ร้อยละ 39 และศาสนาพื้นเมืองร้อยละ 6.9 ส่วนชาวม้งและชาวลีซอส่วนใหญ่นับถือศาสนาพื้นเมืองดั้งเดิมร้อยละ 82.9 และร้อยละ 97.6 ตามลำดับ



เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2522 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จพระดำเนินโดยเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งจากพระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ ไปทรงเยี่ยมราษฎร์ ณ บ้านจันทร์ อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ทรงทอดพระเนตรร่วมมือสร้างถนนระหว่างบ้านดงสามหมื่น บ้านจันทร์ ระยะทาง 18. กม.เพื่อให้เป็นเส้นทางคมนาคม สำหรับติดต่อกับชุมชนอื่นๆที่เจริญกว่า แล้วเสด็จพระราชดำเนินไปยังอาศรมธรรมจาริก ช่วยเหลือประชาชนบ้านจันทร์ ธนาคารข้าวในพระบรมราชินูปถัมภ์ ทรงพระดำเนินผ่านป่าสนระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร ไปทอดพระเนตรฝายทดน้ำตามพระราชดำริ เป็นลักษณ์ฝายคอกหมูหินทิ้ง โดยใช้แรงงานช้างปิดกั้นห้วยแม่แจ่ม ได้พระราชทานพระดำริกับอธิบดีกรมป่าไม้ ให้ร่วมมือกันจัดส่งเจ้าหน้าที่มาสาธิตวิธีการเจาะเก็บยางสน ตามหลักวิชาการเพื่อให้ต้นสนได้รับอันตรายน้อยที่สุด เนื่องจากราษฎรใช้ไฟสุมที่โคนต้น ซึ่งเป็นอันตรายต่อต้นสนอย่างมาก เสด็จแล้วประทับเสวยพระกระยาหารกลางวัน ณบริวเวณฝาย สมควรแก่เวลาแล้ว จึงทรงพระราชดำเนินกลับ  

(เครดิตข้อมูลดีจาก : https://www.porpeang.org/content/6215/ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงวัดจันทร์-จังหวัดเชียงใหม่)


เอาเป็นว่า เพื่อไม่ให้เสียเวลา เดี๊ยนขอมารีวิวเที่ยวไปตามภาพด้วย บันทึกเดินทางสั้นๆ เที่ยวป่าสนวัดจันทร์กันเลยจ้า 


----วันที่ 1 Day 1-----


เริ่มต้นทริปนี้ เดินสะพายกระเป๋าเป้ออกจากที่พักแถวประตูท่าแพ

เริ่มต้นการเดินทางทริปนี้ เช็คเอาท์ออกจากโรงแรมย่านประตูท่าแพ เพื่อเดินเท้าไปสถานีขนส่งช้างเผือก  ระหวางทางก็แวะถ่ายรูปที่ประตูท่าแพเป็นที่ระลึกสักหน่อย  เป็นย่านจุดเช็คอินถ่ายรูปภาพที่มีชื่อเสียงที่สุดในตัวเมืองเชียงใหม่ 

อากาศหนาวๆยามเช้าในเมืองเชียงใหม่ ช่วงต้นปี 

บรรยากาศช่วงเช้าตรู่ในตัวเมืองเชียงใหมเช้านี้  อากาศเย็นดีมากๆ ไม่ค่อยมีรถราเยอะเท่าใดนัก แต่ถ้าสายไปสักหน่อย ก็ติดหนึบเหมือนกันค่ะ

เดินมาที่สถานีขนส่งผู้โดยสารช้างเผือก 


เดินสะพายกระเป๋าเป้จากโรงแรมย่านประตูท่าแพ มาถึงสถานีขนส่งช้างเผือก ระยะทางไม่ได้ไกลมากนักค่ะ ถือว่ามาเดินออกกำลังกายค่ะ 


โดยคิวรถสองแถวสีเหลืองไปป่าสนวัดจันทร์ มีตารางเวลาเดินแค่ 2 เที่ยวต่อวันเท่านั้นนะคะ 

พอมาถึงเราก็ขึ้นรถสองแถวสีเหลืองเพื่อเดินทางไปโฮมสเตย์ชาวเขาที่พักบ้านแม่แดดน้อย อำเภอกัลยาณิวัฒนา


โดยคิวรถสองแถวสีเหลืองไปป่าสนวัดจันทร์ มีตารางเวลาเดินแค่ 2 เที่ยวต่อวันเท่านั้นนะคะ 

จากเชียงใหม่ ไป อำเภอกัลยาณิวัฒนา  ค่าโดยสาร 160 บาท 
รอบเวลา 9.00-13.00 น. (รอบที่1)  
เวลา 11.00-15.00 น.  (รอบที่2)

จากอำเภอกัลยาณิวัฒนา  ไป เชียงใหม่ 
เวลา 7.30-11.30 น. (รอบที่1)  
เวลา 8.30-12.30 น.(รอบที่2)

สำหรับเพื่อนๆคนใหนที่วางแผนจะไปเที่ยวป่าสนก็วางแผนไว้เนิ่นๆนะคะ ซึงวันที่เดี๊ยนไปเที่ยว เป็นช่วงปีใหม่พอดี นักท่องเทียวเลยเยอะ มีการเพิ่มรถเสริมมาให้บริการนักท่องเที่ยวด้วย



ส่วนเดี๊ยนได้นั่งรถคิวรอบ 11 โมงค่ะ วันไปก็คนเต็มคันรถเลยค่ะ จำได้ว่าคนขับต้องเอาม้านั่งมาเสริมตรงกลางเพื่อเพิ่มให้คนนั่งเพิ่มด้วย ทำให้ขยับขาไม่ค่อยได้เลย และเส้นทางขึ้นเขาก็โค้งเยอะทีเดียว 

นั่งรถออกจากตัวเมืองเชียงใหม่ ผ่านอำเภอแม่ริม เข้าถนนทางหลวงหมายเลข 1096 มาประมาณ 48 กิโลเมตร รถก็หยุดจอดให้เข้าห้องน้ำที่ตลาดสดเทศบาลสะเมิงใต้  ถือว่าได้เดินทางยึดเส้นยึดสาย



