แปลกถิ่น..รีวิวเที่ยวศรีสะเกษ ไปงานออกพรรษาแห่ต้นดอกไม้ แห่กันหลอนของเผ่าส่วย ขุนหาญ อลังการแถมม่วนเว่อร์กันจริงๆค่ะ


เดี๊ยนคุณนายเว่อร์ ขอมาทักทายสวีดัด..สวัสดีเพื่อนๆพี่ๆน้องทุกท่านกับการเริ่มต้นเข้าสู่เดือนใหม่ วันใหม่ วันที่ 1 พฤศจิกายนนี้นะค่ะหลายๆท่านยังคงยุ่งอยู่กับการใช้จ่ายต้นเดือน ไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเช่า ค่าบัตรเครดิต ค่าหนี้สินต่างๆ บลาๆๆ แต่ก็มีหลายๆท่านที่รอวันนี้มานานนะค่ะ วันที่ 1 พฤศกา คือวันที่ลุ้นโชคว่าจะถูกหวยหรือล๊อตเตอรี่หรือเปล่า ยังไงก็แล้วแต่นะค่ะ เดี๊ยนคุณนายเว่อร์ ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับการใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังในการเข้าสู่เดือนใหม่ และพร้อมที่จะเก้าเดินต่อไปอย่างมีพลังนะค่ะ สู้สู้ๆค่ะ

เมื่อช่วงปลายเดือนที่แล้วประมาณวันที่ 28-29 ตุลาคม เดี๊ยนได้มีโอกาสไปร่วมงานบุญออกพรรษาที่บ้านเพื่อนในอำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ เหตุที่ต้องไปเนื่องจากว่าเดี๊ยนได้รับปากกับเพื่อนไว้น๊านมากประมาณต้นปี จนจะเข้าปลายปีเกือบลืมไปเลยนะค่ะ ...ก่อนจะถึงวันออกพรรษา คุณเพื่อนของเดี๊ยน นางได้กริ่งกรางโทรหามาเดี๊ยนเลยว่า ที่รับปากไว้อ่ะ อย่าลืมนะ... ก่อนรับสาย เดี๊ยนก็ตกใจเหมือนกันว่าอะไร...อ๋อ ไปๆมา เดี๊ยนคิดได้ว่ารับปากนางไว้ตั้งแต่ต้นปีว่าจะต้องไปงานบุญออกพรรษาของหมู่บ้านนางให้ได้ ก็เลยรีบอีรุงตุงนัง ยัดเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเตรียมตัวไว้เลย ยังไงรับปากเพื่อนไว้แล้วก็ต้องไปให้ได้ตามคำเชิญให้ได้นะค่ะ

สำหรับเรื่องราวที่เดี๊ยนที่จะเล่าต่อไปนี้อาจมีภาพ ไม่มีเสียง แต่มีเนื้อหาถ่อยคำที่ไม่ถูกต้องตามหลักภาษาไทย พิมพ์ผิดตกหล่อนเยอะบ้าง เยิ้นเย่อบ้าง และต้องใช้วิจารณาญาณในการอ่าน เหมาะสำหรับผู้อ่านทุกเพศ ทุกวัยค่ะ ......ค่ะสำหรับงานบุญออกพรรษาที่เดี๊ยนได้ไปร่วมเชิญทำบุญและแห่เข้าวัดนี้ ถือเป็นงานที่แปลกตาสำหรับเดี๊ยนมากเลยนะค่ะ เพราะว่าไม่เคยพบเห็นมาก่อน การไปเที่ยวจังหวัดศรีสะเกษครั้งนี้ก็ถือว่าเดี๊ยนได้ไปเป็นครั้งที่สองค่ะ... ครั้งแรกเคยไปร่วมงานแต่งเพื่อนในตัวเมืองศรีสะเกษ ครั้งนี้เป็นครั้งที่สองเลยค่ะ ที่เดี๊ยนได้มีโอกาสมาเที่ยวและได้มาทำบุญด้วย ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีม๊ากมากสำหรับตัวเอง เพราะมาเที่ยวและพักผ่อนครั้งนี้คล้ายกับว่าเป็นแขกโฮมสเตย์อะไรประมาณนั้นเลยค่ะ ซึ่งในหมู่บ้านของเพื่อนเดี๊ยนเอง ก็พูดภาษาส่วยกันทั้งหมู่บ้านเลย สำเนียงจะออกเขมรก็ไม่ใช่ ลาวก็ไม่เชิง ฟังดูแปลกๆค่ะ แต่พอได้ฟังแล้วก็สละสลวยดี มีสูงมีต่ำเพราะดีนะค่ะ ... ถึงเดี๊ยนจะฟังภาษาเค้าไม่รู้เรื่อง แต่คนที่นั้นก็พูดภาษาไทยชัดเปรี๊ยะเลย สื่อสารกับคนภาคกลางแบบเดี๊ยนได้ค่ะ

ในส่วนของอาหารการกิน ได้ลิ้มลองแกงปูนา น้ำพริกปลาช้อนกินกับผักติ้ว ผักกระเจียว ผักแปลกๆทั้งนั้นเลยค่ะ พึ่งเคยทานครั้งแรก แต่เสียดายไม่ได้ถ่ายรูปไว้ เพราะเกรงใจคุณแม่กับคุณพ่อเจ้าของบ้านที่นั่งทานอยู่ด้วยค่ะ รสชาติอร่อยเริ่ดเว่อร์มากค่ะ ตอนแรกแค่เห็นดูไม่คอยน่าทานเท่าไหร่ แต่พอได้ลิ้มลอง ต้องยกนิ้วให้คุณแม่ของเพื่อนเดี๊ยน ทำกับข้าวได้ปลายจวักเนี้ยนะชนะเลิศเว่อร์ค่ะ กับข้าวที่ทานเป็นน้ำพริกใส่ปลาร้า กลิ่นเนี่ยนะหอมโชยเชี่ยว ยังดีนะคะที่ทานปลาร้าได้ ไม่งั้นลำบากต้องทำอย่างอื่นให้เดี๊ยนกิน เดี๊ยนเกรงใจสุดๆเลยค่ะ

