![]() |
| แบ่งปันรีวิวทริปเที่ยวชัยภูมิ แวะไปซูมดูทุ่งดอกกระเจียว และที่เที่ยวอื่นๆที่น่าสนใจต้องไปเช็คอินกัน มีที่ใหนบ้าง ตามไปกันเลยจ้า |
กลับมาอีกครั้งค่ะ กับทริปรีวิวท่องเที่ยวประจำเดือน ที่จะพาเพื่อนๆคุณผู้อ่านและเหล่าผู้รักการทัศนาจร อรอชร อ้อนแอ้น สุดสะแนน แสนโสภา ไปช่ะช่ะช่าเริงร่าเที่ยวชมกัน โดยการเดินทางทริปนี้ก็ปักหมุดไปเที่ยวชัยภูมิ จังหวัดที่ตั้งเป้าหมายว่าจะไปเยือนชมสักครั้ง เดือนนี้เป็นช่วงที่ดอกกระเจียวบานสะพรั่ง ปังปูริเยสืบไป เดี๊ยนเลยขอจัดทริปขับรถเดินทางจากกรุงเทไปไปชมดอกกระเจียว และไปเช็คอินแวะเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆในเมืองชัยภูมิมาให้เพื่อนๆคุณผู้อ่านได้สไลด์เลื่อนดูกันค่ะ แม้จะมีคนมาคลิ๊กเปิดแค่ 1 คนก็ตาม แค่นี้ เดี๊ยนก็ดีใจแล้วจ้า
แต่ก่อนที่เราจะไปดูภาพรีวิวสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆในชัยภูมิ เราก็มาทำความรู้จักเมืองนี้กันสักเล็กน้อย พอสังเขปค่ะ
| สาระน่ารู้เกี่ยวกับเมืองชัยภูมิ |
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับเมืองชัยภูมิ พอสังเขปเล็กน้อย มีที่มาอย่างไร ให้ได้อ่านเป็นความรู้กันค่ะ
ชัยภูมิ อีกหนึ่งจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ตั้งอยู่บนขอบที่ราบสูงโคราช ห่างจากกรุงเทพมหานครประมาณ 332 กิโลเมตร มีอาณาเขตติดกับจังหวัดขอนแก่น นครราชสีมา ลพบุรี และเพชรบูรณ์ โดยชัยภูมิเป็นเมืองเก่าแก่ตั้งแต่สมัยขอม มีความสำคัญจากความจงรักภักดีของ เจ้าพ่อพระยาแล และเป็นแหล่งอารยธรรมโบราณมาตั้งแต่อดีต แต่เดิมพื้นที่ดังกล่าวในชัยภูมิ เคยเป็นดินแดนของอาณาจักรขอม มีร่องรอยโบราณสถานอย่างปรางค์กู่ เป็นเมืองต้นกำเนิดแม่น้ำชี และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ป่าไม้อุดมสมบูรณ์
| แต่เดิมพื้นที่ดังกล่าวในชัยภูมิ เคยเป็นดินแดนของอาณาจักรขอม มีร่องรอยโบราณสถานอย่างปรางค์กู่ เป็นเมืองต้นกำเนิดแม่น้ำชี และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ป่าไม้อุดมสมบูรณ์ |
ความเป็นมาของ“เมืองชัยภูมิ” ปรากฏในทำเนียบแผ่นดินสมเด็จ พระนารายณ์มหาราช เป็นเมืองขึ้นกับเมืองนครราชสีมา, ตามหลักฐานจาก ประวัติจังหวัดชัยภูมิ ก่อนจะถูกทิ้งร้าง และได้รับการฟื้นฟูขึ้นใหม่ในสมัยรัตนโกสินทร์โดย พระยาภักดีชุมพล (แล) หรือเจ้าพ่อพญาแล เจ้าเมืองคนแรก
ในอดีตผู้ครองนครหรือผู้สร้างเมืองเลือกพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ และมีสภาพภูมิประเทศที่ได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ เหมาะแก่การตั้งค่ายพักรบและป้องกันตัว จึงเป็นที่มาของชื่ออันเป็นมงคลสื่อถึงชัยชนะ
และยังเป็นเมืองหน้าด่านโบราณที่ช่วยดูแลความมั่นคงให้แก่ดินแดนแถบอีสานใต้และโคราชมาตั้งแต่สมัยอยุธยาและรัตนโกสินทร์