หิวอยู่พอดี ออกไปเดินหาซื้ออะไรกินที่ตลาดเทศบาลตำบลสะเมิงใต้ก่อนเลยค่ะ

 
ถ้าใครที่อยากซื้อของกินอะไรพกไปทาน ก็ซื้อจากที่นี่เลยนะคะ เพราะบนดอย ไม่มีร้านสะดวกซื้อนะคะ   และที่สำคัญเลย ใครที่นั่งรถมาแล้ว มีอาการเวียนศรีษะ แนะนำพกยาแก้เมารถไปด้วย จะดีที่สุด


มีขนม นมเนย อาหารคาว อาหารหวาน ซื้อไปทานเป็นมื้อเย็นได้ค่ะ 



นั่งรถออกจากตัวอำเภอสะเมิงมา เส้นทางขึ้นเขาลาดชันแบบสุดๆ เจอโค้งหักซอยหลายร้อย หลายพันโค้งน่าจะได้ค่ะ อีกทั้งอากาศก็หนาวเย็นมากๆด้วย 



แต่ระหว่างทางที่มีผู้โดยสารลงจากรถ ก็ได้เห็นไร่สตอเบอรี่อันแสนสวยงาม ปลูกเรียงอยู่บนเชิงเนินเขาเป็นขั้นบันได ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ปลูกสตอเบอรี่ที่มีชื่อเสียงของจังหวัดเชียงใหมเลยล่ะค่ะ 


นั่งรถมาตั้งนาน แบบเมื่อยมากๆ ในทีสุดก็ถึงโฮมสเตยที่พักบ้านแม่แดดน้อยแล้วล่ะค่ะ ชื่อโฮมสเตย์ว่า เดอวา เจ้าของโฮมสเตย์ชื่อพี่น้อย ซึ่งเป็นเจ้าของโฮมสเตย์ของที่พักแห่งนี้  ที่พักแบบเรียบง่าย เป็นกันเองดีค่ะ



โดยโฮมสเตย์พี่น้อยก็อยู่ใกล้ๆกับ Ker Lee Grow - เกอลีโกล คาเฟ่และที่พักมีชื่อเสียงที่สุดอีกแห่งของบ้านแม่แดดน้อยอีกด้วยค่ะ




โดยราคาที่พักตกคนละ 450 บาทต่อคน รวมอาหารเช้า ถือว่าโอเคนะคะ ไม่แพงเกินไป เหมาะสมกับราคา ภายในห้องนอน มีหมอน ผ้าห่ม มุ้งให้ 


ห้องน้ำเป็นห้องน้ำรวม  ไม่มีเครื่องทำน้ำอุ่นให้ แต่ทางเจ้าของทีพักก็มีกระติกน้ำร้อนให้นำมาต้มน้ำอาบได้ค่ะ 

ลักษณะโฮมสเตย์เป็นแบบบ้านๆ ไม่ได้มีสิ่งอำนวยความสะดวกอะไรมากนัก เรียบง่ายดีค่ะ 

แต่ที่ชอบก็คงเป็นบรรยากาศและวิวทิวทัศน์ของภูเขาที่สวยงาม แวดล้อมไปด้วยป่าไม้เขียวชอุ่ม และอากาศที่เย็นมากๆ 

พอตกตอนเย็นๆ อากาศก็ยิ่งหนาวค่ะ ทางที่พักก็มีมุมระเบียง จุดแคมป์ปิ้งให้ผิงไฟ แก้หนาวอีกด้วย 

หลังจากเอากระเป๋าไว้ทีห้องพักแล้ว ใกล้ๆกับที่พักก็มีร้านคาเฟ่ชื่ือดัง Ker Lee Grow - เกอลีโกล ให้ไปจิบชา กาแฟร้อนๆให้ลิ้มลองทานกันด้วย 

ซึ่งตอนที่มาร้านกำลังจะปิดพอดีค่ะ เดี๊ยนเลยสั่งโก้ๆร้อนมาดื่มและถ่ายรูปชิลๆไปเรื่อยๆ


หมู่บ้านแม่แดดน้อย 

เดินชมวิวหมู่บ้านแมแดดน้อย โดยบ้านแม่แดดน้อย ถือเป็นอีกหนึ่งหมู่บ้านชาวเขาชาวเขาเผ่าปกากะญอ ที่มีโฮมสเตย์และที่พักให้บริการอยู่หลายแห่ง เนื่องจากตั้งอยู่บนดอย มีทัศนียภาพสวยงาม อากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวจะได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากมาพักค้างแรมที่นี้  


บนเนินเขามีดงดอกหญ้าให้ถ่ายรูปกันด้วย 

ช่วงพลบค่ำยามเย็นที่บ้านแม่แดดน้อยๆ  อากาศหนาวเย็นมากๆ เลยล่ะค่ะ 



เดินกลับมายังที่พักเพื่อรอทานอาหารมื้อเย็นค่ะ


ยามหัวค่ำที่โฮมสเตย์ของพี่น้อย ก็ชวนให้มาผิงไฟแก้หนาวกัน

โดยวันที่เดี๊ยนเข้าไปพัก ก็มีการทำข้าวหลามเลี้ยงแขกที่เข้ามาพักด้วย 


โดยข้าวหลามที่นี่ เป็นข้าวของชาวบ้านที่ปลูกไว้กินเองบนนาขั้นบันได นำข้าวมาใส่กระบอกไม้ไผ่ แล้วไปเผากับไฟให้สุก 

ไม่ได้เหมือนข้าวหลามที่อื่นๆ เพราะว่า ไม่ได้ใส่กะทิ จะใส่แต่ข้าวเหนียวกับน้ำเท่านั้น


ข้าวหลามของชาวเขาเผ่าปกากะญอนั้น พี่น้อยซึ่งเป็นเจ้าของที่พัก บอกว่า ไม่ได้เหมือนข้าวหลามที่อื่นๆ เพราะว่า ไม่ได้ใส่กะทิ จะใส่แต่ข้าวเหนียวกับน้ำเท่านั้น แต่ความอร่อยของมัน คือความนุ่มของข้าว เพราะเป็นข้าวใหม่ ทำให้ข้าวไม่แข็ง สุกกำลังดี มีรสเค็มๆนิดหน่อย อร่อยทีเดียวค่ะ


