Header Ads Widget

ads

Ticker

6/recent/ticker-posts

แบกเป้ลุยเดี่ยวเที่ยวกรุงโรม แวะไปจู่โจมอาณาจักรโรมัน แต่เสียดายไม่ได้ไปนครรัฐวาติกัน เพราะงานเข้าฉับพลัน ไว้โอกาสหน้าแล้วกันนะกับรีวิวตอนที่ 20 แล้วจ้า


รีวิวท่องเที่ยวในบล็อกนี้ ขอแนะนำทริปแบกเป้ลุยเดี่ยวเที่ยวกรุงโรม แวะไปยลโฉมอาณาจักรโรมันสักครั้งสิ ว่ามีที่เที่ยวอะไรน่าสนใจบ้างนะ
สวัสดีค่ะเพื่อนคุณผู้อ่านที่น่ารักสดใส กำลังโล้ดแล่น เริ่ดสะแมนแตนกันอยู่บนโลกออนไลน์กันทุกคนนะค่ะ ดิฉันคุณนายเว่อร์ ก็ขอมาเป็นคนบ้าทักทายท่านเข้าสู่เว็ปบล็อกของคนบ้าเที่ยว บ้าเขียนบล็อกไปเรื่อยเปื่อย แนวโกโรโกโส สับปะรังเค หาสาระไม่ค่อยจะมี ให้ท่านได้ฉิมพลีอ่านกันจนปวดเศียรเวียนเกล้าอีกเหมือนเดิมจ้า


สำหรับบทความวันนี้ หลังจากเลิกงานประจำเสร็จแล้ว ก็ขอมาเคาะแป้นพิมพ์เขียนรีวิวแนวๆบ้าๆบอเที่ยวยุโรปต่อค่ะ เขียนไม่เสร็จสักที เพราะทริปนี้ยาวนานเหลือเกิน ใหนจะงานประจำอีก เอาไปว่าบ่นไปก็เท่านั้น แต่ดิฉันก็ทำมาเรื่อย จนรีวิวตอนนี้เข้าสู่ตอนที่ 20 แล้วจ้า กะว่าเดือนหน้าคงเสร็จพอดี ถ้าไม่ติดค้างอะไรค่ะ ยังไงต้องขอบพระคุณผู้อ่านทุกคนที่เสียสละเวลาคลิ๊กเข้ามาดูกัน วันละ 1 คนก็เริ่ดแล้วจ้า.....


หลังจากที่รีวิวก่อนหน้านี้ คือรีวิวตอนที่ 19 ตามเว็ปไซต์ลิงค์ : http://bit.ly/2MDjbQz โดยได้เขียนรีวิวแบกเป้ลุยเดี่ยวไปเที่ยวเมืองสุดจะโรแมนติคที่เมืองฟลอเรนซ์ และได้ชมหอเอนปิซ่า จนสมใจอยากแล้วนะค่ะ ก็สวยงามสม คลาสสิคชิคๆเก๋ๆ สมค่ำล่ำลือจริงๆ ไม่เสียดายที่แวะไปเที่ยวทั้ง 2 เมืองนี้ แต่เสียดายที่อยู่เที่ยวแค่วันเดียว เพราะต้องแบกเป้เดินทางต่อค่ะ โดยเมืองทริปท่องเที่ยวถัดไปก็คือ กรุงโรมค่ะ


มีคนบอกว่าหากมาเที่ยวกรุงโรม ต้องมายลโฉมสนามกีฬาโคโลเซียมสักครั้ง เพราะไม่งั้นถือว่ามาไม่ถึงกรุงโรม ดิฉันว่าน่าจะเป็นเรื่องจริง เพราะจากที่ได้ไปเที่ยวมา ก็ดูใหญ่โตเว่อร์วังอลังการสะท้านโลกามากๆ แถมนักท่องเที่ยวก็เยอะมากๆด้วย เดินทีแทบจะชนไหล่กันเลยค่ะใหนจะต้องมาระวง ระวัง กระปง กระเป๋าอีก โอ้ย...เดี๊ยนจะเป็นลมค่ะ



และทริปเที่ยวกรุงโรมในวันนี้ วางแผนจะไปยลโฉมนครรัฐวาติกันด้วยซึ่งอยู่ในกรุงโรมแล้ว แต่ก็ไม่ได้ไปเลย เพราะใจเจ้ากรรม มีอีเมลล์จากที่ทำงานเด้งดึ๋งมาทางโทรศัพท์ให้รีบไปสะส่างงานลูกค้าด่วน ดิฉันก็เลยไม่ได้ไปนครวาติกันตามแผนที่วางไว้ซ๋ะเลย และทริปเที่ยวกรุงโรมก็วางแผนเที่ยวแค่วันเดียวด้วยสิ เอาเป็นว่าหากมีโอกาสหน้ามาเยือนอิตาลี ก็จะแวะมาเที่ยวชมแล้วกัน

 
รีวิวแบกเป้เที่ยวยุโรปตอนที่ 20 นั่งรถไฟจากเมืองฟลอเรนซ์ มุ่งหน้าสู่กรุงโรมเมืองหลวงประเทศอิตาลี มาดูสิว่ามีอะไรน่าเที่ยวบ้าง
เอาล่ะค่ะ ขอไม่พร่ำเพร้อแล้วล่ะ เกรงคุณผู้อ่านจะเบื่อเอา เพราะเดี๊ยนเองก็ยิ่งบ้าพรรณาไปเรื่อยอยู่ เอาเป็นว่าเดี๊ยนขอมารีวิวเที่ยวกรุงโรมให้เพื่อนได้ดูกันเลยแล้วกันนะค่ะ

ก่อนอื่นเรามารู้จักกรุงโรมแห่งนี้สักหน่อย อ่านเป็นความรู้เปิดสู่โลกกว้างค่ะ


สาระน่ารู้เกี่ยวกับกรุงโรม

กรุงโรม หรือภาษาอังกฤษเขียนว่า Rome ส่วนภาษาอิตาลี Roma เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของแคว้นลัตซีโยและประเทศอิตาลี ตั้งอยู่ทางตอนกลางของประเทศ ในเขตตัวเมืองมีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 2.5 ล้านคน ถ้ารวมเมืองโดยรอบจะมีประมาณ 4.3 ล้านคน โดยมีจำนวนประชากรใกล้เคียงกับเมืองมิลานและเมืองเนเปิลส์
 

