Header Ads Widget

ads

Ticker

6/recent/ticker-posts

จัดให้ 5 บทเพลงฝึกภาษาอังกฤษผ่านเพลงสากลแนวลูกทุ่ง Country พร้อมความหมาย ร้องได้อย่างเพลิดเพลินจำเริญใจ

และเพื่อไม่ให้เว็ปไซต์ร้างไป วันนี้คุณนายเว่อร์ เธอเป็นคนบ้า ขอแนะนำ 5 บทเพลงภาษาอังกฤษสไตล์ลูกทุ่งแนว Pop country สุดแสนเพราะพริ้ง พร้อมความหมาย มาให้ได้ฝึกร้องกันอย่างสำราญบานใจจ้า



ก็ขอสวัสดีทักทายคุณผู้อ่านที่น่ารักสดใส และเหล่าเพื่อนๆผู้รักการทัศนาจร อรชร อ้อนแอ้น สุดสะแนน แสนโสภา ช่ะช่ะช่าหัวใจนทุกๆคน ก็กลับมาพบปะกันอีกแล้วนะคะ กับบทความบล็อกสาระน่ารู้เกี่ยวกับภาษาอังกฤษเล็กๆน้อยๆ ที่จะมาเสริมเติมต้อย ให้ได้เลือกสอยอ่านฆ่าเวลากัน หลังจากที่บทความบล็อกก่อนหน้าได้พาไปฝึกภาษาอังกฤษผ่านเพลงสากลในยุค 90's กันไปแล้ว น่าจะถูกใจวัยแนวอยู่ไม่น้อยนะคะ 


ส่วนใครที่เป็นขาใหญ่วัยเก๋า ก็อย่าพึ่งเศร้าโสกาอาดูรไปค่ะ เพราะวันนี้คุณนายเว่อร์ เธอเป็นคนบ้า ขอเอาใจผู้ฟังแนวลูกค้าที่กำลังฝึกภาษาอังกฤษผ่านบทความ มาครืนเครงแนะนำบทเพลงภาษาอังกฤษสากลแนว Country Road หรือแนวลูกทุ่งเครื่องดนตรีกีตาร์ คาวบอย เป่าปอยด้วยออแกน สุดสะแนนด้วยไวโอลีน กระตุ้นต่อมกระตุ้นอะดรีนาลีน ให้มีความสุข สนุกครืนเครง บรรเลงจับใจ งามวิไลเริ่ดสะแมนแตน ส่วนจะมีชื่อเพลงอะไรบ้างนั้น เดี๊ยนขอจัดมาให้ 5 บทเพลง พร้อมเนื้อร้องและคำแปลดังนี้จ้า เตรียมหูฟังเปิดคลอซิงอะซอง ร้องก้องกันไปเลยจ้า 


Youtube upload by John Denver 


1.Song : Take me home country roads (ถนนสายนี้(ลูกทุ่ง)ที่จะพาฉันกลับบ้าน)

- Artist : John Denver  (ศิลปิน,นักร้อง : จอห์น เดนเวอร์) 

- Released on Year :  1971  (ปี พ.ศ.2514)


เนื้อร้องและคำแปล

Almost heaven, West Virginia,

เกือบจะถึงสรวงสวรรค์ชั้นฟ้าแล้ว ณ แดนดินถิ่นเมือง เวส เวอร์จิเนีย 

Blue Ridge Mountains, Shenandoah River.

และที่เทือกเขาเทือกเขาบลูบริดจ์นั้นมีแม่น้ำเชนานโดอาห์ไหลผ่าน

Life is old there, older than the trees,

รวมทั้งยังดำรงวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมไว้ มากกว่าต้นไม้อันแสนเก่าแก่ซ่ะอีก

Younger than the mountains, blowing like a breeze.

แต่ก็ยังไม่เก่าแก่เทียบเท่ากับเทือกเขาที่เรียงราย พรั้งพร้อมเสียงของสายลมที่พัดผ่าน


Country road, take me home

ถนนเส้นนี้นี่เอง ที่จะพาฉันกลับไปบ้าน

To the place I belong.

ไปยังสถานที่ของฉัน

West Virginia, mountain momma,

ณ แดนเวสเวอร์จิเนีย ที่มีภูเขาโอบล้อมเหมือนกับมีแม่คอยดูแลอยู่

Take me home, country road.