ตอนเช้าตรู่วันที่ 28 ต.ค.เริ่มเช้าวันใหม่  เดี๊ยนได้ถูกเพื่อนปลุกให้ตื่นจากผวังตั้งแต่ตี 4 เลยค่ะ โอ้ยกำลังหลับลึกอยู่แล้วนะเนี่ย เป็นการตื่นที่เช้ามากค่ะ เพราะว่าต้องตื่นมาเตรียมทำกับข้าวและเตรียมตัวตักบาตรเทโว แต่การตื่นครั้งนี้ก็ไม่เสียเปล่า ถือว่าได้ออกกำลังกายไปในตัวด้วย จะได้ไม่อ้วนมากไปกว่านี้คะ และคนในบ้านทั้งหมดก็ไม่มีใครจะขึ้เกียจแต่อย่างใด ออกมาช่วยกันเตรียมตัวหุงหาอาหาร ขยันกันจริงๆนะค่ะ สำหรับเดี๊ยนก็กะมิดกะเมี๊ยนช่วยเค้าทำกับข้าว หันผัก ปอกหอมแดง ตาแชะไปหมดค่ะ..คิคิ เรียกว่าตื่นจริงๆค่ะ


หลังจากที่ได้ทำภาระกิจและทานอาหารเช้าแบบบ้านๆอันแสนอร๊อย..อร่อยไปแล้ว  เวลาประมาณ 8.30 ของวันที่ 28 ต.ค.ก็ได้เวลาไปใส่บาตรเทโวเป็นอาหารแห้งที่ได้เตรียมกันไว้แล้วตั้งแต่ตี 4 และเดี๊ยนไม่พลาดที่จะต้องหยิบกล้องไปถ่ายรูป เพื่อถ่ายรูปภาพเก็บไว้เป็นไดอารี่และภาพที่ถ่ายมาเดี๊ยนก็จะมาแบ่งปันเล่าสู่เพื่อนๆพี่ๆน้องๆทุกท่านบนโลกออนไลน์ได้อ่านกันค่ะ

ในการเดินทางไปงานออกพรรษาที่เดี๊ยนไปนี้นะค่ะ อยู่ในหมู่บ้านโนนสูง อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อนของเดี๊ยน นางบอกว่าในหมู่บ้านจะมีแต่ชาวส่วย หรือชาวกุย กันเกือบทั้งหมู่บ้านเลย ตอนเดินเท้าเขัาวัดเดี๊ยนได้มีโอกาสทักทายผู้คนในวัด ส่วนใหญ่ชาวบ้านโนนสูง ยิ้มแย้มแจ่มใส ดูเบิกบายแย้มรับวันพระในวันนี้มาก คนในชาวบ้านก็มาทักทายเดี๊ยน ดูเค้ามีความเอื้ออารีย์ต่อกันมากๆค่ะ จนรู้สึกว่าเป็นคนในหมู่บ้านเดียวกับเค้าจริงค่ะ

เดี๊ยนพูดคุยอยู่กับเพื่อนและชาวบ้านที่มาทักทายด้วยได้ไม่นาน และแล้วก็ได้เวลาอันเป็นมงคลคือการ ตักบาตรเทโวแล้วค่ะ สำหรับการตักบาตรเทโวที่นี้ ก็คล้ายๆกันกับที่ภาคกลางและในกรุงเทพนั้นแหละค่ะ  เพื่อนของเดี๊ยนบอกว่าจะมีเทวดาอัญเชิญพระลงมาจากสวรรค์พร้อมด้วยพระสงค์ เพื่อมารับปัจจัยไทยทาน อาหารแห้งต่าง จากชาวบ้านที่ร่วมใจกันมาใส่บาตรค่ะ

เดี๊ยนฟังตอนแรก เพื่อนบอกว่าจะมีเทวดาอัญเชิญพระลงมา..... ก็งงๆนะค่ะ ว่าเทวดาจากที่ใหน  เพื่อนเลยชี้ให้ดูนั้นไง มีคุณลุง 4 ท่าน ที่ถือพระพุทธรูปอัญเชิญพระมานั้นไงล่ะ เดี๊ยนก็หัวเราะกับคำพูดของเพื่อน พอมองไปเอ่อเข้าท่าดีนะค่ะ  แล้วก็ตามมาด้วยพระสงฆ์เพื่ออุ้มบาตรรับข้าวสาร อาหารแห้ง จากชาวบ้านค่ะ

สำหรับการตักบาตรเทโว นี้นะค่ะก็หมายถึง การทำบุญตักบาตรในวันแรก 1 ค่ำ เดือน 11 เนื่องในโอกาสที่พระพุทธเจ้า เสด็จลงจากเทวโลก คำว่า เทโว เรียกว่าร่อนมาจากคำ เทโวโรหณะ ซึ่งแปลว่า การเสด็จลงมาจากเทวโลกนั้นเองค่ะ (ขอบคุณข้อมูลจาก สารานุกรมวิกิพีเดียค่ะ)



หลังจากที่เดี๊ยนได้ใส่บาตรไปพร้อมกับเพื่อนๆและชาวบ้านที่ได้ร่วมใจกันตักบาตร ก็พร้อมรับพรจากพระสงฆ์ที่เทศน์ให้พร ก็ทำให้เดี๊ยนรู้สึกดี และอิ่มบุญมากๆนะค่ะ ช่วงที่อยู่กรุงเทพก็มั่วยุ่งอยู่กับงาน แต่พอได้มาเปิดหู เปิดตา ได้เที่ยวและทำบุญที่บ้านของเพื่อน เดี๊ยนรู้สึกว่าไม่เสียเที่ยวจริงๆ ที่ได้มาทำบุญค่ะ หากมีเวลาจะมาเที่ยวแนวๆนี้อีกแน่นอนค่ะ....พอเสร็จจากพิธีตักบาตรเทโว ก็เดินทางกลับไปที่บ้านพักของเพื่อนเดี๊ยนต่อค่ะ เพื่อนั่งพักผ่อน รอมาร่วมงานแห่กันฑ์หลอน แห่ต้นดอกไม้เข้าวัดของชาวบ้านโนนสูงกันต่อไปค่ะ ซึ่งเพื่อนบอกว่าจะเริ่มต้นหลังจากที่ตักบาตรเทโวไปแล้วประมาณ 1ชั่วโมงค่ะ ซึ่งถือว่าเป็นงานบุญประจำปีของชาวบ้านที่นี้เลยแหละค่ะ


