Header Ads Widget

ads

Ticker

6/recent/ticker-posts

เที่ยวยุโรปตอนที่ 9 แบกเป้ลุยเดี่ยวเที่ยวเมืองลียง เดินชมดงย่านชุมชนเก่า คลอเคล้าไปตามสายแม่น้ำ งามอลังการเนินเขาฟูร์วิแยร์ สวยจริงแท้นะแม่เจ้าเอ๋ย


รีวิวแบกเป้ลุยเดี่ยวเที่ยวยุโรปตอนที่ 9 แวะเมืองลียง ชมอัสดงที่ยอดเขาฟูร์วิแยร์ แลย่านชุมชนเก่า คลอเคล้าตามสายแม่น้ำ ร้าวรานจับใจ
สวัสดีค่ะเพื่อนๆพี่ๆน้องๆชาวโลกออนไลน์ที่น่ารักทุกๆท่าน ดิฉันคุณนายเว่อร์ ก็ขอมาทักทายและต้อนรับท่านเข้าสู่เว็ปบล็อกของคนบ้าเที่ยว บ้าเขียนบล็อกไปเรื่อยเปื่อย แนวๆกากๆ โกโรโกโส สับปะรังเค ให้ท่านได้สรวญเสเฮฮา มาเป็นคบบ้าเที่ยวด้วยกันอีกเช่นเดิมนะค่ะ

และเพื่อไม่ให้เว็ปบล็อกร้างไป บทความบ้าๆบอๆในวันนี้ ดิฉันก็ขอมาร่ายมนต์ เล่าเรียงความตามรูปภาพกับทริปรีวิวเที่ยวยุโรปต่อนะคะ หลังจากที่รีวิวตอนที่ 8 ได้แบกเป้ลุยเดี่ยวพาคุณผู้อ่านทุกคนไปตะลอนเที่ยวยังเมืองนีซ เมืองพักตากอากาศสวยงามริมชายทะเลเมดิเตอร์เรเนียนมาแล้ว มาตอนที่ 9 นี้ ดิฉันจะขอพาคุณผู้อ่านและเพื่อนทุกคนแวะไปเที่ยวเมืองลียงกันค่ะ เป็นอีกหนึ่งเมืองท่องเที่ยวในฝรั่งเศส ที่ใครปักหมุดมาเยือนฝรั่งเศสตอนใต้ ก็ต้องแวะมาเดินพร่างพรายชมเมืองนี้สักครั้ง เห็นเค้าบอกว่าเมืองนี้สวยจัง อลังการเว่อร์

พอได้ยินแบบนี้ เดี๊ยนเลยไม่รีรอขอปักหมุดเป็นใยคุณนายหลุดโลก มาชะโงกทัวร์เที่ยวเมืองนี้ด้วยคน มาดูสิว่าในเมืองลียงแห่งนี้ มีสถานที่ท่องเที่ยวอะไรน่าสนใจบ้างนะ จะได้เอามารีวิวบอกเล่าเก้าสิบให้เพื่อนได้สไลด์ดูกัน เผื่อว่าเพื่อนๆคนใหนที่กำลังจะวางแผนแบกเป้ลุยเดี่ยวมาเที่ยวแบบคุณนายเว่อร์ ก็ลองชะแว๊ปแวะมาเที่ยวถ่ายรูปดูได้

ส่วนเรื่องราวจะเป็นอย่างไรไปดูภาพรีวิวกันเลยจ้า
เพื่อไม่ให้สับสนงวยงงนะค่ะ คุณผู้อ่านสามารถเข้าไปดูรีวิวตอนที่ 8 ได้ที่เว็ปไซต์ :
รีวิวเที่ยวฝรั่งเศสตอนที่ 9 นั่งรถไฟจากเมืองนีซ มาเอากระเป๋าที่เมืองคานส์ จากนั้นนั่งรถไฟ TGV มาที่เมืองลียง
สำหรับการเดินทางในทริปนี้ ดิฉันนั่งรถไฟจากเมืองนีซ ( รีวิวตอนที่8) มาลงที่เมืองคานส์ จากนั้นก็ไปเอาประเป๋าซึ่งฝากไว้ที่โรงแรมในเมืองคานส์ และก็ตีตั๋วเสียค่าจองที่นั่งรถไฟชั้น 1 ราคา 20 ยูโร โดยต้องแสดงบัตร Eurail pass ควบคู่ แล้วก็นั่งรถไฟความเร็วสูงมาลงที่เมืองลียง

วิธีการเดินทางมาเมืองลียง ที่สะดวกที่สุด
- นั่งรถไฟความเร็วสูง TGV จากสถานี Paris Gare de lyon กรุงปารีสมาลงที่ สถานีรถไฟ ได้เลยค่ะ และถ้าหากเพื่อนๆคนใหนที่วางแผนมาเที่ยวยุโรปแบบระยะยาวๆก็ใช้บัตรยูโรพาสเดินทางก็จะประหยัดได้เยอะ แต่ถ้าใครที่ไม่ได้ใช้ยูโรพาส ก็จองตั๋วที่นั่งล่วงหน้าแต่เนิ่นๆ จะมีราคาโปรโมชั่นให้จ้า

- หรือถ้าจะประหยัดแบบสุด เที่ยวแบบชิวๆไม่อยากนั่งรถไฟความเร็วสูง ก็เลือกนั่งรถบัสโดยสารจากกรุงปารีสมาได้ ราคาถูกมากๆ แต่ก็ใช้เวลาเดินทางยาวนานมากเหมือนกันนะค่ะ เหมาะกับคนเที่ยวแบบสโลว์ไลฟ์ ประหยัดตังก็นั่งรถบัสโดยสารจากกรุงปารีสมาได้เลย

- เพื่อนๆสามาาถเช็คตั๋วตาราง ราคาและเวลารถไฟและรถบัสโดยสารได้ที่เว็ปไซต์ : https://www.sncf.com/sncv1/en/passengers

ก่อนจะเข้าสู่เนื้อหา เรามารู้จักเมืองลียงก่อนดีกว่า ถือว่าเป็นความรู้เปิดโลกกว้าง (อารมณ์เหมือนได้ย้อนวัยไปเรียนวิชาโลกของเราเลยนะ)

เกี่ยวกับเมืองลีง (Lyon)
ถือเป็นเมืองอยู่ทางตะวันออกตอนกลางของประเทศฝรั่งเศส โดยเป็นเมืองหลวงของจังหวัดโรน และเมืองหลวงของแคว้นโอแวร์ญ-โรนาลป์ ตั้งอยู่ระหว่างปารีสกับมาร์แซย์ โดยอยู่ห่างจากปารีส 470 กิโลเมตร, ห่างจากมาร์แซย์ 320 กิโลเมตร, ห่างจากเจนีวา 160 กิโลเมตร, ห่างจากตูริน 280 กิโลเมตร และห่างจากมิลาน 450 กิโลเมตร ประชากรเมืองลียงมีชื่อว่า ลียงเน่ส์

นอกจากนี้แล้ว ลียงยังมีส่วนสำคัญกับประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ โดยเป็นบ้านเกิดของพี่น้องลูมิแยร์ (โอกุสต์ ลูมิแยร์ และหลุยส์ ลูแมร์) ผู้ประดิษฐ์เครื่องฉายภาพยนตร์ในลียง ทุกวันที่ 8 ธันวาคมของทุกปีจะมีเทศการ Fête des Lumières หรือเทศกาลแห่งแสงสว่าง โดยจะจัดขึ้นเป็นเวลา 4 วัน ทำให้ลียงได้รับการขนานนามว่าเป็น เมืองหลวงแห่งแสงสว่าง

เมืองลียงถือเป็นเมืองทางธุรกิจที่สำคัญอีกแห่งของฝรั่งเศส มีประชากร 472,305 คน เป็นเมืองใหญ่อันดับสามรองจากปารีสและมาร์แซย์ นอกจากนี้แล้ว เมืองลียงยังมีชื่อเสียงในด้านของสถาปัตยกรรมและสถานที่ต่างๆทางประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการทอผ้าไหมโบราณ และได้รับขึ้นทะเบียนมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกเมื่อปี 1998 ในคริสศรรษวรรษที่ 20 ลียงมีชื่อเสียงอย่างมากในด้านอาหารจนกลายเป็นศูนย์กลางทางโภชนาการที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศ

ในด้านภูมิศาสตร์และแหล่งท่องเที่ยว

ลียงมีแม่น้ำสองสายได้แก่ แม่น้ำซาโอน (Saône) และแม่น้ำโรห์น (Rhône) ไหลผ่านใจกลางเมืองแล้วบรรจบกันทางใต้ของเมือง ทำให้ลียงมีทัศนียภาพแบบเกาะกลางน้ำอยู่ใจกลางเมือง ลียงยังมีเนินเขาขนาดใหญ่ทางด้านฝั่งตะวันตกและทางเหนือของเมือง ทางฝั่งตะวันตกของเกาะเป็นที่ตั้งของเมืองเก่าลียง (Vieux Lyon) บริเวณด้านล่างของเนินเขาฟูร์วิแยร์ (Fourvière hill) ซึ่งเป็นบริเวณที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก
เครติดข้อมูลดีๆจากสารานุกรมเสรี Wikipedia : https://th.wikipedia.org/wiki/ลียง 
สถานที่ท่องเที่ยวในเมืองลียง (สะพานข้ามแม่น้ำซาโอน มองเห็นวิวเนินเขาฟูร์วิแยร์)
สถานที่ท่องเที่ยวในเมืองลียง
- ย่านชุมชนเมืองเก่าลียง (Vieux Lyon)
- มหาวิหารลียง
- จุดชมวิวเนินเขาฟูร์วิแยร์ (Fourviere Hill)
- วิหารน็อทร์-ดาม เดอ ตั้งอยู่ที่เขาฟูร์วิแยร์
- จุดชมวิวสะพาน Passerelle St Georges  
- Lyon Confluence 
- Musee Des Confluence  
- Lyon Ville De Lumieres
- Les Murs Peints Ont La Parole
และสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ 