ถนนเส้นลูกทุ่งสายนี้ ที่จะพาฉันไปที่บ้าน


All my mem’ries gather ’round her,

และภาพความทรงจำทั้งหมดถูกรวบรวมไว้ 

Miner’s lady, stranger to blue water.

ยังมีภาพหญิงสาวเหมืองแร่กับท้องน้ำสีฟ้า

Dark and dusty, painted on the sky,

อีกทั้งยังมีความมืดและฝุ่นควันถูกวาดไว้บนท้องฟ้า

Misty taste of moonshine, tear-drop in my eye.

มีแสงจันทราที่สาดส่องผ่านมวลเมฆทำให้ฉันน้ำตาคลอคิดถึงบ้าน


Country road, take me home

ถนนเส้นนี้นี่เอง ที่จะพาฉันกลับไปบ้าน

To the place I belong.

ไปยังสถานที่ของฉัน

West Virginia, mountain momma,

ณ แดนเวสเวอร์จิเนีย ที่มีภูเขาโอบล้อมเหมือนกับมีแม่คอยดูแลอยู่

Take me home, country road.

ถนนเส้นลูกทุ่งสายนี้ ที่จะพาฉันไปที่บ้าน


I hear her voice, in the morning hours she calls me,

ฉันได้ยินเสียงเธอร้องเรียกหาในยามเช้าตรู่

The radio reminds me of my home far away.

มีเสียงจากวิทยุคอยเตือนว่าฉันได้จากบ้านมาไกลแสนไกล

And driving down the road I get the feeling

และระหว่างที่ขับรถไปตามถนนเส้นนี้ฉันมีความรู้สึกว่า

that I should have been home yesterday, yesterday.

ฉันน่าจะอยู่ที่บ้าน ณ เมื่อวานนี้


Country road, take me home

ถนนเส้นนี้นี่เอง ที่จะพาฉันกลับไปบ้าน

To the place I belong.

ไปยังสถานที่ของฉัน

West Virginia, mountain momma,

ณ แดนเวสเวอร์จิเนีย ที่มีภูเขาโอบล้อมเหมือนกับมีแม่คอยดูแลอยู่

Take me home, country road.

ถนนเส้นลูกทุ่งสายนี้ ที่จะพาฉันไปที่บ้าน


Country road, take me home

ถนนเส้นนี้นี่เอง ที่จะพาฉันกลับไปบ้าน

To the place I belong.

ไปยังสถานที่ของฉัน

West Virginia, mountain momma,

ณ แดนเวสเวอร์จิเนีย ที่มีภูเขาโอบล้อมเหมือนกับมีแม่คอยดูแลอยู่

Take me home, country road.

ถนนสายลูกทุ่งสายนี้ ที่จะพาฉันไปที่บ้าน


Take me home, country road.

ถนนสายลูกทุ่งสายนี้นี่เอง ที่จะพาฉันไปถึงบ้านอันแสนอบอุ่น

Take me home, country road.

ถนนสายลูกทุ่งสายนี้นี่เอง ที่จะพาฉันไปถึงบ้านอันแสนอบอุ่น

------------------------------------------------------------------------------------

Youtube upload by Alan Jackson


2.Song : Livin' on love (การมีชีวิตอยู่กับความรัก)

- Artist : Alan Jackson  (ศิลปิน,นักร้อง : อลัน แจ็กสัน  ) 

- Released on Year :  1994  (ปี พ.ศ.2536)


Two young people without a thing

สองหนุ่มสาวไม่มีสิ่งใด 

Say some vows and spread their wings

คำกล่าวบางคำถือเป็นคำปฎิญาณเสมือนปีกที่โบยบินไป

Settle down with just what they need

แต่คำกล่าวนั้นก็ต้องผ่อนปรนลงบ้างเพื่อให้ในสิ่งที่ต้องการ

Livin' on love

นั้นแหละคือการมีชีวิตอยู่กับความรัก


She don't care 'bout what's in style

เธอไม่สนใจหรอกนะว่าจะมีสไตล์เป็นอย่างไร

She just likes the way he smiles

เธอแค่ชอบรอยยิ้มของเขาคนนั้น

It takes more than marble and tile

ซึ่งรอยยิ้มนั้นมันใช้เวลามากกว่าหินอ่อนและกระเบื้องซ่ะอีก 

Livin' on love

นั้นแหละคือการมีชีวิตอยู่กับความรัก


Livin' on love, buyin' on time

ชีวิตอยู่กับความรัก อยู่กับการซื้อเวลา 

Without somebody nothing ain't worth a dime

หากไม่มีใครเลยสักคนคงไม่มีค่าแต่อย่างใด 

Just like an old fashion story book rhyme

มันก็คงเหมือนกับหนังนิทานแฟนชั่นอันเก่านั้นเอง

Livin' on love

การมีชีวิตอยู่กับความรัก


It sounds simple, that's what you're thinkin'