และนอกจากนี้ โรมยังเป็นที่ตั้งของนครรัฐวาติกัน ซึ่งเป็นดินแดนที่ประทับของพระสันตะปาปาแห่งศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกอีกด้วย
อาณาจักรเก่าจตุรัสโรมัน ในกรุงโรม
โรมมีประวัติศาสตร์ยาวนานมากกว่า 2,800 ปี ตั้งอยู่บนเนินเขาทั้งเจ็ดริมฝั่งแม่น้ำไทเบอร์ตอนกลางของประเทศ โดยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรในอดีตมากมาย เช่น ราชอาณาจักรโรมัน สาธารณรัฐโรมัน และจักรวรรดิโรมัน โรมเคยเป็นเมืองที่มีบทบาทมากที่สุดของอารยธรรมตะวันตก และในอดีตได้เป็นอาณาจักรที่ใหญ่ที่สุดในโลก ปัจจุบันได้เป็นเมืองหลวงของประเทศอิตาลีตั้งแต่ ค.ศ. 1870
 

โดยในช่วงปี พ.ศ. 2550 กรุงโรมเป็นเมืองที่มีผู้มาเยือนมากเป็นอันดับที่ 11 ของโลก มากเป็นอันดับสามในสหภาพยุโรป และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมมากที่สุดในอิตาลี ศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์ใจกลางเมืองได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลก นอกจากนี้ อนุสรณ์สถานและพิพิธภัณฑ์อย่างพิพิธภัณฑ์วาติกัน และโคลอสเซียมยังจัดอยู่ในแหล่งท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวเยี่ยมชมมากที่สุด 50 อันดับแรกของโลก (พิพิธภัณฑ์วาติกันมีนักท่องเที่ยว 4.2 ล้านคนต่อปี และโคลอสเซียมมี 4 ล้านคนต่อปี)


หลังจากสิ้นสุดยุคกลาง โรมได้อยู่ภายใต้การปกครองของพระสันตะปาปา เช่น สมเด็จพระสันตะปาปาอเล็กซานเดอร์ที่ 6 และสมเด็จพระสันตะปาปาลีโอที่ 10 ผู้ซึ่งสร้างสรรค์ให้โรมกลายเป็นหนึ่งในศูนย์กลางของสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาในอิตาลีเช่นเดียวกับฟลอเรนซ์ ซึ่งในยุคสมัยดังกล่าว ได้มีการก่อสร้างมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์แบบที่เห็นในปัจจุบัน และมีเกลันเจโลได้วาดภาพปูนเปียกประดับภายในโบสถ์น้อยซิสทีน ศิลปินและสถาปนิกที่มีชื่อเสียงอย่างบรามันเต แบร์นินี และราฟาเอล ซึ่งพำนักอยู่ในโรมเป็นครั้งคราว ได้มีส่วนช่วยสรางสรรค์สถาปัตยกรรมแบบสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาและแบบบารอกในโรมด้วยเช่นกัน
เครดิตข้อมูลดีจาก : https://th.wikipedia.org/wiki/โรม


สถานที่ท่องเที่ยวในกรุงโรมที่น่าสนใจ มีที่ใหนบ้าง (Rome Tourist Attraction place)

- สนามกีฬาโคโลเซียม สัญลักษณกรุงโรม (The Colosseum and the Arch of Constantine)
- จัตุรัสโรมัน (Roman Forum) สถานที่น่าสนใจอีกแห่งอยู่ใกล้ๆกับโคโลเซียม เดินไปได้
- Vatican City แวะชมนครรัฐวาติกัน
- Piazza Navona จตุรัสเวโรนา ใกล้กับวิหารแพนธีออน
- The Pantheon มหาวิหารแพนธีออนในเมือง
- Centro Storico & the Spanish Steps บันใดสเปน ใกล้วิหารแพนธีออน
- Baths of Caracalla ซากโบราณสถานเก่า

หลังจากที่เราได้รู้จักกรุงโรมแล้วก็มาสไลด์ดูภาพรีวิวท่องเที่ยวกันเลยจ้า รูปภาพอาจไม่สวยบาดตาอะไร เพราะถ่ายไปเรื่อย เน้นแบบธรรมชาติที่สุด เพื่อให้เพื่อนๆได้เห็นภาพจริงๆไม่ตกแต่งดึงสีแต่อย่างได


เดินทางจากเมืองฟลอเรนซ์ มาถึงกรุงโรมก็ดึกพอดี แต่ที่นี้ยังสว่างอยู่เลยจ้า

ต่อรีวิวตอนที่ 19 ตามเว็ปไซต์ลิงค์ : http://bit.ly/2MDjbQz
นั่งรถไฟออกจากเมืองฟลอเรนซ์มาไม่นานประมาณ 2 ชั่วโมงก็ถึงสถานีรถไฟกรุงโรมแล้ว
บรรยากาศสถานีรถไฟกรุงโรมก็ใหญ่โตกว่า สถานีรถไฟเมืองที่เที่ยวก่อนหน้านี้มากๆ เนื่องจากเป็นสถานีเมืองหลวงของประเทศอิตาลี

 มาถึงที่กรุงโรมเวลาก็จะ 3 ทุ่มแล้วนะค่ะ เดินออกมาด้านนอกสถานีรถไฟ เพื่อปักหมุดเดินเท้าแบกเป้ไปยังโรงแรมที่พักคืนนี้ ซึ่งจองไว้แล้ว อยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟ


