 |
| แบ่งปันทริปปั่นจักรยานเที่ยวพิจิตร พิชิตชมเมืองชาละวัน 2 วัน 1 คืน มีเที่ยวอะไรให้ตื่นตาตื่นใจบ้าง ตามไปกันเลย |
สวัสดีเพื่อนๆผู้รักการทัศนาจร ออนซอนดวงฤทัย งามวิไลเริ่ดสะแมนแตนทุกๆคน มาทักทายกันอีกครั้งกับบทความบล็อกรีวิวท่องเที่ยวประจำเดือน ที่จะพาเพื่อนๆไปเที่ยวตามเมืองต่างๆ และในทริปนี้ก็ได้มีโอกาสไปเที่ยวเมืองพิจิตรสักทีค่ะ เป็นอีกหนึ่งเมืองที่เดี๊ยนตั้งใจมาเที่ยวนานแล้ว แต่ก็ไม่ได้มีโอกาสมาสักที เพราะมัวแต่ยุ่งกันงานประจำค่ะ หลังจากที่ทำงานมาแรมเดือน ได้วันหยุดพอดี ทริปนี้เดี๊ยนเลยแบกจักรยานใส่รถยนต์ ขับตรงจากกรุงเทพ ขอแวะมาปั่นจักรยานออกกำลังกายในเมืองพิจิตร และมาแบ่งปันรูปภาพสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆในเมืองพิจิตรมาให้คุณผู้อ่านได้ดูกันด้วยค่ะ
แต่ก่อนที่เราจะไปดูภาพรีวิวท่องเที่ยว ก่อนอื่นเราก็มารู้จักเมืองพิจิตรกันก่อนสักเล็กน้อย พอสังเขปค่ะ
 |
| น่ารู้เกี่ยวกับเมืองพิจิตร พอสังเขป |
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับเมืองพิจิตร พอสังเขปเล็กๆน้อยๆ มีประวัติน่าสนใจอย่างไร
เมืองพิจิตร เป็นจังหวัดเก่าแก่ในเขตภาคเหนือตอนล่าง โดดเด่นด้วยประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าพันปี เป็นเมืองประสูติของสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 (พระเจ้าเสือ) และเป็นต้นกำเนิดตำนานจระเข้ใหญ่ "ชาลวัน" ปัจจุบันมีสถานที่สำคัญอย่างวัดท่าหลวงและอุทยานเมืองเก่า
 |
| ชื่อคำว่า "พิจิตร" แปลว่า "งาม" สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์และความสวยงามของเมืองในอดีต |
ความหมายของชื่อคำว่า "พิจิตร" แปลว่า "งาม" สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์และความสวยงามของเมืองในอดีต
 |
| จังหวัดพิจิตร ตั้งอยู่บริเวณภาคกลางตอนบนหรือภาคเหนือตอนล่าง ระหว่างจังหวัดนครสวรรค์และพิษณุโลก |
โดยจังหวัดพิจิตร ตั้งอยู่บริเวณภาคกลางตอนบนหรือภาคเหนือตอนล่าง ระหว่างจังหวัดนครสวรรค์และพิษณุโลกระยะทางห่างจากกรุงเทพมหานครประมาณ 347 กิโลเมตร มีพื้นที่ราบลุ่มและมีแม่น้ำสำคัญไหลผ่าน 2 สาย คือ แม่น้ำน่าน (ซึ่งตัวเมืองตั้งอยู่ริมฝั่ง) และ แม่น้ำยม
 |
| ที่มาของการกำเนิดเมืองพิจิตร สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นเมื่อราวปี พ.ศ. 1601 ในสมัยอาณาจักรสุโขทัย โดยเจ้ากาญจนกุมาร |
ส่วนที่มาของการกำเนิดเมืองพิจิตร สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นเมื่อราวปี พ.ศ. 1601 ในสมัยอาณาจักรสุโขทัย โดยเจ้ากาญจนกุมาร (โอรสของพระยาโคตมเทวราช) ในอดีตเมืองพิจิตรเคยถูกเรียกขานด้วยกันหลายชื่อตามยุคสมัย ได้แก่ เมืองสระหลวง, เมืองโอฆะบุรี, เมืองชัยบวร และ เมืองปากยม
