โรงแรมกี่ดาว เค้าวัดกันยังไง ระดับดาวของโรงแรมมีอะไรบ้าง..วันนี้เลยมีสาระดีๆมาฝาก ให้อ่านหายสงสัยกันค่ะ

จำนวนดาวของโรงแรม,ระดับชั้นของโรงแรมที่พักและการให้คะแนนดาวของโรงแรม,ระดับดาวของโรงแรมมีอะไรบ้าง
ขอสวีดั๊ดดัด แอนด์ สวัสดี๊ดีคุณผู้อ่านชาวเน็ต เพื่อนๆพี่ๆน้องๆผองชาวไทยทุกๆท่านที่กำลังท่องโลกไซเบอร์นั่งเอ๋อเหรอกันอยู่หน้าจอมือถือ สะลืมสะลือกันอยู่ ณ ขณะนี้นะค่ะ ดิฉันคุณนายเว่อร์ เทอร์ชอบเที่ยวกินนอน บล็อกเกอร์สมัครเล่นแนวๆกากๆ โกโรโกโส สับปะรังเค ก็ขอเอ้เล้ สรวญเสเฮฮา ลั๊นลาเว้าวอน ออนซอนต้อนรับท่านเข้าสู่เว็ปบล็อกแนะนำที่พัก รีวิวท่องเที่ยว เขียนไปเรื่อยเปื่อย มั่วซั่ว บ้าๆบอๆ หาสาระไม่ค่อยจะมี ตามประสีประสาคนบ้าเที่ยวแบบคุณนายเว่อร์อีกครั้งนะค่ะ

สำหรับเนื้อหาบล็อกในวันนี้นะค่ะ เดี๊ยนของดแนะนำที่พัก รีวิวท่องเที่ยวไปหนึ่งบล็อกค่ะ เพราะรู้สึกว่าบล็อกตัวเองเริ่มจะไร้สาระขึ้นทุกวี้ทุกวันค่ะ  บล็อกกากๆวันนี้ วันนี้ก็เลยหาเนื้อหาสาระที่มีประโยชน์เกี่ยวกับโรงแรมที่พักมาฝากให้ทุกๆท่านได้อ่านฆ่าเวลากันค่ะ บล็อกจะได้ไม่ร้าง และไม่จะได้ลดความกากของเนื้อหาลงได้บ้างค่ะ

เอ้...มีหลายท่านสงสัยกันใหม๊ค่ะว่า เวลาท่านจะเลือกพิจารณาจองที่พักผ่านทางเว็ปเอเจ้นต่างๆในอินเตอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็น Agoda, Booking.com,expedia หรือเว็ปไซต์เอเจ้นอื่นๆเนี่ยนะค่ะ ก็มักจะมีระดับดาวของโรงแรมบ่งบอกให้ท่านได้เลือกพิจารณากัน แต่บางครั้งก็สงสัยเหมือนกันใช่ใหม๊ค่ะว่า เอ้...แล้วไอ้ระดับดาวของโรงแรมที่ได้มาเนี่ย เค้ามีมาตรฐานวัดกันอย่างไร เอาไม้บรรทัดไปวัดได้ใหม๊ ตาชั่งไปตวงได้หรือเปล่า แล้วระดับชั้นของโรงแรมแต่ละดาวที่ได้ เค้ามีอะไรเป็นมาตรฐานสากลวัดดาวบ้าง เดี๊ยนเองก็สงสัยจริงๆค่ะว่า ที่ได้ดาวกันมาแต่ละโรงแรมเนี่ย ให้ดาวกันเอง หรือว่าสถาบันสากลมาให้คะแนนค่ะ