พอถึงเวลา 10 โมงก็ได้เวลาอันเป็นมงคลแล้วค่ะ ที่งานแห่ต้นดอกไม้ของชาวบ้านแต่ละกลุ่มในหมู่บ้านโนนสูง เพื่อนของเดี๊ยนพาเดี๊ยนมารอร่วมงานแห่ต้นดอกไม้ของชาวบ้านที่หน้าวัดบ้านโนนสูงซึ่งเพื่อนบอกว่าในหมู่บ้านโนนสูง เป็นหมู่บ้านที่ใหญ่มากค่ะ ตามที่เดี๊ยนจดข้อมูลมาจากเพื่อนของเดี๊ยน นางบอกว่าชื่อคุ้มหรือชื่อกลุ่มมาในหมู่บ้านมีทั้งหมด 9 คุ้ม(กลุ่ม) คุ้มในที่นี้ก็คือกลุ่มนั้นเองค่ะ  ได้แก่
กลุ่มเหนือ 1
กลุ่มเหนือ 2
กลุ่มกลาง 1
กลุ่มกลาง 2
กลุ่มใต้ 1
กลุ่มใต้ 2
กลุ่มแสงตะวันทอง (กลุ่มตะวันตก)
และมีหมู่บ้านที่อยู่หลังวัดและติดโรงเรียนในหมู่บ้านอีก อันนั้นก็มีคุ้มหรือกลุ่มเหมือนกัน เพื่อนของเดี๊ยนบอกว่าเป็นหมู่บ้านน้อยเลยแบ่งกลุ่มออกเป็น
กลุ่มน้อย 1
กลุ่มน้อย 2

พอเดี๊ยนได้จดข้อมูลมาและได้รอร่วมงานขบวนแห่ต้นดอกไม้ ก็รอดูต้นดอกไม้แต่ละต้น ก็ต้องประหลาดใจเล็กน้อย เพราะต้นดอกไม้ก็คล้ายๆต้นผ้าป่า หรือต้นกันฑ์หลอนซึ่งมีเงินประดับอยู่ด้วยค่ะ โดยเพื่อนของเดี๊ยนบอกว่า แต่ละกลุ่มในหมู่บ้านจะร่วมกันนำเงินที่ได้จากการละเล่นกันหลอนในช่วงเดือนกันยา และตุลาคม โดยการละเล่นกันหลอนคือ การนำกล้อง ฉิงฉาบ และเต้นรำ ไปตามหมู่บ้านต่างเพื่อไปแสดงแลกเงิน หรือข้าวสาร เพื่อนำเงินหรือข้าวสารที่ได้มาทำต้นดอกไม้ ที่ชาวบ้านแต่ละกลุ่มได้ร่วมใจสามัคคีกันทำขึ้นมาเพื่อนำไปถวายที่วัด ซึ่งจะกระทำกันขึ้นทุกปี

ตอนแรกก็ยังงงๆนะค่ะ ว่า กันหลอน คืออะไร เดี๊ยนก็เลยไปหาข้อมูลจากเน็ตมาเพิ่มค่ะ
คำ "หลอน" เป็นภาษาถิ่นไทอีสาน แปลว่า "แอบมาหา หรือลักลอบไปหา โดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า" กัณฑ์หลอน คือกัณฑ์เทศน์พิเศษนอกเหนือจากกัณฑ์เทศน์ใน"บุนพะเหวด" ซึ่งมีเพียง 13 กัณฑ์ และแต่ละกัณฑ์จะมีเจ้าภาพเป็นเจ้าของกัณฑ์นั้นๆ อยู่แล้ว กัณฑ์หลอน จึงเป็นกัณฑ์เทศน์ที่ไม่ได้จองไว้ก่อน แต่จะเป็นกัณฑ์เทศน์ที่ชาวบ้านแต่ละคุ้มร่วมกันจัดขึ้นในวันที่มีการเทศน์พะ เหวดนั่นเอง โดยผู้มีศรัทธาจะตั้งกัณฑ์หลอนไว้ที่บ้านของตนแล้วบอกกล่าวพี่น้องที่มีบ้าน เรือนอยู่ในคุ้มนั้นๆ จัดหาปัจจัยไทยทานต่างๆ เท่าทีมีจิตศรัทธาหาได้ ซึ่งส่วนมากจะใช้กระบุงหรือกระจาดไม้ไผ่ หรืออาจจะเป็นถังน้ำพลาสติก ใส่ข้าวสารลงไปประมาณครึ่งถึง แล้วหาต้นกล้วยขนาดสูงประมาณ 1 เมตรตั้งไว้กลางกระบุง กระจาด หรือถังน้ำนั้น แล้วนำเงินชนิดต่างๆ เช่นใบละ 10,20,50,100,500 หรือ 1,000 บาท คีบด้วยไม้ไผ่ แล้วนำไปเสียบไว้ที่ลำต้นของต้นกล้วย ส่วนที่โคนต้นกล้วยนั้นนอกจากข้าวสารแล้วอาจจะนำปัจจัยอื่นๆ เช่น ธูปเทียน ผงซักฟอก มะพร้าวอ่อน กล้วยสุก ยาสามัญประจำบ้าน ฯลฯ ใส่ไว้เป็นเครื่องไทยทานเมื่อได้เวลานัดหมาย คณะผู้มีศรัทธาจะพากันแห่กัณฑ์หลอนจากที่ตั้งโดยมีกลองยาว แคน ฉิ่ง ฉาบ ฯลฯ นำขบวน ผู้มีศรัทธาบางคนก็จะพากันฟ้อนรำไปตามจังหวะเสียงกลองอย่างสนุกสนานพอถึงวัด จะแห่รอบศาลาโรงธรรมโดยเวียนขวา 3 รอบ แล้วนำกัณฑ์หลอนขึ้นบนศาลาถวายแด่ภิกษุรูปที่กำลังเทศน์อยู่ขณะนั้น   กัณฑ์หลอน สามารถนำไปทอดได้ตลอดทั้งวันขณะที่มีการเทศน์มหาชาติ ซึ่งอาจจะถึงมืดค่ำก็ได้ และอาจจะมีกัณฑ์หลอนจากหมู่บ้านอื่นแห่มาสมทบอีกก็ได้โดยไม่จำกัดจำนวน ถือเป็นการสร้างความสามัคคีของคนระหว่างหมู่บ้าน ที่อยู่ในละแวกเดียวกัน (ขอขอบพระคุณข้อมูลจาก www.gotoknow.org/434528)