เช้าตรู่ในวันที่ 21 พ.ค.2561 ในเมืองลียง
เป็นครั้งแรกที่ได้ใช้บริการพักในเครือไอบิส ปกติจะพักแต่โฮสเทลราคาไม่แพงนัก แต่ครั้งนี้ได้มาใช้บริการไอบิสสักที ต้องขอบพระคุณบัตรของขวัญจาก Agoda ที่ส่งมาให้นะคะ  ถ้าไม่มีบัตรของขวัญ คงพักห้องนอนรวมจ้า
ภาพห้องพัก ไอบิสลียงปา ดิเออ เล อัล (Ibis Lyon Part Dieu Les Halles)  เมื่อคืนนี้ รีวิวอีกรอบ ได้เขียนไว้แล้วในตอนที่ 8 จ้า
ภาพห้องพักเมื่อคืนนี้ รีวิวอีกรอบ เขียนไว้แล้วในตอนที่ 8 แต่เอามารีวิวให้ดูอีกครั้ง (โฆษณาให้เค้าหน่อย เค้าอุตสาห์เอาบัตรของขวัญมาให้ ไม่งั้นเดี๊ยนคงไม่มีวาสนาได้พักแน่ๆ ราคาถ้าเทียบเป็นเงินไทยไม่ใช่ถูกนะ แต่ถ้าเทียบกับค่าครองชีพที่นี้ ถือว่าราคาไม่แพงเลยคะ)
ห้องพักกว้างขวาง เตียงนอนนุ่มไม่แข็งหรือนิ่มเกินไป ตามมาตรฐานโรงแรม 3 ดาว
ไอบิส ลียง ปาร์ ดิเออ เล อัล (Ibis Lyon Part Dieu Les Halles)  เมื่อคืนนี้ รีวิวอีกรอบ ได้เขียนไว้แล้วในตอน
 มีทีวี เครื่องปรับอากาศ โต๊ะนั่งทำงาน Free Wifi กุญแจแบบคีย์การ์ด
ห้องน้ำ
 ส่วนห้องน้ำก็สะอาดสะอ้านดีเยี่ยม โอเคให้ผ่าน
มีไดร์เผ่าผม แก้วน้ำดื่ม ผ้าขนหนู ครบ
ล็อบบี้ห้องพักชั้นล่าง
สรุปสภาพห้องพักโรงแรมไอบีสโดยรวมให้ผ่านค่ะ หากเพื่อนๆนักเดินทางคนใหนที่แวะมาเที่ยวเมืองลียงและมองหาที่พักใกล้สถานีรถไฟ แบบเดินไปได้ใกล้ๆ ก็แวะมาพักที่โรงแรมไอบิสได้คะ ราคาที่พักคืนละ 1800 บาทสำหรับพักคนเดียวคะ ไม่รวมอาหาร แต่ถ้านอน 2 คนก็แพงกว่านิดหน่อยเองนะ เอาเป็นว่าถือเป็นหนึ่งตัวเลือกแล้วกันนะคะ
เข้าไปดูห้องพักได้ที่ : ไอบิส ลียง ปาร์ ดิเออ เล อัล (Ibis Lyon Part Dieu Les Halles)
ไลน์อาหารเช้าบุฟเฟ่ต์ แนว Continental Breakfast
หลังจากดูห้องพักไปแล้วนะค่ะ ทีนี้ก็มาดูอาหารเช้าต่อค่ะ
เนื่องจากราคาที่พักไม่รวมอาหารเช้านะค่ะ ดังนั้นถ้าหากอยากทานต้องเสียตังเพิ่มค่ะ แต่ถ้าไม่อยากเสียเงินเพิ่ม ก็เลือกไปทานข้างนอกได้นะคะ โดยใกล้ๆโรงแรมไอบิส มีร้านขนมปังราคาไม่แพงให้ทานด้วย
 
แต่ราคาอาหารเช้าที่โรงแรมก็ไม่ได้แพงนะค่ะ ราคาต่อหัวอยู่ที่คนละ 10 ยูโร ดิฉันเลยเลือกทานที่นี้แล้วกัน เพราะถ้าไม่ทานข้างนอก ก็คงไม่ได้ทานบุฟเฟ่ต์แบบนี้
ไลน์บุฟเฟ่ต์อาหารเช้าในโรงแรมไอบิสที่ฝรั่งเศส เป็นอาหารแนว continental Breakfast ไม่มีอาหารหนักเหมือนในเมืองไทยบ้านเรานะค่ะ ดังนั้นเข้าเมืองตาหลิ่ว ก็ต้องหลิ่วตามเค้าไปค่ะ ใจจริงตอนนี้ ดิฉันโหยหาผัดกระเพราไข่ดาวแล้วจ้า แต่ก็อดทน เพราะทริปนี้อีกยาวไกลเลย
 ขนมปังมีให้เลือกหลายแบบมากๆ แต่ละอันก็หอมกรุ่นเชียว
อาหารเช้านี้ทานเท่านี้ก็พอ เดียวทานเยอะ จะแน่นท้องเอา
 อาหารมื้อเช้านี้ จัดไปค่ะ แล้วแต่ท้องจะรับ ถ้าท้องไม่รับ คงลำบากแน่ๆคะ
แต่เครื่องดื่ม ที่เป็นโก้โก้ของเค้าอร่อยมากๆ กลิ่นหอมกรุ่น กลบกลิ่นกาแฟและเอสเฟรซโซ่ไปเลย
มีชีสให้เลือกหลายแบบเลยนะคะ เดี๊ยนก็หยิบใส่มาด้วย เพราะอยากลิ้มลอง แต่ก็ทานไม่เป็นเลย เพราะรสชาติเหมือนบูดๆยังไงไม่รู้ แค่ดมกลิ่นก็จะเป็นลม แต่ก็ทนฝืนทาน กลั้นกินจนหมดเลยเนื่องจากตักมาแล้ว กินทิ้งกินขว้างไม่ดีนะ
หลังจากที่ได้ทานอาหารเช้าอิ่มแล้วนะค่ะ ดิฉันก็แบกเป้ลงจากห้องพักมาทำการเช็คเอาท์และฝากกระเป๋าไว้ที่โรงแรม เดี่ยวตอนบ่ายๆค่อยกลับมาเอาคะ
พักค้างคืน ที่ ไอบิส ลียง ปาร์ ดิเออ เล อัล (Ibis Lyon Part Dieu Les Halles)
เช็คเอาท์ออกจากที่พักเรียบร้อยแต่เช้า ฝากกระเป๋าไว้ เสร็จแล้วก็ได้เวลาไปเดินไฉไลชมเมืองลียงแล้วค่ะ มาดูสิว่ามีอะไรน่าเที่ยวบ้าง
แผนที่เดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวในเมืองลียง ดิฉันเลือกเดินไปยังย่านท่องเที่ยว แทนการใช้รถสาธารณะ เนื่องจากจะได้ออกกำลังกาย
โดยแหล่งท่องเที่ยวที่คุณนายเว่อร์ จะไปเที่ยวในเมืองนี้ อยู่ที่ย่านเมืองเก่าคะ
ซึ่งห่างจากที่พักเกือบๆ 3 กิโลเมตร สามารถนั่งรถรางทรัม หรือรถบัสโดยสารไปได้ แต่ดิฉันเลือกเดินไปค่ะ เพราะสอบถามพนักงานบอกว่าสามารถเดินไปไม่ไกลจากเกินไป แถมประหยัดสตางค์ และได้ออกกำลังกายด้วยนะ
 เริ่มต้นเดินออกจากที่พักไปยังย่านท่องเที่ยวเมืองเก่าลียง (Vieux Lyon) ด้วยสองเท้าของเราเนี่ยแหละค่ะ
บรรยากาศยามเช้าในเมืองลียง
เดินออกจากโรงแรมไอบิสมานิดหน่อย ข้ามถนนมาก็เป็นร้านขายขนมปัง ราคาไม่แพงด้วยนะ
 บรรยากาศถนนหนทางในเมือง ก็ดูเป็นระเบียบร้อยเรียบและเรียบร้อยดี
 เดินมาได้สักกิโลกว่าก็เห็นคนกำลังปิ้งไก่ย่างหรือปิ้งอะไรสักอย่าง ดูควันขมวยพวงพุ่งไปทั่วกรุงพาราและธานีแห่งนี้เชียว และกลิ่นก็หอม รัญจวนใจมากๆด้วยนะค่ะ
 เดินออกมาก็พบกับและแม่น้ำโรห์น (Rhône)แม่น้ำสายหลักอีกแห่งที่ผ่านเมือง
แม่น้ำโรห์น (Rhône) ในเมืองลียง
 สะพานข้ามและแม่น้ำโรห์น (Rhône)
 เดินออกมาก็พบกับและแม่น้ำโรห์น (Rhône)แม่น้ำสายหลักอีกแห่งที่ผ่านเมือง
 บรรยากาศริมและแม่น้ำโรห์น (Rhône) กับทริปวันธรรมดา แต่ท้องสดใส งามไฉไลผ่องศรี รื่นฤดีความหวาน ร้าวรานจับใจยิ่งนักค่ะ
ซูมกล้องไปไลกก็เป็นตึกรางบ้านช่องอยู่บนเนินเขา หลังคง หลังคาก็สีสันสีโทนเดียวกันหมด ไม่มีสีเหลือง ฟ้า แสด ให้ตัดแยกแปลกออกไปเลย เป็นสีออกโทนพาสเทล สวยงามตามแบบฝรั่ง
เดินที่สะพาน Pont Wilsonข้ามแม่น้ำโรห์น (Rhône)
โดยแม่น้ำโรห์น (Rhône) จะเป็นแม่น้ำที่ไหลผ่านใจกลางเมืองแล้วบรรจบกันทางใต้ของเมืองลียง
 เดินสะพานข้ามแม่น้ำโรห์น
 ป้ายบอกชื่อแม่น้ำและสะพานให้ด้วย สำหรับสะพานที่เพิ่งเดินผ่านมา เป็นสะพาน Pont Wilson
 มองไปไกลก็เห็นเป็นตึกรางบ้านช่อง อาคารบ้านเรือน ดูสวยงามตามสไตล์ฝรั่งเศส
 หลังจากเดินข้ามสะพานแม่น้ำโรห์นมาแล้วนะค่ะ ก็สังเกตุป้ายบอกทางต่อคะ
โดยป้ายจะเขียนเป็นภาษาฝรั่งเศสไว้ว่า Office Du Tourisme  ก็เดินตรงไปเลยคะ
 เดินตรงมาในย่านนี้ก็จะคึกคักด้วยผู้คนมากมาย
พอเดินมาแล้ว ก็มาเจอขบวนพาเหรดเดินประท้วงอะไรสักอย่างคะ เดินกันยาวเหยียดเชียว ดิฉันเลยขอเดินอนุญาติเดินข้ามคะ
จตุรัสแบลเลอกูร์ (Place Bellecour)
 พอเดินมาก็จะพบกับจุดถ่ายรูปสถานที่ท่องเที่ยวจุดแรกแล้วค่ะ ที่นี้คือ จตุรัสแบลเลอกูร์ (Place Bellecour)
จตุรัสแบลเลอกูร์ (Place Bellecour)
สาระน่ารู้เกี่ยวกับ จตุรัสแบลเลอกูร์ (Place Bellecour)