 ตอนแรกดิฉันกะว่าจะนั่งรถบัสโดยสารไป แต่คิดไปคิดมา ยอมเดินไปดีกว่าค่ะ แม้จะมีคนมาเตือนให้ระวังเรื่องโจรขโมยวิ่งราวกระเป๋าก็เถอะ มาถึงขนาดนี้ล่ะ จะปล้นก็เอาไปเลย กระเป๋าเป้ 15 กิโลกรัม จะยกให้โจรแบกเอาไปเลย
 
แบกเป้เดินเท้ามาที่โรงแรม Generator Hostels
เดินลัดเลาะมาตามถนนเลียบทางรถไฟมาเรื่อยๆ จนถึงที่พักแล้วค่ะ ระยะทางเหมือนไม่ไกล แต่ก็เดินเมื่อยเหมือนกัน แถมเส้นทางบางแห่งก็แอบน่ากลัวทีเดียว แต่ก็เร่งฝีเท้ามาจนถึงที่พักค่ะ โดยพักค้าง 1 คืนที่โรงแรม Generator Hostels ที่พักแนวโฮสเทล ห้องนอนรวม ราคา 1000 นิดๆ ไม่แพงเหมือนคืนก่อนนี้

 
 เดินเข้ามาในโรงแรม Generator Hostels ก็มานั่งรอที่ล็อกบี้ก่อน บรรยากาศของโรงแรมตกแต่งสวยงาม ออกแนวๆชิคๆเรียบเก๋ดี
 
Check in กับเจ้าหน้าที่โรงแรมที่นี้ พนักงานต้อนรับผู้หญิงพูดจาดี รู้จักเอนเตอร์เทนลูกค้ามากๆ เอาใจเก่งและภาษาอังกฤษนางเป๊ะเว่อร์ ยอมแพ้นางค่ะ
 
โรงแรม Generator Hostels
 ได้กุญแจแล้วขึ้นไปที่ห้องพัก ส่วนที่พักก็มีลิฟท์โดยสารให้ค่ะ ไม่ต้องเดินขึ้นบันใดให้เมื่อยขานะค่ะ เพราะห้องพักอยู่ชั้น 6 โน้นเลย

ได้ห้องพักชั้น 6 ชึ้นลิฟท์มาเลยนะค่ะ ไม่ต้องเดินบันใดแบกเป้ให้เมื่อยหลังจ้า
ห้องพักอยู่ที่ชั้น 6 ต้องขึ้นลิฟท์มาค่ะ ส่วนลิฟท์ก็กว้าง ไม่ได้ถ่ายรูปมาให้ดู เพราะลืมค่ะ

ห้องพักนอนรวมคืนนี้ ถือว่าดีทีเดียว ห้องกว้าง ไม่อึดอัด ไม่คับแคบ ราคาประหยัดดี

ส่วนห้องพักก็ตามภาพเลยคะ เป็นห้องพักแนวโฮสเทล ห้องกว้างขวางๆ และเหมือนยังมีสภาพใหม่อยู่เลย ตั้งแต่พักห้องแนวโฮสเทลมา มีโรงแรมเนี่ยแหละ ที่ห้องกว้างที่สุดและ โดยในห้อง มี 4 เตียงในมีห้องน้ำให้ 2 ห้อง คือแบบดีอ่ะ ดีมากๆ และวันที่เข้าพักก็โชดี ในห้องพักมี แขกที่เข้าพักแค่ 3 คนเอง


แขกที่เข้าพักในร่วมห้องมี 3 คน ก็เป็นแม่หญิงจากสวีเดน และแม่หญิงจากโปแลนด์ มาคนละประเทศเลยนะ มีเดี๊ยนคนเดียวเนี่ยแหละที่เป็นใยป้ามาจากเอเชีย นอนในห้องเดียวกับนาง ทักทายเฮลโหล ตามประสานักเดินทางแบกเป้ค่ะ
 
เตียงนอน มีลิ้นชักสำหรับเก็บกระเป๋าให้ด้วย
ส่วนห้องน้ำก็สะอาดสะอ้านดี ห้องน้ำกว้างมากๆ มีห้องน้ำ 2 ห้องให้เลือกเข้าได้เลยว่าจะเข้าห้องใหน
มีห้องอาบน้ำฝักบัวแยกให้ด้วย
สรุปห้องพักให้ผ่านค่ะ เอาไปเลย 5 ล้านดาว
หลังจากที่เดินทางเที่ยวเมืองฟลอเรนซ์ และเมืองปิซ่ามาตลอดทั้งวัน แล้วหลับดีด้วยนะ เพราะการนอนห้องพักโฮสเทล นอนรวมครั้งนี้ ไม่มีเสียงกรนให้รบกวน ดีเริ่ดมากๆ...จบทริปไป 1 วัน
------------------------------------------------------------------------------
เช้าวันใหม่ที่ 1 มิ.ย.2018 เข้าสู่วันที่ 16 ของการเดินทางแล้วค่ะ
เช้าวันใหม่ที่ 1 มิ.ย.2018 เข้าสู่วันที่ 16 ของการเดินทางแล้วค่ะ
อากาศวันนี้ แดดน่าจะร้อนและแรงดีมากๆเลยนะค่ะ
ตื่นเช้ามาก็รีบเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเพื่อ ตระเตรียมไว้เช็คเอา์แต่เช้าเพื่อฝากกระเป๋าไว้ที่พัก

 
หลังจากที่เก็บสิ่งของสัมภาระเรียบร้อยก็ลงมาที่ล็อบบี้ด้านล่าง

บริเวณล็อบบี้ด้านล่างของโรงแรม เป็นห้องอาหารและคาเฟ๋สไตล์เก๋ๆให้นั่งดื่ม
 ลงมาทานอาหารเช้าที่โรงแรมด้านล่าง ที่โรงแรมมีอาหารเช้าบริการด้วยนะค่ะ
แต่ต้องเสียตังเพิ่มนะค่ะ ราคาอยู่ที่คนละ 10 ยูโร

อาหารเช้าแบบ Continental Breakfast แบบง่ายๆ จ่าย 10 ยูโร เป็นบุฟเฟ่ต์ตักทานได้ไม่อั้นเลยจ้า
 ส่วนอาหารเช้าที่นี้ก็เป็น อาหารเช้าแบบ Continental Breakfast แบบง่ายๆ จ่าย 10 ยูโร เป็นบุฟเฟ่ต์ตักทานได้ไม่อั้นเลยจ้า