นี้คือต้นดอกไม้ที่ชาวบ้านกลุ่มนึงในหมู่บ้านโนนสูง ร่วมกันสามัคคีกันทำขึ้นมาเพื่อถวายวัด เดี๊ยนก็พึงเคยเห็นค่ะ ก็ตกใจเล็กน้อย เคยเห็นแต่ต้นกล้วยประดับด้วยเงิน หรือต้นผ้าป่าค่ะ ครั้งแรกที่ได้ยินเพื่อนพูดว่าจะพามาดูแห่ต้นดอกไม้ ก็คิดไปว่าจะได้ดูเค้าแห่ต้นดอกไม้สดๆ สวยงาม ไปๆมา...อ๋อเป็นต้นดอกไม้แบบนี้ นี้เองนะค่ะ  ในต้นดอกไม้ของชาวบ้าน มีการประดับประดาด้วยกระดาษย่าน มีร่มเป็นฐานศูนย์กลาง มีฉัตรล้อมร้อบ ปักด้วยเงินจตุปัจจัยต่างๆร่วมด้วย อาทิ สมุด หนังสือ ปากกา ข้าวสาร เกลือ น้ำปลาก็มีค่ะ จีวร เสื่อ มะพร้าว กระจก ธูปเทียน มะพร้าว อ้อย หมอน ธูป เทียน ขันน้ำ สบู่ ผงซักฟอก และอื่นๆที่จำเป็นอีกมากมายค่ะ ..... เพื่อนบอกว่า ดอกไม้แต่ละต้นที่ทำขึ้นนั้นทำขึ้นจากเงินบริจาคของชาวบ้านในกลุ่มนั้นและเงินและข้าวสารที่ได้จากการละเล่นกันหลอน ซึ่งต้นดอกไม้จะต้องผ่านพิธีการบายศรีสู่ขวัญความเป็นมงคลมาก่อนแล้ว ถึงจะแห่เข้าวัดได้...โดยเพื่อนของเดี๊ยนให้สังเกตุที่ต้นดอกไม้จะมีสายสิญจ์ผูกรอบต้นดอกไม้...พอเดี๊ยนได้สังเกตุ เอ่อมีสายสิญจ์ที่ผูกที่เคยผูกแขก ผูกรอบต้นดอกไม้จริงๆค่ะ



เดี๊ยนเองก็พึงเคยเห็น  เลยได้ถ่ายรูปมาเป็นที่ระลึกไว้ และได้สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับเพื่อนของเดี๊ยนบอกว่า สิ่งของทุกอย่างที่ชาวบ้านร่วมกันทำขึ้นมา เพื่อไปถวายวัด ซึ่งสามารถใช้ประโยชน์ได้หมด ไม่ว่าจะเป็นร่มก็ถวายพระในวัด สามารถกันฝนได้ สมุด ปากกา ก็สามารถนำไปถวายให้พระสงฆ์และเณรในวัดนำไปใช้ในการเรียนปริยัติธรรมได้ค่ะ....ได้ความรู้เยอะมากๆเลยนะค่ะ ที่กรุงเทพเดี๊ยนว่าน่าจะทำบุญแห่แบบนี้บ้างนะค่ะ จะได้ไม่ต้องเฉพาะเจาะจงบริจาคเงินอย่างเดียวค่ะ...เดี๊ยนว่าเข้าท่ามากๆเลยค่ะ

 เอ้าล่ะค่ะได้เวลาแห่ต้นดอกไม้ของแต่ละกลุ่มในหมู่บ้านแล้ว เดี๊ยนรอร่วมงานบุญแห่ต้นดอกไม้เข้ามาถวายในวัด ซึ่งแต่ละกลุ่มจะนำต้นดอกไม้มาร่วมกันแห่รอบโบร์ถ 3 รอบค่ะ ซึ่งแต่ละกลุ่มจะมีเครื่องดนตรีนำหน้า และเต้นรำกันอย่างสนุกสนาน น่าสนุกจริงๆนะค่ะ เสียงดนตรีทั้งแบบโปงลาง ทั้งแบบอาร์แอนบี ฮิปฮ๊อบ มีหมดค่ะ ถือเป็นงานประจำปีที่ยิ่งใหญ่จริงๆค่ะ

 ดูการเต้นรำของชาวบ้านโนนสูงกลุ่มนี้แล้ว ม่วนกันจริงๆเลยเด้อค็า มีคุณลุง คุณป้า แต่งชุดนักเรียน เต้นรำกันมา น่ารักจริงๆเลยค่ะ ส่วนชาวบ้านท่านอื่นที่เห็นเป็นผู้หญิงก็ส่วมชุดสุภาพใส่ผ้าซิ่น ร่วมเต้นรำ ฟ้อนแห่ต้นดอกไม้ที่กลุ่มของต้นได้ร่วมกันทำขึ้นมา เพื่อแห่เข้าวัดด้วยความสามัคคี เป็นภาพที่น่าสนุกและประทับใจยิ่งนักค่ะ
คุณป้าท่านนี้ใส่เสื้อสีขาวตัวเดิม เมื่อตอนใส่บาตรเทโวตอนเช้าก็มาร่วมแห่ต้นดอกไม้เข้าวัดเหมือนกันค่ะ ได้ทักทายคุณป้า...  ป้าแกก็ยิ้มให้และบอกว่า แกบอกว่าเป็นเจ้าภาพต้นดอกไม้ประจำกลุ่มของแกปีนี้ด้วยด้วย..ดีใจกับแกด้วยจริงๆที่ได้ทำบุญใหญ่เข้าวัดค่ะ