มันอาจจะฟังดูแล้วเรียบง่ายเหมือนกับสิ่งที่คุณคิดไว้นั้นแหละ 

But love can walk through fire without blinkin'

แต่ความรักก็สามารถเดินผ่านเปลวไฟที่ร้อนรุ่มไปได้ด้วยพริบตาเดียว

It doesn't take much when you get enough

โดยใช้เวลาไม่นานมากด้วยเมื่อคุณได้รับความรักเพียงพอแล้ว

Livin' on love

นั้นแหละคือการมีชีวิตอยู่กับความรัก


Two old people without a thing

คนเก่าแก่สองคนอาจไม่มีสิ่งใดแล้ว

Children gone but still they sing

แม้เด็กๆจากไปแต่ก็พวกเขาก็ยังร้องเพลงอยู่นะ

Side by side in that front porch swing

โดยร้องเคียงกันอยู่ที่ระเบียงหน้าบ้าน 

Livin' on love

นั้นแหละคือการมีชีวิตอยู่กับความรัก


He can't see anymore

เขาไม่สามารถมองเห็นอะไรได้อีกแล้ว

She can barely sweep the floor

ในขณะเดียวกันเธอก็แทบจะไม่กวาดพื้นได้อีกแล้วด้วยเช่นกัน

Hand in hand they'll walk through that door

พยายามจับมือพวกเราเพื่อที่จะเดินผ่านประตูนั้นไปให้ได้ 

Just livin' on love

เพื่อที่จะให้มีชีวิตอยู่ในความรักให้ได้ไงล่ะ 


It sounds simple, that's what you're thinkin'

มันอาจจะฟังดูแล้วเรียบง่ายเหมือนกับสิ่งที่คุณคิดไว้นั้นแหละ 

But love can walk through fire without blinkin'

แต่ความรักก็สามารถเดินผ่านเปลวไฟที่ร้อนรุ่มไปได้ด้วยพริบตาเดียว

It doesn't take much when you get enough

โดยใช้เวลาไม่นานมากด้วยเมื่อคุณได้รับความรักเพียงพอแล้ว

Livin' on love

นั้นแหละคือการมีชีวิตอยู่กับความรัก


No it doesn't take much when you get enough

โดยใช้เวลาไม่นานมากด้วยเมื่อคุณได้รับความรักเพียงพอแล้ว

Livin' on love

นั้นแหละคือการมีชีวิตอยู่กับความรัก 

------------------------------------------------------------------------------------------

Youtube upload by Katy Jones


3.Song : Let me be there (ขอให้ฉันอยู่ที่นั้นด้วยได้ไหม)

- Artist : Olivia Newton-John  (ศิลปิน,นักร้อง : โอลิเวีย นิวตันจอห์น) 

- Released on Year :  1973 (ปี พ.ศ.2516)