เป็นจตุรัสที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศฝรั่งเศส ตั้งอยู่บนเกาะกลางระหว่างสองแม่น้ำ ทางทิศเหนือของจตุรัสติดกับถนนเรปูบลิค (Rue de la République) ซึ่งเป็นถนนทางเท้าสำหรับคนเดินเท่านั้น ในบริเวณเขต 2 ของเมืองลียงเป็นศูนย์รวมอาคารสวยงาม เก่าแก่มากมาย
จตุรัสแบลเลอกูร์ (Place Bellecour)
โดยกึ่งกลางของจตุรัสก็เป็นอนุสาวรีย์ Denkmal Reiterstatue Ludwig XIV 
มีรูปปั้นประดับประดา และมีคุณครูพาเด็กนักเรียนมาชมและทัศนศึกษากันด้วย
ศูนย์ให้ข้อมูลด้านการท่องเที่ยวเมืองลียง ONLY LYON TOURISME
 และที่ในย่านจตุรัสแบลเลอกูร์ (Place Bellecour) ก็มีศูนย์ให้ข้อมุลเรื่องการท่องเที่ยวด้วย
 เข้าไปด้านใน ดิฉันก็หยิบสมุดเล่มท่องเที่ยวมา ด้านในมีภาษาอังกฤษให้ด้วย เอามาเปิดดูว่าในเมืองนี้ มีอะไรให้เที่ยวบ้าง
จตุรัสแบลเลอกูร์ (Place Bellecour)
สภาพแวดล้อมและบรรยากาศโดยรอบ และรายล้อมไปด้วยตึกอาคารสไตล์ฝรั่งเศสสวยงาม ส่วนท้องฟ้าก็แจ่มใส สีสดมากๆค่ะ ดูแล้วก็สวยงามไปหมด อากาศไม่ร้อนอบอ้าวอีกด้วย
เดินต่อไปอีกนิด
และจากจตุรัสแบลเลอกูร์ ก็เดินมุ่งหน้าไปยังจุดท่องเที่ยวอื่นๆ
มองไปไกลนั้นก็วิหารน็อทร์-ดาม เดอ ฟูร์วิแยร์ (Rectorat Notre Dame de Fourvière) บนเนินเขาฟูร์วิแยร์
 มองไปไกลๆ ที่เห็นเป็นปราสาทสวยงามคลาสสิคบนยอดเขา นั้นคือวิหารน็อทร์-ดาม เดอ ฟูร์วิแยร์นะค่ะ ดูอลังการมากๆ มองไปแต่แรกเดี๊ยนก็คิดว่าเป็นปราสาทเจ้าชายกบเสียอีก แต่เปิดดูข้อมูลแล้ว เป็นโบสถ์วิหารคาทอลิกนี้เอง 
เดินมาจะเป็นแม่น้ำซาโอน (Saône) แม่น้ำสวยอีกแห่งในเมืองลียง ข้ามไปยังเมืองเก่า และเมืองใหม่
 เดินจากจตุรัสแบลเลอกูร์มาอีกนิดเดียวก็เป็นแม่น้ำซาโอน (Saône) แม่น้ำสำคัญอีกแห่งของเมืองลียง และเป็นแม่น้ำที่มีวิวเมืองสวยงามอีกด้วย
ย่านชุมชนเก่าลียง 
มองไปก็เห็นเป็นตึกรางบ้านช่อง ย่านชุมชนเก่า สีสันสวยงาม ตั้งเรียงรายอยู่ใกล้แม่น้ำซาโอน (Saône) ดูสวยงามมากๆเลยนะคะ ท้องฟ้าก็ฟ๊าฟ้า เป็นอีกหนึ่งเมืองที่สวยงามสมคำล่ำลือจริงนะคะ ไม่เสียดายทีอุตสาห์แบกเป้ใส่เครื่องบินข้ามขอบฟ้ามาไกล
 มีบริการล่องเรือตามแม่น้ำซาโอนให้ชมเมืองกันด้วยนะค่ะ
 มีบริการล่องเรือตามแม่น้ำซาโอนให้ชมเมืองกันด้วยนะค่ะ
 
 มองไปบนเรือก็มีนักท่องเที่ยวเยอะแยะเลย
น่าจะเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำหรับคนที่ชอบเที่ยวแบบชิลๆ นั่งเรือชมวิวเมือง
มองไปก็เห็นเนินเขาฟูร์วิแยร์ (Fourvière hill)
มองไปก็เห็นเนินเขาฟูร์วิแยร์ (Fourvière hill) และวิหารน็อทร์-ดาม เดอ ฟูร์วิแยร์
สะพาน Passerelle St Georges และวิวเนินเขาฟูร์วิแยร์
 เดินมาอีกนิดเดียวก็เจอสะพานข้ามแม่น้ำซาโอนที่สวยที่สุดอีกแห่งของเมืองลียง ที่ใครแวะมาก็ต้องถ่ายรูปค่ะ สะพาน Passerelle St Georges sur la Saône
สะพาน Passerelle St Georges ข้ามไปยังย่านชุมชนเก่าลียง และเดินไปยังยอดเขาฟูร์วิแยร์
 เป็นสะพานที่แขวนที่สร้างเพื่อเชื่อมข้ามไปยังโบสถ์ Église Saint Georges ที่อยู่ตรงข้าม
 มี่ชื่อป้ายสะพานติดไว้ด้วยว่า Passerelle St Georges
 มี่ชื่อป้ายสะพานติดไว้ด้วยว่า Passerelle St Georges
 เดินข้ามสะพานไปยังย่านชุมชนเก่ากันคะ
 เป็นสะพานแขวนสีแดง สวยงาม มองก็เห็นโบสถ์Église Saint Georges
สะพาน Passerelle St Georges ข้ามแม่น้ำซาร์โอนไปยังย่านชุมชนเก่า
 หากเพื่อนๆหรือคู่รักคนใหนที่แวะมาเที่ยวเมืองลียง ก็ไม่ควรพลาด แวะมาถ่ายภาพที่นี้ และเดินข้ามสะพานแม่น้ำซาโอนไปยังย่านชุมชนเก่าคะ
สะพาน Passerelle St Georges และวิวเนินเขาฟูร์วิแยร์
วิวทิวทัศน์ของแม่น้ำซาร์โอนและตึกรางบ้านช่องแบบฝรั่งเศส ตั้งเรียงรายขนาบสองฝั่งแม่น้ำ ดูสวยงามดีจังคะ
พอเดินข้ามสะพานมาก็จะเป็นโบสถ์ Église Saint Georges
 เดินมุ่งหน้าต่อมาในย่านชุมชนเก่า
ตุ๊กตาน่ารักในเมืองลียง
มหาวิหารลียง Cathédrale Saint-Jean-Baptiste
โดยในย่านนี้ก็เป็นที่ตั้งของ มหาวิหารลียง 
อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่ใครแวะมาเมืองนี้ ต้องมาเยือนและชมความงามของวิหารแห่งนี้ เนื่องจากมีความใหญ่โตโออ่ามากๆ
มหาวิหารลียง Cathédrale Saint-Jean-Baptiste
สาระน่ารู้เกี่ยวกับวิหารลียง อ่านเป็นความรู้กันดูคะ