แผนที่แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในกรุงโรม ของทางที่พักให้กับแขกที่เข้าพัก (Tourist Attraction place Map of Rome)
 ที่โรงแรมแรมมีแผนที่แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวให้ด้วย
แผนที่ออกแนวๆติ๊ดๆ อาร์ตหน่อยๆค่ะ

 หลังจากทานอาหารอิ่มก็เช็คเอาท์เลยค่ะ
ฝากกระเป๋าไว้ที่โรงแรม แต่โรงแรมคิดค่าบริการฝากกระเป๋าด้วยนะค่ะ อยู่ที่ 5 ยูโรค่ะ จริงๆไม่น่าคิดสตังนะ อันนี้ขอติค่ะ อยากให้โรงแรมมีห้องรับฝากให้ฟรี จะดีเริ่ดกว่านี้เยอะเลย
 
(Rome Tourist Attraction place Map)
แต่อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ก็ให้คำแนะนำเรื่องการเดินทางและสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆได้ดี
โดยเฉพาะการเดินทางไปยังสนามกีฬาโคโลเซียม ซึ่งเป็นแลนด์มาร์คและแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังในกรุงโรม โดยทางเจ้าหน้าที่แนะนำ 2 ทางคือ เดินทางด้วยรถไฟใต้ดินกับการเดินเท้าไป 
 
เนื่องจากสถานีรถไฟไปยังสนามกีฬาโคโลเซียม จุดท่องเที่ยวอยู่ไม่ไกลกันมากนัก สามารถเดินเท้าเลียบฟุตบาทริมถนนมาได้ ดิฉันเลยเลือกที่จะเดินไปค่ะ


ข้อดีของการเดินไป ก็จะได้เห็นสภาพบ้านเมืองในกรุงโรมว่าเป็นอย่างไร
เดินมาเรื่อยๆก็ผ่าน จุดท่องเที่ยวถ่ายภาพจุดแรกอยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟมากนัก
ตามภาพที่นี้คือ อนุสรณ์สถาน Obelisco Esquilino
อาคารใหญ่โตสวยงาม
มีแม่หญิงสาวผิวขาว ผมสีน้ำตาลอมทอง กำลังนั่งยองๆพักผ่อนกันอยู่
 สภาพถนนหนทางในกรุงโรมก็ดูเป็นระเบียบเรียบร้อยดี
 ตามทางเดินก็จะมีซู้มประตูโน้นนี้นั้น ให้แวะเดินลอดกัน ดูสวยงามแปลกตาดี
หากใครที่ชอบเที่ยวแบบเดินออกกำลังกาย ไม่อยากนั่งรถไฟใต้ดิน ก็มาเดินฟินถ่ายรูปไปเรื่อยเปื่อยได้ค่ะ
เดินมาเรื่อยๆก็เห็นอาคารโคลอสเซียมแล้วค่ะ
 เดินเท้ามาได้ประมาณ 2 กิโลเมตรจากสถานีรถไฟ ในที่สุดก็เห็นปลายทางแล้วค่ะ รอบๆมีการก่อสร้างอะไรสักอย่าง
 ระหว่างเดินก็มีร้านขายของที่ระลึกให้เลือกซื้อมากมาย
เดินเท้ามาถึงสักค่ะ สนามกีฬาโคลอสเซียม (Colosseum)
 ถึงแล้วค่ะ โคลอสเซียม แสดงว่ามาถึงกรุงโรมล่ะ ได้นอนตายตาหลับสักที เคยเห็นแต่ในเน็ตและตามรูปภาพนิตยสารท่องเที่ยว
เป็นสนามกีฬาที่ใหญ่โตโอฬารมากๆ เว่อร์วังอลังการจริงนะค่ะ
เดินเข้าไปใกล้ๆ ตัวเล็กไปเลยจ้า
สนามกีฬาโคลอสเซียม (Colosseum) แหล่งท่องเที่ยวที่ใครมาเยือนกรุงโรมต้องแวะมาให้ได้
สาระน่ารู้เกี่ยวกับโคลอสเซียม อ่านดูเป็นความรู้สู่โลกกว้างกันค่ะ

โคลอสเซียม (อังกฤษ: Colosseum), โคลิเซียม (อังกฤษ: Coliseum) หรือทวิอัฒจันทร์ฟลาเวียน (อังกฤษ: Flavian Amphitheatre; ละติน: Amphitheatrum Flavium; อิตาลี: Anfiteatro Flavio หรือ Colosseo) เป็นสนามกีฬากลางแจ้งขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโรม

เริ่มสร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิเวสเปเซียนแห่งจักรวรรดิโรมัน และสร้างเสร็จในสมัยของจักรพรรดิไททัส ในคริสต์ศตวรรษที่ 1 อัฒจันทร์เป็นรูปวงกลมก่อด้วยอิฐและหินทรายวัดโดยรอบได้ประมาณ 527 เมตร สูง 57 เมตร สามารถจุผู้ชมได้ประมาณ 50,000 คน มีการออกแบบอย่างชาญฉลาดโดยสร้างให้สนามกีฬามีลักษณะเป็นรูปวงรี เพื่อให้ผู้ชมรู้สึกเข้าใกล้นักกีฬา และมีการออกแบบทางระบายน้ำเพื่อไม่ให้น้ำท่วมขังในสนามขณะเกิดฝนตก ถือเป็นต้นแบบของสนามกีฬาต่างๆในปัจจุบัน ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 10 ปี
ซึ่งในวันที่ 7 กรกฎาคม ปี 20018 สนามกีฬาคลอสเซียมได้รับเลือกให้เป็น1 ในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ จากการลงคะแนนทั่วโลกทั้งทางอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์มือถืออีกด้วย
เครดิตข้อมูลดีจากๆสารานุกรมเสรีวิกิพีเดีย : https://th.wikipedia.org/wiki/โคลอสเซียม
ต้องเรียงคิวเข้าแถวรอซื้อบัตรเข้าชม ใช้เวลานานมากๆ แนะนำซื้อทางออนไลน์มาล่วงหน้าเลยค่ะ เพราะคนเยอะมากๆ
 ใหนก็อุตสาห์มาถึงทังที ต้องแวะเข้าไปชมด้านในหน่อยค่ะ
โดยการจะเข้าไปชมด้านในสนามกีฬาโคลอสเซียม ก็ต้องมายืนตากแดดเรียงคิวแบบนี้ค่ะ
อยากบอกว่า วันที่ไปเที่ยว คนเยอะและแดดร้อนมากๆถึงมากที่สุดเลยล่ะค่ะ
ต้องเรียงคิวเข้าแถวรอซื้อบัตรเข้าชม ใช้เวลานานมากๆ 
ค่าธรรมเนียมบัตรเข้าชมโคลอสเซียมด้านใน ราคาเต็ม 12 ยูโร
 ส่วนราคาค่าธรรมเนียมเข้าชมโคลอสเซียม ผู้ใหญ่อยู่ที่ 12 ยูโรตามภาพเลยค่ะ