| ชัยภูมิมีความสำคัญในฐานะเป็น เมืองท่องเที่ยวธรรมชาติสำคัญ (ผลักดันจากเมืองรองสู่เมืองหลัก) และเป็นแหล่งพื้นที่ป่าไม้มากที่สุดในภาคอีสาน |
ปัจจุบันชัยภูมิมีความสำคัญในฐานะเป็น เมืองท่องเที่ยวธรรมชาติสำคัญ (ผลักดันจากเมืองรองสู่เมืองหลัก) และเป็นแหล่งพื้นที่ป่าไม้มากที่สุดในภาคอีสาน โดยมีความสนใจระดับภูมิภาคและระดับประเทศในด้านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และเกษตรกรร
| และแหล่งท่องเที่ยวที่สร้างชื่อสร้างให้กับชัยภูมิมากที่สุด คือทุ่งดอกกระเจียว ตั้งอยู่ที่ อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม และอุทยานแห่งชาติไทรทอง ดอกสีชมพูอมม่วงจะบานสะพรั่งช่วงฤดูฝน (มิถุนายน - สิงหาคม) |
สถานที่ท่องเที่ยวที่สร้างชื่อสร้างให้กับชัยภูมิมากที่สุด คือ ทุ่งดอกกระเจียว ตั้งอยู่ที่ อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม และอุทยานแห่งชาติไทรทอง ดอกสีชมพูอมม่วงจะบานสะพรั่งช่วงฤดูฝน (มิถุนายน - สิงหาคม)
นอกจากนี้ยังมี มอหินขาว กลุ่มหินทรายขาวขนาดใหญ่กลางทุ่งหญ้า จนได้ฉายาว่า สโตนเฮนจ์เมืองไทย ที่ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติภูแลนด์คา ที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางไปกันด้วย
และของฝากขึ้นชื่ออย่าง หม่ำชัยภูมิ อาหารพื้นเมืองขึ้นชื่อทำจากเนื้อหรือหมูผสมเครื่องเทศรสชาติกลมกล่อม ที่นักท่องเที่ยวนิยมซื้อติดไม้ติดมือกลับไปด้วย
หลังจากอ่านสาระน่ารู้เล็กๆน้อยเกี่ยวกับเมืองชัยภูมิกันไปแล้ว ก็ตามไปดูภาพรีวิวการเดินทางและแหล่งท่องเที่ยวกันเลยจ้า
| เริ่มต้นการเดินทางทริปนี้ ขับรถคันเก่าๆคนขับก็เก่าค่ะ ออกจากกรุงเทพเข้าสระบุรี ทะลุแยกขวาเข้าชัยบาดาลเพื่อไปชัยภูมิ |
| ระหว่างทางขับรถก่อนถึงตัวอำเภอเทพสถิต เส้นทางเป็นเนินเขา มองเห็นวิวกังหันลมสวยงามเชียวค่ะ |
| ขับรถมาถึงอำเภอเทพสถิต ก็เย็นพอดีค่ะ เลยแวะหาอะไรทานที่ตลาดหน้าวัดวะตะแบก |
| เป็นตลาดชุมชนเล็กๆไม่ใหญ่มากนัก สินค้า่ราคาไม่แพง |
| อย่างเช่นสลัดปูอัดที่นี่ ก็ขายแค่กล่องละ 20 บาทเท่านั้นค่ะ เป็นราคาที่คนในพื้นที่จับต้องได้ด้วย ไม่แพง |
| ส่วนที่พักคืนนี้ที่อำเภอเทพสถิต เดี๊ยนแวะพักค้างชั่วคราว กับที่พักริมทางที่โรงแรมกู๊ดโฮม รีสอร์ท |
| ห้องพักราคาคืนละ 600 บาท ห้องพักขนาดเล็ก กะทัดรัด เน้นแค่นอนพักชั่วคราว |
| เริ่มต้นวันใหม่ ฝนตกแต่เช้าเลยค่ะ เช็คเอาท์ออกจากที่พัก ขับรถมาเติมน้ำมันที่ในตัวอำเภอเทพสถิต เลยแวะมาไหว้ขอพรท องค์พญานิลกาฬนาคราช ที่ธรรมสถานเทพสถิต เพื่อความเป็นสิริมงคล |
| องค์พญานิลกาฬนาคราช (องค์ดำ) พญานาคสีดำองค์ใหญ่ที่ประดิษฐาน ณ ธรรมสถานเทพสถิต (ศูนย์ศึกษาและปฏิบัติธรรมเทพสถิต) ตำบลวะตะแบก อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ |
| ฝนตกปรอยๆ ทำให้องค์พญานาคที่ดูดำมืดอยู่แล้ว อยู่ดูขลังมืดไปกันใหญ่เลยค่ะ |