Wherever you go

ทุกที่ที่คุณไป

Wherever you may wander in your life

และในทุกๆที่ ที่คุณอาจพลัดหลงทางในชีวิตของคุณ

Surely you know

แน่นอน คุณต้องรู้

I always want to be there

ฉันต้องการจะอยู่ที่นั้นเสมอ


Holding you hand

เพื่อที่จะจับคุณมือ

And standing by to catch you when you fall

และพร้อมจะจับคุณเมื่อคุณพลัดตกหลงหรือผิดพลาดไป

Seeing you through

เมื่อเห็นคุณผ่าน

In everything you do

ในทุกสิ่งที่คุณได้ทำ


Let me be there in your morning

ขอให้ฉันได้อยู่ที่นั้นในตอนเช้ากับคุณได้ไหม

Let me be there in you night

ขอให้ฉันได้อยู่กับคุณในตอนกลางคืนได้ไหม

Let me change whatever's wrong and make it right

ขอให้ฉันได้เปลี่ยนสิ่งที่ทำผิดพลาดและทำให้มันถูกต้องด้วย

Let me take you through that wonderland

ฉันขอให้คุณได้ผ่านดินแดนมหัศจรรย์ด้วย


That only two can share

มีสองคนเท่านั้นนะที่สามารถแบ่งปันกันได้

All I ask you is let me be there

ทั้งหมดนี้ฉันขอถามคุณหน่อยนะว่า ฉันขอไปอยู่ที่นั้นได้ไหม


Watching you grow

ฉันอยากไปดูเหมือนคุณเติบโต

And going through the changes in your life

และจะไปผ่านการเปลี่ยนแปลงในชีวิตของคุณด้วย

 และจะผ่านการเปลี่ยนแปลงในชีวิตของคุณ

That's how I know

แล้วฉันจะรู้ได้อย่างไร

I always want to be there

ฉันต้องการที่จะอยู่ที่นั้นด้วยเสมอนะ 

Whenever you feel you need a friend to lean on, here I am

เมื่อไหร่ก็ตาม ที่คุณรู้สึกว่าคุณต้องการเพื่อนพึ่งพา ฉันอยู่ตรงนี้นะ 


Whenever you call, you know I'll be there

และเมื่อไดก็ตามที่คุณโทรมาหา ขอให้คุณรู้ว่าฉันจะอยู่ที่นั้น

Let me be there in your morning

ขอให้ฉันได้อยู่ที่นั้นในตอนเช้ากับคุณได้ไหม

Let me be there in you night

ขอให้ฉันได้อยู่กับคุณในตอนกลางคืนได้ไหม

Let me change whatever's wrong and make it right

ขอให้ฉันได้เปลี่ยนสิ่งที่ทำผิดพลาดและทำให้มันถูกต้องด้วย

Let me take you through that wonderland

ฉันขอให้คุณได้ผ่านดินแดนมหัศจรรย์ด้วย


That only two can share

มีสองคนเท่านั้นนะที่สามารถแบ่งปันกันได้

All I ask you is let me be there

ทั้งหมดนี้ฉันขอถามคุณหน่อยนะว่า ฉันขอไปอยู่ที่นั้นด้วยได้ไหม

---------------------------------------------------------------------------------

Youtube upload by Glen Campbell


4.Song : Rhinestone Cowboy (คาวบอยที่เปรียบดุจดั่งพลอยส่องแสงประกายเจิดจ้าจรัส แวววาววิบวับ)

- Artist : Glen Campbell  (ศิลปิน,นักร้อง : เกล็น แคมป์เบล ) 

- Released on Year :  1975  (ปี พ.ศ.2518)


I’ve been walkin’ these streets so long

ฉันเดินอยู่บนถนนสายนี้มานานแสนนาน

Singin’ the same old song

และก็ได้แต่ร้องเพลงแบบเดิมๆ 

I know every crack in these dirty sidewalks of Broadway

แล้วก็รู้ด้วยนะว่าทุกซอกทุกมุมของเส้นนี้อันแสนสกปรกไปสู่บรอดเวย์นี้อีกด้วย

Where hustle’s the name of the game

ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีเกมส์โกงมากมาย

And nice guys get washed away like the snow and the rain

และผู้คนที่ดีมักอยู่ไม่ค่อยได้หรอก เพราะถูกตัดโค่นล้างให้หายไปเสมือนกับหิมะและสายฝน


There’s been a load of compromisin’