โดยในรายละเอียดแจงไว้ว่า บัตรใช้ได้ 2 วน นับตั้งแต่วันที่ซื้อ
ซึ่งบัตรสามารถเข้าชม จตุรัสโรมันได้ด้วย
แนะนำ เพื่อหลีกเลี่ยงการเข้าแถวรอนาน หากเพื่อนคนใหนที่เข้าชมสนามกีฬาด้านใน ให้ซื้อผ่านทางออนไลน์มาได้เลยค่ะ จะได้ไม่ต้องเสียเวลา ต่อคิวนานชิ๊บ....เลย
 หลังจากที่เข้าคิวรอซื้อบัตรนานนับชั่วโมง ก็เข้าสู่ความโอ่อ่าใหญ่โตของสนามกีฬาด้านใน
มีนักท่องเที่ยวเดินชมกันมากมาย ตามมุมต่างก็มีจุดขึ้นไปถ่ายรูปได้ด้วย
แต่วันที่ไปก็ไม่ได้ขึ้นตามจุดต่างด้านบน เพราะนักท่องเที่ยวเยอะมากๆ ดูตามภาพเหมือนคนจะไม่ค่อยเยอะ แต่วันที่มาเที่ยวจริงๆ คนด้านในที่มาชม เยอะมากๆค่ะ
 หลังจากได้ไปชมสนามกีฬาโคลอสเซียมด้านในแล้ว
ก็เดินออกไปยังจุดท่องเที่ยวถัดไป ซึ่งระแวกใกล้ๆสนามกีฬา ก็มีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆให้ชมด้วยค่ะ
 และแหล่งท่องเที่ยวถัดไปซึ่งอยู่ใกล้ๆกับโคลอสเซียมก็คือ จตุรัสโรมัน หรือ Roman Forum โดยใช้บัตรเข้าชมโคลอสเซียมที่ซื้อไปเนี่ยแหละค่ะ นำมาแสดงให้กับเจ้าหน้าที่
จุดชมวิวเนินเขาแคปิโตลิเน (Capitoline hill)
สำหรับไฮไลท์ของการมาชมจตุรัสโรมัน ก็คือจุดชมวิวเนินเขาแคปิโตลิเน (Capitoline hill)
ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นจตุรัสโรมันอันเก่าแก่แห่งนี้ได้อย่างสวยงาม
จตุรัสโรมัน (Roman Forum) แหล่งท่องเที่ยวสำคัญในกรุงโรม
สาระน่ารู้เกี่ยวกับจตุรัสโรมัน (Roman Forum) อ่านเป็นความรู้สู่โลกกว้างกันจ้า