| ช่วงวันที่มาเที่ยวเป็นวันธรรมดา คนน้อย อีกอย่างฝน ทำให้ไม่ร้อนด้วย |
| สำหรับเพื่อนๆคนใหนแวะมาเที่ยวทุ่งดอกกระเจียว ก็แวะไหว้องค์พญานาคที่เทพสถิตก่อนได้นะคะ |
| หิวแล้ว มื้อเช้ามาหาอะไรทานที่ร้านครัวป้าทอง อยู่หน้าไร่นายทองก้อน ไม่ไกลอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม |
| แวะมากินผัดไข่ปลารสชาติเค็ม ทานคู่กับข้าวอร่อยดีค่ะ |
| ข้าวราดแกง กินแบบง่ายๆ |
| บรรยากาศภายในร้าน |
| จากนั้นเดินทางไปเที่ยวต่อที่อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม เพื่อไปชมความงามของทุ่งดอกกระเจียว |
| มีรถนำเที่ยวให้บริการคนละ 30 บาท |
| ถึงแล้วจ้า ทุ่งดอกกระเจียว สวยงามมากๆ |
| ทุ่งดอกกระเจียว ที่ชัยภูมิ ถือเป็นไฮไลท์ที่สร้างชื่อเสียง และสร้างรายได้ให้กับชัยภูมิอย่างมากเลยค่ะ |
| มีเส้นทางให้เดินชมอย่างน่าสนใจ |
| อีกทั้งยังมีจุดชมวิวผาสุดแผ่นดิน ที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์และทะเลหมอกด้วย |
| มาชมผาสุดแผ่นดิน ในวันธรรมดา ที่คนไม่ค่อยเยอะ |
| แวะชมลานหินหน่อ |
| ลานหินที่อยู่ติดริมทางภายในอุทยาน |
| แต่ที่พลาดไม่ได้อีกอย่างนอกจากชมดอกกระเจียวก็คือ ลานหินงาม ซึ่งกลายเป็นที่มาของชื่ออุทยานแห่งชาติป่าหินงาม |
| ที่ลานหินงาม มีหินรูปร่างแปลกตากและถูกตั้งชื่อตามลักษณะการพบเห็น ไม่ว่าจะเป็น หินถ้ำมอง |
| หินปราสาท, หินแม่ไก่ หินเรดาร์ หินราชสีห์ |
| และยังมีหินฟีฟ่าเวิลด์คัพ ที่มีลักษณะคล้ายถ้วยฟุตบอลโลกด้วย |
| อีกทั้งยังมีดอกกระเจียวขายที่บริเวณใกล้ที่ทำการอุทยานด้วย |
| พึ่งรู้ว่าดอกกระเจียวก็กินได้ค่ะ มัดละ 20 บาท เอาไปทานกับน้ำพริก |
| หลังจากที่เดินทางชมทุ่งดอกกระเจียวสมใจอยากแล้ว ก็เดินทางมาเช็คอินชมวิวที่ติดลมคาเฟ่ |
| ร้านคาเฟ่เล็กๆ วิวสวยๆ และอากาศลมพัดเย็นดีมากๆ |
| มีดอกไม้เมืองหนาวให้ชม เพราะด้วยอากาศที่เย็นสบาย ทำให้ดอกไม้ที่ปลูกบริเวณนี้ ออกดอกสวยเชียว |
| บรรยากาศภายในร้านติดลมคาเฟ่ ตกแต่งน่ารัก |
| บรรยากาศภายในร้านติดลมคาเฟ่ ตกแต่งน่ารัก |
| บรรยากาศภายในร้านติดลมคาเฟ่ ตกแต่งน่ารัก มีมุมถ่ายรูปสวยๆ |
| นอกจากขายเครื่องดื่มแล้ว ยังขายพันธ์ไม้ดอกไม้ประดับอีกด้วย |
| อากาศที่นี่ลมพัดเย็นตลอด ทำให้ดอกไม้ออกดอกสวย |
| ดอกที่ปลูกไว้ออกดอกสวย ไม่เหี่ยวเฉา คนก็อยากแวะมาชมค่ะ |
| จากนั้นก็ขับรถ 100 กว่ากิโลเมตร เข้าเมืองชัยภูมิ แวะมาเที่ยวที่น้ำตกตาดโดน |
| น้ำตกสวยที่อยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติด้วย |
| น้ำตกตาดโตน คือน้ำตกขนาดใหญ่ที่มีสายน้ำไหลผ่านลานหินกว้างจนได้รับฉายาว่า "มินิไนแองการ่า" ตั้งอยู่ในพื้นที่ของ อุทยานแห่งชาติตาดโตน อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ |
| หลังไปนั่งชมน้ำตกสวยๆที่ตาดโตนอย่างเย็นฉ่ำใจแล้ว ก็ไปหาอะไรกินตอนเย็นต่อที่ตลาดถนนคนเดินเมืองชัยภูมิค่ะ |
| ตลาดในตัวเมืองที่มีของกินให้เลือกมากมาย |
| มื้อเช้าทานข้าวไปแล้ว มื้อเย็นขอทานผักสลัดและผลไม้แล้วกันค่ะ |
| หลังจากไปเดินตลาดหาของกินแล้ว ก็เดินทางมายังโรงแรมที่พัก โดยที่พักคืนนี้ เดี๊ยนเลือกพักที่ เดอะพีค รีสอร์ท |
| เป็นที่พักเล็ก แนวบ้านพักเป็นหลังๆ บังกะโลส่วนตัว ราคาคืนละ 480 บาท มีที่จอดรถสะดวก กว้างขวางไม่แออัดดีค่ะ |
| หน้าห้องพักมีระเบียง |
| ห้องพักภายในกว้างขวางมาก แม้จะเก่าไปบ้าง |
| ภายในห้องมีโซฟาให้นั่ง และมีแอร์ ทีวี ตู้เย็น ยังใช้งานได้ดี |
| มีชากาแฟให้ด้วย |
| ส่วนตู้เย็น มีน้ำดื่มแช่ไว้ 2 ขวด และมีตั้งไว้บนโต๊ะอีก 1 รวมเป็น 3 ขวดเลยค่ะ |
| ภาพรวมของห้องพักถือว่าโอเค เหมาะสมกับราคาไม่เกิน 500 บาท อีกทั้งเงียบ สงบ ไม่วุ่นวายด้วย |
แนะนำแหล่งท่องเที่ยวในชัยภูมิ ที่ต้องไปเช็คอินถ่ายรูปกัน มีดังนี้
| 1.ทุ่งดอกกระเจียว อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม |
| 1.ทุ่งดอกกระเจียว อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม |
| 1.ทุ่งดอกกระเจียว อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม |
| 1.ทุ่งดอกกระเจียว อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม |
| 1.ทุ่งดอกกระเจียว อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม |
1.ทุ่งดอกกระเจียว อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม เป็นหนึ่งไฮไลท์จุดท่องเที่ยวที่สร้างชื่อเสียงให้กับชัยภูมิมากที่สุด ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ มีความสำคัญในฐานะแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติระดับประเทศที่มีดอกกระเจียวสีชมพูอมม่วงบานสะพรั่งเพียงปีละครั้งในช่วงหน้าฝน (ประมาณเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม) ท่ามกลางสายหมอกในหน้าฝน และเป็นเอกลักษณ์สำคัญที่ช่วยสร้างรายได้ให้แก่คนในท้องถิ่น
| 2.อุทยานแห่งชาติน้ำตกตาดโตน |
| 2.อุทยานแห่งชาติน้ำตกตาดโตน |
| 2.อุทยานแห่งชาติน้ำตกตาดโตน |
| 2.อุทยานแห่งชาติน้ำตกตาดโตน |
| 2.อุทยานแห่งชาติน้ำตกตาดโตน |
2.อุทยานแห่งชาติน้ำตกตาดโตน เป็นเขตป่าธรรมชาติที่มีชื่อเสียง โดดเด่นด้วย น้ำตกตาดโตน ลานหินกว้าง และบรรยากาศร่มรื่น เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ น้ำตกตาดโตน เป็นน้ำตกที่มีลักษณะหน้าผาน้ำตกสูง 6 เมตร กว้าง 50 เมตร มีน้ำไหลผ่านลานหินกว้างขวาง สวยงามอลังการในช่วงหน้าฝน (พฤษภาคม–ตุลาคม) และลงเล่นน้ำได้
| 3.ปรางค์กู่ชัยภูมิ หรือที่เรียกกันว่า กู่บ้านหนองบัว |
| 3.ปรางค์กู่ชัยภูมิ หรือที่เรียกกันว่า กู่บ้านหนองบัว |
| 3.ปรางค์กู่ชัยภูมิ หรือที่เรียกกันว่า กู่บ้านหนองบัว |