แต่ก็มีหลายครั้งเหมือนกันที่จะต้องลดความต้องการลง

On the road to my horizon

บนเส้นทางสู่จุดหมายเส้นขอบฟ้าของฉันอันแสนไกลนั้น

But I’m gonna be where the lights are shinin’ on me

แต่ฉันจะไปยืนตรงจุดนั้นที่ที่มีประกายแสงส่องมาที่ตัวฉันได้


Like a rhinestone cowboy

ให้เหมือนกับคาวบอยที่มีความเจิดจรัสโดดเด่นเป็นประกาย

Riding out on a horse in a star-spangled rodeo

ในระหว่างที่ขี่ม้าให้ผู้คนดูก็ยังมีแสงระยิบระยับจากดวงดาวส่องสว่างใสวแพรวพราว

Like a rhinestone cowboy

ให้เหมือนกับคาวบอยที่มีความเจิดจรัสโดดเด่นเป็นประกาย

Getting cards and letters from people I don’t even know

จนได้รับการ์ดแสดงความยินดีและจดหมายจากคนที่ไม่รู้จักด้วย

And offers comin’ over the phone

และยังได้รับเชิญทางโทรศัพท์อีกด้วย


Well, I really don’t mind the rain

แต่ฉันก็ไม่ได้สนใจกับความยากแค้นลำบากนั้นเลย

And a smile can hide all the pain

และจะเก็บความเจ็บปวดทั้งหลายไว้ภายใต้รอยยิ้มนี้

But you’re down when you’re ridin’ the train that’s takin’ the long way

แต่การที่ใช้เวลาแสนนานเพื่อไปถึงจุดมุ่งหมายนั้นอาจท้อแท้ก็ได้

And I dream of the things I’ll do

และฉันจะนั่งนึกฝันในสิ่งที่ฉันอยากจะทำ

With a subway token and a dollar tucked inside my shoe

พร้อมกับตั๋วรถไฟใต้ดินและเงินหนึ่งเหรียญไว้ในรองเท้า


There’s been a load of compromisin’

แต่ก็มีหลายครั้งเหมือนกันที่จะต้องลดความต้องการลง

On the road to my horizon

บนเส้นทางสู่จุดหมายเส้นขอบฟ้าของฉันอันแสนไกลนั้น

But I’m gonna be where the lights are shinin’ on me

แต่ฉันจะไปยืนตรงจุดนั้นที่ที่มีประกายแสงส่องมาที่ตัวฉันได้


Like a rhinestone cowboy

ให้เหมือนกับคาวบอยที่มีความเจิดจรัสโดดเด่นเป็นประกาย

Riding out on a horse in a star-spangled rodeo

ในระหว่างที่ขี่ม้าให้ผู้คนดูก็ยังมีแสงระยิบระยับจากดวงดาวส่องสว่างใสวแพรวพราว

Like a rhinestone cowboy

ให้เหมือนกับคาวบอยที่มีความเจิดจรัสโดดเด่นเป็นประกาย

Getting cards and letters from people I don’t even know

จนได้รับการ์ดแสดงความยินดีและจดหมายจากคนที่ไม่รู้จักด้วย

And offers comin’ over the phone

และยังได้รับเชิญทางโทรศัพท์อีกด้วย


Like a rhinestone cowboy

ให้เหมือนกับคาวบอยที่มีความเจิดจรัสโดดเด่นเป็นประกาย

Getting cards and letters from people I don’t even know

จนได้รับการ์ดแสดงความยินดีและจดหมายจากคนที่ไม่รู้จักด้วย

Like a rhinestone cowboy

ให้เหมือนกับคาวบอยที่มีความเจิดจรัสโดดเด่นเป็นประกาย

------------------------------------------------------------------------------------------------

Youtube upload by Alan Jackson


5.Song : It's Five O'Clock Somewhere (ที่ใหนสักแห่ง ณ ตอนเวลา 5 นาฬิกา)

- Artist : Alan Jackson  (ศิลปิน,นักร้อง : อลัน แจ็กสัน  ) 

- Released on Year :  2003  (ปี พ.ศ.2546)


The sun is hot and that old clock is movin' slow

ท่ามกลางดวงอาทิตย์ที่ร้อนรุ่มเร้าและนาฬิกาที่แสนจะเดินช้า

And so am I

และตัวฉันก็เป็นเช่นนั้นเช่นกัน

Work day passes like molasses in wintertime

ช่วงวันทำงานที่ผ่านไปเหมือนกับเศษความหวานในห้วงฤดูหนาว

But it's July

แต่สำหรับเดือนกรกฎาคม

I'm gettin' paid by the hour, and older by the minute

ฉันจะมีรายได้เป็นรายชั่วโมงและก็มากกว่าเป็นนาทีอีกด้วย


My boss just pushed me over the limit

เจ้านายของฉันก็แค่ผลักดันฉันเกินขีดจำกัด

I'd like to call him somethin'