ส่วนอาหารมื้อเย็น ก็สั่งเป็นกะเพราหมูกับไข่ดาวมาทาน ทานแบบง่ายๆ อิ่มมากๆ


เนื่องจากที่พักไม่มีเครื่องทำน้ำอุ่นให้ ทางเจ้าของที่พักเลยนำกระติกมาให้ต้มน้ำร้อนอาบเองค่ะ โดยเป็นกระติกสำหรับต้มน้ำอาบโดยเฉพาะเลยนะคะ เป็นวิธีที่จะอาบน้ำได้แบบสบายๆแบบไม่ต้องกลัวความหนาวค่ะ  



โดยโฮมสเตย์ก็ยังมีห้องน้ำอีก 2 ห้องด้านล่างค่ะ  อาบน้ำเสร็จก็เข้านอน หมดไป 1 วัน กับการเดินทางตลอดทั้งวันจ้า



----------------------------------------------------------------------------------------------------

---วันที่ 2  (Day 2)----



วันนี้ เดี๊ยนตื่นแต่เช้าตรู่เลยค่ะ เพื่อตื่นมารอชมทะเลหมอกยามเช้า แต่เสียดายหมอกน้อยไปน้อย แต่ความหนาวนั้นไม่น้อย เพราะอากาศเย็นมาก 


มุมถ่ายรูปตรงทางเดินห้องพัก ผนังกั่นห้องเป็นไม้ไผ่สาน ให้บรรยากาศแบบบ้านพักโฮมสเตย์บนดอย 


นั่งชมวิวรับอากาศหนาวๆ ยามเช้า 


หากอยากจะแก้หนาวๆ ก็มาเดินรับแสงแดด ริมถนนหลวงค่ะ ถ่ายรูปคู่ป้ายกิโล จากบ้านแม่แดดน้อยไปสะเมิง 61 กิโลเมตร แต่ถ้าไปเชียงใหม่ 110 กิโลเมตรเลยล่ะค่ะ 


เพราะมีแมวเหมียว หน้าดุ แต่ขี้อ้อนสุดๆ มาค่อยคลอเคลีย นัวเนียแขกที่มาพักด้วย โดยเจ้าแมวเหมียวตัวนี้ชื่อว่า เจ้าลูกชิ้น


มาพักที่นี่ก็ไม่ต้องกลัวเหงาเลยค่ะ เพราะมีแมวเหมียว หน้าดุ แต่ขี้อ้อนสุดๆ มาค่อยคลอเคลีย นัวเนียแขกที่มาพักด้วย โดยเจ้าแมวเหมียวตัวนี้ชื่อว่า เจ้าลูกชิ้น หากใครไปพัก เจอเจ้าลูกชิ้น ต้องระวัง เพราะนางจะมาเคาะประตู เพื่อขอไปนอนกับผ้าห่ออุ่นๆด้วย 



ระหว่างที่่เรานั่งรอทานอาหารมื้อเช้า  น้องแมวก็ขอมานอนรอทานด้วย เผื่อว่าแขกที่มาพักจะแบ่งให้ทานด้วย 



อาหารเช้ามื้อนี้ มีต้มจืดหมูกับหมูทอดทานกับข้าวสวย รสชาติอร่อยๆทีเดียวค่ะ ทานมื้อเช้าเติมพลังไว้ เพราะทริปวันนี้ เที่ยวทั้งวันจ้า



หลังจากทานอาหารมื้อเช้าเสร็จ ก็ติดต่อเช่ารถมอเตอรไซต์ของที่พัก เพื่อขับไปเที่ยวป่าสนวัดจันทร์ ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางของทริปนี้ค่ะ


โดยค่าเช่ารถมอเตอร์ไซต์ ทางเจ้าของที่พักไม่ได้คิดค่าเช่านะคะ คือแบบใจดีมากๆ ขอแค่เติมน้ำมันให้เต็มถังก็พอ แต่เดี๊ยนเองก็เกรงใจ เลยจ่ายค่าเช่าหรือว่าค่าบริการเพิ่มไปอีก 200 บาทไปให้ ถือว่าเป็นค่าเช่ารถต่อวันค่ะ ส่วนน้ำมันรถ เติมเต็มถัง ราคา 120 บาทค่ะ 



จากนั้นก็ขับรถตะลุยไปยังอำเภอกัลยาณิวัฒนากัน โดยระหว่างทางก็จะเห็บเห็นไร่สตอเบอรี่ ที่ปลูกอยู่บนดอย ก็เลยแวะไปถ่ายรูปสักหน่อย  สตอเบอรี่ในไร่ที่เดี๊ยนขับรถผ่าน ก็ยังไม่ได้ออกผลดกมากนัก แต่ก็พอมีผลออกให้เห็นบ้างประปรายค่ะ 


สำหรับระยะทางจากบ้านแม่แดดน้อยไปยังป่าสนวัดจันทร์ ประมาณ 35 กิโลเมตร ระยะทางถือว่าไม่ไกลมากนัก แต่พอขับบนภูเขาแล้ว ถือว่าไกลทีเดียว  แถมช่วงขับรถมอเตอร์ไซต์ฝ่าลม ก็หนาวเย็นมากๆเช่นกัน ใบหน้าเดี๊ยนชาไปหมดเลยค่ะ 



เนื่องจากเส้นทางค่อนข้าง คดเคี้ยวและมีโค้งเยอะ  ถ้าขับรถมาเหนื่อยๆ ก็แวะพักผ่อนริมทาง ตรงบริเวณที่มีให้จุดจอดได้นะคะ  


เส้นทางถนนบางช่วงเป็นทางลาดชัน ขึ้นลงเนินเขา ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ 


ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวโดดเด่นและน่าสนใจในอำเภอกัลยาณิวัฒนา ที่เราได้ขับรถแวะเดินทางไปเที่ยวมา มีดังนี้ค่ะ 


1. ก่อนจะเข้าสู่หมู่บ้านจันทร์ เมื่อเจอป้ายหมู่บ้านก็ แวะไปเที่ยวชม พระธาตุโฆ่ว์โพหลู่ แวะสักการะพระธาตุเพื่อความเป็นสิริมงคลก่อน 