บางครั้งเนี่ยนะค่ะ เดี๊ยนจะจองโรงแรม 3 ดาว แต่มาตรฐานก็ไม่ถึง 3 ดาวเลยค่ะ เดี๊ยนเองก็เลยอยากจะรู้ ไปค้นหาข้อมูลแบบจุ๊กกรู เรื่องการให้ดาวโรงแรมเนี่ย เค้ามีมาตรฐานการให้ดาวโรงแรมแบบใด หรือถ้าไม่ได้ดาว มีการแบ่งระดับชั้นของโรงแรมกี่ระดับ ข้อมูลในวันนี้ที่ไปสืบค้นมาเป็นข้อมูลที่วิชาก๊าร วิชาการ เสียเหลือกเกิน แต่ก็เป็นความรู้ที่ดูน่าเชือถือมากค่ะ ถ้าให้เดี๊ยนนั่งเทียนเขียนเอง เดี๊ยนว่าต้องลงหุบลงเหวแน่นอน เพราะดูคงไม่น่าเชื่อถือ เดี๊ยนเลยไปสือค้นตำราวิชาการ๊ วิชาการมาให้ทุกๆท่านได้อ่านกัน เดี๊ยนว่าน่าจะตอบข้อสงสัยของการให้คะแนนระดับดาวของโรงแรม ไม่มากก็น้อยนะค่ะ
 
ระดับมาตรฐานของโรงแรมและการให้“ดาว” เป็นวิธีจัดกลุ่มโรงแรมอีกแบบหนึ่ง คือการแบ่งตามระดับมาตรฐานของบริการ โดยระดับมาตรฐานของบริการได้จากการวัดผลประโยชน์ต่างๆที่ให้แก่แขกเรื่องมาตรฐานของบริการนี้ไม่เกี่ยวกับขนาดของโรงแรมหรือว่าเป็นโรงแรมประเภทไหน และในโรงแรมเดียวกันก็อาจจะมีระดับบริการหลายระดับก็ได้ ระดับมาตรฐานของบริการนั้นโดยทั่วไปจะพอดูได้จากอัตราค่าห้องพักนั่นเอง

ก่อนอื่นต้องเข้าใจกันก่อนเลยนะค่ะ ว่ากิจการโรงแรมนั้นไม่ได้ขายสินค้าที่จับต้องได้ ยกตัวอย่างเช่น เตียงที่สะอาดหรืออาหารที่ดีมีประโยชน์เท่านั้น แต่อันที่จริงสิ่งที่แขกจดจำและประทับใจไม่รู้ลืมกลับเป็นบริการที่ประทับใจจากผู้ให้บริการอย่างเปี่ยมล้น ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้(Intangible services)

ซึ่งบริการต่างๆเหล่านี้เนี่ยนะค่ะ ไม่ใช่วัตถุที่จะจับต้องได้ แต่เป็นการกระทำซึ่งได้แก่วิธีปฏิบัติต่อแขกความสุภาพอ่อนน้อมความเอาใจใส่ความมีน้ำใจช่วยเหลือและการเอาอกเอาใจ ยักตัวอย่างเช่นอาหารที่เสริฟในห้องอาหารจะเป็นส่องที่จับต้องได้ แต่เมื่อพูดถึงบริการที่ดีในโรงแรมจะหมายรวมถึงปัจจัยแวดล้อมอื่นๆด้วย ก็ได้แก่การตกแต่งห้องทัศนคติ และการแสดงออกของพนักงานฯลฯ ซึ่งล้วนแล้วแต่มีความสาคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าตัวอาหารที่รับประทานเลย

ความยุ่งยากอยู่ที่ว่าเมื่อให้บริการไปแล้วแขกหรือลูกค้าไม่มีอะไรที่จะน่าไปแสดงให้คนอื่นดูได้เพราะบริการต่างๆนั้นไม่ใช่วัตถุซึ่งแตะต้องไม่ได้ ชิมรสชาติไม่ได้ หรือทดลองดูว่าใหญ่หรือเล็กไม่ได้เช่นกันและก็เป็นสินค้าที่”คืนไม่ได้”อีกต่างหาก ส่วนใหญ่แล้วเมื่อออกจากโรงแรมแขกก็จะเก็บไว้แต่ความทรงจำ แต่โรงแรมหลายแห่งก็พยายามจะสร้างภาพลักษณะของการบริการที่ดี เพื่อให้เหมือนเครื่องหมายการค้าที่จับต้องได้แต่การที่จะรักษาระดับมาตรฐานของบริการให้คงที่อยู่ตลอดเวลาและสม่ำเสมอ และนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายนักและต้องได้รับความร่วมมืออย่างดีจากพนักงานของโรงแรมทุกคนที่จะรักษามาตรฐานการให้บริการที่ดีตลอดเวลา

