ลุยอาเซียน รีวิวเที่ยวโฮจิมินห์ครึ่งวัน นั่งสุขสันต์ริมแม่น้ำไซ่ง่อน กินบั๋นแบ๋วรสออนซอน เหมือนแจ่วฮ้อนอร่อยเริ่ดเว่อร์

รีวิวเที่ยวเมืองโฮจิมินห์ครึ่งวัน นั่งสุขสันต์ริมแม่น้ำไซ่ง่อน กินบั๋นแบ๋วรสออนซอน เหมือนแจ๋วฮ้อนอร่อยเริ่ดเว่อร์
สวัสดีแอนด์สวีดั๊ดดัดเพื่อนๆพี่ๆน้องผองชาวไทยทุกๆท่าน ที่กำลังท่องโลกออนไลน์ สะหยายผมโป่ง นั่งงวงงง หาข้อมูลท่องเที่ยวทั่วไทย ไปไกลทั่วโลกกันอยู่ ณ ขณะนี้นะค่ะ (ดิฉัน)เดี๊ยนคุณนายเว่อร์ เทอร์ชอบเที่ยวกินนอน บล็อกเกอร์มือสมัครเล่นแนวๆกากๆ โกโรโกโส สับปะรังเค ขอมาเอ้ สรวญเสเฮฮา ลั๊นลา บ้าๆบอๆ ทักทายทุกท่านเข้าสู่เว็ปบล็อกแนะนำที่พัก รีวิวท่องเที่ยว เขียนไปเรื่อยเปื่อย มั่วซั่วๆบ้าบอๆกันอีกครั้งนะค่ะ ไม่รู้ว่าจะมีคนมาอ่านมาดู มาสอดมาส่องหรือเปล่านะค่ะ เคาะแป้นพิมพ์รีวิวฆ่าเวลาไปงั้นๆค่ะ เว็ปบล็อกจะได้ไม่ร้าง มีคนมาดู 1-2 คนก็เริ่ดสุดๆแล้วค๊า

สำหรับทริปรีวิวท่องเที่ยวประจำเดือนมกราคมนี้ เป็นรีวิวแรกที่ไปต่างประเทศ จริงๆแล้วตั้งใจจะเที่ยวในประเทศนะค่ะ แต่ด้วยเดือนมกราคมนี้ งานบริษัทที่ทำแน่นมากๆค่ะ ก็เลยไม่ได้ตะแล๊ดแต๊ดแต๋ตะลอนเที่ยวไปใหนเลย เดี๊ยนกะว่าจะลาพักร้อนยาวช่วงกุมพาพันธ์เลยทีเดียว

และในเดือนนี้เอง เดี๊ยนเองก็โดนบัญชาการจากหัวหน้าที่บริษัทให้ทำหน้าที่เป็นทูตสันทไมตรี ไปมอบของขวัญชิ้นดีๆให้ลูกค้าที่เมืองโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนามและไปดีลงานติดต่อลูกค้าด้วยค่ะ

โดยไปทั้งหมด 3 วัน จริงแล้วทริปนี้ไปทำงานนะค่ะ ไม่ได้กะจะไปเที่ยวอะไรเลย แต่ด้วยวันสุดท้ายก่อนจะกลับลูกค้าได้ Cancel ที่นัดกันไว้ก็เลยเหลือเวลาอีกครึ่งวันสุดท้าย เดี๊ยนเลยถือโอกาศอีกครึ่งวันสุดท้าย ออกมาเที่ยวเมืองโฮจิมินห์ดีกว่าค่ะ เพราะกว่าเครื่องบินจะกางบินออกจากเวียดนามกลับไทยก็ปาไป 4 ทุ่มเลยค่ะ  เดี๊ยนก็เลยถือโอกาสไปเที่ยวเดินถ่ายรูปในตัวเมืองดูสิว่าเมืองนี้มีอะไรน่าเที่ยวบ้าง บ้านเมืองเค้าอยู่กันยังไง กินอะไร เดินทางแบบใหน บลาๆๆ เดี๊ยนเลยขอมารีวิวให้ทุกๆท่านได้อ่านกัน หรือไม่ก็มาสไลด์ปรืดดูรูปแนวกากๆที่เดี๊ยนถ่ายมาให้ทุกๆท่านได้ดูกันค่ะ

สำหรับทริปรีวิวเที่ยวโฮจิมินห์ครึ่งวันสุดท้ายที่เดี๊ยนได้เดินทางไปเที่ยวมามีดังนี้ค่ะ
วันแรก ม.ค. 2560 ช่วงเช้าเดินทางจากไทยไป โฮจิมินห์ ช่วงบ่ายไปทำงาน
วันที่สอง ม.ค. 2560 ทำงานทั้งวันเลยค่ะ
วันที่สาม ม.ค. 2560 ทำงานตอนเช้า ตอนบ่ายไม่ได้ไปค่ะ ลูกค้า Cancel ที่นัดไว้ เดี๊ยนเลยถือโอกาสใช้เวลาที่เหลืออีกครึ่งวัน ออกมาตะแล๊ดแต๊ดเดินตะลอนเที่ยวเมืองนี้ดูค่ะ