1.แวะไปเที่ยวชม พระธาตุโฆ่ว์โพหลู่ แวะสักการะไหว้พระธาตุเพื่อความเป็นสิริมงคล


1.แวะไปเที่ยวชม พระธาตุโฆ่ว์โพหลู่ แวะสักการะไหว้พระธาตุเพื่อความเป็นสิริมงคล


1.แวะไปเที่ยวชม พระธาตุโฆ่ว์โพหลู่ แวะสักการะไหว้พระธาตุเพื่อความเป็นสิริมงคล


1. ก่อนจะเข้าสู่หมู่บ้านจันทร์ เมื่อเจอป้ายหมู่บ้านก็ แวะไปเที่ยวชม พระธาตุโฆ่ว์โพหลู่ แวะสักการะไหว้พระธาตุเพื่อความเป็นสิริมงคล

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ  พระธาตุโคว่โพหลู่ 

โดยพระธาตุ โคว่โพหลู่” หรือที่แปลว่า“ดอยเจดีย์น้อย”ในความหมายของชาวปกาเกอะญอ พระธาตุโฆ่ว์โพหลู่ หรือ พระธาตุจอมแจ้ง เป็นเจดีย์สีขาวองค์เล็ก ตั้งอยู่บริเวณริมเนินเขา ซึ่งชาวบ้านเล่าว่า เดิมเป็นองค์เจดีย์สีทอง แต่ได้ผุกร่อนลอกหลุดไปตามกาลเวลา โดย บริเวณพระธาตุจะมีกุฏิพระสงฆ์ มีศาลาเล็ก ๆ สำหรับปฏิบัติธรรม และให้นักท่องเที่ยวเข้าไปสักการะและไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคล (เครดิต : http://m-culture.in.th/album/196139/)


จุดชมวิวจากบริเวณพระธาตุโฆ่ว์โพหลู่ ก็สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของบ้านจันทร์ได้อย่างสวยงาม 

จุดที่น่าสนใจ คือ บริเวณริมเนินเขาด้านหลังองค์พระธาตุ ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่ดีที่สุดของอำเภอวัดจันทร์ ซึ่งเมื่อมองลงไปจากตรงนี้ จะเห็นทุ่งนา ป่าสน ชุมชนและบ้านเรือนโดยรอบได้อย่างชัดเจน

และในฤดูหนาว บริเวณนี้จะเป็นจุดชมวิวทะเลหมอกที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของอำเภอกัลยาณิวัฒนาอีกด้วย



จุดที่น่าสนใจ คือ บริเวณริมเนินเขาด้านหลังองค์พระธาตุ ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่ดีที่สุดของอำเภอวัดจันทร์ ซึ่งเมื่อมองลงไปจากตรงนี้ จะเห็นทุ่งนา ป่าสน ชุมชนและบ้านเรือนโดยรอบได้อย่างชัดเจน และในฤดูหนาว บริเวณนี้จะเป็นจุดชมวิวทะเลหมอกที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของอำเภอกัลยาณิวัฒนาอีกด้วย เรียกว่าหากใครมาเที่ยวก็ไม่ควรพลาดแวะมาชมกันเลยทีเดียว 

2. แวะไปเที่ยวที่ วัดจันทร์ หนึ่งในวัดเก่าแก่มีอายุกว่า 300 ปี 

2. แวะไปเที่ยวที่ วัดจันทร์ ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านจันทร์ อำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ความโดดเด่น คือ วิหารแว่นตาดำ ลักษณะคล้ายคนสวมแว่นตา

2. แวะไปเที่ยวที่ วัดจันทร์ หนึ่งในวัดเก่าแก่มีอายุกว่า 300 ปี ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านจันทร์ อำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ความโดดเด่น คือ วิหารแว่นตาดำ ลักษณะคล้ายคนสวมแว่นตา

2. แวะไปเที่ยวที่ วัดจันทร์ ไหว้พระที่อุโบสถ 

2. แวะไปเที่ยวที่ วัดจันทร์ หนึ่งในวัดเก่าแก่มีอายุกว่า 300 ปี  เจดีย์ภายที่ประดิษฐานด้านหลังวิหารแว่นตาดำ

2. แวะไปเที่ยวที่ วัดจันทร์  พระประทานในอุโบสถ 



2. แวะไปเที่ยวที่ วัดจันทร์ หนึ่งในวัดเก่าแก่มีอายุกว่า 300 ปี ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านจันทร์ อำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ความโดดเด่น คือ วิหารแว่นตาดำ ลักษณะคล้ายคนสวมแว่นตา โดยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินมายังวัดจันทร์ เมื่อครั้งยังเป็นอาศรม พระธรรมจาริกบ้านจันทร์ ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2522

ลักษณะเด่นของวิหารแว่นตา วิหารที่มีลักษณะเหมือนสวมแว่นตาดำอยู่หน้าวิหาร สร้างมาประมาณ 80 ปีโดยช่างชาวกะเหรี่ยงหรือชาวปกาเกอญอ โดยเหตุผลเพราะ วิหารหันหน้าไปทางทิศตะวันออก พื้นวิหารเทพื้นปูน ฝาวิหารด้านข้างฉาบปูน ส่วนประตูด้านหน้าวิหารรวมทั้งจั่ววิหารด้านหน้าส่วนหนึ่งได้ทำด้วยแผ่นไม้สักปิดบังแสงแดดไว้หมด ขณะนั้นช่างเห็นว่าหากปิดด้านหน้าวิหารหมดจะไม่มีแสงแดดให้แสงสว่างในวิหารได้ จึงมีเจตนาว่าจะเปิดด้านหน้าวิหารบริเวณจั่ววิหารให้แสงแดดเข้ามาข้างในวิหารได้บ้าง จึงเจาะแผ่นไม้บางส่วนของจั่วออกเพื่อจะได้รับแสง โดยช่างตั้งใจจะทำให้เหมือนดวงตา แต่พอทำเสร็จมีลักษณะคล้ายแว่นตาจึงปล่อยให้เป็นไปอย่างนั้น ก่อนนั้นไม่ได้นำกระจกมาสวมใส่แต่อย่างใด แต่เป็นห่วงทรัพย์สินในวิหารที่มีพระประธานเป็นพระสิงห์ 3 อายุกว่า 300 ปี และพระพุทธรูปองค์อื่นๆ อีกจำนวนมาก กลัวว่าจะสูญหาย ต่อมาจึงนำกระจกกรองแสงสีดำมาติดอีกครั้งหนึ่ง จึงเป็นวิหารสวมแว่นตา