เดี๊ยนยืนอยุ่หน้าวัด พอดีที่ประตูหน้าวัดมีมุมสุงให้ถ่ายได้ด้วย เดี๊ยนก็เลยได้ถ่ายภาพ และได้เห็นชาวบ้านแต่กลุ่มทยอยกันนำต้นดอกไม้ของกลุ่มตนเอง ทยอดออกมาจากหมู่บ้านเพื่อมุ่งสู่วัด เพื่อมาแห่ร่วมกันกับกลุ่มอื่นๆค่ะ พร้อมเต้นรำกันอย่างสนุกสนาน ตามจังหวะ จะโค่นค่ะ


เพื่อนของเดี๊ยนบอกว่า สมัยแต่ก่อนโน้นจะสวยกว่านี้มากๆ เพราะโดยปกติต้นดอกไม้ที่ทำขึ้นจะไม่นำมาใส่รถเข็นเอาแบบนี้ สมัยก่อนจะแบกหามเอา และมีการรำฟ้อน หน้าต้นต้นดอกไม้ มีความเป็นระเบียบ สวยงามกว่านี้มากๆ แต่ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ทำให้ภาพต่างๆได้ค่อยๆจางหายไป โดยเพื่อนของเดี๊ยนให้ข้อมูลว่าทั้งนี้อาจเป็นเพราะด้วยงบประมาณที่ต้องใช้ อาจสิ้นเปลืองก็เลยไม่ค่อยเห็นภาพสวยๆแบบนั้นแล้ว...แต่ก็ไม่เป็นไรนะค่ะ ถึงกาลเวลาจะเปลี่ยนไปแค่ใหน แต่ชาวบ้านก็ยังคงรักษาประเพณีไว้อย่างดีค่ะ และก็ถือว่ามีประเพณีดีๆได้จัดขึ้นประจำทุกๆปี ที่ได้เห็นความสมัครสมานสามัคคีของผู้คนในชุมชน ที่ร่วมแรงร่วมใจกันสืบสานงานประเพณีไว้ให้ลูกหลานได้สือทอดกันต่อไปค่ะ


ตอนเดี๊ยนเข้าวัดมาก็ประหลาดใจไม่น้อยกับโบสถ์ที่วัดบ้านโนนสูง ตอนแรกนึกว่าเป็นศาลาการเปรียญ แต่เพื่อนบอกว่า เนี่ยคือโบสถ์นะ... ดูๆไปแล้วเป็นโบสถ์ที่โปร่งมากๆ ไม่ค่อยตกแต่งลายไทย ลายกระนก ประดับประดาให้แสงแวววับมากมายเกิดไป ดูสบายตาดีค่ะ และก็เป็นโบสถ์ที่ชาวบ้านจะต้องแห่ต้นดอกไม้ รอบโบสถ์นี้ 3 รอบค่ะ

 เดี๊ยนเดินไปตามขบวนแห่ ทั้งผู้คนแต่ละกลุ่มก็รื่นเริง ฟ้อนรำ กันอย่างสนุกสนานมากๆ...เห็นพระกำลังถ่ายรูปกับชาวบ้าน เลยขอแชะถ่ายมาเก็บไว้ค่ะ


ทั้งลูกเด็กเล็กแดง คุณป้า คุณน้า คุณอา หอบลูก จูงหลานกันเข้ามาชมขบวนแห่ต้นดอกไม้ของแต่ละกลุ่มนะค่ะ เป็นภาพที่ร่วมคนในชุมชนไว้อย่างเนืองแน่นจริงๆค่ะ


ตอนแรกเดี๊ยนคิดว่าออกมาจากหมู่บ้านโนนสูงหมดแล้วนะค่ะ..ไปๆมาๆเพื่อนบอกว่า ยังเหลืออีก 2 กลุ่มที่เป็นหมู่บ้านติดวัดและโรงเรียนก็แห่ออกมาร่วมขบวนอีก เพื่อให้ขบวนแห่ต้นดอกไม้ ครบทั้งหมู่บ้านค่ะ...ตอนแรกก็ยังงงๆนะค่ะ ว่าเอ้ ทำไมขบวนเค้าถึงหยุดลง ไม่ยอมแห่รอบโบสถ์ต่อไป ที่แท้ก็รออีก 2 กลุ่มนี้เองค่ะ  รู้สึกว่าจะเป็นกลุ่มน้อย 1 กับกลุ่มน้อย 2 ค่ะ


เมื่อครทุกกลุ่มแล้ว ก็ได้เวลาแห่ต้นดอกไม้รอบโบส์ถแล้วค่ะ ซึ่งจะมีแม่ชีพราหมณ์ นุ่งขาว ห่มขาว เดินสวดนำหน้าขบวนแห่้นดอกไม้ของแต่ละกลุ่มในหมูบ้านค่ะ 

บวนแห่ต้นดอกไม้ของแต่ละกลุ่มก็เริ่มยันขยื้อนออกมากันเรื่อย พร้อมเสียงเพลงนตรีโปงลาง ดีดคล้อเสียงพิณอีสาน ฟังแล้วสนุกครื้นเครงมากๆนะค่ะ...เดี๊ยนเห็นเค้าต้นรำ ก็อยากจะไปแจมด้วยค่ะ แต่ด้วยอายุและสังขารตัวเอง เดี๊ยนล่ะอายเด็กๆมากค่ะ 



วนแห่ในหมู่บ้านแต่ละกลุ่มที่เดี๊ยนเห็น จะมีเครื่องดนตรีใส่รถไถบ้าง รถกระบะบ้าง เปิดนตรีแล้วก็เต้นฟ้อนรำกันอย่างสนุกสนานค่ะ  เป็นงานที่ครื้นเครงจริงๆนะค่ะ....ถ้าใครมีโอกาส ลองแวะมาเที่ยวได้ค่ะ หนึ่งปีมีแค่หนึ่งครั้งนะค่ะ



เดี๊ยนเดินถือกล้องถ่ายรูปไปเรื่อยๆ เก็บภาพความครึกครืน ภาพการแห่ของชาวบ้านไปเรื่อย พร้อมกับความรู้เสริมจากเพื่อนของเดี๊ยนที่เดินเคียงข้างอยู่ตลอด เพื่อบอกเล่าในสิ่งที่เดี๊ยนไม่รู้ ก็ได้รู้เป็นสาระความรู้ค่ะ