วิหารลียง อาสนวิหารนักบุญยอห์นผู้ให้บัพติศมาและนักบุญสเทเฟนแห่งลียง (ฝรั่งเศส: La Primatiale Saint-Jean-Baptiste-et-Saint-Étienne) หรือเรียกโดยทั่วไปว่า อาสนวิหารนักบุญยอห์น (Cathédrale Saint-Jean) และ อาสนวิหารลียง (Cathédrale de Lyon) เป็นอาสนวิหารโรมันคาทอลิกที่อยู่ในระดับสูงกว่าอาสนวิหารทั่วไปหรือที่เรียกว่า primatial cathedral เป็นที่ตั้งของอัครมุขนายกประจำอัครมุขมณฑลลียง โดยตามตำแหน่งแล้ว อัครมุขนายกแห่งลียงยังรั้งตำแหน่งผู้นำแห่งชาวกอลทั้งปวง (Primat des Gaules) อีกด้วย

โดยอาสนวิหารตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่าของเมืองลียง จังหวัดโรน แคว้นโอแวร์ญ-โรนาลป์ ประเทศฝรั่งเศส สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้แก่สองอัครทูตสำคัญ คือนักบุญยอห์นผู้ให้บัพติศมาและนักบุญสเทเฟน โดยแต่แรกอาสนวิหารนี้ตั้งใจสร้างเพื่ออุทิศให้แก่นักบุญสเทเฟน และให้เกียรติแก่ผู้ให้ศีลล้างบาปแก่พระองค์ด้วย นั่นคือนักบุญยอห์น จึงเป็นที่มาของชื่อทั้งสองของอาสนวิหารแห่งนี้
มหาวิหารลียง Cathédrale Saint-Jean-Baptiste
อาสนวิหารแห่งนี้ได้ขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์เมื่อปี ค.ศ. 1862

การก่อสร้างได้เริ่มต้นราวคริสต์ศตวรรษที่ 12 เริ่มจากผนังของวิหารคดที่ตั้งอยู่เหนือห้องเก็บศพใต้โบสถ์สมัยโบราณ ต่อมาระหว่างปี ค.ศ. 1165–1180 มีการสร้างบริเวณฐานสำหรับมุขโค้ง ชาเปลด้านในทั้งสองแห่ง และสำหรับแขนกางเขนตามแบบสถาปัตยกรรมโรมาเนสก์ ต่อมาบริเวณหลังคาโค้งของมุขโค้ง ตามด้วยแขนกางเขน ได้แล้วเสร็จในแบบสถาปัตยกรรมกอทิก พร้อม ๆ กับหอทั้งสองฝั่ง รวมทั้งโถงทางเดินโบสถ์ในความยาวสี่ช่วงเสาพร้อมหลังคาโค้ง ได้เสร็จสิ้นตามในช่วงระหว่างปลายคริสต์ศตวรรษที่ 12 ถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 13

ต่อมาระหว่างปี ค.ศ. 1791–1793 อัครมุขนายกลามูแร็ตได้สั่งให้มีการปรับแต่งบริเวณร้องเพลงสวด ทำให้ฉากกางเขนของเก่าถูกทำลายลง ซึ่งต่อมาได้ถูกบูรณะซ่อมแซมครั้งใหญ่ให้กลับมาอยู่ในสภาพตามแบบเดิมเมื่อปี ค.ศ. 1935–1936 และในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อเดือนกันยายน ค.ศ. 1944 หน้าต่างกระจกสีบางส่วนก็ได้ถูกทำลายลงในสงครามอย่างน่าเสียดายหน้าบันของอาสนวิหารได้รับการบูรณะครั้งใหญ่เมื่อปี ค.ศ. 1982 และ ค.ศ. 2011

เครดิตข้อมูลสาระน่ารู้จาก : https://th.wikipedia.org/wiki/อาสนวิหารลียง
 รอบๆบริเวณในย่านนี้ก็กว้างขวาง สวยงาม เห็นเด็กกำลังเล่นน้ำอยู่อย่างสนุกสนานเชียว
 หน้าต่างอาคารเก่าแก่ แลดูมีมนต์ขลีง
ร้านตัดผมก็กิ๊บเก๋ น่าจะเท่ห์ถูกใจวัยแนว
ร้านตัดผมก็กิ๊บเก๋ มีเสน่ห์ชิคๆชิวๆ น่าจะถูกใจวิวหนุ่มบ่าวสาวสมัยใหม่นะคะ
เพราะช่างตัดผมด้านใน หน้าตาหล่อมากๆ กระชากใจเว่อร์
 มีร้านอาหารให้รับประทานด้วยนะ
 ไปเดินเที่ยวต่อค่ะ และใกล้ก็เป็นถนน ตรอกซอยเล็กๆ มีร้านขายอาหาร ขายขนมนมเนย และขายของที่ระลึกมากมายให้เลือกซื้อ
ของฝากของที่ระลึกจากเมืองลียง
 ของฝากเมือลียง ราคาน่าจะถูกและพกพาง่ายสุดล่ะ
 ของเล่นน่ารักมากๆเลย อยากได้สุดๆ แต่ถ้าซื้อไป ก็โดนคุณแม่กระซวกอีกอยู่ดี เพราะซื้อไปรกบ้านอีกล่ะได้แค่มอง ของเล่นเด็กชอบมากๆ
 ขนมเยลลี่สีน่ารับประทานมากๆ น่าจะถูกใจเด็กๆนะคะ
เดินช๊อปปิ้งในย่านลียง
 ในตรอกทางเดินเล็กๆก็มีร้านค้าให้เลือกช๊อปปิ้งกันมากมายเลยค่ะ และของแต่ละอย่างก็น่าซื้อด้วยนะค่ะ แต่ใครที่มาถนนเส้นนี้ แล้วชอบช๊อปปิ้งคงต้องพกตังมาเยอะๆแล้วล่ะคะ
 เดินออจากถนนคนเดินมาก็เป็นถนนอีกเส้น กำลังมองเห็นสองหนุ่มปั่นจักรยาน
โดยในย่านชุมชนเก่าเมืองลียง ก็มีอาคารบ้านเรือนเก่าแก่ให้ชมและถ่ายรูปหลากหลายมุม
ตามตรอกซอกซอยบางแห่งก็มีสวยงามคลาสสิค ตามสไตล์ฝรั่งเศส
ตามผนังกำแพงอาคารก็มีภาพวาดสามมิติน่ารักมุ้งมิงเชียว
Place De La Trinite ถนนสายเก่าแก่อีกแห่งในย่านชุมชนเก่า (Vieux Lyon)
ย่านชุมชนเก่า (Vieux Lyon)
 จักรยานยังเป็นพาหนะยอดนิยมในเมืองลียง
บรรยากาศโดยรวมย่านชุมชนเก่าถือว่าสวยงาม และยังคงถูกอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไปมากนิดหน่อยแต่ก็ไม่มาก ทำให้เวลามาเดินก็ยังได้ความรู้สึกของความเก่าอยู่คะ
บรรยากาศโดยรอบในย่านเมืองเก่าก็ถูกอนุรักษ์ไว้อย่างดี
เดินผ่านพิพิธภัณฑ์เก่าแก่อีกแห่งของเมืองลียงคะ
พอเดินเลยถัดมาจากมหาวิหารลียงไม่ไกล ในย่านชุมชนเก่าแห่งนี้ก็มีบันใดทางขึ้นไปยังยอดเขาฟูร์วิแยร์คะ
พอเดินเลยถัดมาจากมหาวิหารลียงไม่ไกล ในย่านชุมชนเก่าแห่งนี้ก็มีบันใดทางขึ้นไปยังยอดเขาฟูร์วิแยร์คะ เพื่อไปชมวิหารและวิวทิวทัศน์ของเมืองลียงยง