โดยในประเทศสหรัฐอเมริกามีองค์กรหลายแห่งที่จัดการประเมินและให้คะแนนบริการของโรงแรมและกิจการอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับผู้เดินทางทีมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักดีที่สุดได้แก่สมาคมยานยนต์สหรัฐฯ
(The  American Automobile  AssociationหรือAAA) 
และหนังสือคู่มือการเดินทางของโมบิล(The Mobil Travel Guide)
โรงแรมที่AAA ซึ่งให้คะแนนไว้สูงสุดจะได้รับเพชรระดับ 4 หรือได้ 4เม็ด(Diamonds)
ส่วน Mobil Travel Guide จะให้ดาว 4 หรือ 5 ดวงแก่โรงแรมที่ได้คะแนนสูงสุด

การที่โรงแรมใดจะได้รับเพชร 5 เม็ด หรือ ดาว5 ดวง นั้นเป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะมาตรฐานที่ทั้ง 2 องค์กรตั้งไว้ค่อนข้างสูงซึ่งรวมถึงว่าจะต้องรักษาระดับบริการให้คงที่ปีแล้วปี เล่าด้วยจะดูได้ง่ายๆจากตัวเลขจำนวนโรงแรมประเภท 4 เพชร หรือ 4ดาวซึ่งมีเป็นร้อยๆแห่งในประเทศสหรัฐอเมริกา ในขณะที่ประเภท 5 เพชร หรือ5ดาว อยู่มีกันไม่ถึง50แห่ง

ส่วนในประเทศอังกฤษมีหน่วยงานหลายแห่งที่ทางการจัดกลุ่มโรงแรมและร้านอาหารแล้วการให้“ดาว”หรือเครื่องหมายรับรองคุณภาพอย่างอื่นให้ เพื่อเป็นแนวทางสำหรับผู้เดินทางหรือนักท่องเที่ยวเลือกใช้บริการตามแบบที่ตนต้องการ เช่นสมาคมยานยนต์หรือAutomobileAssociation(AA) และราชยานยนต์สโมสรหรือRoyal Automobile Club (RAC)เป็นต้น

การจัดกลุ่มโรงแรมอย่างในกรณีของAAนอกจากจะบอกให้รู้ว่าเป็นโรงแรมกลุ่มไหนแล้วยังถือได้ว่าเป็นเครื่องหมายรับรองคุณภาพของโรงแรมแต่ละกลุ่มด้วย

การจัดกลุ่มโดยวิธีให้ดาวนั้นแต่ละกลุ่มมีลักษณะแตกต่างกันดังนี้

กลุ่มดาวเดียว
หมายถึงโรงแรมซึ่งมีขนาดเล็กๆที่สิ่งอานวยความสะดวกและเฟอร์นิเจอร์แบบง่ายๆและพอใช้ได้ห้องพักทุกห้องมีน้ำร้อนและน้ำเย็นพร้อมมีห้องอาบน้าและห้องส้วมพอเพียง (เป็นแบบที่แขกหลายห้องใช้ร่วมกัน) มีบริการด้านอาหารและเครื่องดื่มสาหรับผู้พักแต่อาจไม่บริการแก่บุคคลภายนอกโรงแรมกลุ่มนี้จะมีบรรยากาศเป็นกันเองและส่วนมากเจ้าของโรงแรมจะเป็นผู้ดูแลบริหารงานเอง