| 3.ปรางค์กู่ชัยภูมิ หรือที่เรียกกันว่า กู่บ้านหนองบัว |
| 3.ปรางค์กู่ชัยภูมิ หรือที่เรียกกันว่า กู่บ้านหนองบัว |
| 3.ปรางค์กู่ชัยภูมิ หรือที่เรียกกันว่า กู่บ้านหนองบัว |
3.ปรางค์กู่ชัยภูมิ หรือที่เรียกกันว่า กู่บ้านหนองบัว โบราณสถานศิลปะขอมโบราณใน เทศบาลเมืองชัยภูมิ ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็น "อโรคยาศาล" (โรงพยาบาลชุมชน) สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 จุดเด่นคือเป็นอโรคยาศาล (โรงพยาบาลโบราณ) ที่สมบูรณ์ที่สุดในจังหวัด และมีสถาปัตยกรรมศิลาแลงอายุกว่า 800 ปี มีสถาปัตยกรรมศิลาแลงและหินทรายที่ยังคงสภาพค่อนข้างสมบูรณ์
| 4.ศาลเจ้าพ่อพญาแล |
| 4.ศาลเจ้าพ่อพญาแล |
| 4.ศาลเจ้าพ่อพญาแล |
| 4.คนกำลังเป่าแคน ภายในศาลเจ้าพ่อพญาแล |
| 4.ศาลเจ้าพ่อพญาแล |
4.ศาลเจ้าพ่อพญาแล
ตั้งอยู่ริมหนองปลาเฒ่า ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ ห่างจากตัวเมืองประมาณ 3 กิโลเมตร สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่สถิตดวงวิญญาณและสักการะ พระยาภักดีชุมพล (แล) เจ้าเมืองคนแรกของจังหวัด จุดสำคัญริมน้ำที่เป็นสถานที่ประวัติศาสตร์ ซึ่งเล่ากันว่าเป็นจุดที่เจ้าพระยาแลถูกประหารชีวิตเมื่อปี พ.ศ. 2369 ก่อนจะร่วมกันสร้างศาลใหม่ขึ้นในปี พ.ศ. 2511
| 5.มอหินขาว (สโตนเฮนจ์เมืองไทย) |
| 5.มอหินขาว (สโตนเฮนจ์เมืองไทย) |
| 5.มอหินขาว (สโตนเฮนจ์เมืองไทย) |
5.มอหินขาว (สโตนเฮนจ์เมืองไทย)
มอหินขาว คือกลุ่มเสาหินทรายสีขาวขนาดใหญ่ ที่ตั้งอยู่บนเนินเขา มีฉายาว่า "สโตนเฮนจ์เมืองไทย" ตั้งอยู่ในเขต อุทยานแห่งชาติภูแลนคา ตำบลท่าหินโงม อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ และมีความสำคัญในฐานะแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามแปลกตา รวมถึงเป็นจุดศึกษาทางธรณีวิทยาที่สำคัญ
| 6.จุดชมวิวผาหัวนาค อุทยานแห่งชาติภูแลนคา |
| 6.จุดชมวิวผาหัวนาค อุทยานแห่งชาติภูแลนคา |
| 6.จุดชมวิวผาหัวนาค อุทยานแห่งชาติภูแลนคา |
| 6.จุดชมวิวผาหัวนาค อุทยานแห่งชาติภูแลนคา |
| 6.จุดชมวิวผาหัวนาค อุทยานแห่งชาติภูแลนคา |
| 6.จุดชมวิวผาหัวนาค อุทยานแห่งชาติภูแลนคา |
| 6.จุดชมวิวผาหัวนาค อุทยานแห่งชาติภูแลนคา |
| 6.จุดชมวิวผาหัวนาค อุทยานแห่งชาติภูแลนคา |
| 6.จุดชมวิวผาหัวนาค อุทยานแห่งชาติภูแลนคา |
6.จุดชมวิวผาหัวนาค อุทยานแห่งชาติภูแลนคา
จุดชมวิวผาหัวนาค คือ หน้าผาหินทรายธรรมชาติที่ยื่นออกไปในอากาศ มีรูปร่างคล้ายเศียรพญานาค ตั้งอยู่ใน อุทยานแห่งชาติภูแลนคา ตำบลท่าหินโงม อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ ที่มีความสูงกว่า 905 เมตร เป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ 360 องศา และเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกดินรวมถึงทะเลหมอกที่สวยงาม