โดยบันได้ทางขึ้นมีชื่อเป็นภาษาฝรั่งเศสว่า Montee Des Chazeaux แต่เดี๊ยนอ่านเป็นภาษาอังกฤษตลอดเลยค่ะ เนื่องจากเขียนเหมือนกัน ถ้าอ่านเป็นภาษาฝรั่งเศส เดี๊ยนคงต้องเติมสระเออ สระออง ให้เยอะๆหน่อยนะ
 บันใดเส้นนี้ก็มีนักท่องเที่ยวเดินขึ้นลงกันตลอดเลยคะ
พอเดินเลยถัดมาจากมหาวิหารลียงไม่ไกล ในย่านชุมชนเก่าแห่งนี้ก็มีบันใดทางขึ้นไปยังยอดเขาฟูร์วิแยร์คะ
บันใดดูออกแนววินเทจ คลาสสิค สีส้มกะจิ๊ดลิ๊ดหน่อยๆ
 เดินขึ้นมาต้องใช้พละกำลังพอสมควร เหนื่อยเหมือนกันเนอะ
ลองไปก็จะเห็นหลังคาบ้านเรือนในย่านชุมชนเก่าแห่งนี้
 พอเดินขึ้นมาแล้วก็ยังไม่ถึงนะคะ
เดินตามเลียบถนนตามถนนเขาขึ้นไปอีกคะ
ยังไม่ถึงค่ะ เดินไปอีกหน่อย จะมีป้ายบอกทางยังจุดชมวิวเขาฟูร์วิแยร์
 เดินมาก็เห็นป้ายบอกทางแล้วคะ ที่เขียนว่า FOURVIERE อ่านฟูร์วิแยร์ เห็นป้ายนี้ก็ไปตามป้ายเลยคะ
 ยังไม่ถึงนะคะ เดินขึ้นเนินไปอีกจ้า
 ยังไม่ถึงนะคะ เดินขึ้นเนินไปอีกจ้า
หากใครที่ไม่ขยันเดิน รับรองจบตั้งแต่ กม.แรกแล้วค่ะ
แนะนำนั่งรถเมลล์โดยสารจากสถานีรถไฟมาได้คะ มีรถมาถึงอยู่นะ
ในที่สุดเดินเท้าถึงแล้วคะ วิหารน็อทร์-ดาม เดอ ฟูร์วิแยร์
ในที่สุดเดินเท้าถึงแล้วคะ วิหารน็อทร์-ดาม เดอ ฟูร์วิแยร์ ดูสวยงามใหญ่โตโอฬาร ร้านรานถึงทรวงใน ตามแบบฝรั่งตะวันตก
 สำหรับวิหารน็อทร์-ดาม เดอ ฟูร์วิแยร์ ถือเป็นวิหารที่สำคัญอีกแห่งของเมืองลียง ตั้งอยู่บนยอดเขาฟูร์วิแยร์ และบนยอดเขายังเป็นจุดชมวิวที่สวยงามที่สุดอีกแห่งของเมืองอีกด้วย
มีแผนที่เส้นทางในวิหารให้ดูด้วย ว่าตอนนี้เราอยู่ที่ใหน
และที่พลาดไม่ได้อุตสาห์ใช้พละกำลังวังชาเดินมาถึงยอดเขา
ก็ต้องแวะชมวิวทิวทัศน์ของเมืองนี้สักหน่อยค่ะ
จุดชมวิวทิวทัศน์อันสวยงามบนยอดเขาฟูร์วิแยร์ FOURVIERE
โดยจุดชมวิวก็อยู่ด้านข้าง วิหารน็อทร์-ดาม เดอ ฟูร์วิแยร์ เลยยค่ะ
เดินมาก็จเห็นวิวทิวทัศน์ของเมืองลียง สวยงามมากๆ
ซูมกล้องไปไกลๆหน่อยก็เห็นบ้านม่านชานเรือน หลังคาสีส้มเป็นโทนเดียวกันหมดเลยนะคะ
จุดชมวิวทิวทัศน์อันสวยงามบนยอดเขาฟูร์วิแยร์ FOURVIERE
สาระน่ารู้เกี่ยวกับเมืองลียง

โดยทางตอนเหนือของเมือง คือบริเวณเนินเขาครัวซ์ รูสส์ (Criox-Rousse) ซึ่งเป็นบริเวณที่เต็มไปด้วยโรงงานทอผ้าไหมแบบดั้งเดิมที่ครั้งหนึ่งเคยมีชื่อเสียงของเมืองลียง จตุรัสแบลเลอกูร์ (Place Bellecour) เป็นจตุรัสที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศฝรั่งเศส ตั้งอยู่บนเกาะกลางระหว่างสองแม่น้ำ ทางทิศเหนือของจตุรัสติดกับถนนเรปูบลิค (Rue de la République) ซึ่งเป็นถนนทางเท้าสำหรับคนเดินเท่านั้น ในบริเวณเขต 2 ของเมืองลียงเป็นศูนย์รวมอาคารสวยงาม เก่าแก่มากมายตก
และนอกจากนี้เป็นบริเวณที่ชาวคาทอลิกเก่า (Old Catholic) อาศัยอยู่ โดยเฉพาะในย่าน Ainay ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำโรห์น เป็นบริเวณที่ราบอันกว้างขวางอันเป็นที่ตั้งของอาคารบ้านเรือนสมัยใหม่มากมายและเป็นที่อยู่ของประชากรส่วนใหญ่ของเมือง ทางเหนือของเขตนี้เป็นที่ตั้งของสวนสาธารณะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป Parc de la Tête d'Or ภายในจัดให้เป็นสวนสัตว์เข้าชมฟรี ทางทิศใต้ของสวนสาธารณะเป็นที่ตั้งของโรงเรียนชื่อดัง Lycée du Parc และยังเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ Interpol ทางทิศตะวัน
มองลงไปที่เห็นนี้คือสะพานข้ามแขวนข้ามแม่น้ำซาโอน
มองลงไปที่เห็นนี้คือสะพานข้ามแขวนข้ามแม่น้ำซาโอน
ปล่องควันไฟในย่านชุมชนเก่าเมืองลียง (Vieux Lyon) ดูสวยงามแปลกตาดีจังนะ เหมือนบัานเค้าอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี
ยอดวิหารน็อทร์-ดาม เดอ ฟูร์วิแยร์ ประดับประติมากรรมปูนปั้นสวยงามตามสไตล์คาทอลิก
มองลงไปด้านหลังก็เห็นมหาวิหารลียง ที่พึ่งเดินผ่านมาด้วย ดูใหญ่โตโอฬารมากๆ
 หลังจากชมวิวแล้ว ก็เดินมาชมวิหารด้านหน้า ดูสวยงามใหญ่โต ไม่แพ้มหาวิหารลียงเลยนะคะ
ที่ซุ้มประตูก็สร้างได้อย่างวิจิตรงดงาม มีประติมากรรมปูนปั้นตามแบบฉบับของฝรั่งเศส ดูออกแนวนีโอคลาสสิค
และไม่ไกลจากวิหารน็อทร์-ดาม เดอ ฟูร์วิแยร์ ก็มีสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอีกแห่งที่นักท่องเที่ยวทุกคนที่มาเยือนเมืองลียงต้องแวะชมก็คือ Gallo Roman Theater หรือโรงละครโบราณแห่งฟูร์วิแยร์
เดินมาถึงแล้วคะ Gallo Roman Theater หรือโรงละครโบราณแห่งฟูร์วิแยร์
เดินมาถึงแล้วคะ Gallo Roman Theater หรือโรงละครโบราณแห่งฟูร์วิแยร์
ถ้าไม่ได้เข้าพิพิธภัณฑ์ ก็เดินมาชมโรงละครเก่าโบราณได้ฟรีไม่เสียตังคะ
พอเดินเข้ามาก็จะเห็นควาอลังของซากอิฐหิน ดำกำแพงที่ยังคงมีให้เห็นอยู่
เดินมาถึงแล้วคะ Gallo Roman Theater หรือโรงละครโบราณแห่งฟูร์วิแยร์
จะเป็นลานอัฒจรรย์ขนาดใหญ่เลย ดูเก่าแก่สวยงามดี
เดินมาถึงแล้วคะ Gallo Roman Theater หรือโรงละครโบราณแห่งฟูร์วิแยร์ โบราณสถานเก่าแก่แห่งเมืองลียง
ถ้าเดินมาจากมุมไกลก็จะเป็นเป็นซากอิฐโบราณาสถาน แต่ยังคงความสวยงามเอาไว้ โดยจุดเด่นคงเป็นลานอัฒจรรย์ที่นั่งชมโรงละครค่ะ
สาระน่ารู้เล็กๆน้อย เกี่ยวกับ Gallo Roman Theater (โรงละครโบราณแห่งเขาฟูร์วิแยร์)