ความสำคัญในประวัติศาสตร์นั้น ยังเป็นเมืองมาตุภูมิ (ถิ่นประสูติ) ของสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 หรือ พระเจ้าเสือ (หลวงสรศักดิ์) กษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา
 |
| โดยเมืองนี้มีชื่อเสียงระดับตำนานจากเรื่องไกรทอง ซึ่งเล่าขานถึงจระเข้ยักษ์แห่งแม่น้ำน่านเก่า (ในอดีตเมืองพิจิตรเก่าตั้งอยู่บริเวณเมืองเก่าในปัจจุบัน ก่อนจะย้ายที่ตั้งมายังบริเวณสถานีรถไฟพิจิตรในปัจจุบัน) |
ตำนานจระเข้ชาลวัน โดยเมืองนี้มีชื่อเสียงระดับตำนานจากเรื่องไกรทอง ซึ่งเล่าขานถึงจระเข้ยักษ์แห่งแม่น้ำน่านเก่า (ในอดีตเมืองพิจิตรเก่าตั้งอยู่บริเวณเมืองเก่าในปัจจุบัน ก่อนจะย้ายที่ตั้งมายังบริเวณสถานีรถไฟพิจิตรในปัจจุบัน)
 |
| ศาลหลักเมืองพิจิตร |
 |
| ใต้อาคารศาลหลักเมือง เป็นที่ตั้งของพ่อปู่พระยาโคตรบองเทวราช |
 |
| ทั้งยังเป็นเมืองที่มีความสำคัญด้านศาสนา โดยเป็นที่ประดิษฐาน หลวงพ่อเพชร พระพุทธรูปอันศักดิ์สิทธิ์และสวยงามประดิษฐานอยู่ที่ วัดท่าหลวง ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวพิจิตรและใกล้เคียงให้แวะเวียนมากราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคล |
อีกทั้งยังเป็นเมืองที่มีความสำคัญด้านศาสนา โดยเป็นที่ประดิษฐาน หลวงพ่อเพชร พระพุทธรูปอันศักดิ์สิทธิ์และสวยงามประดิษฐานอยู่ที่ วัดท่าหลวง ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวพิจิตรและใกล้เคียงให้แวะเวียนมากราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคลด้วย
 |
| เริ่มต้นการเดินทางทริปนี้ ขับรถคันเก่าๆจากกรุงเทพ เดินทางมุ่งหน้าสู่เมืองพิจิตร |
 |
| โดยระยะทางประมาณ 330 กิโลเมตร แต่ตอนขับมาเส้นทางนครสวรรค์ พิษณุโลก เป็นช่วงทีมีการทำถนนพอดี ทำให้การเดินทางล่าช้ามากๆค่ะ |
 |
| ทุ่งนาข้าวเขียวขจีเชียวค่ะ เป็นอีกหนึ่งพื้นที่เพาะปลูกข้าวนาปีและนาปรังที่สำคัญของภาคกลางตอนบน |
 |
| ขับรถมาถึงก็มืดค่ำพอดีค่ะ แวะมานอนที่โรงแรมโมเดิร์น รีสอร์ท พิจิตร |
 |
| ห้องพักคืนละ 590 บาท รวมอาหารเช้าให้ด้วย |
 |
| ห้องน้ำสะอาดสะอ้านดีค่ะ |
 |
| มื้อค่ำเดินทางมากไกล เดินออกจากโรงแรมมาหน้าปากซอน ทานเย็นตาโฟ ได้เยอะมากๆ อิ่มไปเลยค่ะ พิกัดร้านอยู่ตรงสี่แยก คลองคะเชนจ้า |
 |
| มื้อเช้าที่โรงแรมก็มีอาหารเปิดให้ทานตั้งแต่ 7 โมงเช้า |
 |
| อาหารเช้าที่นี่ก็เป็นแบบง่ายๆค่ะ |
 |
| มีข้าวต้มหมู ขนมปัง และมีไข่ต้มให้คนละ 1 ฟอง |
 |
| ส่วนเดี๊ยนทานข้าวเช้าอิ่มแล้ว ก็เอาล้อจักรยานมที่หอบใส่รถยนต์ นำมาประกอบเตรียมตัวไปปั่นออกกำลังกายต่อค่ะ |
 |
| นำจักรยานมาปั่นที่สนามจักรยาน สราญจิตรมงคลสุข ตั้งอยู่ภายในโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวบึงสีไฟ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร |
 |
| ที่น่าสนใจของสนามปั่นจักรยานแห่งนี้คือ มีทั้งเส้นทางปั่นประเภทถนน, สนามบีเอ็มเอ็กซ์ (BMX), และสนามขาไถสำหรับเด็ก |
 |
| สำหรับเพื่อนสายปั่นจักรยานคนใหน แวะมาเที่ยวพิจิตร ก็มาปั่นจักรยานรอบบึงสีไฟได้นะคะ |
 |
| สนามจักรยาน "สราญจิตมงคลสุข" รอบบึงสีไฟ จังหวัดพิจิตร มีระยะทางทั้งหมด 10.28 กิโลเมตร ต่อการปั่นครบรอบ |
 |
| ใกล้ๆกับโซนจอดรถ ก็มีร้านขายฝักเมล็ดบัว มัดละ 10 บาทให้ลูกค้าที่แวะผ่านได้อุดหนุนกันด้วย |
 |
มาถึงทั้งที ก็ไม่พลาดซื้อไปสัก 2 ฝักค่ะ คนขายบอกว่า อันที่แกะแล้วก็มีนะคะ แต่ถ้าจะให้อร่อยเอามัน ก็แกะกินเอง ดูได้อรรถรสกว่ามาก
|
 |
| คนขายบอกว่า ถ้าจะให้อร่อยต้องแกะทานเลย เก็บไว้นาน ฝักบัวจะเฉาและไม่อร่อย เดี๊ยนเลยแกะทานเลยค่ะ เม็ดด้านในหวาน ไม่ขม แถมได้ประโยชน์ต่อร่างกายด้วย |
 |
| แวะไปหาของกินอร่อยๆที่ย่านชุมชนเก่าวังกรด อีกหนึ่งชุมชนที่เต็มไปด้วยบ้านเรือนไม้แถวโบราณ |
 |
| โดยจุดเด่นมีหอนาฬิกา |
 |
| มีร้านน้ำแข็งใสเจ้าเก่าแก่ที่เปิดมานานให้ลิ้มลองทานด้วย |
 |
| เดินมาไม่ไกล มีกาแฟโบราณ หรือว่าโอเลี้ยง ขายถุงละ 12 บาทเท่านั้น จัดไปค่ะ 1 ถุง |
 |
| และที่พลาดไม่ได้คือ ต้องมาลิ้มลองทานก๋วยเตี๋ยวพริกสดสักครั้ง ตรงตลาดมีร้านเจ๊หวาด กับร้านเตี๋ยวปิ่นโต ซึ่งร้านเตี๋ยวปิ่นโตคนเยอะมาก เดี๊ยนเลยมาทานร้่านเจ๊หวาดค่ะ |
 |
| สั่งเป็นก๋วยเตี๋ยวพริกสด รสชาติเผ็ดซ่ะใจมากค่ะ เหมือนทานต้มแซ่บหมูกับเส้นก๋วยเตี๋ยว หอมพริกสด |
 |
| ที่ร้านมีสาคูไส้กุ้งกับหมู่ให้ลิ้มลองทานด้วย เดี๊ยนเลยสั่งมาลอง 1 กล่องค่ะ |
 |
| ราดด้วยน้ำกะทิ ทานแนมกับพริกสดและหอมเจียว หอมกุ้งแห้งกับถั่วมาก รสชาติอร่อยมากค่ะ |
 |
| จากนั้นก็มาทานน้ำแข็งใส ร้านเจ้ฉวี เจ้าเก่าแก่ ราคา 20 บาท ได้ครบทุกอย่างเลย อร่อยอีกแล้วจ้า ใครที่วางแผนมาเที่ยวพิจิตร แวะมาทานกันได้นะคะ |
นอกจากนี้แล้วยังสถานที่ท่องเที่ยวพิจิตร ที่สามารถเที่ยวได้ใน 2 วัน 1 คืน มาให้ได้วางแผนไปเที่ยวกันด้วย มีดังนี้ค่ะ
 |
1.บึงสีไฟ แลนด์มาร์คชื่อดังประจำเมืองพิจิตรที่ใครแวะมาเที่ยวก็ต้องมาถ่ายรูปกันให้ได้
|
 |
1.บึงสีไฟ แลนด์มาร์คชื่อดังประจำเมืองพิจิตรที่ใครแวะมาเที่ยวก็ต้องมาถ่ายรูปกันให้ได้
|
 |
1.บึงสีไฟ แลนด์มาร์คชื่อดังประจำเมืองพิจิตรที่ใครแวะมาเที่ยวก็ต้องมาถ่ายรูปกันให้ได้
|
 |
1.บึงสีไฟ แลนด์มาร์คชื่อดังประจำเมืองพิจิตรที่ใครแวะมาเที่ยวก็ต้องมาถ่ายรูปกันให้ได้
|
 |
| 1.บึงสีไฟ แลนด์มาร์คชื่อดังประจำเมืองพิจิตรที่ใครแวะมาเที่ยวก็ต้องมาถ่ายรูปกันให้ได้ |
1.บึงสีไฟ