นอกจากนี้แล้ว บริเวณจุดชมวิวผาหัวนาค มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติเปิดใหม่ คือ เส้นทางศึกษาธรรมชาติผาหัวนาค ระยะทางประมาณ 2.66 กิโลเมตร ที่ออกแบบมาให้เดินง่ายและปลอดภัย
| 7.พระธาตุชัยภูมิ |
| 7.พระธาตุชัยภูมิ |
| 7.พระธาตุชัยภูมิ |
| 7.พระธาตุชัยภูมิ |
| 7.พระธาตุชัยภูมิ |
7.พระธาตุชัยภูมิ
พระธาตุชัยภูมิ หรือ พระมหาธาตุรัชมงคลเจดีย์สิริชัยภูมิ ตั้งอยู่บนยอดเขาช่องลม วัดอรุณธรรมสถาน ตำบลเก่าย่าดี อำเภอแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ เริ่มก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2550 โดย พระธรรมสิริชัย เจ้าอาวาสวัดอรุณราชวรารามรูปที่ 13 บนพื้นที่ 60 ไร่ เพื่อเป็นเจติยสถานคู่เมืองชัยภูมิ โดยลักษณะขององค์พระธาตุ เป็นเจดีย์สีขาวสูง 21 เมตร ศิลปะผสมผสานระหว่างล้านช้างและล้านนา ยอดหุ้มแผ่นทองจังโกและปิดทองคำเปลว มีซุ้มประดิษฐานพระพุทธเจ้า 5 พระองค์รอบทิศ พระธาตุตั้งอยู่บนเนินเขา เห็นวิวภูเขาแบบรอบตัว
| 8.เขื่อนลำปะทาว |
| 8.เขื่อนลำปะทาว |
| 8.เขื่อนลำปะทาว |
| 8.เขื่อนลำปะทาว |
| 8.เขื่อนลำปะทาว |
8.เขื่อนลำปะทาว
เขื่อนลำปะทาว (หรือลำประทาว) เป็นเขื่อนดินบนเทือกเขาภูแลนคา ตั้งอยู่ที่ตำบลเก่าย่าดี อำเภอแก้งคร้อ และตำบลท่าหินโงม อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ (แบ่งเป็นเขื่อนบนและเขื่อนล่าง) มีความสำคัญด้านการเกษตร ผลิตไฟฟ้า และเป็นแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อน เป็นจุดชมวิว หาดทรายน้ำจืด และแหล่งเลี้ยงปลาในกระชังที่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารพื้นบ้าน
| 9.บ่อน้ำผุดทัพลาว |
| 9.บ่อน้ำผุดทัพลาว |
| 9.บ่อน้ำผุดทัพลาว |
| 9.บ่อน้ำผุดทัพลาว |
| 9.บ่อน้ำผุดทัพลาว |
9.บ่อน้ำผุดทัพลาว
บ่อน้ำผุดทัพลาว เป็นอีกหนึ่งหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจที่มีชื่อเสียงของชัยภูมิ โดยเป็นตาน้ำธรรมชาติและแหล่งน้ำซับใต้ดินที่ไหลผุดขึ้นมาเป็นลำธารใสสะอาดตลอดปี ตั้งอยู่ที่ สวนรุกขชาติน้ำผุดทับลาว ตำบลห้วยยาง อำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ มีความสำคัญทั้งด้านระบบนิเวศ ประวัติศาสตร์ และการท่องเที่ยว
อีกทั้งยังเป็นต้นกำเนิดสายน้ำที่หล่อเลี้ยงพื้นที่เกษตรกรรมและนาข้าวของชาวบ้านในชุมชนรอบข้าง ทั้งยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวและสถานที่พักผ่อนหย่อนใจยอดนิยมสำหรับการคลายร้อน เล่นน้ำใสเย็นอีกด้วย
| 10.จุดชมวิวต้นหมาก บ้านผาเบียด |
| 10.จุดชมวิวต้นหมาก บ้านผาเบียด |
| 10.จุดชมวิวต้นหมาก บ้านผาเบียด |
| 10.จุดชมวิวต้นหมาก บ้านผาเบียด |
| 10.จุดชมวิวต้นหมาก บ้านผาเบียด |
| 10.จุดชมวิวต้นหมาก บ้านผาเบียด |
| 10.จุดชมวิวต้นหมาก บ้านผาเบียด |