วันแรกเดี๊ยนออกเดินทางจากดอนเมืองถึงสนามบินเซินเยินเติ๊ญ เมืองโฮจิมินห์ประมาณ 10 โมงได้กระมังค่ะ มาถึงสนามบินก็แลกเงินที่เคาเตอร์แลกเปลี่ยนเงินค่ะ ดีนะค่ะที่พกเงินดอลลาห์มาได้อัตราแลกเปลี่ยนดีกว่าค่ะ

ตอนแรกจะนั่งแท๊กซี่แหล่ะค่ะ แต่เห็นคนต่อคิวกันยาวมากๆค่ะ เดี๊ยนเลยเลือกนั่งรถโดยสาร Airport Bus ดีกว่าค่ะ โล่งเชียว นั่งรถโดยสารจากสนามบินไปลงที่ตลาดเบนถั่น ซึ่งเป็นย่านใจกลางเมืองโฮจิมินห์ค่ะ ถือเป็นเซนเตอร์พอยท์ของเมืองนี้ลยนะคะ เทียบในกรุงเทพก็เหมือนกับย่านสยามสแควร์อะไรประมาณนี้ค่ะ แต่ที่นี้ดูคึกมากๆค่ะ เป็นศูนย์กลางท่าเทียบรถ มีศูนย์การค้า ห้างร้าน เยอะเลยค่ะ 
นั่งรถโดยสารมาใช้ระยะเวลาพอสมควรก็ถึงแล้วตลาดเบนถั่น จากนั้นก็เปิด GPS ค่ะ เพื่อเดินทางไปยังที่พักซึ่งอยู่ใกล้ย่านฟามงูเลา (ชื่อน่ากลัวจัง สงสัยเป็นฟาร์มเลี้ยงงูกระมังค่ะ)

ตลาดเบนถั่น ซึ่งเป็นย่านใจกลางเมืองโฮจิมินห์ค่ะ ถือเป็นเซนเตอร์พอยท์ของเมืองนี้ลยนะคะ เทียบในกรุงเทพก็เหมือนกับย่านสยามสแควร์อะไรประมาณนี้ค่ะ แต่ที่นี้ดูคึกมากๆค่ะ เป็นศูนย์กลางท่าเทียบรถ มีศูนย์การค้า ห้างร้าน เยอะเลยค่ะ
เดี๊ยนเปิด GPS เดินวนหาที่พักอยู่นานเลยค่ะ ในที่สุดก็เจอ และรีบเช็คอินน์เข้าที่พัก ที่ได้จองและตัดบัตรเครดิตไปแล้วก่อนเดินทางมาค่ะ ที่พักเป็นโรงแรมแบบBusiness แต่ราคาประหยัด ถูกดีค่ะ คืนละ 750 บาท เลือกที่นี้เพราะอยู่ใกล้ออฟฟิศลูกค้าหลายแห่งด้วยค่ะ จะได้เดินทางสะดวก ไม่ต้องเรียกรถแท๊กซี่

การเดินทางในโฮจิมินห์ไม่รถแท๊กซี่ ก็รถโดยสาร หรือนั่งวินมอเตอร์ไซต์ค่ะ การเดินทางของคนที่นี้นิยมมากในการใช้  แอปพลิเคชั่น grap เรียกรถแท๊กซี่ และรถวินมอเตอร์ ซึ่งราคาถูกมากๆค่ะ  ตอนเดี๊ยนจะเดินทางไปหาลูกค้าที่อยู่นอกเมือง เดี๊ยนก็ให้ พนักงานต้อนรับเรียนแท๊กซี่ให้ค่ะ

การจราจรในเมืองโฮจิมินห์คับคังและวุ่นวายไม่แพ้ในกรุงเทพเลยค่ะ แต่เมืองนี้การโดยสารส่วนใหญ่ใช่มอเตอร์ไซต์ ทำให้ขับไปก็ไหลลื่นปื้ดปื้ด ไม่ติดแหงะเหมือนในกรุงเทพค่ะ  ถนนหนทางมองไปทางใหนก็มีแต่มอเตอร์ไซต์นี้ครองถนนเลยนะค่ะ  เวลาเดี๊ยนจะข้ามถนนที ไม่กล้าข้ามคนเดียวนะค่ะ  เพราะกลัวเหลือเกินค่ะ จะโดนรถมอเตอร์ไซต์สอยเอาไปกิน จะข้ามถนนทีก็เลยต้องเกาะไปตามเค้าค่ะ ปลอดภัยที่สุดค่ะ
 