แหล่งน้ำจืดธรรมชาติขนาดใหญ่และสัญลักษณ์ประจำจังหวัดพิจิตร ตั้งอยู่ที่อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร มีความสำคัญทั้งในฐานะแหล่งกักเก็บน้ำ แหล่งเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืด และเป็นแลนด์มาร์คพักผ่อนหย่อนใจที่สำคัญ เป็นสถานที่ที่ผูกพันกับตำนานพื้นบ้านเรื่อง "ไกรทอง-ชาละวัน" (ตำนานจระเข้แห่งแม่น้ำน่านและบึงสีไฟ) สัญลักษณ์รูปปั้นจระเข้ขนาดยักษ์ที่เป็นจุดถ่ายรูปยอดฮิต อีกทั้งยังจุดชมวิวและเส้นทางปั่นจักรยาน มีทัศนียภาพที่สวยงามเหมาะสำหรับการชมพระอาทิตย์ตกดินอีกด้วย
 |
| 2.อุทยานเมืองเก่าพิจิตร |
 |
| 2.อุทยานเมืองเก่าพิจิตร |
 |
| 2.อุทยานเมืองเก่าพิจิตร |
 |
| 2.อุทยานเมืองเก่าพิจิตร |
 |
| 2.อุทยานเมืองเก่าพิจิตร |
 |
| 2.อุทยานเมืองเก่าพิจิตร |
2.อุทยานเมืองเก่าพิจิตร
(ปัจจุบันจัดตั้งเป็น อุทยานเมืองเก่าพิจิตร) คือเมืองโบราณสมัยก่อนกรุงสุโขทัย ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นต้นกำเนิดของจังหวัดพิจิตรในปัจจุบัน เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และหลักฐานทางโบราณคดี ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ตำบลเมืองเก่า และตำบลโรงช้าง อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร ห่างจากตัวเมืองพิจิตรปัจจุบันประมาณ 7 กิโลเมตร ต้นกำเนิดประวัติศาสตร์ของเมืองพิจิตร โดยสร้างขึ้นราวปี พ.ศ. 1601 โดยพระยาโคตระบอง เคยเป็นหัวเมืองเอกที่สำคัญในสมัยสุโขทัยและอยุธยา โดยมีชื่อเรียกในอดีตว่า เมืองสระหลวง หรือ เมืองโอฆะบุรี ภายในพื้นที่อุทยานฯ กว่า 400 ไร่ ยังหลงเหลือร่องรอยคูเมืองกำแพงเมืองเก่า และ วัดมหาธาตุ โบราณสถานเก่าแก่ที่กรมศิลปากรขึ้นทะเบียนไว้ อีกทั้งเป็นที่ตั้งของศาลหลักเมืองพิจิตร ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเป็นสิริมาตั้งแต่โบราณ
 |
| 3.วัดท่าหลวง ไหว้หลวงพ่อเพชร |
 |
| 3.วัดท่าหลวง ไหว้หลวงพ่อเพชร |
 |
| 3.วัดท่าหลวง ไหว้หลวงพ่อเพชร |
 |
| 3.วัดท่าหลวง ไหว้หลวงพ่อเพชร |
3.วัดท่าหลวง ไหว้หลวงพ่อเพชร
เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี และวัดคู่บ้านคู่เมืองที่สำคัญที่สุดของจังหวัดพิจิตร ภายในประดิษฐาน "หลวงพ่อเพชร" พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ และเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวพิจิตร รวมถึงเป็นสถานที่จัดงานประเพณีแข่งเรือยาวชิงถ้วยพระราชทานอันโด่งดัง โดยองค์หลวงพ่อเพชร เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะเชียงแสน หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ มีอายุมากกว่า 800 ปี เป็นที่เคารพสักการะและเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวพิจิตรอย่างสูงสุด
 |
| 4.สถานีรถไฟพิจิตร อาคารสถานีโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปแบบนีโอคลาสสิก |
 |
| 4.สถานีรถไฟพิจิตร อาคารสถานีโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปแบบนีโอคลาสสิก |
 |
| 4.สถานีรถไฟพิจิตร อาคารสถานีโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปแบบนีโอคลาสสิก ตัวตึกสีครีมตัดชมพูพาสเทล |
4.สถานีรถไฟพิจิตร
สถานีรถไฟพิจิตร เป็นสถานีรถไฟประจำจังหวัดพิจิตรและเป็นหนึ่งในสถานีที่เก่าแก่ที่สุดของไทย เปิดทำการครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 5 ปัจจุบันเป็นจุดจอดรับส่งผู้โดยสารบนเส้นทางรถไฟสายเหนือของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และด้วยความเก่าของอาคารสถาปัตยกรรม ทำให้กลายเป็นจุดท่องเที่ยวถ่ายรูปยอดฮิตอีกแห่ง อาคารสถานีโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปแบบนีโอคลาสสิก ตัวตึกสีครีมตัดชมพูพาสเทล สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 กลายเป็นแลนด์มาร์กสำคัญและจุดถ่ายรูปยอดนิยม
 |
| 5.ย่านเก่าวังกรด ชุมชนการค้าโบราณอายุกว่า 100 ปี โดดเด่นด้วยห้องแถวไม้โบราณเรียงราย และเป็นศูนย์รวมอาหารพื้นถิ่นที่ยังคงอนุรักษ์วิถีชีวิตดั้งเดิมไว้ |
 |
| 5.ย่านเก่าวังกรด ชุมชนการค้าโบราณอายุกว่า 100 ปี โดดเด่นด้วยห้องแถวไม้โบราณเรียงราย และเป็นศูนย์รวมอาหารพื้นถิ่นที่ยังคงอนุรักษ์วิถีชีวิตดั้งเดิมไว้ |
 |
| 5.ย่านเก่าวังกรด ชุมชนการค้าโบราณอายุกว่า 100 ปี โดดเด่นด้วยห้องแถวไม้โบราณเรียงราย และเป็นศูนย์รวมอาหารพื้นถิ่นที่ยังคงอนุรักษ์วิถีชีวิตดั้งเดิมไว้ |
 |
| 5.ย่านเก่าวังกรด ชุมชนการค้าโบราณอายุกว่า 100 ปี โดดเด่นด้วยห้องแถวไม้โบราณเรียงราย และเป็นศูนย์รวมอาหารพื้นถิ่นที่ยังคงอนุรักษ์วิถีชีวิตดั้งเดิมไว้ |
 |
| 5.ย่านเก่าวังกรด ชุมชนการค้าโบราณอายุกว่า 100 ปี โดดเด่นด้วยห้องแถวไม้โบราณเรียงราย และเป็นศูนย์รวมอาหารพื้นถิ่นที่ยังคงอนุรักษ์วิถีชีวิตดั้งเดิมไว้ |
 |
| 5.ย่านเก่าวังกรด ชุมชนการค้าโบราณอายุกว่า 100 ปี โดดเด่นด้วยห้องแถวไม้โบราณเรียงราย และเป็นศูนย์รวมอาหารพื้นถิ่นที่ยังคงอนุรักษ์วิถีชีวิตดั้งเดิมไว้ |
 |
| 5.ย่านเก่าวังกรด ชุมชนการค้าโบราณอายุกว่า 100 ปี โดดเด่นด้วยห้องแถวไม้โบราณเรียงราย และเป็นศูนย์รวมอาหารพื้นถิ่นที่ยังคงอนุรักษ์วิถีชีวิตดั้งเดิมไว้ |
 |
| 5.ย่านเก่าวังกรด ชุมชนการค้าโบราณอายุกว่า 100 ปี โดดเด่นด้วยห้องแถวไม้โบราณเรียงราย และเป็นศูนย์รวมอาหารพื้นถิ่นที่ยังคงอนุรักษ์วิถีชีวิตดั้งเดิมไว้ |
 |
| 5.ย่านเก่าวังกรด ชุมชนการค้าโบราณอายุกว่า 100 ปี โดดเด่นด้วยห้องแถวไม้โบราณเรียงราย และเป็นศูนย์รวมอาหารพื้นถิ่นที่ยังคงอนุรักษ์วิถีชีวิตดั้งเดิมไว้ |
5.ย่านชุมชนเก่าวังกรด
อีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวย่านชุมชนเก่าที่มีชื่อเสียงของพิจิตร เป็นชุมชนการค้าโบราณอายุกว่า 100 ปี ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลตำบลวังกรด อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร พื้นที่แห่งนี้เปรียบเสมือนพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต โดดเด่นด้วยห้องแถวไม้โบราณเรียงราย และเป็นศูนย์รวมอาหารพื้นถิ่นที่ยังคงอนุรักษ์วิถีชีวิตดั้งเดิมไว้
เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจในอดีต โดยในสมัยรัชกาลที่ 5 ย่านนี้เคยเป็นศูนย์กลางการค้าที่เจริญรุ่งเรืองมาก เป็นจุดตัดสำคัญระหว่างเส้นทางคมนาคมทางบก (รถไฟสายเหนือ) และทางน้ำ (แม่น้ำน่าน)
เอกลักษณ์ที่สำคัญคือสถาปัตยกรรมห้องแถวไม้สักและไม้เนื้อแข็งโบราณ นอกจากนี้ยังมี "หอนาฬิกาวังกรด" ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินเที่ยวชมย่านชุมชน ปัจจุบันเป็นแหล่งอนุรักษ์วิถีชีวิตคนไทย-จีนที่ยังคงเปิดร้านค้าแบบดั้งเดิม เช่น ร้านขายยาจีน ร้านกาแฟโบราณ และร้านขนม รวมทั้งมีอาหารขึ้นชื่ออย่าง ก๋วยเตี๋ยวต้มพริกสด ให้ลิ้มลอง
 |
| 6.วัดเขารูปช้าง |
 |
| 6.วัดเขารูปช้าง |
 |
| 6.วัดเขารูปช้าง |
 |
| 6.วัดเขารูปช้าง |
 |
| 6.วัดเขารูปช้าง |
 |
| 6.วัดเขารูปช้าง |
 |
| 6.วัดเขารูปช้าง |
 |
| 6.วัดเขารูปช้าง |
6.วัดเขารูปช้าง
เป็นวัดเก่าแก่สมัยอยุธยา โดดเด่นด้วยเจดีย์ลังกาบนยอดเขาหินสีขาวที่เรียงซ้อนกันคล้ายรูปช้าง ตั้งอยู่ที่ตำบลดงป่าคำ อำเภอเมืองพิจิตร มีความสำคัญทั้งในฐานะโบราณสถานอายุกว่า 300 ปี และเป็นจุดชมวิวเมืองพิจิตรแบบ 360 องศา สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2244-2245 พร้อมกับวัดโพธิ์ประทับช้าง ตามพระราชประสงค์ของสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 (สมเด็จพระเจ้าเสือ) แห่งกรุงศรีอยุธยา และบนยอดเขาบริเวณเจดีย์มีหินสีขาวซ้อนกันเป็นรูปช้างคุกเข่า นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นบันได 427 ขั้นเพื่อสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และชมทิวทัศน์ธรรมชาติ ทุ่งนา และตัวเมืองพิจิตรได้รอบทิศทา
 |
| 7.วัดโพธิ์ประทับช้าง โบราณสถานเก่าแก่สมัยอยุธยาตอนปลายในจังหวัดพิจิตร สร้างขึ้นโดยสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 (พระเจ้าเสือ) |
 |
| 7.วัดโพธิ์ประทับช้าง โบราณสถานเก่าแก่สมัยอยุธยาตอนปลายในจังหวัดพิจิตร สร้างขึ้นโดยสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 (พระเจ้าเสือ) |
 |
| 7.วัดโพธิ์ประทับช้าง โบราณสถานเก่าแก่สมัยอยุธยาตอนปลายในจังหวัดพิจิตร สร้างขึ้นโดยสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 (พระเจ้าเสือ) |
 |