แต่ฉันก็อยากจะโทรหาเขานะ 

I think I'll just call it a day

ฉันคิดว่าฉันจะโทรไปวันนี้เลย

Pour me somethin' tall and strong

โดยเทบางสิ่งที่ฉันที่ดูแล้วสูงและแข็งแรง

Make it a Hurricane before I go insane

โดยทำให้เป็นพายุเฮอริเคนที่ฉันจะเป็นบ้าไปกว่านี้

It's only half-past twelve, but I don't care

แค่เวลาเพียง 12.30 นาฬิกาแล้ว แต่ฉันก็ไม่ได้สนใจ

It's five o'clock somewhere

แต่ถ้าเป็นเวลา 5 นาฬิกา อยู่ที่ไหนสักแห่ง


Well, this lunch break is gonna take all afternoon

เอาล่ะ ก็ได้เวลาพักตอนเที่ยงแล้วก็ใช้เวลาไปถึงบ่ายเลย 

เอาล่ะ พักเที่ยงนี้จะใช้เวลาทั้งบ่าย

And half the night

แล้วก็รวมถึงเวลาตอนครึ่งคืนด้วย 


Tomorrow mornin', I know there'll be hell to pay

พรุ่งนี้ตื่นเช้าขึ้น ฉันก็จะรู้ว่าจะมีนรกรออยู่ให้ชดใช้ 

Hey, but that's all right

เฮ้ แต่ไม่เป็นไรหรอก 

I ain't had a day off now in over a year

ฉันไม่มีวันหยุดล่วงเลยมาปีกว่าแล้ว

Our Jamaican vacation's gonna start right here

วันหยุดพักผ่อนของชาวจาเมกาของเราจะเริ่มต้นที่นี่แล้ว 

Hit the phones for me

กดโทรศัพท์ให้ฉันทีสิ

You can tell 'em I just sailed away

คุณบอกฉันได้เลยนะฉันจะไปจากที่นี่ 


Pour me somethin' tall and strong

โดยเทบางสิ่งที่ฉันที่ดูแล้วสูงและแข็งแรง

Make it a Hurricane before I go insane

โดยทำให้เป็นพายุเฮอริเคนที่ฉันจะเป็นบ้าไปกว่านี้

It's only half-past twelve, but I don't care

แค่เวลาเพียง 12.30 นาฬิกาแล้ว แต่ฉันก็ไม่ได้สนใจ

It's five o'clock somewhere

แต่ถ้าเป็นเวลา 5 นาฬิกา อยู่ที่ไหนสักแห่ง


I could pay off my tab, pour myself in a cab

ฉันสามารถจ่ายแท็บให้กับตัวเองฉันเอง จากนั้นก็จะนำตัวเองลงในรถแท๊กซี่

And be back to work before two

หลังจากนั้นก็จะกลับไปทำงานก่อน 2 นาฬิกา

At a moment like this, I can't help but wonder

ณ เวลาตอนนี้ ฉันอดไม่ได้ที่จะมีข้อสงสัย 


What would Jimmy Buffet do?

เนื่องจากว่า จิมมี่ บุฟเฟ่ต์ ที่มีอยู่จะทำอย่างไรดีล่ะ 

Funny you should ask, Alan, I'd say

แต่ก็ตลกดีนะที่คุณควรถาม อลัน ตอนที่ฉันอยากจะพูด


Pour me somethin' tall and strong

โดยเทบางสิ่งที่ฉันที่ดูแล้วสูงและแข็งแรง

Make it a Hurricane before I go insane

โดยทำให้เป็นพายุเฮอริเคนที่ฉันจะเป็นบ้าไปกว่านี้

It's only half-past twelve, but I don't care

แค่เวลาเพียง 12.30 นาฬิกาแล้ว แต่ฉันก็ไม่ได้สนใจ


Pour me somethin' tall and strong

โดยเทบางสิ่งที่ฉันที่ดูแล้วสูงและแข็งแรง

Make it a Hurricane before I go insane

โดยทำให้เป็นพายุเฮอริเคนที่ฉันจะเป็นบ้าไปกว่านี้

It's only half-past twelve, but I don't care

แค่เวลาเพียง 12.30 นาฬิกาแล้ว แต่ฉันก็ไม่ได้สนใจ

He don't care

ฉันไม่สนใจ 

I don't care

และฉันเองก็ไม่ได้สนใจด้วย


It's five o'clock somewhere

มันคือเวลา 5 นาฬิกาที่ใหนสักแห่ง

What time zone am on? What country am I in?