นครโฮจิมินห์ หรือ โฮจิมินห์ซิตี  หรือชื่อเดิม ไซ่ง่อน (อังกฤษ: Saigon; เวียดนาม: Sài Gòn ส่ายก่อน) เป็นเมืองใหญ่ที่สุดของประเทศเวียดนาม ตั้งอยู่บริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง โฮจิมินห์เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของเวียดนาม จากประชากรร้อยละ 7.5 ของประเทศ แต่มีจีดีพีถึงร้อยละ 20.2 และการลงทุนจากต่างประเทศมากถึงร้อยละ 34.9 ของทั้งประเทศ

ไซ่ง่อนในอดีตเคยเป็นเมืองในการปกครองของเขมรมาก่อนเรียกว่า ไพรนคร ต่อมาเมื่อแยกเป็นประเทศเวียดนาม ไซ่ง่อนเป็นเมืองหลวงของเวียดนามใต้ เมื่อเวียดนามเหนือยึดได้จึงเปลี่ยนชื่อเป็น นครโฮจิมินห์ ตามชื่อผู้นำเวียดมินห์ คือ โฮจิมินห์
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก (https://th.wikipedia.org/wiki/นครโฮจิมินห์)

ก่อนไปทำงานช่วงบ่ายนี้ นัดลูกค้าไว้บ่าย 2 ยังมีเวลาค่ะ ใกล้ๆมีร้านขายก๋วยจั๊บญวนสูตรเวียดนามอยู่ ก็เลยลองแวะไปชิมดูสิ อร่อยใหม๊....หน้าตาก๋วยจั๊บเค้าคล้ายๆก๋วยเตี๋ยวนะค่ะ ไม่เหนียวข้นเหมือนก๋วยจั๊บแถวภาคอีสานบ้านเราค่ะ พอชิมแล้วก็อร่อยดีๆค่ะ ทานคู่กับผักเป็นเครื่องเคียง ผักเค้าก็ห๊อมหอมนะค่ะ ผักที่เป็นเส้นๆขดกันเป็นวงๆ ไม่รู้ผักอะไร ไปถามคนขาย คนขายก็พูดเป็นภาษาเวียดยาม ด๊องๆ แด๊งๆ บอกชื่อซ่ะยาวจนเดี๊ยนจำไม่ได้เลยค่ะ เอาเป็นว่าน่าจะเป็นผักสมุนไพรแล้วค่ะ แต่ชอบมากค่ะ ถึงแม้รสชาติยังไม่เปรี้ยงปร้างเท่าไหร่ สงสัยเค้ากินกันแบบนี้กระมังค่ะ จัดไปค่าเสียหายก๋วยจั๊บเวียดนามใต้มื้อนี้ 34000 ดอง ประมาณ 50 บาทค่ะ แพงกว่าก๋วยเตี๋ยวบ้านเรานะค่ะเนี่ยะ
ก่อนไปทำงานช่วงบ่ายนี้ นัดลูกค้าไว้บ่าย 2 ยังมีเวลาค่ะ ใกล้ๆมีร้านขายก๋วยจั๊บญวนสูตรเวียดนามอยู่ ก็เลยลองแวะไปชิมดูสิ อร่อยใหม๊....หน้าตาก๋วยจั๊บเค้าคล้ายๆก๋วยเตี๋ยวนะค่ะ ไม่เหนียวข้นเหมือนก๋วยจั๊บแถวภาคอีสานบ้านเราค่ะ พอชิมแล้วก็อร่อยดีๆค่ะ ทานคู่กับผักเป็นเครื่องเคียง ผักเค้าก็ห๊อมหอมนะค่ะ ผักที่เป็นเส้นๆขดกันเป็นวงๆ ไม่รู้ผักอะไร ไปถามคนขาย คนขายก็พูดเป็นภาษาเวียดยาม ด๊องๆ แด๊งๆ บอกชื่อซ่ะยาวจนเดี๊ยนจำไม่ได้เลยค่ะ เอาเป็นว่าน่าจะเป็นผักสมุนไพรแล้วค่ะ แต่ชอบมากค่ะ ถึงแม้รสชาติยังไม่เปรี้ยงปร้างเท่าไหร่ สงสัยเค้ากินกันแบบนี้กระมังค่ะ จัดไปค่าเสียหายก๋วยจั๊บเวียดนามใต้มื้อนี้ 34000 ดอง ประมาณ 50 บาทค่ะ แพงกว่าก๋วยเตี๋ยวบ้านเรานะค่ะเนี่ยะ
ตกเย็น..หลังเลิกงาน ได้ไปแจกของขวัญลูกค้าและดีลงานของบริษัทเสร็จแล้วนะค่ะ...เดี๊ยนก็เดินออกจากที่พักย่านฟามงูเลา (ย่านนี้เลี้ยงงูเยอะนะค่ะ ต้องระวัง แค่ชื่อก็ย่านก็เริ่ดแล้วค่ะ) เดินออกจากที่พักย่านฟามงูเลาไปหาอะไรทานตอนเย็นค่ะ แวะไปตลาดเบนถั่น ตลาดยอดนิยมที่ใครๆก็ต้องแวะมาค่ะ