กลุ่มสองดาว
ได้แก่โรงแรมที่มีมาตรฐานด้านห้องพักสูงกว่าดาวเดียวมีห้องพักที่มีห้องอาบน้ำในตัวอยู่บ้างในห้องพักอาจมีโทรศัพท์และโทรทัศน์ให้ด้วยมีอาหารให้เลือกมากอย่างกว่า แต่ก็อาจไม่ให้บริการแก่บุคคลนอกเช่นเดียวกับกลุ่มดาวเดียว

กลุ่มสามดาว
ได้แก่โรงแรมที่ตกแต่งดีห้องพักกว้างขึ้นและมีสิ่งอานวยความสะดวกต่างๆมากขึ้น ส่วนใหญ่จะมีห้องน้ำในตัว โดยมีอ่างอาบน้ำด้วย มีบริการด้านอาหารครบเครื่องขึ้นไป แต่อาจไม่เปิดจำหน่ายแก่บุคคลภายนอกสำหรับมื้อเที่ยงและในวันสุดสัปดาห์

กลุ่มสี่ดาว
โดยทั่วไปจะเป็นโรงแรมขนาดใหญ่ที่ตกแต่งดีเป็นพิเศษมีมาตรฐานสูงในด้านบริการและความสะดวกสบายอาจมีห้องอาหารมากกว่า1ห้อง มีห้องอาหารภัตคารภายในโรงแรมที่พักและเปิดให้บุคคลภายนอกเข้ามาใช้บริการรับประทานอาหารมื้อเที่ยงและมื้อเย็นได้

กลุ่มห้าดาว 
โรงแรมใหญ่ประเภทหรูหราซึ่งมีมาตรฐานสากลระดับสูงสุดในทุกๆด้านคือ ทั้งห้องพักอาหารและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างภายในโรงแรมอย่างครบครัน มีห้องอาหารมากกว่า 3 ห้อง มีห้องอาหารภัตคารภายในโรงแรมที่พักและเปิดให้บุคคลภายนอกเข้ามาใช้บริการรับประทานอาหารมื้อเที่ยงและมื้อเย็นได้

นอกจากการให้“ดาว”ซึ่งบอกถึงระดับบริการของโรงแรม ยังมีเครื่องหมายรับรองคุณภาพในลักษณะคล้าย“เชลล์ชวนชิม”อีกด้วย คือ

เครื่องหมาย ap
หมายถึงโรงแรมซึ่งมีลักษณะเข้าเกณฑ์มาตรฐานส่วนใหญ่และอยู่ในขายที่แนะนำให้ไปพักได้

เป็นเครื่องหมายที่ใช้กับโรงแรมในต่างจังหวัดเพื่อแสดงว่าเป็นโรงแรมที่มีบรรยากาศสบายๆเป็นกันเองและให้การต้อนรับแบบส่วนตัวแต่อาจมีสิ่งอานวยความสะดวกแตกต่างจากโรงแรมในเมืองที่อยู่ในกลุ่มดาวเท่ากันโรงแรมประเภทนี้มักจะอยู่แยกจากชุมชนแต่ไม่จาเป็นต้องอยู่ในชนบทเสมอไป

หากไม่ใช่วิธีพิจารณาจากดาวหรือเพชร ก็พอจะแบ่งมาตรฐานของโรงแรมอย่างกว้างๆออกเป็น3ระดับ คือ 

1.ระดับโลกหรือโรงแรมชั้น1
2.ระดับกลางหรือโรงแรมชั้น2
3.ระดับประหยัดหรือโรงแรมชั้น3
สาหรับโรงแรมระดับโลกนั้นอนุโลมรวมประเภทหรู/ดีเยี่ยมซึ่งได้รับ 5 เพชร หรือ 5 ดาว กับ ระดับ 4 เพชร หรือ 4 ดาวเข้าด้วยกัน