แล้วตอนนี้ฉันอยู่เขตเวลาโซนใหนอยู่นะ แล้วฉันอยู่ประเทศอะไรล่ะ? 

It doesn't matter, it's five o'clock somewhere

ไม่สำคัญหรอกว่าอยู่ใหนสักแห่ง ณ เวลา 5นาฬิกา

It's always on five in Margaritaville, come to think of it

มันคือช่วงเวลา 5 นาฬิกาในมาร์การิตาวิลล์ ลองคิดดูสิ 


Yeah, I heard that

 ใช่ ฉันได้ยินมาว่า

You been there haven't you

คุณอยู่ที่นั้น ใช่ไหม๊

Yessir

ใช่

I've seen your boat there

 ฉันเห็นเรือของคุณอยู่ที่นั่นด้วยนะ

I've been to Margaritaville a few times

ฉันเคยไปอยู่ที่มาการิตาวิลลแค่เพียงไม่กี่นาทีเอง

All right, well that's good

ใช่เลย เป็นอะไรที่ดีทีเดียว

Stumbled my way back

และสะดุดทางกลับของฉัน

Okay, just wanna make sure you can keep it between the navigational beacon

แน่นอนว่า ฉันแค่อยากจะแน่ใจว่าคุณสามารถเก็บความสุขระหว่างสัญญาณเตือนระหว่างทางได้นะ 


Bring the booze, I tell you

ฉันบอกคุณว่าเอาเล้ามาเลย

All right, well, it's five o'clock, let's go somewhere

โอเค จะ 5 นาฬิกาแล้วเราออกไปเที่ยวที่ใหนสักแห่งกันเถอะ 

I'm ready, crank it up

ฉันพร้อมแล้ว เหวี่ยงให้สุดแรงไปเลย 

Let's get out of here

 ออกไปจากที่นี่กันเถอะ

I'm gone

ฉันไปแล้ว

-----------------------------------------------------------------------------------------

บทความบล็อกอื่นๆมีดังนี้จ้า

แบ่งปันฝึกภาษาอังกฤษผ่านเพลงสากลสไตล์ Rock & Roll สุดสนุกสนาน คลิ๊กดูบทความค่ะ>>

แนะนำฝึกภาษาอังกฤษผ่านเพลงสากลสไตล์ร็อค Rock & Roll แสนสนุกเร้าใจ พร้อมความหมาย มาให้ฝึกร้องกันอย่างเพลิดเพลินจำเริญใจจ้า คลิ๊กดูรายละเอียดบทความค่ะ>>>


เก็บตกเที่ยวทิพย์ ทริป 1 วันสั้นๆ นั่งรถไฟไปเที่ยวเมืองเฮลซิงเงอร์ คลิ๊กดูที่เที่ยว>>


เที่ยวทิยพ์..ทริปสั้นๆเก็บตก 1 วัน นั่งรถไฟไปเที่ยวเมืองเฮลซิงเงอร์ เมืองเล็กๆน่ารักติดริมชายทะเล มีมุมถ่ายรูปสวยๆเก๋ๆด้วยนะ คลิ๊กดูรีวิวที่เที่ยวและการเดินทางค่ะ>>>

แนะนำบทเพลงฝึกภาษาอังกฤษผ่านเพลงสากลยุค 90 ที่ใครก็ร้องได้ คลิ๊กดูบทความค่ะ>>

แบ่งปันฝึกภาษาอังกฤษง่ายๆ ผ่านเพลงสากลยุค90's พร้อมความหมาย ร้องกันได้ทุกๆคนแน่นอน คลิ๊กดูรายละเอียดบทความค่ะ>>>


แบ่งปันรีวิวเที่ยวบึงกาฬ แวะเริงสำราญที่เที่ยวต่างๆ มีที่ใหนบ้าง ตามไปดูกันค่ะ>>>

เก็บตกแบกเป้รีวิวเที่ยวบึงกาฬ เช่ารถมอเตอร์ไซต์ไปสำราญชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ มีที่ใหนบ้าง ตามไปเบิ่งดูกันเลยจ้า คลิ๊กดูรีวิวที่เที่ยวและการเดินทางค่ะ>>>


จัดทริปลุยเดี่ยวไปรีวิวเที่ยวถ้ำนาคา ไม่มีรถส่วนตัวก็ไปได้ คลิ๊กดูบทความที่เที่ยวค่ะ>>