จัตุรัสโรมัน (อังกฤษ: Roman Forum) หรือ ฟอรูงโรมานูง (ละติน: Forvm Romanvm) ตั้งอยู่ระหว่างเนินพาเลติเน (Palatine hill) กับเนินแคปิโตลิเน (Capitoline hill) ในกรุงโรมในประเทศอิตาลี บริเวณนี้เป็นบริเวณศูนย์กลางของการวิวัฒนาการของวัฒนธรรมโรมันมาแต่โบราณ ประชาชนมักจะเรียกบริเวณนี้ว่า "ฟอรูงมังนูง" หรือเพียงสั้น ๆ ว่า "ฟอรูง"
โดยโครงสร้างที่เก่าและสำคัญที่สุดต่าง ๆ ของเมืองเก่าต่าง ก็ตั้งอยู่ในบริเวณนี้ที่รวมทั้งที่ประทับเดิมที่เรียกว่า "เรกิอา" (Regia) และกลุ่มสิ่งก่อสร้างรอบ ๆ สำหรับ "เทพีพรหมจารีย์" (Vestal virgins) สาธารณรัฐโรมันมีตึกรัฐสภา (Comitivm) ที่เป็นที่ประชุมของวุฒิสมาชิกในบริเวณนี้ด้วย
โดยจัตุรัสแห่งนี้เป็นเหมือนจัตุรัสศูนย์กลางของเมืองที่ประชาชนใช้เป็นที่ชุมนุมในกิจการต่าง ๆ ของรัฐ และยังเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและถือกันว่าเป็นศูนย์กลางของสาธารณรัฐและจักรวรรดิต่อมา
 หากอยู่บนเนินเขาแห่งนี้ ก็จะสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์เมืองและสนามกีฬาโคลอสเซียมที่อยู่ใกล้ๆได้อีกด้วย
โดยสิ่งก่อสร้างในบริเวณจัตุรัสก็มีด้วยกันหลายอย่างที่รวมทั้งเทวสถาน เช่น เทวสถานแห่งอันโตนินัสและฟาอัสตินา, ประตูชัยเช่นประตูชัยเซ็พติมิอัส เซเวอรัส และอื่นๆ อีกมากมาย
 บรรยากาศด้านล่างของจตุรัสโรมัน ก็เป็นซากโบราณสถานที่ยังหลงเหลืออยู่ให้เห็นจนถึงปัจจุบัน
 ภูมิทัศน์โดยรอบใกล้ๆจตุรัสโรมัน ก็เต็มไปด้วยอาคารสถาปัตยกรรมตึกสีแนวพาสเทลดูสวยงามคลาสสิคตามฉบับอิตาลีดีค่ะ
 นอกจากนี้บนเนินเขายังมีสวนธารณะให้นั่งพักผ่อนหย่อนใจกันอีกด้วย
 มีดอกม้ง ดอกไม้ขนาดเล็กมุ้งมิ้งให้ชื่นชมกันด้วย
วิวทิวทัศนีภาพอีกบนเนินเขาแคปิโตลิเน ก็สามารถเห็นวิวเมืองโรมันได้รอบด้าน
 เดินลงจากเขาแคปิโตลิเน ก็จะเป็นซากโบราณสถานให้ได้เดินชมและศึกษากันอีกด้วย
ซากโบราณสถานในจตุรัสโรมัน
 มาดูสิว่ามีซากโบราณสถานอะไรบ้าง
เทวสถานแห่งอันโตนินัสและฟาอัสตินา
บรรยากาศโดยรอบก็ดูค่อนใหญ่โตโอฬาร มีซากโบราณสถานต่างๆมากมา
อย่างเห็นที่เป็นอาคารอยู่นี้คือ เทวสถานแห่งอันโตนินัสและฟาอัสตินา
เทวสถานแห่งคาสเตอร์และโพลลักซ์
สำหรับภาพเสาที่เห็นตั้งโดดเด่นอยู่นี้คือ เทวสถานแห่งคาสเตอร์และโพลลักซ์
และมีประตูชัยเซ็พติมิอัส เซเวอรัส
โดยซากโครงสร้างโบราณสถานที่เห็นนี้เป็นจัดเป็นเทวสถานมาก่อน
จึงเป็นส่วนสำคัญที่บ่งบอกถึงวัฒนธรรมความเจริญรุ่งเรืองมาตั้งแต่ในอดีตของอาณาจักแห่งนี้
 และนอกจากนี้แล้ว ยังมีจุดแวะพักผ่อนต่างๆอีกด้วย
เนื่องจากวันที่ไปเที่ยวนั้น แดดร้อนมากๆค่ะ เดินออกแดดที เหงื่อแตกซิกๆเลย
 นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่แวะมาเที่ยวก็มักจะเดินหลบพักในร่มกันเสียส่วนใหญ่
บรรยากาศท้องฟ้าแจ่มใสสีสดมาก แต่ข้อเสียคือแดดร้อนแรงจัดจ้านทีเดียว
อย่าลืมพกขนมกรุบกรอบ มาทานให้กรุบกริบด้วย เพื่อเติมพลังงาน
เดินมาเหนื่อยก็เกิดอาการหิว อย่าลืมพกขนมกรุบกรอบ มาทานให้กรุบกริบด้วย เพื่อเติมพลังงานและเติมไขมันลงในเส้นเลือดค่ะ จะได้มีเรี่ยวมีแรงเดินต่อไป
 หลังจากที่ได้เดินชมจตุรัสโรมันจนอิ่มหน่ำสำราญแล้วนะค่ะ
ไม่ไกลนักจากจตุรัสโรมันซึ่งอยู่ติดๆกัน ที่เห็นภาพนี้คือ Equestrian statue of Vittorio Emanuele II
หรือเป็นอาคารกองทัพของกรุงโรมัน
 และหลังจากที่ได้เดินกินลมชมเมืองโรมไม่นานนัก
วางแผนจะเดินทางไปนครรัฐวาติกันต่อก็ไม่ได้ไปแล้วค่ะ เพราะมีงานเข้า
ดิฉันเลยต้องเดินทางกลับไปยังโรงแรมที่พัก เพื่อนั่งสะส่างงานให้เสร็จ กลายเป็นว่าอดไม่ได้ไปเลย
เอาไว้คราวหน้าละกัน
 หลังจากนั้นก็เดินแบกเป้มาที่สถานีรถไฟกรุงโรม
เพื่อมาเสียค่าที่นั่งบนรถไฟค่ะ 
มายืนเข้าแถวรอซื้อบัตรที่นั่งเพื่อเดินทางจากกรุงโรมไปยังเมืองเนเปิ้ล ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวถัดไปค่ะ
การซื้อบัตรก็ใช้บัตร Euria Pass ยื่นแนบแสดงให้กับเจ้าหน้าที่ตอนซื้อได้เลย 
 โดยเสียค่าตั๋วจองที่นั่งจากกรุงโรมไปยังกรุงเนเปิ้ลอยู่ที่ 10 ยูโร ใช้บัตร Eurail pass แสดงตอนซื้อเลยค่ะ และวันนี้ก็เป็นวันสุดท้ายที่จะได้ใช้บัตร Eurail pass แล้วด้วย เนื่องจากใช้ครบ 15 วันแล้ว

เมื่อเสียค่าตั๋วจองที่นั่งแล้ว ก็ต้องเดินมาดูตารางเวลาและชานชลาที่รถไฟเทียบท่าว่าอยู่ชานชลาใหน
ซึ่งที่สถานีรถไฟกรุงโรมก็มีเที่ยวรถไฟเยอะมากๆค่ะ ดูทีตาลายเลยล่ะค่ะ