1.โรงแรมระดับโลก

หรือจะเรียกว่าโรงแรมระดับหรูหราก็ได้ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นจะเป็นนักธุรกิจระดับสูงสุด ดารานักแสดง นักการเมืองระดับสูง และเศรษฐี ในโรงแรมจะมีห้องอาหารหลายห้องหลายแบบ และเป็นระดับชั้นดีราคาแพงบริการดีเยี่ยม ส่วนในห้องพักสิ่งของเครื่องใช้ก็จะมีคุณภาพดีเป็นพิเศษเช่นผ้าเช็ดตัวชนิดเนื้อหนา และเปลี่ยนให้ใหม่วันละ2ครั้ง มีการเปิดเตียงให้ทุกคืน มีนิตยสารและหนังสือพิมพ์มาส่งให้อ่านทุกวัน

จุดที่โรงแรมระดับนี้จะเน้นมากคือการดูแลเอาใจใส่แขกเป็นส่วนตัว(Personalattention) ดังนั้นอัตราส่วนของจำนวนพนักงานต่อแขก1คน จะสูงกว่าปกติเพราะต้องให้บริการพิเศษหลายอย่างแก่แขก อีกทั้งเพื่อให้สามารถสนองความต้องการของแขกได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึงอีกด้วย

และโรงแรมประเภทนี้ส่วนใหญ่จะมีพนักงานประจำตำแหน่ง Concierge (คอนเซียส) ซึ่งพูดได้หลายภาษาและคอบช่วยเหลือแขกเป็นพิเศษ เช่นช่วยลงทะเบียนเข้าพักจัดรถรับส่ง ซื้อตั๋วดูละครภาพยนตร์และช่วยจัดการด้านงานธุรการต่างๆให้ด้วย

บางโรงแรมจะกำหนดห้องพักบางชั้นไว้ต่างหาก เพื่อให้บริการที่พิเศษกว่าปกติเรียกว่า Executive  Floor หรือTowerconcept ซึ่งจะเป็นห้องพักที่ใหญ่และหรูหรา มีบริการเครื่องดื่มผ้าเช็ดตัวสำรอง มีบริการน้ำผลไม้ และดอกไม้สดให้ด้วย นอกจากความพิเศษภายในห้องพักแล้ว อาจมี Concierge ประจำอยู่ในแต่ละชั้นก็ได้ และการขึ้นลิฟท์มายังชั้นพิเศษเหล่านี้ก็ต้องใช้กุญแจลิฟท์ที่ทำไว้เป็นพิเศษส่วนมากในแต่ละชั้นจะจัดให้มีห้องนั่งเล่น ซึ่งแขกจะใช้นั่งพักอ่านหนังสือพิมพ์รับแขกประชุมย่อย หรือประทานอาหารก็ได้ นอกจากนี้ก็อาจจะมีบริการด้านเลขานุการให้มีการลงทะเบียนเข้าพักและเช็คเอาท์แบบพิเศษด้วย เรียกว่าพิเศษสุดๆ

2.โรงแรมระดับกลาง
โรงแรมที่มีบริการอยู่ในระดับกลางนับว่าได้รับความนิยมสูงสุดเช่นกัน เพราะแม้จะไม่หรูหราเท่าโรงแรมระดับโลก แต่ก็ให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นจริงๆอย่างพอเพียงต่อแขกที่มาพัก ได้แก่ นักธุรกิจผูเดินทางที่ไม่มาเป็นกลุ่ม และผู้ที่มาเป็นครอบครัวอัตราค่าห้องพักก็จะราคาที่พักต่ำกว่าโรงแรมระดับโลก ซึ่งลูกค้าที่วางแผนจัดประชุมสัมมนาก็จะชอบพักโรงแรมระดับนี้มากกว่า