3.แวะเที่ยวชม โครงการหลวงป่าสนวัดจันทร์ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวมีชื่อเสียงของอำเภอกัลยาณิวัฒนา ที่ใครมาก็ไม่พลาดไปเช็คอินถ่ายรูปกันสักครั้ง

3.แวะเที่ยวชม โครงการหลวงป่าสนวัดจันทร์ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวมีชื่อเสียงของอำเภอกัลยาณิวัฒนา ที่ใครมาก็ไม่พลาดไปเช็คอินถ่ายรูปกันสักครั้ง

3.แวะเที่ยวชม โครงการหลวงป่าสนวัดจันทร์  เดินชมอ่างเก็บน้ำ ที่เที่ยวถ่ายรูปชื่อดัง แวดล้อมไปด้วยป่าสนธรรมชาติอันกว้างใหญ่ 

3.แวะเที่ยวชม โครงการหลวงป่าสนวัดจันทร์  เดินชมอ่างเก็บน้ำ มุมถ่ายรูปยอดฮิต ที่เหล่าสายเที่ยวชิคๆแวะมาเช็คอินกัน 

3.แวะเที่ยวชม โครงการหลวงป่าสนวัดจันทร์  เดินชมอ่างเก็บน้ำ มุมถ่ายรูปยอดฮิต ที่เหล่าสายเที่ยวชิคๆแวะมาเช็คอินกัน 



3.แวะเที่ยวชม โครงการหลวงป่าสนวัดจันทร์ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวมีชื่อเสียง และเป็นจุดเช็คอินที่นักท่องเที่ยวไม่พลาดมาเที่ยวชมกันสักครั้ง 

เมื่อปี พ.ศ.2522 พระองค์ทรงทราบถึง ความยากลำบากของชาวเขาในพื้นที่ จึงมีพระราชดำริให้มีการพัฒนาบ้านวัดจันทร์และหมู่บ้านใกล้เคียงเพื่อก่อตั้ง “ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงวัดจันทร์” ขึ้น เพื่อช่วยให้สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ให้ราษฎร เพื่อให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นที่นี่เป็น แหล่งท่องไฮไลต์มีทิวทัศน์ ธรรมชาติสวยงาม ของป่าสนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย



เมื่อปี พ.ศ.2522 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยียนราษฎรชาวเขาในเขตหมู่บ้านวัดจันทร์ ทรงทราบถึงความทุกข์ยากของชาวเขาในพื้นที่ ตลอดจนเส้นทางคมนาคมก็ไม่เอื้ออำนวยต่อการดำรงชีวิต จึงมีพระราชดำริให้มีการพัฒนาบ้านวัดจันทร์และหมู่บ้านใกล้เคียง จัดตั้งศูนย์พัฒนาโครงการหลวงวัดจันทร์ขึ้นเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของราษฎรในพื้นที่ ส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรมปลูกพืชผักและผลไม้เมืองหนาว

จุดเด่นสำคัญของโครงการหลวงแห่งนี้คือมีป่าสนธรรมชาติอันกว้างใหญ่กว่าแสนไร่ ถือเป็นป่าสนผืนใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ป่าสนแห่งนี้คนทั่วไปรู้จักกันดีในนาม “ป่าสนวัดจันทร์” หรือ “ป่าสนบ้านวัดจันทร์”

จุดเด่นสำคัญของโครงการหลวงแห่งนี้คือมีป่าสนธรรมชาติอันกว้างใหญ่กว่าแสนไร่ ถือเป็นป่าสนผืนใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ป่าสนแห่งนี้คนทั่วไปรู้จักกันดีในนาม “ป่าสนวัดจันทร์” หรือ “ป่าสนบ้านวัดจันทร์”

จุดเด่นสำคัญของโครงการหลวงแห่งนี้คือมีป่าสนธรรมชาติอันกว้างใหญ่กว่าแสนไร่ ถือเป็นป่าสนผืนใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ป่าสนแห่งนี้คนทั่วไปรู้จักกันดีในนาม “ป่าสนวัดจันทร์” หรือ “ป่าสนบ้านวัดจันทร์”



โดยศูนย์พัฒนาโครงการหลวงวัดจันทร์' มีพื้นที่รับผิดชอบ 153,592 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ 19 หมู่บ้าน และพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน 2 หมู่บ้าน ประชากรในพื้นที่เป็นชาวเขาเผ่าปกาเกอญอ (กะเหรี่ยง) จำนวน 1,823 ครัวเรือน ลักษณะภูมิประเทศเป็นพื้นที่ป่าสนและป่าเต็งรังขนาดใหญ่ที่อุดมสมบูรณ์ อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 960 เมตร ถือเป็นอีกหนึ่งที่ตั้งอยู่บนเขา มีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี 


ลานกางเต็นท์บริเวณโครงการหลวงป่าสนวัดจันทร์ 


สำหรับเพื่อนๆคนใหน ที่เป็นสายแคมป์ปิ้ง ยังมีลานกางเต็นท์ให้บริการอีกด้วย โดยลานกางเต็นท์ที่นี่ก็กว้างขวาง มีห้องน้ำให้บริการอย่างสะดวกด้วย 

แวะมาเดินถ่ายรูปบริเวณที่ทำการป่าสนวัดจันทร์ 

แวะมาเดินถ่ายรูปบริเวณที่ทำการป่าสนวัดจันทร์ 

มีร้านคาเฟ่เล็กๆและร้านอาหารในโครงการให้บริการแก่นักท่องเที่ยวด้วย 


ภายในโครงการยังมีร้านคาเฟ่เล็กๆและร้านอาหารในโครงการให้บริการแก่นักท่องเที่ยวด้วย 