หากเพื่อนๆคนใหนเดินทางด้วยรถไฟ ก็เผื่อเวลาไว้ด้วยนะค่ะ ไม่งั้นจะตกรถไฟเอา เพราะรถไฟค่อนข้างตรงเวลามากๆ 
 ขบวนรถไฟที่จะเดินไปทางไปเมือง Napoli ขบวนนี้ก็เรียบหรูมากๆ รถไฟชั้น 1 จ้า
ไม่เห็นมีผู้โดยสารมานั่งกันเลยค่ะ เห็นมีแต่ดิฉันคนเดียว สงสัยจะหนีไปใช้รถไฟชั้น 2 หมดแล้วกระมัง เพราะราคาถูกกว่า
คือแบบว่าที่นั่งกว้างมากๆ ไม่ค่อยมีผู้โดยสารมานั่งเลยนะค่ะ
ค่อนข้างเงียบมากๆ เหมาะสำหรับพักผ่อนดี
หลังจากนั้นไม่นาน รถไฟก็วิ่งออกจากชานชลาสถานีกรุงโรมมุ่งหน้าสู่เมืองเนเปิ้ล ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวถัดไป...จบทริปรีวิวเที่ยวกรุงโรมแบบสั้น แต่เสียดายไม่ได้ไปนครรัฐวาติกัน ไว้โอกาศหน้าฟ้าใหม่มีโอกาศมาเยือนอิตาลี คงได้มาชมนะ