Gallo Roman Theater เป็นโรงละครโรมันในเมืองลียงประเทศฝรั่งเศส โดยถูกสร้างขึ้นบนเนินเขาของFourvièreซึ่งตั้งอยู่ในใจกลางของเมืองโรมัน ปัจจุบันได้จัดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวหลัก แต่ก็ยังคงใช้เป็นสถานที่จัดการแสดงดนตรีและวัฒนธรรมประจำเมืองด้วย
เดินมาตรงกลางของโรงละครก็เป็นลานเวที  น่าจะมีการจัดแสดงคอนเสริต์หรือดนตรีอะไรสักอย่างนะคะ
เพราะเวทีดูอลังการมากๆเลย
ดอกกุหลาบริมรั่วโรงละคร Gallo Roman Theater ส่งกลิ่นหอมรัญจวนใจอยากจะเด็ดมาไฉไลทัดที่ใบหูมากๆ
ดอกกุหลาบริมรั่วโรงละคร Gallo Roman Theater ส่งกลิ่นหอมรัญจวนใจอยากจะเด็ดมาไฉไลทัดที่ใบหูมากๆ
ได้เวลาเดินลงแล้วค่ะ หลังจากที่ได้ดื่มด่ำชมวิวทิวทัศน์บนยอดเขาฟูร์วิแยร์
หลังจากที่ได้เดินชม ดอมดมกลิ่นกุหลาบที่โรงละครเก่า Gallo Roman theater ดิฉันก็เดินกลับทางเดิมนะ เนื่องจากนี้เริ่มหิวแล้ว
เดินลงมาก็เห็นรถเก่าสไตล์วินเทจ จอดอยู่ดูสวยงามดี เข้ากับบรรยากาศเหลือเกิน
หิวมากๆแล้ว
เดินผ่านร้านขายวาฟเฟิล ขนมรังผึ้งสไตล์ฝรั่ง ส่งกลิ่นหอมหวนรัญจวนใจเหลือเกิน
เลยแวะซื้อทานเติมพลังสักหน่อยค่ะ ถือว่าเป็นอาหารเรียกน้ำย่อยไปก่อนแล้วกัน
จัดไป ขนมรังผึ้งสไตล์ฝรั่งเศส
ขนมวาฟเฟิล หรือรังผึ้งสไตล์ฝรั่ง รสชาติหอมหวานอร่อยดีค่ะ กลิ่นโก้โก้โชยเตะจมูกเชียวค่ะ
ทานขนมไป ก็เดินไป ก็เดินชมเมืองไปแบบชิลๆ แต่ก็ยังไม่ค่อยอิ่มนะค่ะ
มาเดินย่านชุมชนเก่าลียงต่อ
ดิฉันเดินเลาะตามตรอกซอกซอยไปเรื่อย เพื่อหาของกินอร่อยต่อค่ะ ไม่รู้จะกินอะไรดี ติ๊กต๊อก ติ๊กต๊อก คิดหนัก จะกินอะไรดีนะ
ตั้งแต่เดินเที่ยวมา ก็เห็นคุณครูพากรุ๊ปเด็กนักเรียน เดินเรียงแถวกันเป็นอนุบาลเด็กโข่งออกมาทัศนศึกษากันหลายกรุ๊ปเลยนะคะ
สินค้าจำพวกกระเป๋าแบรนด์เนมก็จัดเรียงใส่ตู้โชว์ไว้ น่าซื้อมากๆ แถมราคาไม่แพงด้วยนะ
หากไม่อยากเดิน ก็มีจักรยานให้เช่าปั่นด้วยนะคะ
 หากใครที่ไม่อยากเดิน การเช่าจักรยานออกมาปั่นก็ได้รับความนิยมเช่นกัน
เนื่องจากในเมืองลียง ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองอีกหลายแห่งเลยล่ะคะ
 เดินออกมาจากย่านชุนชนเก่าก็มาย่านช๊อปปิ้งอันทันสมัย ใกล้ๆ จตุรัสแบลเลอกูร์
มีร้านอาหาร ร้านขายเสื้อผ้าแฟชั่นและของที่ระลึกมากมายให้ช๊อปปิ้ง
บรรยากาศรอบเมืองก็คึกคักด้วยผู้คน ต่างกับบรรยากาศเมืองเก่า ที่ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวมากนัก
อาจจะเพราะว่าย่านนี้ดูทันสมัย และอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินด้วยกระมังคะ
มีโบสถ์เก่าให้ได้แวะชมและถ่ายรูปกันอีกด้วย
ทานขนมรังผึ้งไปค่อยอิ่ม เลยเลยขอจัดหนักอีกรอบ
 เนื่องจากทานขนมวาฟเฟิลไปยังไม่อิ่มเลยค่ะ เลยยอมเดินทนหลายกิโล มาฝากท้องไว้ที่ร้านขนมใกล้ๆโรงแรมที่พัก สรุปคือกว่าจะได้ทานอาหารเที่ยงก็ปามาบ่าย 2 โมงเลยนะคะ
ขนมน่าทาน
 ขนมแต่ละอย่างก็น่าทานมากๆ ราคาก็ไม่แพงเกินไปด้วย
ทานสลัดก่อนจะได้มีแร่ธาตุ
อาหารมื้อเที่ยงนี้ ขอสั่งสลัดมาทานก่อนแล้วกันคะ คือแบบหิวมากๆ ขนมรังผึ้งเอาไม่อยู่
ทานคู่กับชาร้อนๆ
ต่อด้วยขนมหวานเพิ่มชั้นไขมันในร่างกาย ขนมหน้าตาสวย ถ้าทานไปหน้าจะทำให้สวยขึ้นนะ
 หลังจากทานสลัดไปก็ทานขนมต่อคะ เพื่อเพิ่มชั้นไขมันในร่างกาย  ไม่รู้ชื่อขนมอะไร เพราะเขียนเป็นภาษาฝรั่งเศส แต่เดี๊ยนเห็นแล้วน่าตา ค่อนข้างน่าทาน เลยจัดมาลิ้มลองสักหน่อย รสชาติหวานอร่อยดี ไม่ค่อยหวานมาก แถมมีสตอเบอรี่ช่วยทานแก้เลี่ยนได้
เหลือเงินเหรียญอยู่บ้าง พอต่อลมหายใจได้อีกมื้อค่ะ
 เหลือเงินเหรียญอยู่บ้าง พอต่อลมหายใจได้อีกมื้อค่ะ เนื่องจากทริปนี้อีกยาวไกลเลย ต้องประหยัดตังหน่อย แต่ก็ไม่อดนะค่ะ มีกินตลอดทาง แต่อาจจะไม่ได้ช๊อปปิ้งซื้อของฝากเยอะนัก
ทานอาหารมื้อเที่ยงอิ่มก็เดินกลับมายังโรงแรมไอบิส เพื่อมาเอากระเป๋าที่ฝากไว้
 หลังจากที่ได้ทานอาหารจนอิ่มแล้วนะค่ะ ดิฉันก็เดินกลับมายังที่พัก เพื่อมารับประเป๋าที่ฝากไว้ในโรงแรมค่ะ
เดินแบกเป้ต่อไปยังสถานีรถไฟ Gare Lyon Part Dieu
เดินบ๊ายๆออกจากที่พัก แล้วแบกเป้ใบใหญ่มุ่งหน้าเดินต่อไปยังสถานีรถไฟ Gare Lyon Part Dieu เพื่อนั่งรถไฟไปยังเมืองท่องเที่ยวถัดไปค่ะ
สถานีรถไฟ Gare Lyon Part Dieu
เดินแบกเป้จากโรงแรมไอบิสมาที่สถานีรถไฟเมืองลียง เพื่อเดินทางนั่งรถไฟข้ามประเทศจากประเทศฝรั่งเศส ไปยังเมืองโลซาน ประเทศสวิซเซอร์แลนด์ค่ะ
โดยเมื่อเข้ามาที่สถานีรถไฟแล้ว ก็ต้องมายืนมองหน้าจอมอนิเตอร์ เพื่อรอแสดงผลว่ารถไฟที่เราเลือกนั่งนั้น ได้ชานชลาหมายเลขอะไร
เนื่องจากมีขบวนรถไฟที่ไม่ต้องเสียเงินจองที่นั่งเพิ่ม ไปยังเมืองเจนีวา ดิฉันเลยตัดสินใจเลือกนั่งรถไฟ TER ไปดีกว่าคะ จะได้ประหยัดสตางค์ด้วย  ถ้าใช้บัตรยูโร Eurial Pass ก็แค่แสดงบัตรตอนนั่งบนรถไฟอย่างเดียวคะ

โดยเมื่อเข้ามาที่สถานีรถไฟแล้ว ก็ต้องมายืนมองหน้าจอมอนิเตอร์ เพื่อรอแสดงผลนะค่ะ ว่าขบวนรถไฟที่เราเลือกนั่งนั้น จะได้ตัวอักษรชานชลาใหน เพราะในสถานีรถไฟเมืองลียง ก็มีหลายชานชลาและมีรถไฟหลายขบวนวิ่งผ่าน ดังนั้นต้องดูสังเกตุขบวบรถไฟและเวลาให้ดีคะ

ซึ่งเพื่อนๆทุกคน สามารถเช็คขบวนรถไฟและเวลาได้ที่เว็ปไซต์ : https://www.sbb.ch/en/home.html
(ในเว็ปไซต์ไม่สามารถเช็คหมายเลขชานชลาได้นะค่ะ ต้องมายืนรอดูหน้าจอมิเตอร์แสดงผลหมายเลขชานชลาที่สถานีรถไฟด้วยตัวเอง)
อันนี้เป็นหน้าจอแสดงผลชานชลา ว่ารถไฟจอดที่ชานชลาใหน ต้องมายืนรอดูนะคะ
อันนี้เป็ฯหน้าจอแสดงผล เหมือนกันกับรีวิวเที่ยวฝรั่งเศสตอนที่ 3 ตามที่ดิฉันได้เคยรีวิวไว้แล้ว
 เราก็มายืนรอดูหน้าจอแสดงผลหมายเลขหรือตัวอักษรด้านขวามือของหน้าจอมอนิเตอร์ แสดงเวลา ขบวนรถไฟ และเมืองปลายทางที่ไป ดูเข้าใจง่ายดีค่ะ แต่ก็ตื่นเต้นมากๆ เพราะว่า ต้องเดินหาหมายเขชานชลาอีกนะค่ะ และสถานีรถไฟในเมืองนี้ก็ค่อนข้างใหญ่สมควร จะตกรถไฟก็ตานี้แหละ