3.ระดับประหยัด
โรงแรมแบบนี้กำลังได้ความนิยมและเพิ่มจำนวนขึ้นมากเรื่อยๆ โดยเฉพาะในสหรัฐฯ เพราะว่าห้องพักสะอาดอยู่สบายแต่ไม่ราคาแพง ประหยัดค่าใช้จ่าย มีบริการสิ่งอานวยความสะดวกขั้นพื้นฐานที่แขกต้องการอย่างเพียงพอ  ฉะนั้นจึงนิยมใช้บริการโรงแรมระดับนี้ และคนที่มีงบประมาณจำกัดก็มีจำนวนมากอีกเสียด้วย ได้แก่ผู้ที่เดินทางมาเป็นครอบครัว นักท่องเที่ยวที่มากับกรุ๊ปทัวร์ นักท่องเที่ยวแบกเป้ (Backpacker) กลุ่มคนที่กำลังท่องเที่ยวระหว่างพักร้อน กลุ่มคนที่เกษียณอายุกลุ่มประชุมสัมมนาเป็น

โรงแรมระดับนี้มักจะไม่มีห้องอาหารชนิดเต็มรูปแบบ    แขกจะต้องออกไปพึ่งร้านอาหารข้างนอกที่อยู่ใกล้ๆกับโรงแรมแต่ส่วนใหญ่มักจะมีอาหารเช้าแบบง่ายๆบริการให้ฟรีซึงแขกจะชอบมาก

สาหรับในเมืองไทยไม่ปรากฏว่ามีหน่วยงานไหนจัดให้มีการให้“ดาว”หรือวิธีอื่นใดที่บอกถึงระดับมาตรฐานหรือประเภทของโรงแรมต่างๆแต่อย่างใดแต่ก็นิยมพูดถึงระดับมาตรฐานของโรงแรมด้วยจำนวนดาวเช่นกัน หากเป็นการกำหนดด้วยความรู้สึกของผู้พูดเองฉะนั้นจึงไม่มีเกณฑ์ค่อนข้างแน่นอนหรือเชื่อถือได้ ที่พบเห็นได้บ่อยครั้งคือการที่เจ้าของโรงแรมออกมาให้สัมภาษณ์ว่าโรงแรมของตนเป็นโรงแรมระดับ 4ดาวบ้าง 5ดาวบ้าง ซึ่งล้วนเป็นการให้ตามความพอใจของตนเองโดยไม่มีสถาบันที่น่าเชื่อถือรับรองทั้งสิ้น

อันที่จริงการที่สถาบันไหนในเมืองไทยจะริเริ่มจัดการให้“ดาว”แก่โรงแรมต่างๆนั้นเป็นเรื่องที่ไปได้ยากเว้นแต่ว่าเป็นการดำเนินการโดยหน่วยงานราชการทั้งนี้เพราะว่าการให้“ดาว”นั้นก็จะต้องมีทั้งให้ดาวมากกับดาวน้อยไปพร้อมกันโรงแรมที่ได้ดาวมากย่อมจะพอใจ  แต่ในขณะที่โรงแรมที่ได้ดาวน้อยก็จะไม่พอใจและรู้สึกเสียหน้าโดยเฉพาะกรณีที่เจ้าของโรงแรมที่เจ้าของโรงแรมเห็นว่าโรงแรมของตนเป็น5ดาวแต่ได้รับการประกาศให้เป็นโรงแรม 3 ดาว หรือ 2 ดาว(ทั้งที่ความจริงก็เป็นเช่นนั้นค่ะ)

เป็นยังไงบ้างค่ะ สำหรับข้อมูลเนื้อหาสาระดีๆในเว็ปบล็อกวันนี้ เดี๊ยนว่าน่าจะตอบโจทย์ข้อสงสัยเรื่องการให้ดาวโรงแรมไม่มากก็น้อยนะค่ะ ปัจจุบันการการให้คะแนนระดับดาวของโรงแรมต่างๆที่เราจองผ่านทางเว็ปไซต์ออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น agoda,booking.com บางครั้งก็มาจากวัดดาวของผู้ประกอบการเอง เพราะว่ายังไม่หน่วยงานใดที่เป็นมาตรฐานเข้าไปวัดการให้ดาวโรงแรมนั้นๆค่ะ แต่สิ่งหนึ่งที่ลูกค้า วัดได้ที่สุด ถ้าจะให้คะแนนดาวโรงแรมที่พักนั้นๆนะค่ะ นั้นคือสิ่งอำนวยความสะดวกและการบริการที่ดีเยี่ยม ย่อมเป็นมาตรฐานที่สำคัญที่สุดในการให้คะแนนดาวจากลูกค้า  เพราะบางท่านไปพักโรงแรมที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน แต่การบริการแย่ ก็อาจจะได้คะแนนดาวแค่ 1 ดาวหรือไม่ให้เลย เพราะรู้สึกไม่ทับใจจากที่พักแห่งนี้ค่ะ