แบ่งปันรีวิวแบกเป้ลุยเดี่ยวเที่ยวถ้ำนาคา ไม่มีรถส่วนตัว แวะไปรื่นระรัวทัวร์ได้อย่างสบายอุรา มีที่ใหนบ้างหนา ตามไปลั๊ลลากันเลย คลิ๊กดูรีวิวที่เที่ยวและการเดินทางค่ะ>>>


แบ่งปันเด้อกับทริปเช่ารถขับเที่ยวสกลนคร มีที่ใหนน่าไปออนซอนบ้าง คลิ๊กดูรีวิว>>

มาเด้อ..แบกเป้มารีวิวเที่ยวสกลนคร แวะไปออนซอนเช็กอินตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ มีที่ใหนบ้าง ตามไปเบิ่งดูกันจ้า คลิ๊กดูภาพรีวิวที่เที่ยวและการเดินทางค่ะ>>>

ตอนจบทริปรีวิวแบกเป้เที่ยวกรุงโคเปนเฮเกน ในเดนมาร์ก มีที่เที่ยวอะไรบ้าง>>>

ตอนจบกับรีวิวแบกเป้เที่ยวกรุงโคเปนเฮเกน เมืองหลวงแห่งเดนมาร์ก มีที่เที่ยวอะไรให้แวะเช็กอินถ่ายภาพอะไรบ้าง ตามไปดูกันค่ะ คลิ๊กดูรีวิวที่เที่ยวและการเดินทางค่ะ>>>

เก็บตกรีวิวแบกเป้ลุยเดี่ยวแวะเที่ยวเมืองคอเลง เมืองเล็กๆน่ารัก ตามไปดูกันจ้า>>

รีวิวแบกเป้เดินทางไกล แวะไปเที่ยวเมืองคอเลง เมืองเล็กๆน่ารัก ที่ไม่ได้เป็นแค่ทางผ่าน มีที่เที่ยวอะไรบ้างนั้น ตามไปชมกันค่ คลิ๊กดูภาพรีวิวที่เที่ยวและการเดินทางค่ะ>>>


แบ่งปันรีวิวเที่ยวเมืองสตูล เมืองน่าอยู่ เดินดูภาพ street Art ตามไปเที่ยวกันค่ะ>>

มาม๊ะ..มารีวิวเที่ยวเมืองสตูล เมืองเล็กๆน่าอยู่ เดินเช็กอินดูภาพ street art มีสถานที่ท่องเที่ยวอะไรอีกบ้าง ตามไปดูกันเลยค่ะ คลิ๊กดูภาพรีวิวที่เที่ยวและการเดินทางค่ะ>>>

แบ่งปันทริปรีวิวแบกเป้ลุยเดี่ยวเที่ยวเมืองฮ้มบูร์ก มีที่เที่ยวอะไรให้เช็กอินบ้าง>>>

เก็บตกรีวิวเปิดโลกกว้าง เดินทางไปเที่ยวเมืองฮัมบูร์ก เมืองท่าเรือเก่าแก่ มีแหล่งท่องเที่ยวอะไรให้แลชมกันบ้าง คลิ๊กดูภาพรีวิวที่เที่ยวและการเดินทางค่ะ>>>

เก็บตกรีวิวเที่ยวเกาะหลีเป๊ะ ดำน้ำดูปะการังใน 1 วัน ไปที่ใหนบ้าง ตามไปชมกันค่ะ>>>

แบ่งปันรีวิวแบกเป้เที่ยวเกาะหลีเป๊ะ กับทริปโปรแกรมดำน้ำดูปะการัง 600 บาทใน 1 วัน ไปเที่ยวเกาะใหนบ้างนั้น ตามไปชมกันเลยจ้า คลิ๊กดูภาพรีวิวที่เที่ยวและการเดินทางค่ะ>>>

ฝึกภาษาอังกฤษง่ายๆ ผ่านเพลงสากลเกี่ยวกับความรัก คลิ๊กดูบทความจ้า>>

แนะนำฝึกภาษาอังกฤษง่าย ผ่านเพลงสากลเกี่ยวกับความรัก เพลงแต่งงาน พร้อมคำแปล มีเพลงอะไรบ้าง จัดมาให้ฟังและอ่านกันจ้า คลิ๊กดูรายละเอียดบทความค่ะ>>>

แสดงความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น