เติมพลังด้วยน้ำอะโวคาโดปั่น รสชาติหวานน้อย อร่อยดีค่ะ


ขับรถมาเหนื่อยๆ ก็เติมพลังด้วยน้ำอะโวคาโดปั่น รสชาติหวานน้อย อร่อยดีค่ะ

ยังมีบริการบ้านพักตากอากาศและห้องเช่าพักในราคาถูก ไม่แพงด้วย แต่ว่าหากใครที่จะมาพักที่นี่ แนะนำเลยว่า ต้องจองพักแต่เนิ่นๆนะคะ  เพราะว่าช่วงเทศกาลเต็มตลอด แต่ถ้ามาวันธรรมดา ก็ยังมีว่างค่ะ 

อาหารในโครงการหลวงแห่งนี้ ถือว่าราคาประหยัด ไม่แพงด้วยค่ะ แถมรสชาติอร่อยอีกต่างหาก คุ้มค่ามากๆ


สั่งอาหารมาทาน  โดยอาหารในโครงการหลวงแห่งนี้ ถือว่าราคาประหยัด ไม่แพงด้วยค่ะ แถมรสชาติอร่อยอีกต่างหาก คุ้มค่ามากๆ


ความโดดเด่นของโครงการหลวงแห่งนี้คือ ระยะทางที่ไกลจากตัวเมืองเชียงใหม่มากๆ ทำให้ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวมากันมากนัก หรือถ้าจะมาเที่ยวก็ต้องตั้งใจขับรถ หรือนั่งรถ 2 แถวตลอดทั้งวันมาเที่ยวจริงๆ 

ทานอาหารเสร็จก็เดินไปชมบรรยากาศรอบๆที่พักภายในโครงการหลวงวันจันทร์กันก่อนค่ะ ความโดดเด่นของโครงการหลวงแห่งนี้คือ ระยะทางที่ไกลจากตัวเมืองเชียงใหม่มากๆ ทำให้ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวมากันมากนัก หรือถ้าจะมาเที่ยวก็ต้องตั้งใจขับรถ หรือนั่งรถ 2 แถวตลอดทั้งวันมาเที่ยวจริงๆ เนื่องจากเส้นทางทีทรหด โค้งคดเคี้ยวนับร้อยๆโค้ง มีความลาดชันมากๆ แต่เมื่อมาถึงก็ถือว่าคุ้มค่าและสวยงามมากๆ 


บรรยากาศอันแสนร่มรื่นภายในป่าสนวัดจันทร์ ถูกจัดให้เป็นป่าสนที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทยด้วย


ภายในก็ร่มรื่นและเย็นสบายทีเดียว แถมไม่วุ่นวายอีกด้วย เหมาะกับการพักผ่อนหย่อนใจ หรือมาเดินเที่ยวถ่ายรูปมากๆ 



ขับรถมอเตอร์ไซต์กลับที่พัก และก่อนจะกลับบ้านแม่แดดน้อย เลยขับรถมอเตอร์ไซต์ไปชมจุดชมวิวเหยียบเมฆา


หลังจากได้เดินเที่ยวชมป่าสนวัดจันทร์แล้ว ก็ขับรถมอเตอร์ไซต์กลับที่พัก และก่อนจะกลับบ้านแม่แดดน้อย เลยขับรถมอเตอร์ไซต์ไปชมจุดชมวิวเหยียบเมฆา

4.แวะเที่ยวเช็คอินถ่ายรูปจุดชมวิวเหยียบเมฆา ซึ่งเป็นจุดชมวิวทิวทัศน์อันแสนสวยงาม และจุดกางเต็นท์ ที่ตั้งอยู่ริมถนนเส้นทาง หมายเลข 1349 ระหว่างอำเภอสะเมิง สู่ อำเภอกัลยาณิวัฒนา ก่อนถึงบ้านแม่แดดน้อย



4.แวะเที่ยวเช็คอินถ่ายรูปจุดชมวิวเหยียบเมฆา  จุดเช็คอินถ่ายรูปริมทางที่มีชื่อเสียงที่สุดอีกแห่งของเส้นทางเที่ยวป่าสนวัดจันทร์
4.แวะเที่ยวเช็คอินถ่ายรูปจุดชมวิวเหยียบเมฆา  จุดเช็คอินถ่ายรูปริมทางที่มีชื่อเสียงที่สุดอีกแห่งของเส้นทางเที่ยวป่าสนวัดจันทร์

4.แวะเที่ยวเช็คอินถ่ายรูปจุดชมวิวเหยียบเมฆา  จุดเช็คอินถ่ายรูปริมทางที่มีชื่อเสียงที่สุดอีกแห่งของเส้นทางเที่ยวป่าสนวัดจันทร์

4.แวะเที่ยวเช็คอินถ่ายรูปจุดชมวิวเหยียบเมฆา ที่ใครขับรถมาก็ต้องแวะมาพักและถ่ายรูปกันก่อนเดินทางต่อ



4.แวะเที่ยวเช็คอินถ่ายรูปจุดชมวิวเหยียบเมฆา ซึ่งเป็นจุดชมวิวทิวทัศน์อันแสนสวยงาม เหมาะสำหรับแวะพักระหว่างทาง และจุดกางเต็นท์ ที่ตั้งอยู่ริมถนนเส้นทาง หมายเลข 1349 ระหว่างอำเภอสะเมิง สู่ อำเภอกัลยาณิวัฒนา ก่อนถึงบ้านแม่แดดน้อย



 โดยตั้งอยู่ติดริมถนน มีร้านขายสตอเบอรี่ มีโฮมสเตย์ ที่พัก และจุดแคมป์ปิ้งกางเต็นท์ให้เลือกหลายแห่ง  
ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ มักแวะพักรถ โดยมาจิบชา กาแฟ และเครื่องดื่มร้อน และไปเดินถ่ายรูปที่ม่อนเหยียบเมฆาก่อนจะเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางที่อื่นต่อ 


ส้มเขียวหวาน ซึ่งปลูกบนดอยแห่งนี้ เปลือกส้มดูไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ แต่แกะชิมแล้ว รสหวานอร่อยทีเดียวเชียวล่ะค่ะ เลยจัดไป 1 กิโลกรัม 20 บาท 