 หลังจากแหงนหน้าเงยคอ รอจนหมายเลขชานชลา สรุปว่าได้ชานชลาตัวอักษร V  ก็ต้องรีบเดินมาขึ้นรถไฟเลยค่ะ เพราะรถไฟวิ่งมาตรงเวลามากๆค่ะ 
นั่งรถไฟขบวน TER จากเมืองลียง ประเทศฝรั่งเศส ข้ามพรมแดนไปยังเมืองเจนีวา ประเทศสวิชเซอร์แลนด์
โดยรถไฟที่ดิฉันที่นั่งโดยสารอยู่นี้เป็นขบวนรถไฟ TER ของประเทศฝรั่งเศส วิ่งไปสุดปลายทางที่เมืองเจนีวา ประเทศสวิซเซอร์แลนด์ ระยะทางประมาณ 150 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ  เป็นรถไฟแบบธรรมดา เลือกที่นั่งตรงใหน เหมือนกันหมดค่ะ กระเป๋าเป้สามารถวางไว้ด้านหลังได้ แต่ถ้าจะให้สบายใจ ก็เอามาวางไว้ที่ชั้นวางของเหนือศรีษะได้ค่ะ ส่วนที่นั่งค่อนข้างคับแคบไปนิด แต่ก็มีที่วางคอมพิวเตอร์ให้ดิฉันได้นั่งทำงานได้

แต่ในรถไฟก็ไม่มี WiFi ให้นะคะ ต้องใช้ WiFi ในซิมเนตที่ซื้อมาจากเมืองไทยใช้พอถูๆไถๆไปได้อยู่คะ
ระหว่างนั่งรถไฟข้ามพรมแดนฝรั่งเศสไปยังเมืองเจนีวา ประเทศสวิชเซอร์ ดูท้องฟ้าค่อนข้างมืดครึ้ม ฝนต้องตกแน่นอนค่ะ
ถึงเมืองเจนีวา ก็ลงสถานีรถไฟมาตั้งหลักสักแป๊บ แหงนหน้าดูชานชลารถไฟที่จะไปเมืองโลซาน
 นั่งรถไฟจากเมืองลียงมาประมาณ 1 ชั่วโมง จนถึงเมืองเจนีวาจากนั้นก็ต้องเดินแบกเป้ออกจากสถานีมามาตั้งหลักอีกครั้งค่ะ เพื่อแหงนหน้าดูจอมอนิเตอร์แสดงหมายเลขชานชลา ขบวนรถไฟที่จะผ่านไปเมืองโลซาน
 พอได้หมายเลขชานชลาแล้ว ก็เดินแบกเป้มายืนรถไฟที่จะผ่านไปยังเมืองโลซาน
 แต่ข้อดีของรถไฟในประเทศสวิชเซอร์แลนด์ คือขบวนรถไฟค่อนข้างถี่ และมีหลายขบวนที่ผ่านไปเมืองโลซานก็เลยไม่กังวลเท่าใดนัก
ถึงเมืองโลซาน (Lausanne)
 นั่งรถไฟจากเมืองเจนีวาใช้เวลาประมาณ 40นาที ก็ถึงเมืองโลซาน (Lausanne)
มาถึงเมืองโลซาน ฝนตกจ้า (Lausanne)
 พอมาถึงก็ตังหลักสักพักค่ะ ฝนตกโปรยปรายเลยค่ะ
 ก็ต้องเปิดเอาเสื้อกันฝนและร่มออกมากางเพื่อเดินไปยังที่พัก
ดิฉันเดินแบกเป้กางร่มเปิด GPS เดินหาที่พัก โดยที่พักคืนนี้อยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟมากนัก ฝนตกก็ค่อนข้างเฉอะแฉะพอสมควร
 เดินมาเรื่อยๆไม่ไกลจากสถานีรถไฟโลซานมากนัก ก็เจอที่พักแล้วค่ะ
เป็นตึกเหมือนในรูปเลยน ตั้งอยู่บนเนินติดกับทางรถไฟเลย
ถึงที่พักแล้วค่ะ พักที่โรงแรม Lausanne Guesthouse Backpacker
 สำหรับที่พักคืนนี้ พักค้างที่โรงแรม Lausanne Guesthouse Backpack ที่พักราคาถูกสุดอีกแห่งในเมืองโลซาน แนวห้องพักนอนรวม ห้องน้ำรวม
check in ที่พัก ได้ปลอกผ้าปูที่นอน และปลอกผ้านวม รวมทั้งปลอกหมอนมาด้วย ตอน check out ก็ต้องคืนเค้าด้วยนะ
 ราคาที่พักคืนนี้ จ่ายเองค่ะ คืนละ 1200 บาท เช็คอินน์เสร็จทางเจ้าหน้าที่ก็จะให้ผ้าปูที่นอน และปลอกผ้านวมมาให้ พร้อมบัตรเดินทางด้วยรถสาธารณะในเมืองมาให้ฟรีค่ะ
 ล็อบบี้ที่พักกว้างขวาง ตกแต่งสวยงามดูแล้วอบอุ่นดีนะ ที่โรงแรม Lausanne Guesthouse Backpacker
 ล็อบบี้ที่พักกว้างขวาง ตกแต่งสวยงามดูแล้วอบอุ่นดีนะ
น่าจะเหมาะกับคนที่ชอบแบกเป้เที่ยวแบบคุณนายเว่อร์ เนี่ยแหละคะ
ที่โรงแรม Lausanne Guesthouse Backpacker
นอกจากที่ล็อบบี้แล้ว ข้างนอกยังมีสวนหย่อมเล็กและดอกไม้อีกด้วยนะค่ะ
แต่ฝนยังตกพร่ำๆอยู่เลย แถมอากาศก็เย็นอีกด้วย
อาหารเย็นนี้ ทานแบบง่ายๆ คงไม่หรูหราอะไร
 ก่อนอาหารเย็นมื้อนี้ ทานแบบง่ายๆ ก็ไม่พ้นสลัดอีกเหมือนเดิมค่ะ
ส่วนขนมมาการอง ก็คงคิดว่าจะต้องทานให้หมดมื้อนี้สักที เพราะซื้อมาทานตั้งแต่กรุงปารีส จนนี้ตอนนี้ก็ข้ามพรมแดนมาจนถึงประเทศสวิชเซอร์แลนด์แล้ว
ได้เวลานอนแล้วคะ จบทริปเที่ยวเมืองลียงประเทศฝรั่งเศส หลังจากที่แรมรอนเที่ยวไป 7 วัน
หลังจากทานกับข้าวอิ่ม ดิฉันก็อาบน้ำ เข้านอนพักผ่อนยาวไปตลอดคืน...จบทริปรีวิวเที่ยวเมืองลียง ซึ่งเป็นเมืองสุดท้ายในประเทศฝรั่งเศสที่แวะเที่ยว รวมระยะเวลาเที่ยวฝรั่งเศสทั้งหมด 7 วัน
และจากเมืองนี้ไปก็เริ่มต้นเที่ยวใหม่ ที่ประเทศสวิชเซอร์แลนด์ค่ะ อีกหนึ่งประเทศที่มีสถานท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และธรรมชาติสวยงาม จนใครๆก็ต้องแวะมาเที่ยวสักครั้ง

ดิฉันเองก็มายุโรปครั้งแรกในชีวิต ก็ต้องปรับตัวมากมาย ทั้งการกิน การนอน เนื่องจากทริปนี้อีกยาวไกล คงได้ประสบการณ์แบบใหม่ๆอีกเยอะเลย สำหรับทริปต่อไป ดิฉันจะพาเพื่อนไปเดินชิลๆเที่ยวเมืองโลซาน และเมืองเจนีวาต่อค่ะ

สำหรับรีวิวทริปเที่ยวฝรั่งเศสทั้ง 9 ตอนนี้ก็ขอจบเพียงเท่านี้ ผิดพลาดประการใด ต้องขออภัยด้วยค่ะ เดี่ยวพาเที่ยวตอนที่ 10 จะเริ่มต้นเที่ยวประเทศสวิชเซอร์แลนด์แดนในฝันต่อค่ะ ไปดูสิว่าเมืองโลซานและเจนีวา มีสถานที่ท่องเที่ยวอะไรสวยงามบ้าง และสวยตามคำล่ำลือหรือไม่  ยังไงคุณผู้อ่านทุกท่านรอมาเปิดสไลด์ดูบล็อกนี้กันนะค่ะ ขอบพระคุณทุกท่านที่เสียสละเวลาคลิ๊กเข้ามาสไลด์อ่านดูกันนะค่ะ..... จากคุณนายเว่อร์ เทอร์ชอบเที่ยวกินนอน
-----------------------------------------------------------------------
บทความอื่นๆ และบล็อกรีวิวท่องเที่ยวไปเรื่อยเปื่อยตามเมืองต่างๆ มีดังนี้จ้า
แบ่งปันรีวิวนั่งรถไฟไปเที่ยวเมืองบราติสลาวา 1 วัน มีสถานที่ท่องเที่ยวอะไรบ้าง>>>
แบ่งปันรีวิวเที่ยวเมืองบราติสลาวา เมืองหลวงประเทศสโลวาเกีย มีสถานที่ท่องเที่ยวอะไรบ้าง ตามไปเที่ยวชมดูสักครั้งสิ คลิ๊กดูรายละเอียดรีวิวที่เที่ยวค่ะ>>>
รีวิวเที่ยวกรุงบูดาเปสต์ 1 วัน ไป-กลับ ขยับเท้าเดินชมสถานที่เที่ยวต่างๆ มีอะไรบ้าง>>>
เก็บตก รีวิวเที่ยวฮังการี เดินฉิมพลีชมกรุงบูดาเปส์แห่งนี้ มีที่เที่ยวอะไรให้ชื่นชมกันอีกบ้าง ตามไปเที่ยวชมกันเลย คลิ๊กดูรายละเอียดรีวิวที่เที่ยวค่ะ>>>
7 วัดสวยงามในกรุงเทพ ที่ใครๆก็ต้องมาเสพสุขไหว้กันสักครั้ง มีที่ใหนบ้าง ตามไปกันเลยค่ะ>>
รู้จัก 7 วัดสวยงามในกรุงเทพ ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเสพสุข ไหว้พระกันสักครั้ง มีวัดใหนบ้าง ตามไปกันเลย คลิ๊กดูรายละเอียดสถานที่ท่องเที่ยวค่ะ>>