| 10.จุดชมวิวต้นหมาก บ้านผาเบียด |
10.จุดชมวิวต้นหมาก บ้านผาเบียด
และระยะทางไม่ไกลนักจากบ่อน้ำผุดทัพลาว ก็เป็นที่ตั้งของจุดเช็คอินถ่ายรูปชื่อดังอย่าง จุดชมวิวต้นหมาก บ้านผาเบียด ตั้งอยู่ที่ตำบลห้วยยาง อำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติกลางหุบเขาที่โดดเด่นด้วยทุ่งนาเขียวขจีและแนวต้นหมากเรียงรายตามคันนา มีทัศนียภาพที่สวยงาม บรรยากาศดี
โดยมีร้านกาแฟเล็ก ๆ คอยให้บริการ และนิยมจอดรถไว้ที่วัดในพื้นที่แล้วใช้บริการรถซาเล้งหรือรถ ATV ของชาวบ้านเข้าไปชมพื้นที่ด้านใน “มีร้านกาแฟเล็กๆ ห้องน้ำ และทริคการเดินทาง—จอดฟรีที่วัดแล้วต่อรถ ATV หรือรถซาเล้งเช่าเข้าไปในพื้นที่ได้ เป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่สร้างรายได้ให้กับชุมชน
| หลังจากเที่ยวชมบ่อน้ำผุดทัพลาว และทิวต้นหมากบ้านผาเบียดแล้ว ก็แวะมาเที่ยวภูผาม่าน แวะเช็คอินดื่มโก้โก้เย็นๆที่คุณยายแคมป์ (Khunyai Camp) |
| โดยเปิดทั้งร้านคาเฟ่ และเป็นทั้งที่พัก |
| ภายในร้านตกแต่งน่ารัก มองเห็นวิวของเทือกเขาหินปูภูผาม่านได้อย่างสวยงาม |
| บรรยากาศวิวทิววทัศน์ดีงาม วันที่ไปเที่ยว เป็นวันธรรมดา คนไม่ค่อยเยอะด้วยค่ะ |
| ภายในร้านก็ตกแต่งน่ารัก มีมุมถ่ายรูปสวยๆ |
| หลังจากนั้น ขับรถเดินทางไกลต่อค่ะ |
| แวะไปอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว เข้าห้องน้ำและพักสัก 10 นาที ให้รถยนตได้พักด้วยค่ะ เพราะขับขึ้นเขามาไกลพอสมควร |
| เข้าไปแดนสุขาวดี เป็นจุดแวะพักของนักเดินทางบนเทือกเขาน้ำหนาว |
| ป่าไม้ต้นสน ขนาดใหญ่ อุดมสมบูรณ์ ผืนป่าเขียวขจี |
| อากาศเย็นสบายดีด้วย |
| ขับรถเลี้ยวขวาเดินทางต่อมุ่งหน้าไปยังจังหวัดเพชรบูรณ์ |
| ระหว่างทางแวะจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ภูค้อ ในช่วงยามเย็น ใกล้จะโพล้เพล้แล้วค่ะ |
| ทางเดินไปยังจุดชมวิวไม่ไกลมาก เงียบสงบดีด้วย |
| แม้จะเป็นช่วงเย็น แต่วิวทิวทัศน์สวยงามมากค่ะ |
| ชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ภูค้อ อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว |
| มีจุดให้นั่งพักรับลมชมวิว ระหว่าทาง |
| โห้ขับมาไกลเหมือนกันนะคะ จากตัวอำเภอน้ำหนาวมา 75 กิโลเมตรเลย ขับวนขึ้นเขา ลงเขา แต่ดีที่รถไม่เยอะ เพราะเป็นถนนสองเลน |
| ขับรถมาอีกไม่ไกล ก็แวะมาชมวิวสะพานห้วยตอง |
| สะพานห้วยตอง หรือที่เรียกว่า สะพานพ่อขุนผาเมือง คือ สะพานคอนกรีตเสริมเหล็กข้ามหุบเขาที่มีตอม่อสูงที่สุดในประเทศไทย |
| โดยตัวสะพาน มีความสูงถึง 50 เมตร ยาว 180 เมตร ตั้งอยู่บนทางหลวงหมายเลข 12 (หล่มสัก-ชุมแพ) |
| ขับรถมาขึ้นเขา ลงเขามาตั้งนาน ให้ป้ายบอกระยะทางกิโลเมตรและชื่นใจค่ะ อีก 23 กิโลเมตรก็ถึงหล่มสักแล้ว |
| เข้าเขตจังหวัดเพชรบูรณ์ |
| แวะเข้ามาชมเมืองหล่มสัก |