ตรงร้านค้าริมทางก็มีร้านขายผลไม้ ขายส้มเขียวหวาน ซึ่งเป็นส้มที่ปลูกบริเวณนี้ ราคาไม่แพงด้วย กิโลละ 20 บาทเท่านั้น ถือว่าถูกมากๆ รสชาติหวานด้วย 

ส่วนสตอเบอรี่ ซึ่งเป็นผลไม้ที่ปลูกบนดอยนั้น ราคาแพงไปหน่อย กล่องล่ะ 200 บาทเลยทีเดียว ในช่วงเทศกาลที่มาเที่ยว สตอเบอรี่ขายดีมากๆ เหลือไม่กี่กล่องเองค่ะ 




เดินทางกลับที่พัก มาผิงไฟแก้หนาวช่วงหัวค่ำ และเข้านอนพักผ่อน หมดไปอีก 1 วัน 

------------------------------------------------------------------------------------------------

---วันที่ 3 Day3 วันสุดท้าย--


ตื่นเช้ากับการเดินทางท่องเที่ยววันสุดท้าย มาชมดอกไม้ริมทาง 


อรุณเบิกฟ้ากับการเดินทางวันสุดท้าย ตื่นเช้าเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋า ทานอาหารเช้าให้อิ่ม เน้นรับประทานอาหารที่ย่อยง่ายๆนะคะ เพราะต้องนั่งรถสองแถวสีเหลืองผ่านภูเขาเหล่าทางโค้งลาดชันนับพันๆโค้ง 
 
ออกมายืนตากแดด รอรถสองแควสีเหลืองซึ่งจะออกจากวัดจันทร์เวลา 7.30 น. ถึงบ้านแม่แดดน้อยประมาณ 9.30 ค่ะ 


ในที่สุดรถก็มาแล้วค่ะ หากเพื่อนๆคนใหนที่ไม่แน่ใจว่า รถจะมารับกี่โมง ก็ขอเบอร์โทรกับคนขับไว้ได้ค่ะ 
และบอกให้คนขับมาจอดรับ ณ จุดขึ้นรถ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ ที่มาพักบ้านแม่แดด หากพักไกล ก็จะมีรถมาส่งที่บริเวณร้านเคอลีโก ซึงเป็นร้านที่อยู่ติดริมทาง และเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว



ทริปนี้ร่ำลาเจ้าของโฮมสเตย์ที่พัก หวังว่าโอกาศหน้าจะได้มีโอกาศมาเที่ยวใหม่ จบทริปเที่ยวนอนพักโฮมสเตย์บ้านแม่แดด ขับรถไปเที่ยวป่าสนวัดจันทร์....เดินทางกลับเชียงใหม่โดยสวัสดิภาพ ขอบคุณผู้อ่านทุกๆคนที่เข้ามาชมกันค่ะ หวังว่าจะได้พบกันอีกครั้งในบทความถัดไปนะคะ 


สรุปค่าใช้จ่ายในการเที่ยวป่าสนวัดจันทร์ทริปนี้ ค่าเสียหายเท่าไหร่ 


ค่าโฮมสเตย์ที่พักคนละ 450 ต่อคืน/คน  X 2 คืน ตกคนละ 900 บาท 
ค่ารถสองแถวเหลืองเชียงใหม่-วัดจันทร์ คนละ 160บาท ไปกลับรวม  380 บาท 
ค่าเช่ามอเตอร์ไซต์ 200 บาท 
ค่าน้ำมันรถ 130 บาท 
ค่าอาหารมื้อเย็น 2 มื้อ 90 บาท 
ค่าอาหารกลางวันโครงการหลวง 175 บาท 
ค่าที่พักเมืองเชียงใหม่ 2 คืน คืนละ 350 บาท รวม 700 บาท 
ค่ารถไฟเดินทางไป-กลับเชียงใหม่ 631 x 2  รวม 1,262 บาท 

สรุปค่าเสียหายทั้งหมดไม่รวมของฝาก = 3,837 บาท 


--------------------------------------------------------------

บทความบล็อกอื่นๆ มีดังนี้ค่ะ


บันทึกเดินทาง สะพายเป้เที่ยวเมืองดานัง-เว้-ฮอยอัน มีที่เที่ยวเปิดใหม่อะไรบ้าง>>>

บันทึกเดินทางปลายปี2022 ลองสะพายเป้ไปเที่ยวดานัง-เว้-ฮอยอัน มีที่เที่ยวเปิดใหม่น่าสนใจ และอาหารแปลกถิ่นอะไรให้กินบ้าง ตามไปเที่ยวกันจ้า คลิ๊กดูรีวิวบันทึกภาพการเดินทางค่ะ>>>


แบกเป้เที่ยวเมืองฟองญา ชมเมืองป่าเขามรดกโลก เดินทางไปอย่างไร>>>

แบ่งปันทริปรีวิวเที่ยวฟองญาปี2565 ชมเมืองป่าเขามรดกโลก เดินทางไปอย่างไร มีที่เที่ยวอะไรน่าสนใจ ให้ไปเช็คอินถ่ายรูปสวยๆบ้าง ตามไปดูกันเลยจ้า คลิ๊กดูรีวิวบันทึกภาพการเดินทางค่ะ>>>


บันทึกไปตามภาพ ไม่พลาดไปเที่ยวอุตรดิตถ์ มีที่เที่ยวเปิดใหม่ที่ใหนบ้าง>>>

บันทึกเที่ยวไปตามภาพ ไม่พลาดรีวิวเที่ยวอุตรดิตถ์ เมืองรองต้องห้ามพลาด ทานลางสาดหวานเจี๊ยบ มีที่เที่ยวเปิดใหม่น่าสนใจที่ใหนบ้าง ตามไปดูกันเลยจ้า คลิ๊กดูรีวิวบันทึกภาพการเดินทางค่ะ>>


บันทึกเที่ยวช่วงหน้าฝน ล่องแพไม้ไผ่ที่เขาสก แวะชมน้ำตกสวย มีที่เที่ยวอะไรบ้าง>>

แบ่งปันทริปรีวิวเที่ยวล่องไม้ไผ่ที่เขาสก แวะชมน้ำตกสวยๆ รุ่มระรวยด้วยทะเลหมอกงดงาม ต้องตามไปชมกันสักครั้ง พร้อมสรุปค่าใช้จ่าย มาให้อ่านกันจ้ คลิ๊กดูรีวิวบันทึกภาพการเดินทางค่ะ>>>>