ตลาดเบนถั่นเป็นตลาดที่อยู่ในย่านใจกลางเมืองเลยนะค่ะ เป็นร้านขายของฝากของที่ระลึกที่นักท่องเที่ยวนิยมมาซื้อกัน
หลังจากเลิกงานเสร็จแล้วนะค่ะ เดี๊ยนเลยขอมาแวะเดินย้ำตลาดแบนหทันค่ะ ในช่วงเย็นที่เมืองนี้ การจราจรขับคับและวุ่นวายมากๆค่ะ มอเตอร์ไซต์นี้ครองถนนเลยนะค่ะ เดี๊ยนจะข้ามถนนที ต้องรถข้ามกับคนอืนเค้าค่ะ เพราะกลัวเหลือเกินค่่ะ จะโดนรถมอเตอร์ไซต์สอยเอาไปกิน จะข้ามีก็เลยต้องเกาะไปตามเค้าค่ะ ปลอดภัยที่สุ้ดเลยค่ะ
อาหารเย็นมื้อนี้ อยากกินอาหารเวียดนามแบบเน้นผักๆค่ะ ตอนแรกกะว่าจะกินที่ตลาดเบนถั่นแต่เห็นร้านทยอยปิดกันไปแล้ว เดี๊ยนเลยแวะเดินมาที่ ห้างไซ่ง่อนเซนเตอร์ค่ะ แวะมาที่ฟู้ดช๊อปมีร้านอาหารเวียดนามให้เลือกทาน
แวะไปชิมอาหารที่ร้านนี้ดู เห็นลูกค้าเค้าน้อยๆนะค่ะ แต่หน้าตาอาหารที่โชว์ไว้หน้าร้าน หน้าทานมากๆค่ะ เลยแวะไปลิ้มลองดูสิ
หน้าตาอาหาร หน้าทานมากๆค่ะ เน้นผักจริงๆ
ถามพนักงงานในร้านพูดว่า บั๋นแบ๋ว แต่บั๋นแบ๋วที่เดี๊ยนเคยทานที่อุดร มุกดาหาร ไม่ใช่แบบนี้ หรือคนละบั๋นแบ๋วค่ เดี๊ยนละงงจริงๆ สงสัยจะคนละตำรา แต่รสชาติชิมแล้ว อร่อยหอมหวนระจวนจิต สุขนิมิตรเย็นระรื่นคลื่นลำไส้มากๆ อร่อยชนะเลิศเริ่ดสะแมนแตนเว่อร์ แต่ก็ไม่ได้เว่อร์ค่ะ ให้ผ่านเอาไป 5 ดาวพอ
สั่งไ ป 2 ชุดค่ะ ชุดแรกเป็นยำขนมจีนทานกับแหนมเนืองและบั๋นแบ๋ว อร่อยดีค่ะ แต่ไม่อร่อยเริ่ดมาก แต่ก็ไม่ถึงกับมากที่สุด มีน้ำอาจาดให้ราดทานแล้วคลุกแบบสลัด แต่จุดเด่นคือผักสดมากๆ กรุบกริบ กรุบกรอบ มีผักคล้ายวาซาบิด้วยนะค่ะ กินทีต้องชะงักเพราะฉุนขึ้นจมูกเชียวค่ะ
ถามพนักงงานในร้านพูดว่า บั๋นแบ๋ว แต่บั๋นแบ๋วที่เดี๊ยนเคยทานที่อุดร มุกดาหาร ไม่ใช่แบบนี้ หรือคนละบั๋นแบ๋วค่ เดี๊ยนละงงจริงๆ สงสัยจะคนละตำรา แต่รสชาติชิมแล้ว อร่อยหอมหวนระจวนจิต สุขนิมิตรเย็นระรื่นคลื่นลำไส้มากๆ อร่อยชนะเลิศเริ่ดสะแมนแตนเว่อร์ แต่ก็ไม่ได้เว่อร์ค่ะ ให้ผ่านเอาไป 5 ดาวพอ
 จัดมาอีกชุดค่ะ เป็นโรลสลัดม้วน เน้นผักจริงๆค่ะ อันนี้อร่อยดี น้ำจิ้มให้ผ่าน ร้าวรานถึงทรวงในมากๆค่ะ หยิบยัดเข้าปากแล้วอร่อยเริ่ดสุดๆ แต่ยังไม่เริ่ดที่สุดของคำว่ามาก ถ้าจะให้มากต้องเอามะนาวและพริกกะเหวี่ยงร้อยเม็ดทำน้ำอาจาด จะอร่อยมากๆและได้ที่สุดเริ่ดสะแมนแตนไปเลยคะ
หลังจากที่วันแรกและวันที่สองได้อุทิศกายถวายตนให้กับองค์กรไปมอบของขวัญและไปติดต่องานการค้าภาษาอังกฤษงูๆปลาไปแล้วนะค่ะ....วันที่สามก็โชคดีค่ะ เพราะลูกค้ายกเลิกนัด ก็เลยเอาเวลาที่เหลืออยู่มาเดินเที่ยวในเมืองนี้ดีกว่าค่ะ  เดี๊ยนเลยไปเช็คเอาท์และฝากกระเป๋าไว้ที่โรงแรมก่อน เดียวช่วงเย็นๆจะกลับมาเอาค่ะ
 