| เป็นอีกหนึ่งอำเภอเศรษฐกิจสำคัญในจังหวัดเพชรบูรณ์ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน เป็นศูนย์กลางชุมชน “ไทหล่ม” และมีความสำคัญด้านวัฒนธรรมและเส้นทางคมนาคม |
| มาเดินชมถนนคนเดินไทยหล่ม |
| นอกจากนี้ยังเป็นป็นเมืองผ่านและจุดพักสำคัญในการเดินทางต่อไปยังแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม เช่น เขาค้อ หรือภูทับเบิก |
| มีสถานที่สำคัญอย่าง พิพิธภัณฑ์หล่มศักดิ์ ที่บอกเล่าเรื่องราววิถีชีวิตและประวัติศาสตร์ของชาวไทหล่ม |
| บรรยากาศแม่น้ำป่าสัก แม่น้ำที่ไหลผ่านและตัดผ่านอำเภอหล่มสัก |
| เดินมาในเมืองไม่ไกลนักจากวงเวียนหอนาฬิกา มีตลาดในสถานีตำรวจให้ไปเลือกซื้อของกิน |
| เดินหาอะไรกินเป็นมื้อเย็นก่อนค่ะ |
| แวะมาตลาดเทศบาลก็ไม่ไกลกัน |
| จากนั้นก็เดินทางไปยังโรงแรมในอำเภอหล่มสัก คืนนี้แวะพักที่ บ้านวีรวรรณ ที่พักแนวบังกะโลส่สวนตัว คืนละ 350 บาท ราคาถูกมาก ไม่แพงเลย |
| ห้องพักสะอาดสะอ้านดีค่ะ ราคาไม่แพง 350 บาท ถือว่าโอเค มีที่จอดรถส่วนตัว สะดวกดีค่ะ |
| เช้าวันใหม่ มาหาอะไรกินต่อที่ตลาดในเมืองหล่มสัก |
| ตอนเช้าน่าจะมีของให้เลือกกินเยอะ |
| มีขนมเทียนแก้ว ไส้เค็ม ห่อเล็กๆ พอดีคำเลยค่ะ |
| อีกทั้งยังมีข้าวเกรียบอ่อน คล้ายๆกับถั่วแปบให้ลองทานด้วย อร่อยดีค่ะ ตัวแป้งออกรสหวาน ทานแนมกับมะพร้าวเค็มๆ |
| ขนมครกแป้งโม่สด หยอดใส่เตาถ่าน รสชาติอร่อยทีเดียวค่ะ เพราะไม่หวาน ออกเค็มๆนิดๆ |
| ที่เดี๊ยนชอบเลยคือ ขนมรังผึ้งโบราณแท้ๆ แป้งเหนียวหนึบหนับ |
| ใส่เตาถ่าน กลิ่นหอม และราคาถูกมาก ชิ้นละ 5 บาทเท่านั้น |
| ใครผ่านมาเที่ยวหล่มสัก แวะมาอุดหนุนกันได้นะคะ 5 บาทเท่านั้น อร่อยมากๆ |
| อีกหนึ่งเมนูซิกเนเจอร์ มีเฉพาะที่หล่มสักคือ ปิ้งไก่ข้าวเบือ |
| มีเฉพาะที่นี่เท่านั้น ไม้ละ 12 บาท |
| วันที่เดี๊ยนมาเที่ยวเหลือ 3 ไม้พอดีค่ะ |
| รสชาติตัวข้าวเบือห่อไก่ รสเค็มๆ กินคู่กับไก่ อร่อยดีค่ะ แบบไม่ต้องไปจิ้มอะไรเลย |
| ขับรถจากหล่มสักมาไม่ไกลก็มาไหว้พระพุทธมหาธรรมราชาเฉลิมพระเกียรติฯ ตั้งอยู่ที่ พุทธอุทยานเพชบุระ |
| ขับรถมาอีก 90 กว่ากิโลเมตร เที่ยงกว่าพอดี ก็ถืออำเภอวิเชียรบุรี ไม่พลาดซื้อไก่ย่างต้นตำหรับให้ทางบ้านด้วย |
| โดยที่ร้านมีทั้งไก่เนื้อ และไก่พันธ์แบบนุ่ม |
| ส่วนเดี๊ยนขอเลือกทานไก่บ้าน แบบดั้งเดิมเลย เพราะทางร้านบอกว่า แต่เดิมไม่มีไก่เลี้ยงในฟาร์มค่ะ จะเป็นไก่บ้านล้วนๆ เนื้อจะแห้ง แน่นๆ ไขมันน้อย |
| จัดมาแล้วค่ะ ไก่ย่างตาแป๊ะ ไก่ย่างวิเชียรบุรี |
| ไก่แห้ง จิ้มทานกับน้ำพริกมะขาม อร่อยทีเดียวค่ะ ถ้าไม่มีน้ำจิ้มคือ ธรรมดาไปแล้ว |
| หลังจากได้ทานไก่ย่างวิเชียวบุรี เจ้าดังไปแล้ว ก็เดินทางกลับกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ จบทริปเที่ยวชมเทศกาลชมทุ่งดอกกระเจียว จังหวัดชัยภูมิ |




























0 ความคิดเห็น