| 7.วัดโพธิ์ประทับช้าง โบราณสถานเก่าแก่สมัยอยุธยาตอนปลายในจังหวัดพิจิตร สร้างขึ้นโดยสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 (พระเจ้าเสือ) |
 |
| 7.วัดโพธิ์ประทับช้าง โบราณสถานเก่าแก่สมัยอยุธยาตอนปลายในจังหวัดพิจิตร สร้างขึ้นโดยสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 (พระเจ้าเสือ) |
 |
| 7.วัดโพธิ์ประทับช้าง โบราณสถานเก่าแก่สมัยอยุธยาตอนปลายในจังหวัดพิจิตร สร้างขึ้นโดยสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 (พระเจ้าเสือ) |
 |
| 7.วัดโพธิ์ประทับช้าง โบราณสถานเก่าแก่สมัยอยุธยาตอนปลายในจังหวัดพิจิตร สร้างขึ้นโดยสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 (พระเจ้าเสือ) |
 |
| 7.วัดโพธิ์ประทับช้าง โบราณสถานเก่าแก่สมัยอยุธยาตอนปลายในจังหวัดพิจิตร สร้างขึ้นโดยสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 (พระเจ้าเสือ) |
 |
| 7.วัดโพธิ์ประทับช้าง โบราณสถานเก่าแก่สมัยอยุธยาตอนปลายในจังหวัดพิจิตร สร้างขึ้นโดยสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 (พระเจ้าเสือ) |
 |
| 7.วัดโพธิ์ประทับช้าง โบราณสถานเก่าแก่สมัยอยุธยาตอนปลายในจังหวัดพิจิตร สร้างขึ้นโดยสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 (พระเจ้าเสือ) |
7.วัดโพธิ์ประทับช้าง โบราณสถานเก่าแก่สมัยอยุธยาตอนปลายในจังหวัดพิจิตร สร้างขึ้นโดยสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 (พระเจ้าเสือ)
เป็นอีกหนึ่งโบราณสถานเก่าแก่สำคัญของจังหวัดพิจิตร โดยเป็นโบราณสถานเก่าแก่สมัยอยุธยาตอนปลายในจังหวัดพิจิตร สร้างขึ้นโดยสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 (พระเจ้าเสือ) เพื่อเป็นอนุสรณ์สถาน ณ สถานที่ประสูติของพระองค์ โดดเด่นด้วยวิหารและอุโบสถเก่าแก่อายุมากกว่า 300 ปี ภายในอุโบสถยังมีพระประธานขนาดใหญ่ และล้อมรอบด้วยกำแพงแก้วที่ยังคงหลงเหลือให้เห็นความยิ่งใหญ่ในอดีต อีกวัดแห่งนี้สร้างบนพื้นที่ซึ่งเดิมเป็นบ้านเดิมของพระเจ้าเสือ (ขุนหลวงสรศักดิ์) พระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา โดยโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นระหว่างปี พ.ศ. 2242 - 2244
ปัจจุบันตั้งอยู่ที่ตำบลโพธิ์ประทับช้าง อำเภอโพธิ์ประทับช้าง มีความสำคัญในฐานะหลักฐานทางประวัติศาสตร์และแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่สำคัญของจังหวัดพิจิตร มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนกันอย่างไม่ขาดสาย
สำหรับเพื่อนๆคนใหนที่วันหยุดประจำปี ไม่รู้จะไปเที่ยวใหนดี ปักหมุดวางแผนมาเที่ยวพิจิตรกันเยอะๆนะคะ รับรองว่าได้รูปภาพสวยๆ และได้ของกินอร่อยๆติดไม้ติดมือกลับไปอย่างแน่นอนจ้า......จากคุณนายเว่อร์ เทอร์ชอบเที่ยวกินนอน
0 ความคิดเห็น