แบกเป้เที่ยวกรุงเวียนนาด้วยตัวเอง มีที่เที่ยวจุดถ่ายรูปอะไรบ้าง ตามไปกันเลย>>
แบ่งปันทริปเที่ยวกรุงเวียนนาด้วยตัวเองง่ายๆ มีสถานที่ท่องเที่ยวอะไรให้เริงสุขสันต์กันบ้าง ตามไปชมกันเลย คลิ๊กดูรีวิวที่เที่ยวและการเดินทางค่ะ>>>
รีวิวพาเที่ยวชมพระราชวังเดิม เติมความรู้แบบไทยๆ ไปชมกันเลยจ้า คลิ๊กดูที่เที่ยว>>
เก็บตกวันหยุด พารีวิวเที่ยวชมพระราชวังเดิม เติมความรู้ไทยๆ มีอะไรให้ชมบ้างในโบราณสถานแห่งนี้ คลิ๊กดูรายละเอียดและการเดินทางค่ะ>>>
แบ่งปันรีวิวเที่ยวฮัลล์สตัทด้วยตัวเอง มีสถานที่ท่องเที่ยวอะไรบ้าง ตามไปดูกัน>>
แบ่งปันรีวิวเที่ยวฮัลล์สตัทด้วยตัวเองแบบชิลๆ เมืองนี้มีสถานที่ท่องเที่ยววิวสวยๆอะไรให้ชมกันบ้าง ตามไปดูกันเลย คลิ๊กดูรีวิวที่เที่ยวและการเดินทางค่ะ>> 

แบ่งปันรีวิวพาไปชมเมืองสตุทการ์ท มีสถานที่ท่องเที่ยวอะไรน่าสนใจบ้าง ตามไปกันเลย>>
แบกเป้ลุยเดี่ยวพาไปเที่ยวเมืองสตุทการ์ท มีประวัติศาสตร์น่าสนใจ มีที่เที่ยวอะไรให้ชมอีกบ้าง ตามไปเที่ยวกันเลย คลิ๊กดูรีวิวจ้า>>>
รีวิวพาชมเทศกาลดอกทิวลิปที่สวนเคอเคนฮอฟ มีอะไรให้ชมบ้าง คลิ๊กดูที่เที่ยว>>
เก็บตกกับรีวิวพาเที่ยวชมเทศกาลดอกทิวลิป งามระยิบที่สวนเคอเคนฮอฟ(Keukenhof Garden) เดินทางไปอย่างไร มีอะไรให้ชมบ้าง ตามไปดูกันเลยจ้า>>>
รวม12 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในกรุงปารีส ที่คู่รักสายจี๊ด แวะไปกัน คลิ๊กดูที่เที่ยว>>
รวมเด็ด 12 ที่เที่ยวในกรุงปารีส ที่เหล่าคู่รักสายจี๊ด ต้องไปถ่ายรูปให้แซ่บซี๊ดกันสักครั้ง มีที่ใหนบ้างนั้น คลิ๊กตามไปเที่ยวดูกันเลย>>
แนะนำ 8 เขตโซนที่พักกรุงปารีส พร้อมแผนที่มาให้พิจารณากันจ้า>>
จะไปเที่ยวกรุงปารีส พักโซนใหนดี ขอแนะนำ 8 เขตโซนที่พักพร้อมแผนที่มาให้เพื่อนๆได้เลือกกันจ้า คลิ๊กดูเขตโซนที่พัก>> 
หรือดูข้อมูลโซนในปารีสที่เว็ปไซต์ : http://bit.ly/2z6cOxa
รีวิวเที่ยวเดือนมกราคม แบกเป้ไปกินลมชมเมืองประจวบฯ 3 วัน คลิ๊กดูรีวิวค่ะ>>
แบ่งปันรีวิวเที่ยวเมืองประจวบ 3 วัน 2 คืน ชื่นบานใจ ไปใช้ชีวิตแบบช้าๆ งามระย้าเมืองสาวอ่าว ต้องก้าวย่างมาสักครา คลิ๊กดูรีวิวที่เที่ยวและการเดินทางค่ะ>>
มาม๊ะ..แวะมาเที่ยวเมืองสุรินทร์ ชมถิ่นช้างใหญ่ คลิ๊กดูรีวิวค่ะ>>
รีวิวท่องอีสานใต้ตอนที่ 3 มาม๊ะ..มาเที่ยวสุรินทร์ ไม่ต้องกินสุรา แวะไปดูช้าง ดูชาวบ้านทอผ้า สวยระย้านาข้าวหอมมะลิ กำลังผลิบาน ร้าวรานจับใจ คลิ๊กดูรีวิวที่เที่ยวเลยจ้า>>>
รีวิวตอนที่ 18 แบกเป้ลุยเดี่ยวเมืองเวนิชครั้งแรก คลิ๊กดูรีวิวค่ะ>>
แบกเป้ลุยเดี่ยวตอนที่ 18 เที่ยวเมืองเวนิช นอนแนบชิดติดริมน้ำ เดินตามหาของกินอร่อยในซอกซอยเล็กๆ คลิ๊กดูภาพรีวิวการเดินทางค่ะ>>>
ดูภาพรีวิวได้ที่เว็ปไซต์ : http://bit.ly/2KQvnsh
รีวิวตอนที่ 17 แบกเป้ไปเที่ยวเมืองมิลาน มีอะไรให้ชมบ้างนะ คลิ๊กดูรีวิวค่ะ>>
แบกเป้ขยันลุยเดี่ยว ตอนที่ 17 นั่งรถไฟข้ามพรมแดนมาเริ่ดสะแมนแตนที่เมืองมิลาน มาดูมีที่เที่ยวใหนให้ยลตระการบ้าง คลิ๊กดูภาพรีวิวการเดินทางคะ>>>
ดูภาพรีวิวได้ที่เว็ปไซต์ : http://bit.ly/2AWC1xk
แบกเป้ลุยเดี่ยวตอนที่ 15 ไปเดินลั๊ลลาไปชมน้ำตกไรน์-ซูริค คลิ๊กดูรีวิวค่ะ>>
แบกเป้ลุยเดี่ยว ตอนที่ 16 มาเดินชิคๆชมวิวเมืองซูริค นั่งรถไฟกุ๊กกิ๊กไปดูน้ำตกไรน์ น้ำใสสวยสด งดงามอร่ามตา คลิ๊กดูภาพรีวิวการเดินทางคะ>>>
ดูภาพรีวิวได้ที่เว็ปไซต์ : http://bit.ly/2MiG5cz
รีวิวเที่ยวยุโรปตอนที่ 10 เยือนสวิตเซอร์แลนด์ เจนีวา-โลซาน คลิ๊กดูรีวิวค่ะ>>
แบกเป้ลุยเดี่ยวเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ ตอนที่ 10 แวะเมืองเจนีวา-โลซาน ยลตระการศาลาไทย ตามรอยในหลวง คลิ๊กดูภาพรีวิวการเดินทางคะ>>>
หรือดูบทความรีวิวได้ที่เว็ปไซต์ : https://bit.ly/2N0X57i
เที่ยวยุโรปตอนที่ 8 แวะนั่งพักตากอากาศริมหาดที่เมืองนีซ คลิ๊กดูรีวิวค่ะ>>
แบกเป้ลุยเดี่ยวเที่ยวยุโรปตอนที่ 8 แวะเดินชิลๆที่เมืองนีซชมเมืองพักตากอากาศริมหาดที่มีชื่อเสียงดูสักครั้งสิ คลิ๊กดูภาพรีวิวการเดินทางคะ>>>
หรือดูบทความรีวิวได้ที่เว็ปไซต์ : https://goo.gl/dLDKAX
รีวิวเที่ยวฝรั่งเศสตอนที่ 4 เดินเร้าฤดีฉิมพลีเสน่ห์เมืองมาร์เซย์ คลิ๊กดูรีวิวค่ะ>>
รีวิวเที่ยวยุโรปตอนที่ 4 เดินฉิมพลีแวะเมืองมาร์กเซย์ นั่งรถไฟฮาเฮไปชมยอดมหาวิหาร งดงามอลังการแปลกตาดีจัง คลิ๊กดูภาพและบทความรีวิวคะ>>>
หรือดูบทความรีวิวได้ที่เว็ปไซต์ : https://goo.gl/Bxaq9X

แสดงความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น