พอเดินไปเรื่อย เพื่อรอเก็บภาพถ่ายรูป มาเจอหอระฆังของวัดบ้านโนนสูง ดูเป็นหอระฆังที่เก่าน่าดูเลยนะค่ะ เพื่อนของเดียนบอกว่า หอระฆังนี้ อยู่มาตั้งแต่นางยังไม่เกิดค่ะ เป็นหอระฆังที่คู่ควรแก่การอนุรักษ์มากๆนะค่ะ 



ตอนเดี๊ยนออกมาถ่า่ยรูปหน้าวัด ตอนที่ขบวนแห่ต้นดอกไม้ แห่เข้าวัด เห็นคู่นี้ เค้าเด่นกว่าใครจริงๆค่ะ ดูเป็นภาพ Back to School เหมือนย้อนกลับไปในวัยเรียนอีกครั้ง ถึงจะอายุจะแก่แต่ก็ยังรักเรียนค่ะ 555+ เป็นภาพที่สร้างความสนุกสนาม และดูโดดเด่นและสร้างสีสันมากๆค่ะ เพราะกลุ่มนี้เต้นรำกันได้มันส์ มากๆ ั้งแต่ในหมู่บ้านจนแห่เข้ามาในวัด เดี๊ยนเลยขออนุญาติคุณน้าทั้งสอง ขอถ่ายรูปมาลงบล๊อกเพื่อช่วยสร้างสีสันหน่อยนะค่ะ 


บวนแห่ต้นดอกไม้ แห่กันหลอนของชาวบ้านโนนสงแต่ละกลุ่มเป็นไปอย่างสนุกสนาน เพื่อนของเดี๊ยนบอกว่า ที่ต้องแห่ให้ครบ 3 รอบ เพื่อให้ครบองค์ประกอบของแก้ว 3 ประการตามความเชื่อของชาวพุทธเรา ที่มีพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ค่ะ  ซึ่งการแห่ต้นดอกไม้ของชาวบ้านโนนสูงในแต่ละกลุ่ม ถือเป็นงานใหญ่ประจำๆทุกปี และจัดกันต่อเนื่องมายาวนานมากๆแล้วค่ะ 



เพื่อนบอกว่า 1 ปี ะมีการจัดแบบนี้ทุกๆปี ชาวบ้านนนสูงในแต่ละกลุ่มก็จะร่วมแรงร่วมใจกันทำต้นดอกไม้ขึ้นมาเพื่อแห่กันหลอนเข้ามาถวายในวัดค่ะ เป็นงานปรเพณีของภาคอีสานใต้ที่เดี๊ยนพึงเคยเห็ค่ะ อาจดูลับคล้ายคลับคลากับงานแห่ต้นผ้าป่า เข้าวัดในภาคกลางเลยค่ะ แต่ที่นี้จะดูอลังกว่ามาลยค่ะ เพราะมีหลายกลุ่มมากๆค่ะ 





เมื่อขวนแห่ต้นดอกไม้ ทางชาบ้านได้แห่กันครบ 3 รอบแล้ว ก็จะนำต้นดอกไม้ เข้าสู่ศาลาวัดเพื่อทำพิธีถวายแด่พระในวัดต่อไปค่ะ เดี๊ยนสังเกตุเห็นชาวบ้านที่ถือดอกไม้แห่รอบโบส์ถ 3 รอบก็จะนำดอกไม้นั้นมาใส่ไว้ในต้นดอกไม้ด้วยค่ะ ก่อนที่จะนำเข้าสู่ศาลาวัดค่ะ 





บวนต้นดอกไม้ของแต่ละกลุ่มก็เริ่มทยอ นำต้นดอกไม้หรือต้นกัณฑ์หลอนที่ได้ร่วมกันสร้างขึ้นมา แห่เข้าไปในศาลาวัด เพื่อทำพิธีถวายแก่พระสงฆ์ในวัดค่ะ 

ต้นดอกไม้ที่ชาวบ้านแห่เข้ามาก็จถูกนำมาเรียงไว้ในศาลาการเปรยญ กันอย่างเป็นระเบียบเลยค่ะ ซึ่งจะเห็นมีครบทุกกลุ่มเลยค่ะ...



เดี๊ยนได้รับพรและน้ำมนต์ที่พระสงฆ์พรมให้ด้วยค่ะ เป็นอันเสร็จพิธีถวายต้นดอกไม้ให้กับทางวัดค่ะ

หลังจากนั้นไม่นาน เมื่อได้เวลาอันควรนะค่ะ พิธีการถวายต้นดอกไม้ให้แก่วัดก็เริ่มต้นขึ้น มัคทายกกล่าวอราธนาศรี อราธนาธรรม สำหรับเดี๊ยนก็นั่งคู่กับเพื่อน เพื่อร่วมทำพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ี้ โดยงานจะเสร็จสิ้นก็ต่อเมื่อ พระให้พรแล้ว....เดี๊ยนหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายรูป ตอนพระเอน้ำมนต์มาพรมให้กับญาติโยมภายในวัดที่เข้ามาร่วมพิธีนะค่ะ นอกจากนี้แล้วนะค่ะ ในงานตอนนี้ที่เดี๊ยนนั่งอยู่มีการประกาศจำนวนเงินจตุปัจจัยที่แต่ละกลุ่มได้มาร่วมกันถวายด้วยว่าได้จำนวนเท่าไหร่ ซึ่งก็มีการประกวดและมอบรางวัลกันด้วยนะค่ะ ถือว่าเป็นแรงแข่งขันของกลุ่มนั้นๆที่มีความตั้งใจ ที่จะร่วมกันจัดสรรจัดหาปัจจัยที่สำคัญให้กับวัดและพระสงฆ์ และก่อให้เกิดความสามัคคีของคนในชุมชนค

 และเมื่องานแห่ต้นดอกไม้ ในงานออกพรรษาเรียบร้อย เพือนของเดี๊ยนก็พาเดี๊ยนไปดูเค้าแข่งขันกีฬาฟุตบอล เพื่อสร้างความสมัครสมานและความามัคีของผู้คนในแต่ละกลุ่มที่จะมาแข่งขันกีฬากันแบบนี้ทุกๆปีค่...ก่อนจะพาเดี๊ยนกลับไปทานข้าวที่บ้านพักค่ะ 


