Header Ads Widget

ads

Ticker

6/recent/ticker-posts

เที่ยวไปให้รู้ดู อ่างอาบน้ำโรมัน ที่เก่าแก่ที่สุดอีกแห่งของโลก มีที่มาน่าสนใจอย่างไร

Roman Baths อ่างอาบน้ำโรมันเก่าแก่แห่งนี้ มีประวัติเป็นมาน่าสนใจอย่างไร 



สวัสดีเพื่อนๆเหล่าผู้รักการทัศนาจร เว้าวอนดวงหทัย งามวิไลโสภา ชื่นอุราหัวใจทุกๆคนค่ะ กลับมาพบปะทักทายกันอีกครั้งกับบทความน่ารู้เกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศ ที่จะสรรหามาให้ได้อ่านเป็นความรู้กัน และจากบทความก่อนหน้าได้พาไปชม พิพิธภัณฑ์ที่มีของสะสมมากที่สุดในโลกไปแล้ว วันนี้คุณนายเว่อร์ เธอเป็นคนบ้า ขอพาเพื่อนไปเที่ยวชมอ่างอาบน้ำโรมัน หรือ The Roman Baths อีกแห่งอ่างอาบน้ำที่เก่าแก่ที่สุดอีกแห่งของโลก มีประวัติน่าสนใจอย่างไร นำมาให้อ่านกันค่ะ 


สาระน่ารู้เกี่ยวกับ Roman Baths หรือ อ่างอาบน้ำโรมัน มีประวัติเป็นมาอย่างไร 


สาระน่ารู้เกี่ยวกับ Roman Baths หรือ อ่างอาบน้ำโรมัน มีประวัติเป็นมาอย่างไร 

อ่างอาบน้ำโรมัน (Roman Baths) คือคอมเพล็กซ์โรงอาบน้ำสาธารณะโบราณ ที่สร้างขึ้นโดยชาวโรมัน ตั้งอยู่ที่ เมืองบาธ (Bath) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศอังกฤษ โดยมีระยะทางห่างกันประมาณ 156 กิโลเมตร (หรือประมาณ 107 - 113 ไมล์)  ถูกจัดให้เป็นแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติและสิ่งก่อสร้างโบราณที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นเมืองมรดกโลก อีกทั้งยังเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอีกแห่งของอังกฤษด้วย 


โดดเด่นในฐานะเมืองมรดกโลกที่มีอ่างน้ำร้อนโบราณอายุราว 2,000 ปี เป็นศูนย์รวมอารยธรรม สปาบำบัด และสถาปัตยกรรมสุดอัจฉริยะที่ผสมผสานความเชื่อเข้ากับการดูแลสุขภาพได้อย่างลงตัว


 มีความโดดเด่นในฐานะเมืองมรดกโลกที่มีอ่างน้ำร้อนโบราณอายุราว 2,000 ปี เป็นศูนย์รวมอารยธรรม สปาบำบัด และสถาปัตยกรรมสุดอัจฉริยะที่ผสมผสานความเชื่อเข้ากับการดูแลสุขภาพได้อย่างลงตัว 


อาบน้ำเก่าแก่โรมันแห่งนี้ สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 1 โดยชาวโรมันที่ค้นพบแหล่งน้ำแร่ธรรมชาติ และสร้างโรงอาบน้ำแห่งนี้เพื่ออุทิศให้กับเทพีซูลิส มิเนอร์วา (Sulis Minerva)

การขุดค้นอ่างน้ำโรมันเพิ่มเติมของนักโบราณคดีในช่วงปี ค.ศ.1983.


ประวัติความเป็นมาของอ่างอาบน้ำเก่าแก่โรมันแห่งนี้ สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 1 โดยชาวโรมันที่ค้นพบแหล่งน้ำแร่ธรรมชาติ และสร้างโรงอาบน้ำแห่งนี้เพื่ออุทิศให้กับเทพีซูลิส มิเนอร์วา (Sulis Minerva) (ผสมผสานระหว่างเทพีซูลิสของชนพื้นเมืองเคลต์และเทพีมิเนอร์วาของโรมัน) ซึ่งเชื่อว่าน้ำพุร้อนนี้มีพลังศักดิ์สิทธิ์ช่วยรักษาโรคได้ โดยค้นพบตาน้ำพุร้อนที่อุณหภูมิประมาณ 46 องศาเซลเซียลถูกสร้างขึ้นทับตาน้ำพุร้อนธรรมชาติ 

ในอดีตทำหน้าที่เป็นทั้งสถานที่ชำระล้างร่างกาย บูชาเทพเจ้า และศูนย์รวมการเข้าสังคมของชาวโรมัน ปัจจุบันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวระดับโลกและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจาก UNESCO


ในอดีตทำหน้าที่เป็นทั้งสถานที่ชำระล้างร่างกาย บูชาเทพเจ้า และศูนย์รวมการเข้าสังคมของชาวโรมัน ปัจจุบันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวระดับโลกและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจาก UNESCO และยังเป็นชื่อที่มาของชื่อเมือง Bath ในประเทศอังกฤษ ก็ได้รับการตั้งชื่อตามสถานที่แห่งอ่างอาบน้ำโรมันนี้นั่นเอง