อาหารเที่ยงมื้อวันที่ 3 วันสุดท้ายนี้ เดี๊ยนเลือกทานก๋วยเตี๋ยวแบบเวียดนาม ชิมแล้วรสชาติไม่ค่อยอร่อยเลยค่ะ แต่ปอเปี๊ยะหอกุ้งและผักเค้าอร่อยมากๆค่ะ ส่วนก๋วยเตี๋ยวเดี๊ยนไม่ให้ผ่านเลยเป็นน้ำโจ่งๆใสๆเส้นอืดมากๆ ไม่ค่อยเหนียวเลย ก๋วยจั๊บน่าจะอร่อยกว่านะค่ะ

และครั้งแรกก็ไม่ได้วางแผนไว้นะค่ะ ว่าจะไปที่ใหนบ้าง ค้นๆหาดูในแผนที่ท่องเที่ยวนี้ ดูก็มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอยู่ใกล้ที่พักด้วย เดินไปได้ไม่ไกล เลยขอแวะไปชมค่ะ
เดินออกจากที่พักมุ่งตรงไปยังตลาดเบนถั่นเลยค่ะ เนื่องจากเป็นจุดศูนย์กลาง 
เดินออกจากที่พักมุ่งตรงไปยังตลาดเบนถั่นเลยค่ะ เนื่องจากเป็นจุดศูนย์กลาง  
ผ่านตลาดเบนถั่น เดินลัดเลาะตามถนนเพื่อมุ่งหน้าไปชมโบสถ์นอร์ทเทรอดาม
 เดินลัดเลาะตามซอยจากตลาดเบนถั่นไปโบสถ์นอร์ทเทรอดาม
ถึงแล้วค่ะ โบสถ์นอร์ทเธอดาม (Notre Dame Cathedral) โบสถ์เค้าสวยดีนะค่ะ มีนักท่องเที่ยวมาเยือนอย่างไม่ขาดสายเลยเชียว
เป็นโบสถ์ที่ตั้งอยู่บริเวณกลางเมือง บนถนน Han Thuyen ได้รับการก่อสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. 2420 ใช้ระยะเวลาการสร้าง 6 ปี โบสถ์นี้ไม่มีการประดับด้วยกระจกสีเหมือนโบสถ์คริสต์ที่อื่น เพราะได้รับความเสียหายจากสงครามโลกครั้งที่ 2 สำหรับโบสถ์แห่งนี้ได้รับการยกย่องว่ามีความงดงามมากที่สุดแห่งหนึ่งใน เวียตนาม โดยในแต่ละวันมีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากมาย ลักษณะของตัวโบสถ์เป็นรูปแบบของสมัยอาณานิคม มีหอคอยคู่สี่เหลี่ยมอยู่ด้านบนสูง 40 เมตร เป็นเอกลักษณ์ที่งดงามของโบสถ์แห่งนี้ ด้านหน้าโบสถ์มีรูปปั้นขนาดใหญ่สีขาวเด่นเป็นสง่าของพระแม่มารี นักท่องเที่ยวนิยมเข้ามาชมกันมาก เพราะเป็นเสมือนสัญลักษณ์ร่วม อันหมายถึงการเข้ามาของตะวันตก และเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญอย่างหนึ่งของโฮจิมินห์
โบสถ์นอร์ทเธอดาม
ใกล้ โบสถ์นอร์ทเธอดามก็เป็นไปรษณีย์กลาง สถาปัตยกรรมงดงามจังค่ะ

ไปรษณีย์กลางโฮจิมินห์(Main Post Office)
เป็นไปรษณีย์ที่ตั้งอยู่บริเวณใจกลางเมืองโฮจิมินห์ ใกล้กับโบสถ์นอร์ทเธอดาม ได้รับการก่อสร้างขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ. 2439 เสร็จในปี พ.ศ. 2444 มีการออกแบบและก่อสร้างในสไตล์ฝรั่งเศสและได้รับการออกแบบตกแต่งอย่างงดงาม ด้วยกระจกสี เป็นไปรษณีย์ที่ใหญ่ที่สุดในเวียดนาม มีความโอ่โถงและอ่อนช้อยทว่ามั่นคง จนทำให้นักออกแบบมากมายต้องมาศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับการออกแบบตกแต่งอาคาร แห่งนี้ ภายในตัวอาคารมีการระดับภาพแผนที่ทางทะเลโบราณ และภาพของอดีตผู้นำประเทศโฮจิมินห์ มีการบริการทั้งการส่งจดหมาย แสตมป์เพื่อการสะสม โปสการ์ด โทรศัพท์ระหว่างประเทศในอัตราค่าบริการมาตรฐาน 