 หลังจากที่เดี๊ยนได้ทานข้าวเสร็จจนอิ่ม พักไปประมาณ 1 ชั่วโมง ช่วงประมาณบ่าย 2 เพื่อนของเดี๊ยนก็เป็นไกด์ พาเดี๊ยนเที่ยวในอำเภอขุนหาญ โดยสถานที่แห่งแรกที่เพื่อนของเดี๊ยนพาไปเที่ยว คือ วัดล้านวด หรือวัดป่ามหาเจดีย์แก้ว เพื่อนบอกว่า วัดนี้เป็นวัดที่มีชื่อเสียงมาก เพราะแค่ชื่อวัดก็บอกแล้วว่า ต้องสร้างมาจากขวดแน่ๆเลยค่ะ  




พอเดี๊ยนเข้ามาถึงวัดนี้ ก็ต้องตะลึงค่ะ เพราะมองไปทางใหนก็มีแต่ขวดนะค่ะ ตัวโบส์ถก็สร้างมาจากขวดแก้วทั้งนั้นเลยค่ะ ไม่พ้นกระทั้งเมณของวัดก็มีการนำขวดมารีไซเคิลใหม่ค่ะ ถือว่าเป็นการนำกลับมาใช้ใหม่ที่ดีมากๆเลยค่ะ


มองไปทางใหนก็มีแต่แก้วค่ะ ดูแล้วแปลกตา แต่ก็สรรสร้างออกมาได้อย่างสวยงามนะค่ะ อย่างเช่นแก้วสีเขียวก็นำมาสร้างเป็นอุโบสถริมน้ำสีเขียวสะดุดตา ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่หากใครแวะมาเที่ยวขุนหาญ ต้องไม่พลาดแวะมากราบพระ และชมความงามของวัดแห่งนี้ค่ะ



เมื่อได้เที่ยววัดล้านขวดเสร็จ เพื่อนของเดี๊ยนก็เป็นไกด์ พาขับรถขึ้นเนิ่นทางมา จะเป็นหนองน้ำใหญ่กว้าง มองเห็นเทือกเขาพนมดงรักเลยค่ะ ซึ่งเพื่อนบอกว่า ที่แห่งนี้คือ หนองสิ ซึ่งเป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ที่ช่วยหล่อเลี้ยงชาวอำเภอขุนหาญให้มีน้ำได้กิน ได้ใช้กัน ถือว่าเป็นหนองน้ำที่ความสำคัญมากๆกับชาวอำเภอขุนหาญมากๆค่ะ



 สถานที่ท่องเที่ยวสุดท้ายที่เพื่อนของเดี๊ยนได้เป็นไกด์พามาเที่ยวนั้นก็คือ น้ำตกห้วยจันทร์ค่ะ เพื่อนบอกว่า สำหรับน้ำตกห้วยจันทร์ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนที่สำคัญของอำเภอขุนหาญเลยค่ะ นอกจากน้ำตกห้วยจันทร์แล้วยังมี น้ำตกสำโรงเกยรติอีกด้วยค่ะ ตอนแรกเพื่อนของเดี๊ยนก็จะขับรถพาไปนะค่ะ แต่ด้วยระยะเวลาจำกัด ก็เลยไว้คราวหน้าแล้วกันค่ะ สำหรับการไปเที่ยวน้ำตกแห่งนี้ พอเดี๊ยนไปถึงก็ไม่ผิดหวังค่ะ ยังมีน้ำกให้เห็นได้ชื่นใจค่ะ อากาศก็ไม่ร้อน ลมเย็นพัดสบายค่ะ ไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเข้าด้วยนะค่ะ เข้าฟรีค่ะ

น้ำตกห้วยจันทร์ หรือ น้ำตกกันทรอม ตั้งอยู่ที่บ้านน้ำตกห้วยจันทร์ ตำบลห้วยจันทร์ อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ อยู่ห่างจากตัวอำเภอขุนหาญ 24 กิโลเมตร หรือห่างจากตัวจังหวัด 85 กิโลเมตร แต่เดิมนั้นภายในบริเวณน้ำตกมีต้นจันทน์แดงและจันทร์ขาวขึ้นอยู่หนาแน่น จึงได้ชื่อว่า “น้ำตกห้วยจันทร์” น้ำตกแห่งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจของจังหวัดศรีสะเกษ เนื่องจากสามารถเข้าถึงได้ง่าย เพราะตั้งอยู่ริมถนนทางหลวงแผ่นดิน
น้ำตกห้วยจันทร์ มีต้นกำเนิดจากภูเสลา บนเทือกเขาบรรทัด ไหลลงสู่แม่น้ำมูลที่อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ น้ำตกห้วยจันทร์เป็นน้ำตกที่สวยงาม มีน้ำตลอดทั้งปี  แต่ถ้าต้องการสัมผัสสายน้ำได้อย่างจุใจแล้วล่ะก็ ขอแนะนำให้เดินทางมาในช่วงเดือนกันยายน – กุมภาพันธ์ บริเวณโดยรอบน้ำตกร่มรื่นด้วยพันธุ์ไม้ป่านานาชนิด มีลมพัดเย็นสบายตลอดเวลา จึงเหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ สำหรับกิจกรรมยอดนิยมคงหนีไม่พ้นการลงเล่นน้ำ ซึ่งที่นี่มีจุดที่สามารถเล่นน้ำได้อย่างสนุกสนาน ส่วนการนำอาหารเข้ามารับประทานภายในบริเวณน้ำตก ก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน ทั้งนี้นักท่องเที่ยวสามารถปูเสื่อนั่งรับประทานริมธารน้ำ หรือจะใช้บริการศาลาเล็กๆ ที่ตั้งเรียงรายอยู่เป็นระยะก็ได้เช่นกัน
การเดินทาง: ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 2111 เข้าตัวอำเภอขุนหาญ แล้วแยกไปใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 2128 ประมาณ 5 กิโลเมตร จนถึงบ้านกระเบา จากนั้นเลี้ยวซ้ายไปประมาณ 12 กิโลเมตร เมื่อถึงโรงเรียนบ้านห้วยจันทร์ ให้เลี้ยวขวาไปอีก 1 กิโลเมตร (ขอขอบพระคุณข้อมูลจากเว็ปไซต์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยค่ะ )
http://khunnaiver.blogspot.com/2016/10/22_27.html