บันทีกเดินทาง นั่งรถไฟ-ปั่นจักรยานเที่ยวนครปฐม-นครชัยศรี-บางเลน ดูที่เที่ยว>>>

บันทีกเที่ยวไปตามภาพ : นั่งรถไฟ และปั่นจักรยานเที่ยวนครปฐม ชื่นชมนครชัยศรี-บางเลน นอนเอนกายสไตล์ไทยๆ มีที่เที่ยวอะไรบ้าง ตามไปดูกันค่ะ คลิ๊กดูรีวิวภาพบันทึกการเดินทางค่ะ>>>


แบ่งปันรีวิวไปเที่ยวเมืองมุกดาหาร ยลตระการเมืองพญานาคริมแม่น้ำโขง>>>

แบ่งปันรีวิวไปเที่ยวเมืองมุกดาหาร ยลตระการเมืองพญานาคริมแม่น้ำโขง เชื่อมโยงฝั่งไทยลาว มีที่เที่ยวเปิดใหม่ที่ใหนบ้าง ตามไปเที่ยวกันเลยจ้า คลิ๊กดูบทความรีวิวภาพสถานที่ท่องเที่ยวค่ะ>>>


เก็บตกงานแห่เทียนพรรษาจังหวัดอุบลล่าสุด แวะหยุดไปดูทางเดินกระจก Skywalk จุดชมวิวสวยๆ>>>

เก็บตกภาพบรรยากาศเที่ยวงานแห่เทียนพรรษาจังหวัดอุบลในปี 2565 แวะไปเดินลั๊ลลาชมสถานที่ท่องเที่ยวเปิดใหม่ทางเดินกระจก Skywalk ตามไปเที่ยวกันเลยจ้า คลิ๊กดูบทความรีวิวภาพที่เที่ยวค่ะ>>>


เปิดเมืองบินลัดฟ้า พารีวิวเที่ยวสิงคโปร์อีกครั้งในปี 2022 ดูที่เที่ยวเปิดใหม่>>>

แบ่งปันรีวิวทริปเที่ยวสิงคโปร์อีกครั้งในปี 2022 เปิดเมืองบินลัดฟ้าไปเช็คอิน ถ่ายรูปฟินๆกับที่เที่ยวเปิดใหม่ มีที่ใหนบ้าง ตามไปเที่ยวกันเลยจ้า คลิ๊กดูบทความรีวิวและการเดินทางค่ะ>>>


แบ่งปันรีวิวย้อนวันวานพาไปเที่ยวชมบ้านสมอเรียงในอดีต แสนหอมหวาน>>>

รีวิวพาไปย้อนวันวานเที่ยวบ้านสมอเรียง ชุมชนเก่าริมทะเล ทานหอยเสียบมะละกอเก๋ๆ อาหารพื้นบ้านที่ทานได้เฉพาะที่นี่เท่านั้น ตามไปเที่ยวชมกันดู คลิ๊กดูบทความรีวิวและการเดินทางค่ะ>>>


มาม๊ะ..มาย้อนวันวานเที่ยวชะอำอีกครั้งหลังโควิด-19 คลี่คลาย ไปเที่ยวใหนบ้าง>>

เก็บตก..มาม๊ะมารีวิวย้อนวันวานเที่ยวชะอำอีกครั้งหลังโควิด-19 มีที่เที่ยวแพรวพราวที่ใหน ให้แวะไปเช็คอินถ่ายภาพบ้าง ตามไปกันเลย คลิ๊กดูรีวิวที่เที่ยวและการเดินทางค่ะ>>>>


แบ่งปันรีวิวเที่ยวเมืองตราดอีกครั้งในปี 2565 ถ่ายรูปลั๊ลลาตามที่เที่ยวต่างๆ>>

เก็บตกรีวิวเที่ยวเมืองตราดอีกครั้งในปี 2565 มีที่เที่ยวเปิดใหม่ที่ใหนบ้างหนา ตามไปลั๊ลลาเช็คอินถ่ายรูปกันได้เลย คลิ๊กดูรีวิวที่เที่ยวและการเดินทางค่ะ>>>


รีวิวเที่ยวเกาะช้าง 3 วัน 2 คืน ไม่มีรถส่วนตัว นั่งรถทัวร์ไปกับหลานสาว>>>

แบ่งปันทริปเที่ยวเกาะช้างล่าสุดปี 2022 ไม่มีรถส่วนตัว นั่งรถทัวร์ ต่อสองแถวไปเที่ยวกับหลานสาว แวะไปเที่ยวที่ใหนบ้าง พร้อมสรุปค่าใช้จ่าย ตามไปกันเลยจ้า คลิ๊กดูรีวิวที่เที่ยวและการเดินทางค่ะ>>>


แบ่งปันรีวิวทริปเที่ยวลำพูน เมืองเล็กๆเก่าแก่โบราณ ต้องไปเช็กอินกัน>>>

เก็บตกทริปเที่ยวเมืองรอง เดินทอดน่องท่องเมืองลำพูน เมืองเล็กๆน่ารักเก่าแก่โบราณ มีสถานที่ให้แวะไปยลตระการหลายแห่ง มีที่ใหนบ้างนั้น ตามไปกันเลยค่ะ คลิ๊กดูรีวิวที่เที่ยวและการเดินทางค่ะ>>>


ทริปรีวิวเที่ยวลำปางในมุมมองใหม่ๆ ไหว้พระใหญ่สไตล์ญีุ่่น คลิ๊กดูรีวิวค่ะ>>

แบ่งปันรีวิวเที่ยวลำปางล่าสุดในมุมใหม่ๆ ไหว้พระใหญ่ไดบุตสึ งามระทึกเจดีย์บนดอยสูงเสียดฟ้า มีสถานที่ท่องเที่ยวถ่ายรูปเช็กอินที่ใหนบ้าง ตามไปชมกัน คลิ๊กดูรีวิวที่เที่ยวและการเดินทางค่ะ>>

แสดงความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น