 เป็นไปรษณีย์ที่ยังคงเปิดทำการอยู่นะค่ะ เค้าไปข้างในก็เห็นมีแต่นักท่องเที่ยวกันเสียส่วนใหญ่ 
  เป็นไปรษณีย์ที่ยังคงเปิดทำการอยู่นะค่ะ เค้าไปข้างในก็เห็นมีแต่นักท่องเที่ยวกันเสียส่วนใหญ่
 หลังจากที่ได้ชมโบสถ์นอร์ทเธอดามและไปรษณีย์กลางไปแล้ว สถานท่องเที่ยวในเมืองโฮจิมินห์อีกแห่งที่ใครๆก็ต้องแวะมาคงเป็น ทำเนียบประธานาธิบดีเวียดนามใต้
 เดินออกจากโบส์ถนอทเทอดามไม่ไกลนัก มาอีกนิดหน่อยก็จะถึงทำเนียบประธานาธิบดีท่านโฮจิมินห์
ทำเนียบของประธานาธิบดีเวียดนามใต้ ก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวในรีสที่นักท่องเที่ยวผู้มาเที่ยวเวียดนามแล้วต้องไม่พลาดในการมาเที่ยวชมซักครั้ง เพราะมันมีอะไรที่น่าดึงดูดใจเป็นอย่างมาก
โดย Thong Nhat นั้นตั้งอยู่ที่ เมืองโฮจิมินห์ ซิตี้ ในปัจจุบัน หรืออดีตก็คือเมืองไซง่อน โดยอาคารแห่งนี้นับว่าเป็นอาคารที่มีความทันสมัยมากในยุคนั้นและมีชั้นใต้ดินที่ใช้เป็นหลุมหลบภัยระเบิดทางอากาศได้อีกด้วย โดยในอดีตนั้นอาคารแห่งนี้ทำหน้าที่เป็นทำเนียบของผู้ว่าการของฝรั่งเศสที่เรียกกันว่า ทำเนียบโนโรดม ก่อนที่จะเกิดการแบ่งเวียดนามออกเป็นสองส่วนคือเหนือและใต้ และทำให้อาคารแห่งนี้ได้รับการคัดเลือกให้เป็นทำเนียบประธานาธิบดีของเวียดนามใต้ โดยมีโงดิงห์เยียม ที่มาพำนักยังทำเนียบแห่งนี้

 โดย ทำเนียบของประธานาธิบดีเวียดนามใต้ เคยโดนถล่มโดนทหารอากาศผู้แปรพักตร์ไปเข้ากับเวียดนามเหนือจนต้องสร้างทำเนียบขึ้นมาใหม่ ในชื่อว่าทำเนียบอิสรภาพ ซึ่งใช้งานอยู่ได้เพียงแค่ 9 ปีก็ต้องถูกเวียดนามเหนือเข้ายึดครองได้สำเร็จในปี พ.ศ.2518 โดยทุกวันนี้ที่นี้ได้รับการเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมภายในที่ยังมีการจัดแสดงทุกสิ่งทุกอย่างเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย เรียกว่าเป็นการสต๊าฟเหตุการณ์ไซง่อนแตกเลยก็ว่าได้ และเป็นแหล่งที่นักท่องเที่ยวที่มาเยือน โฮจิมินห์ ซิตี้ ต้องแวะมาเทียวชม
 สำหรับภายในของ Thong Nhat จะมีสี่ชั้นด้วยกัน โดยชั้นล่างที่คุณจะพบตั้งแต่ตอนแรกที่เข้าไปเหยียบยังทำเนียบแห่งนี้ก็คือห้องโถงใหญ่ซึ่งรัฐบาลเวียดนามใต้ประกาศยอมแพ้ โดยจะเป็นห้องจัดเลี้ยง และจะมีห้องเล็กๆ ข้างๆ ที่ถูกใช้สำหรับการบรรยายสรุปประจำวันทางทหารในช่วงของสงครามเวียดนาม ส่วนชั้นที่ 2 นั้นจะเป็นห้องรับรองของประธานาธิบดีตรันวันเฮือง ซึ่งประกอบด้วยห้องนอน ห้องรับประทานอาหาร และห้องสวดมนต์แบบคาทอลิก ส่วนชั้นที่สามนั้นจะเป็นห้องรับรองของภริยาประธานาธิบดี และชั้นสี่เป็นห้องฉายภาพยนตร์ส่วนตัวและลานจอดเฮลิคอปเตอร์ เรียกว่าเป็นทำเนียบที่ครบครันอย่างมาก ทางด้านของด้านหลังนั้นจะเป็นที่ตั้งของสวนสาธารณะกงเวียดวันฮวา ที่เป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ที่ร่มรื่นเป็นอย่างมาก โดยคุณสามารถมาเดินชิลๆ ได้อีกด้วย