เดี๊ยนได้เดินถ่ายรูปและได้เดินคุยสัพเพเหระ เรื่อยเปื่อย พร้อมถ่ายรูปภาพนักท่องเที่ยวชาวไทย ส่วนใหญ่ที่มาเที่ยวจะเป็นเด็กๆ และครอบครัว ที่พากันมาเล่นน้ำ และพักผ่อนกันค่ะ 




เห็นภาพหนูน้อยใส่ชุดว่ายน้ำ ช่างน่ารักจริงๆน่ะค่ะ ยังมีผู้ปกครองค่อยดูแลใกล้ๆด้วยค่ะ



ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพ น้องๆที่ทำงานบอกว่า ให้เดี๊ยนช่วยซื้อของฝากมาด้วย ถ้าซื้อขนมริมทางของฝากที่ปากช่อง สระบุรี ก็ซื้อไปจนเบื่อกันหมดแล้วค่ะ ก็เลยต้องซื้อของฝากแบบบ้านๆจริงๆไปให้ที่ทำงานค่ะ เดี๊ยนให้เพื่อนแนะนำ จัดไปค่ะ มันเทียน รูปภาพด้านบน และ ไอ้ที่เป็นเม็ดๆสีน้ำตาลนั้นคือ กระบก เดี๊ยนเรียกถูกหรือเปล่า เม็ดสีขาวด้านในกลิ่นหอม พอเคี้ยวแล้วจะกรึบๆ รสชาติมันๆ อร่อยมากๆเลยค่ะ ซื้อไปฝากทั้งพี่ๆและน้องที่ทำงาน บอกว่าชอบมากๆค๊า......... ถ่ายรูปกระบกไปๆมา เอ้า... แบ็ตเตอรี่ก็หมดเสียแล้ว...ก็ถือเป็นการจบทริปการท่องเที่ยวงานออกพรรษาในแดนอีสานใต้แห่งนี้...ประทับใจจริงๆค่ะ


จบแล้วค่ะ สำหรับรีวิวเที่ยวงานออกพรรษาของเดี๊ยน ถือเป็นการเดินทางท่องเที่ยวที่ได้เปิดมุมมอง เปิดลูกกะตาตัวเอง ได้เห็นอะไรใหม่ๆ ได้ทั้งความรู้ สาระประโยชน์ เพราะปกติก็เขียนบล๊อกเนื้อหาไม่ค่อยมีสาระเท่าไรนักค่ะ มาเขียนบล๊อกรอบนี้ เดี๊ยนว่าน่าจะมีสาระขึ้นเยอะเลยค่ะ เพราะทั้งรูปทั้งเนื้อหาก็ไล่ซ่ะยาวเชียว ที่สำคัญที่สุดในการเดินทางไปท่องเที่ยวและเก็บภาพงานประเพณีแห่ต้นดอกไม้ หรือแห่กันหลอนของเผ่าสวย ในบ้านโนนสูง อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษในครั้งนี้คือ การได้เห็นความร่วมแรงร่วมใจของชาวบ้าน ที่มีความสามัคคีกันทำต้นดอกไม้ไปถวายที่วัดซึ่งยังคงสืบสานงานประเพณีไว้ต่อไป และปีหน้าก็ยังคงมีประเพณีแห่ต้นดอกไม้ในช่วงออกพรรษาให้เห็นอีกแน่นอน 

เดี๊ยนต้องขอขอบพระคุณชาวบ้านโนนสูง ที่ให้ความกรุณาเดี๊ยนได้ถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึกและนำภาพมาลงในบล๊อกเพื่อเผยแพร่ความรู้แก่นักเดินทางท่องเที่ยวทุกๆท่านค่ะ และขอบพระคุณเพื่อนของเดี๊ยนที่ชวนมาเที่ยว ไม่เสียเที่ยวจริงๆที่ได้มาค่ะ และต้องขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมติดตามอ่านบล๊อกของเดี๊ยนด้วยนะค่ะ เดี๊ยนหวังเป็นอย่างยิ่งว่า รีวิวท่องเที่ยวในครั้งนี้คงมีประโยชน์ต่อผู้อ่านไม่มากก็น้อย หากมีข้อผิดพลาดประการใด ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ 

ขอบพระคุณค่ะ
คุณนายเว่อร์ เทอร์ชอบเที่ยวกินนอน
บล๊อกเกอร์มือสมัครเล่นค่ะ

Share
http://khunnaiver.blogspot.com/2016/10/22_27.html
http://khunnaiver.blogspot.com/2016/10/12.htmlhttp://khunnaiver.blogspot.com/2016/08/20.html

http://khunnaiver.blogspot.com/2015/10/blog-post_31.htmlhttp://khunnaiver.blogspot.com/2016/06/50.html
 

http://khunnaiver.blogspot.com/2015/09/blog-post_10.htmlhttp://khunnaiver.blogspot.com/2015/08/bts.html

http://khunnaiver.blogspot.com/2015/09/blog-post_18.htmlhttp://khunnaiver.blogspot.com/2015/09/blog-post_13.html

http://khunnaiver.blogspot.com/2015/09/blog-post_5.htmlhttp://khunnaiver.blogspot.com/2015/09/blog-post_19.html

http://khunnaiver.blogspot.com/2015/10/blog-post_8.htmlhttp://khunnaiver.blogspot.com/2015/10/blog-post_23.html

http://khunnaiver.blogspot.com/2015/10/blog-post_3.html
แปลกถิ่น..รีวิวเที่ยวศรีสะเกษ ไปงานออกพรรษาแห่ต้นดอกไม้ แห่กันหลอนของเผ่าส่วย ขุนหาญ อลังการแถมม่วนเว่อร์กันจริงๆค่ะ แปลกถิ่น..รีวิวเที่ยวศรีสะเกษ ไปงานออกพรรษาแห่ต้นดอกไม้ แห่กันหลอนของเผ่าส่วย ขุนหาญ อลังการแถมม่วนเว่อร์กันจริงๆค่ะ Reviewed by Khunnaiver blog on 08:45:00 Rating: 5

ไม่มีความคิดเห็น:

ขับเคลื่อนโดย Blogger.