ถ้าในความคิดเห็นของตัวดิฉันนะค่ะ โรงแรมนั้นอาจเป็นโรงแรมขนาดเล็กไม่ได้ใหญ่โตเท่าโรงแรมขนาดใหญ่ๆ แต่ภายในห้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกสบาย สภาพแวดล้อมและการตกแต่งดีเลิศ สะอาดสะอ้าน และที่สำคัญที่สุดเลยก็คือ การเอาใจใส่จากการบริการของพนักงานโรงแรมประดุจดั่งลูกค้าคือพระเจ้า ทำให้ลูกค้าที่เข้าพักแล้วรู้สึกอบอุ่นเหมือนครอบครัว ย่อมเป็นตัวให้คะแนนดาวโรงแรมนั้นๆดีเลิศสะแมนแตนที่สุดแล้วค่ะ

สำหรับข้อมูลเนื้อบล็อกในวันนี้ เดี๊ยนหวังว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่อยากรู้หรือมีข้อสงสัยเรื่องการให้ดาวโรงแรม หรือการแบ่งระดับชั้นของโรงแรมไม่มากก็น้อยนะค่ะ ถ้าให้เดี๊ยนมานั่งเทียนเขียนเอง เห็นคงจะไม่น่าเชื่อถือเสียกระมัง และหากข้อมูลดังกล่าวที่เดี๊ยนนำเสนอไป มีข้อผิดพลาด ไม่น่าเชื่อถือ อักขระตกหล่นประการใด เดี๊ยนเองต้องกราบขออภัยคุณผู้อ่านทุกๆท่านมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ
ขอบพระคุณทุกๆท่านที่เข้ามาติดตามอ่านของดิฉันค่ะ
จากคุณนายเว่อร์ เทอร์ชอบเที่ยวกินนอน
บล็อกเกอร์สมัครเล่น

ข้อมูลอ้างอิง : ต้องขอขอบคุณข้อมูลเครติดดีๆมีสาระจากเว็ปไซต์ : http://www.teacher.ssru.ac.th/weera_we/pluginfile.php/223/mod_resource/content/0/_Hotel_and_FB.pdf




บล็อกรีวิวท่องเที่ยวประจำเดือนตุลาคม ไปตามรอยโครงการหลวง คลิ๊กดูรีวิวค่ะ>>
รีวิวเที่ยวเชียงใหม่ในฤดูฝนตอนที่ 1 สวยสุขล้นตามรอยโครงการหลวง ชมพุ่มพวงดอกไม้งามเบิกบานใจ คลิ๊กดูรีวิวท่องเที่ยวค่ะ>>
โรงแรมกี่ดาว เค้าวัดกันยังไง ระดับดาวของโรงแรมมีอะไรบ้าง..วันนี้เลยมีสาระดีๆมาฝาก ให้อ่านหายสงสัยกันค่ะ โรงแรมกี่ดาว เค้าวัดกันยังไง ระดับดาวของโรงแรมมีอะไรบ้าง..วันนี้เลยมีสาระดีๆมาฝาก ให้อ่านหายสงสัยกันค่ะ Reviewed by Khunnaiver blog on 20:28:00 Rating: 5

ไม่มีความคิดเห็น:

ขับเคลื่อนโดย Blogger.