ขอขอบพระคุณข้อมูลจาก http://www.vietnamtraveltips.net/2015/05/thong-nhat.html

 ภายในห้องก็แสดงวัตถุและเรื่องราวต่างๆของท่านโฮไว้นะค่ะ
 ส่วนใหญ่จะเป็นห้องทำงาน ห้องประชุมค่ะ
ห้องรับแขก ห้องนั่งเล่น ห้องนอน 
 จุดชมวิว

ห้องรับแขกและห้องทำงานในทำเนียบท่านประธานาธิบดีมีเยอะมากๆนะค่ะ
 ห้องเจออีกแล้วค่ะ ห้องนี้น่าจะเป็นห้องประชุมนะค่ะ
 ด้านหลังตึกก็เป็นสวนหย่อม
 ด้านบนเป็นที่จอดเฮลิคอปเตอร์
เดี๊ยนเดินชมวนอยู่ในตึกนี้ได้ประมาณ 1 ชั่วโมงกว่าๆได้กระมังค่ะ ก็ได้เวลาเดินทางไปต่อยังสถานที่ท่องเที่ยวต่อไปค่ะ สถานที่ท่องเที่ยวต่อไปค่ะ

สถานที่ท่องเที่ยวถัดไปถือเป็นอีกหนึ่งจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวที่อยู่ใกล้ตลาดเบนถั่นก็คือ จตุรัสโฮจิมินท์ค่ะ
จตุรัสโฮโจมินห์ แห่งนี้มีอนุสาวรีย์ประธานาธิบดีโฮจิมินห์ยืนอยู่ค่ะ ด้านหลังเป็นอาคารสถาปัตยกรรมฝรั่งเสษเป็นแลนด์มาร์คอีกแห่งของเมืองนี้นะค่ะ เป็นลานเดินกว้างๆและใกล้เคียงมีห้างสรรพสินค้า โรงแรม และอาคารสำนักงานธุรกิจหลายแห่งเลยค่ะดูสวยงามเป็นระเบียบดีค่ะ
จตุรัสโฮโจมินห์ แห่งนี้มีอนุสาวรีย์ประธานาธิบดีโฮจิมินห์ยืนอยู่ค่ะ ด้านหลังเป็นอาคารสถาปัตยกรรมฝรั่งเสษเป็นแลนด์มาร์คอีกแห่งของเมืองนี้นะค่ะ เป็นลานเดินกว้างๆและใกล้เคียงมีห้างสรรพสินค้า โรงแรม และอาคารสำนักงานธุรกิจหลายแห่งเลยค่ะดูสวยงามเป็นระเบียบดีค่ะ
 ทางเดินลานกว้างยาวมากค่ะ อยู่ติดแม่น้ำไซ่ง่อน
  ทางเดินลานกว้างยาวมากค่ะ อยู่ติดแม่น้ำไซ่ง่อน
เดินออกจากลานจุตุรัสโฮจิมินห์ข้ามถนนมาก็เป็นแม่น้ำไซ่ง่อนค่ะ 
 เป็นแม่น้ำสายสำคัญของเมืองไซ่ง่อนที่เป็นแหล่งการคมนาคม การขนส่งทางเรือของเมืองโฮจิมินห์เลยค่ะ
ที่ลานจุตุรัสโฮจิมินห์มีร้านกาแฟ ร้านขนมเบเกอรี่หลายร้านเลยให้ไปนั่งทาน เดี๊ยนเลยขอแวะไปเติมแรงสักหน่อยค่ะ นั่งพักทานขนม แถมมีอีเมลล์ของที่ทำงานมาอีก คงไม่ต้องไปใหนแล้วค่ะ เดี๊ยเลยต้องนั่งทานขนมและตอบเมลล์อยู่ที่ร้านนี้ยาวเลยค่ะ
 ที่ลานจุตุรัสโฮจิมินห์มีร้านกาแฟ ร้านขนมเบเกอรี่หลายร้านเลยให้ไปนั่งทาน เดี๊ยนเลยขอแวะไปเติมแรงสักหน่อยค่ะ นั่งพักทานขนม แถมมีอีเมลล์ของที่ทำงานมาอีก คงไม่ต้องไปใหนแล้วค่ะ เดี๊ยเลยต้องนั่งทานขนมและตอบเมลล์อยู่ที่ร้านนี้ยาวเลยค่ะ
ที่ลานจุตุรัสโฮจิมินห์มีร้านกาแฟ ร้านขนมเบเกอรี่หลายร้านเลยให้ไปนั่งทาน เดี๊ยนเลยขอแวะไปเติมแรงสักหน่อยค่ะ นั่งพักทานขนม แถมมีอีเมลล์ของที่ทำงานมาอีก คงไม่ต้องไปใหนแล้วค่ะ เดี๊ยเลยต้องนั่งทานขนมและตอบเมลล์อยู่ที่ร้านนี้ยาวเลยค่ะ