สถาปัตยกรรมสุดล้ำในอดีตที่สร้างโดยชาวโรมันนั้น มีการคิดค้นและสร้างด้วยท่อส่งน้ำร้อนที่ดึงน้ำแร่ธรรมชาติอุณหภูมิราว 45-46 องศาเซลเซียล

ความโดดเด่นของสถาปัตยกรรมสุดล้ำในอดีตที่สร้างโดยชาวโรมันนั้น มีการคิดค้นและสร้างด้วยท่อส่งน้ำร้อนที่ดึงน้ำแร่ธรรมชาติอุณหภูมิราว 45-46 องศาเซลเซียล โดยสร้างขึ้นมาใช้ในโรงอาบน้ำที่มีการแบ่งสัดส่วนอย่างชัดเจน ทั้งห้องอบไอน้ำ ห้องแช่น้ำร้อน และน้ำเย็น  


สร้างขึ้นมาใช้ในโรงอาบน้ำที่มีการแบ่งสัดส่วนอย่างชัดเจน ทั้งห้องอบไอน้ำ ห้องแช่น้ำร้อน และน้ำเย็น  


ทั้งยังเคยเป็นศูนย์กลางทางศาสนา โดยชาวโรมันสร้างขึ้นเพื่อบูชาเทพีซูลิส มิเนอร์วา (Sulis Minerva) ซึ่งเป็นเทพีแห่งน้ำพุร้อนและสติปัญญา โดยเชื่อว่าน้ำพุร้อนผุดจากใต้ดินนี้มีความศักดิ์สิทธิ์  

อีกทั้งยังเคยเป็นศูนย์กลางทางศาสนา โดยชาวโรมันสร้างขึ้นเพื่อบูชาเทพีซูลิส มิเนอร์วา (Sulis Minerva) ซึ่งเป็นเทพีแห่งน้ำพุร้อนและสติปัญญา โดยเชื่อว่าน้ำพุร้อนผุดจากใต้ดินนี้มีความศักดิ์สิทธิ์  

ยังเป็นสถานที่พบปะสังสรรค โดยไม่ได้ใช้เพื่อชำระล้างร่างกายเพียงอย่างเดียว แ

แต่ยังเป็นศูนย์รวมการเข้าสังคม เจรจาธุรกิจ และผ่อนคลายของชาวโรมัน  เป็นสปาและธาราบำบัดโบราณ เต็มไปด้วยแร่ธาตุ ผู้คนในยุคโบราณจึงใช้แช่ตัวเพื่อบำบัดรักษาโรคและฟื้นฟูสุขภาพ


และยังเป็นสถานที่พบปะสังสรรค โดยไม่ได้ใช้เพื่อชำระล้างร่างกายเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นศูนย์รวมการเข้าสังคม เจรจาธุรกิจ และผ่อนคลายของชาวโรมัน  เป็นสปาและธาราบำบัดโบราณ น้ำพุร้อนของที่นี่มีอุณหภูมิคงที่ประมาณ 46 องศาเซลเซียส และเต็มไปด้วยแร่ธาตุ ผู้คนในยุคโบราณจึงใช้แช่ตัวเพื่อบำบัดรักษาโรคและฟื้นฟูสุขภาพ



สิ่งที่น่าสนใจ

1. The Great Bath: สระน้ำกลางแจ้งขนาดใหญ่ที่ล้อมรอบด้วยเสาหินและรูปปั้นบุคคลสำคัญในยุคโรมัน เป็นจุดถ่ายรูปยอดฮิตที่ไอน้ำลอยกรุ่นเหนือน้ำตลอดเวลา

2. ตาน้ำพุร้อนศักดิ์สิทธิ์ (Sacred Spring): จุดที่น้ำพุร้อนผุดขึ้นมาจากใต้ดินอย่างต่อเนื่องด้วยอัตราการไหลกว่าล้านลิตรต่อวัน

3.วิหารโรมัน (The Temple Courtyard): ซากปรักหักพังของวิหารที่เคยใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงแท่นบูชาและเหรียญโบราณที่ผู้คนโยนลงไปเพื่อขอพร

4.พิพิธภัณฑ์ (Museum): จัดแสดงโบราณวัตถุที่ขุดค้นพบในบริเวณนี้ เช่น เครื่องประดับ อาวุธ แผ่นคำสาป และหัวรูปปั้นสำริดของเทพีซูลิส มิเนอร์วาที่โด่งดัง

5.สปาและน้ำพุ: แม้จะไม่อนุญาตให้ลงไปแช่ในอ่างโบราณ แต่นักท่องเที่ยวสามารถไปใช้บริการโรงอาบน้ำที่ใช้พลังงานความร้อนจากแหล่งน้ำแร่ธรรมชาติเดียวกันได้ในบริเวณใกล้เคียง 


ทัศนียภาพในเมืองบาธ มีแม่น้ำไหลผ่านตัวเมือง 



ปัจจุบันเปิดเป็น พิพิธภัณฑ์ The Roman Baths ให้นักท่องเที่ยวได้ชมสถาปัตยกรรมโบราณ


ปัจจุบันเปิดเป็น พิพิธภัณฑ์ The Roman Baths ให้นักท่องเที่ยวได้ชมสถาปัตยกรรมโบราณ และหากต้องการสัมผัสประสบการณ์แช่น้ำแร่ร้อน สามารถใช้บริการได้ที่ Thermae Bath Spa สปาธรรมชาติที่ตั้งอยู่ใกล้เคียงกัน

แสดงความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น