เดี่ยวตอนถัดไปจะพาเพื่อนๆและคุณผู้อ่านไปย่องท่องเมืองเนเปิ้ล และไปดูเมืองปอมเปอี ซึ่งเป็นเมืองที่ลาวาภูเขาไฟฝั่งคนทั้งเป็นในเมืองนี้ค่ะ สำหรับรีวิวทริปเที่ยวกรุงโรมก็ขอจบเพียงเท่านี้ หวังว่าจะได้พบกันอีกในเว็ปบล็อกถัดไปนะค่ะ
ขอบพระคุณค่ะ.....จากคุณนายเว่อร์ เทอร์ชอบเที่ยวกินนอน
-------------------------------------------------------------------------------------
บทความอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
รวมเด็ด 9 ที่เที่ยวยอดนิยมในประเทศอิตาลี ที่คนชอบหนีไปเที่ยว คลิ๊กดูข้อมูลค่ะ>>
แนะนำ 9 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในอิตาลี ที่คนชอบหนีกันไปถ่ายรูปสักครั้ง มีที่ใหนบ้างนะ คลิ๊กดูข้อมูลที่เที่ยวค่ะ>>
รีวิวตอนที่ 23 เมื่อฉันต้องนั่งเรือเฟอรี่จากอิตาลีไปกรีซครั้งแรก คลิ๊กดูรีวิวค่ะ>>
แบกเป้ลุยเดี่ยวตอนที่ 23 ขอแบ่งปันประสบการณ์ วิธีการเดินทางนั่งเรือเฟอรี่จากอิตาลี ข้ามไปยังประเทศกรีซด้วยตัวเองมาฝากคุณผู้อ่านทุกคนค่ะ คลิ๊กดูภาพรีวิวการเดินทางค่ะ>>
หรือดูรายละเอียดที่เว็ปไซต์ : http://bit.ly/2Q4tkEC
รีวิวตอนที่ 22 แบกเป้ลุยเดี่ยวไปเที่ยวเมือง Sorrento คลิ๊กดูรีวิวค่ะ>>
รีวิวตอนที่ 22 แวะทอดน่องที่เมืองซอเรนโต้ยามเย็น เดินเล่นแบชิลๆ มาดูสิว่าเมืองนี้มีวิวอะไรให้ชมบ้างนะ คลิ๊กดูภาพรีวิวการเดินทางค่ะ>>>
ดูภาพรีวิวได้ที่เว็ปไซต์ : http://bit.ly/2C4PTGF
รีวิวตอนที่ 19 แวะเที่ยวเมืองโรแมนติคที่ฟลอเรนซ์-ปิซ่า คลิ๊กดูรีวิวค่ะ>>
รีวิวแบกเป้ตอนที่ 19 แวะเที่ยวเมืองฟลอเรนซ์-ปิซ่า เดินลั๊ลลาชมเมืองเก่าแสนโรแมนติด ที่คู่รักแนวชิคๆต้องมาเช็คอินน์กันสักครั้ง คลิ๊กดูภาพรีวิวที่เที่ยวค่ะ>>>
ดูภาพรีวิวได้ที่เว็ปไซต์ : http://bit.ly/2MDjbQz
รีวิวตอนที่ 18 แบกเป้ลุยเดี่ยวเมืองเวนิชครั้งแรก คลิ๊กดูรีวิวค่ะ>>
แบกเป้ลุยเดี่ยวตอนที่ 18 เที่ยวเมืองเวนิช นอนแนบชิดติดริมน้ำ เดินตามหาของกินอร่อยในซอกซอยเล็กๆ คลิ๊กดูภาพรีวิวการเดินทางค่ะ>>>
ดูภาพรีวิวได้ที่เว็ปไซต์ : http://bit.ly/2KQvnsh
รีวิวตอนที่ 17 แบกเป้ไปเที่ยวเมืองมิลาน มีอะไรให้ชมบ้างนะ คลิ๊กดูรีวิวค่ะ>>
แบกเป้ขยันลุยเดี่ยว ตอนที่ 17 นั่งรถไฟข้ามพรมแดนมาเริ่ดสะแมนแตนที่เมืองมิลาน มาดูมีที่เที่ยวใหนให้ยลตระการบ้าง คลิ๊กดูภาพรีวิวการเดินทางคะ>>>
ดูภาพรีวิวได้ที่เว็ปไซต์ : http://bit.ly/2AWC1xk
แบกเป้ลุยเดี่ยวตอนที่ 16 ไปเดินลั๊ลลาไปชมน้ำตกไรน์-ซูริค คลิ๊กดูรีวิวค่ะ>>
แบกเป้ลุยเดี่ยว ตอนที่ 16 มาเดินชิคๆชมวิวเมืองซูริค นั่งรถไฟกุ๊กกิ๊กไปดูน้ำตกไรน์ น้ำใสสวยสด งดงามอร่ามตา คลิ๊กดูภาพรีวิวการเดินทางคะ>>>
ดูภาพรีวิวได้ที่เว็ปไซต์ : http://bit.ly/2MiG5cz
รีวิวลุยเดี่ยวตอนที่ 15 แบกเป้เดินเที่ยวรอบเมืองลูเซิร์นแบบชิลๆ คลิ๊กดูรีวิวค่ะ>>
แบกเป้ลุยเดี่ยว ตอนที่ 15 เดินลั๊ลลาชมเมืองลูเซิร์น เพลิดเพลินดูสะพานไม้เก่า คลอเคล้าริมทะเลสาบสุดสวย คลิ๊กดูภาพรีวิวการเดินทางคะ>>>
ดูภาพรีวิวได้ที่เว็ปไซต์ : http://bit.ly/2vjt0bK
รีวิวลุยเดี่ยวตอนที่ 14 แบกเป้ไปชมความน่ารักที่เมืองกอลมาร์ คลิ๊กดูรีวิวค่ะ>>
แบกเป้เที่ยวยุโรป ตอนที่ 14 แบกเป้จรลีไปที่เมืองกอลมาร์ เดินลั๊ลลาชมเมืองเก่าสุดน่ารักโรแมนติค คลิ๊กดูภาพรีวิวการเดินทางคะ>>>
ดูภาพรีวิวได้ที่เว็ปไซต์ : http://bit.ly/2uQBBTE
รีวิวเที่ยวยุโรปตอนที่ 13 วิธีการเดินทางไปจุงเฟราด้วยตัวเอง คลิ๊กดูรีวิวค่ะ>>
แบกเป้เที่ยวยุโรป ตอนที่ 13 แบ่งปันรีวิววิธีการเดินทางไปพิชิตเขาจุงเฟราด้วยตัวเองมาฝากจ้า คลิ๊กดูภาพรีวิวการเดินทางคะ>>>
ดูภาพรีวิวได้ที่เว็ปไซต์ : http://bit.ly/2LHckBV
รีวิวเที่ยวยุโรปตอนที่ 12 ลุยเดี่ยวไปเมืองสปิซ-อินเทอร์ลาเก้น คลิ๊กดูรีวิวค่ะ>>
แบกเป้เที่ยวยุโรป ตอนที่ 12 เดินทอดน่องย่องเมืองอินเทอร์ลาเก้น เดินเล่นชิลๆ ดูวิวเมืองสปิซติดทะเลสาบสวยเว่อร์ คลิ๊กดูภาพรีวิวการเดินทางคะ>>>
ดูภาพรีวิวได้ที่เว็ปไซต์ : https://bit.ly/2LkZvQM 
รีวิวเที่ยวยุโรปตอนที่ 11 แบกเป้เที่ยวกรุงเบิร์น ดูเพลินๆสวยดีนะ คลิ๊กดูรีวิวค่ะ>>
แบกเป้ลุยเดี่ยวเที่ยวยุโรป ตอนที่ 11 ระเหินระเห็ดมาเด็ดดมชมกรุงเบิร์น เดินเพลินๆดูเมืองมรดกโลก คลิ๊กดูภาพรีวิวการเดินทางคะ>>>
ดูภาพรีวิวได้ที่เว็ปไซต์ : https://bit.ly/2uoxRbX
รีวิวเที่ยวยุโรปตอนที่ 10 เยือนสวิตเซอร์แลนด์ เจนีวา-โลซาน คลิ๊กดูรีวิวค่ะ>>
แบกเป้ลุยเดี่ยวเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ ตอนที่ 10 แวะเมืองเจนีวา-โลซาน ยลตระการศาลาไทย ตามรอยในหลวง คลิ๊กดูภาพรีวิวการเดินทางคะ>>>
หรือดูบทความรีวิวได้ที่เว็ปไซต์ : https://bit.ly/2N0X57i
รีวิวเที่ยวยุโรปตอนที่ 9 เดินชมเมืองลียง ชมอัสดงที่เขาฟูรวิแยร์ คลิ๊กดูรีวิวค่ะ>>
แบกเป้เที่ยวยุโรปตอนที่ 9 แวะชมเมืองลียง เดินชมดงย่านชุมชนเก่า คลอเคล้าตามสายแม่น้ำ คลิ๊กดูภาพรีวิวการเดินทางคะ>>>
หรือดูบทความรีวิวได้ที่เว็ปไซต์ : https://bit.ly/2NyWRFA
เที่ยวยุโรปตอนที่ 8 แวะนั่งพักตากอากาศริมหาดที่เมืองนีซ คลิ๊กดูรีวิวค่ะ>>
แบกเป้ลุยเดี่ยวเที่ยวยุโรปตอนที่ 8 แวะเดินชิลๆที่เมืองนีซ ชมเมืองพักตากอากาศอันเลื่องชื่อนี้ดูสักครั้งสิ คลิ๊กดูภาพรีวิวการเดินทางคะ>>>
หรือดูบทความรีวิวได้ที่เว็ปไซต์ : https://goo.gl/dLDKAX
เที่ยวยุโรปตอนที่ 7 แวะชมประเทศโมนาโค เมืองโก้หรูริมทะเลดูสิ คลิ๊กดูรีวิวค่ะ>>
รีวิวแบกเป้เที่ยวยุโรปตอนที่ 7 นั่งรถไฟไปประเทศโมนาโค เดินแอ๊บไฮโซริมทะเล มาดูสิว่าเมืองนี้มีอะไรน่าเที่ยวบ้าง คลิ๊กดูรายละเอียดและภาพรีวิวคะ>>>
หรือดูบทความรีวิวได้ที่เว็ปไซต์ : https://goo.gl/e6o4UL
รีวิวเที่ยวตอนที่ 6 แวะเที่ยวเมืองคานส์ มีอะไรให้ยลตระการบ้าง คลิ๊กดูรีวิวค่ะ>>
รีวิวเที่ยวฝรั่งเศสตอนที่ 6 แวะเที่ยวเมืองคานส์ ยลตระการเมืองภาพยนตร์โลก อยากรู้มีอะไรให้ชะโงกเที่ยวดูบ้างนะ คลิ๊กดรายละเอียดและภาพรีวิวคะ>>>
หรือดูบทความรีวิวได้ที่เว็ปไซต์ : https://goo.gl/GpiYVK

แสดงความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น