ตกเย็นพลบค่ำ เดี๊ยนก็เดินไปเอากระเป๋าทีโรงแรมและนั่งแท๊กซี่จากโรงแรมไปยังสนามบินเซินเยินเติ๊ญนั่งเครื่องบินออกจากเวียดนามถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพค่ะ

จบทริปไปทำงานแต่ได้เที่ยวเวียดนามมาด้วยค่ะ ถือว่าได้เอาข้อมูลภาพสถานที่ บ้านเมือง อาหารการกินเล็กๆน้อยมาลงไว้ที่บล็อกนี้ค่ะ บล็อกจะได้ไม่ร้าง เผื่อใครที่มีโอกาสได้ไปสัมมนาหรือไปประชุมอบรม ก็ได้แวะไปลั๊นลาเที่ยวแบบเดี๊ยนดูนะค่ะ

สำหรับรีวิวเที่ยวโฮจินมินห์ที่เดี๊ยนได้นำมารีวิวในครั้งนี้ อาจมีเนื้อหาและรูปภาพไม่มากนัก หากข้อมูลที่เดีียนนำมามีข้อผิดพลาด อักขระ ตกหล่น ประการใด เดี๊ยนเองต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะค่ะ ยังไงเดี๊ยนเองก็ต้องขอขอบพระคุณทุกๆท่านที่เสียสละเวลามาสอดส่องดูบล็อกแนวๆกากๆของเดี๊ยนนะค่ะ หวังว่าจะติดตามกันต่อในบล็อกรีวิวเดือนถัดไปค่ะ

ขอบพระคุณค่ะ
จากคุณนายเว่อร์ เทอร์ชอบเที่ยวกินนอน
บล็อกเกอร์สมัครเล่น
http://khunnaiver.blogspot.com/2016/10/29.html


http://khunnaiver.blogspot.com/2016/10/12.htmlhttp://khunnaiver.blogspot.com/2016/08/20.html
 


http://khunnaiver.blogspot.com/2016/06/50.htmlhttp://khunnaiver.blogspot.com/2016/06/30.html
http://khunnaiver.blogspot.com/2016/09/24_27.htmlhttp://khunnaiver.blogspot.com/2016/09/24_30.html

http://khunnaiver.blogspot.com/2016/09/17_16.htmlhttp://khunnaiver.blogspot.com/2016/09/22_24.html
 
http://khunnaiver.blogspot.com/2016/10/23.htmlhttp://khunnaiver.blogspot.com/2016/09/49.html
 
http://khunnaiver.blogspot.com/2016/06/blog-post_6.htmlhttp://khunnaiver.blogspot.com/2015/09/blog-post_24.html
http://khunnaiver.blogspot.com/2015/09/blog-post_13.htmlhttp://khunnaiver.blogspot.com/2016/06/blog-post.html
http://khunnaiver.blogspot.com/2015/11/blog-post_13.htmlhttp://khunnaiver.blogspot.com/2015/11/blog-post_18.html

http://khunnaiver.blogspot.com/2015/12/blog-post.htmlhttp://khunnaiver.blogspot.com/2015/12/blog-post_3.html

http://khunnaiver.blogspot.com/2015/10/blog-post_31.htmlhttp://khunnaiver.blogspot.com/2015/10/blog-post_3.html

http://khunnaiver.blogspot.com/2015/09/blog-post_10.htmlhttp://khunnaiver.blogspot.com/2015/08/bts.html

http://khunnaiver.blogspot.com/2015/09/blog-post_18.htmlhttp://khunnaiver.blogspot.com/2015/09/blog-post_13.html

http://khunnaiver.blogspot.com/2015/09/blog-post_5.htmlhttp://khunnaiver.blogspot.com/2015/09/blog-post_19.html

http://khunnaiver.blogspot.com/2015/10/blog-post_8.htmlhttp://khunnaiver.blogspot.com/2015/10/blog-post_23.html

http://khunnaiver.blogspot.com/2015/09/blog-post_13.htmlhttp://khunnaiver.blogspot.com/2016/06/blog-post.html
ลุยอาเซียน รีวิวเที่ยวโฮจิมินห์ครึ่งวัน นั่งสุขสันต์ริมแม่น้ำไซ่ง่อน กินบั๋นแบ๋วรสออนซอน เหมือนแจ่วฮ้อนอร่อยเริ่ดเว่อร์ ลุยอาเซียน รีวิวเที่ยวโฮจิมินห์ครึ่งวัน นั่งสุขสันต์ริมแม่น้ำไซ่ง่อน กินบั๋นแบ๋วรสออนซอน เหมือนแจ่วฮ้อนอร่อยเริ่ดเว่อร์ Reviewed by Khunnaiver blog on 02:21:00 Rating: 5

ไม่มีความคิดเห็น:

ขับเคลื่อนโดย Blogger.