 |
แบ่งปันทริปแบกเป้ลุยเดี่ยวไปเที่ยวเมืองทรอมโซ เมืองงามตามล่าแสงเหนือ มาเดินเที่ยวเมืองนี้ 1 ชั่วโมง เพื่อมาพักค้างคืนรอขึ้นเครื่องบินกลับแต่เช้าตรู่ Travel at Tromso city Tourist attraction places |
สวัสดีคุณผุ้อ่านทุกคนค่ะ เก็บตกทริปนี้ เดี๊ยนไปค้นหาไฟล์ทริปที่เคยเดินทางไปเที่ยวตามรอยในหลวงรัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสยุโรปเพื่อชมพระอาทิตย์เที่ยงคืน ที่ North Cape เหนือสุดของขั้วโลกในประเทศนอร์เวย์ ซึ่งเคยได้เขียนรีวิวไปก่อนหน้านี้แล้ว ตามเว็ปไซต์ลิงค์ : https://khunnaiver.blogspot.com/2023/08/backpack-travel-north-cape-norway.html
พอเลิกงานประจำเสร็จวันนี้ ก่อนเข้านอน เลยขอมาแบ่งปันเรื่องราวการเดินทางกลับจากเมือง honningsvag ไปยังเมืองออสโส (Oslo) เมืองหลวงของประเทศนอร์เวย์ให้ได้อ่านฆ่าเวลากันไปค่ะ
ซึ่งการเดินทางกลับจากทางภาคเหนือสุดของนอร์เวย์นั้น จะไม่มีเครื่องบิน บินตรงจากเมืองทางเหนือลงมาที่กรุงออสโลได้เลย ดังนั้น วิธีที่สะดวกที่สุดก็คือ ต้องมานั่งเครื่องบินที่เมืองทรุมเซอ บางคนเรียกว่า ทรอมโซ่ เพราะอ่านตามเสียงภาษาอังกฤษ แต่ภาษานอร์เวย์เขียนว่า Tromsø อ่านว่าทรุมเซอ โดยนี้จัดเป็นเมืองเศรษฐกิจและเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งของนอร์เวย์ โดยกลายเป็นจุดศูนย์การคมนาคมขนส่งทางอากาศ
โดยสายการบินหลายสายที่บินไปทางภาคเหนือ หรือภาคอื่นๆของประเทศ ซึ่งจะเป็นเครื่องบินลำเล็กๆ จะมาจอดเทียบท่าที่เมืองนี้ เพื่อให้ผู้โดยสารที่เดินทางด้วยเครื่องบินลำเล็กๆจากเมื่องต่างๆ มารอขึ้นเครื่องบินลำใหญ่ เดินทางไปยังเมืองออสโล และเมืองท่าสำคัญต่างๆในประเทศนอร์เวย์อีกครั้ง
 |
การเดินทางไปเที่ยว North Cape โดยเครื่องบินทริปนี้ Oslo-เปลี่ยนเครื่อง Kirkeness และ Alta ถึงปลายทางที่ Honningsvag และตอนกลับจะต้องนั่งจาก Honningsvag ไปเปลี่ยนเครื่องบินที่เมือง Tromso ก็เลยต้องแวะค้างที่เมืองนี้ 1 คืนค่ะ มีเวลาเล็กน้อยได้เดินเที่ยวชมเมืองนี้ด้วย |
และในทริปนี้ เดี๊ยนซึ่งได้นั่งเครื่องบินลำเล็กมาจากเมือง Honningsvåg ก็ต้องมารอขึ้นเครื่องบินที่เมืองทรุมเซอ หรือว่าเมืองทรุมโซ่ ( Tromsø city) เช่นเดียวกันค่ะ
เนื่องจากได้ไฟล์ทเที่ยวบินจากเมือง honningsvag มาไฟล์ทค่ำตอนเย็นๆ ด้วยเหตุนี้เลยต้องมานอนค้างที่เมืองทรุมเซออีก 1 คืน เพื่อมารอขึ้นเครื่องบินกลับกรุงออสโลตั้งแต่เช้ามืดค่ะ ด้วยโอกาสที่ได้เดินทางมาถึงเมืองทรุมเซอ แล้วก็พยายามหาโรงแรมที่ราคาถูกๆ เน้นแค่นอนพักชั่วคราว ก็มีอยู่แค่ไม่กี่แห่ง่ค่ะ เดี๊ยนเลยจองโรงแรมแนวแบกเป้ แบบ Hostel ห้องนอนรวมไป 1 คืน เน้นแค่พักค้างคืน เพื่อมารอเปลี่ยนเครื่องบินเท่านั้น
การที่ได้เดินทางมานี้มีเวลาอันน้อยนิด ได้มาเปิดโลกทัศน์ มาดูสิว่าใน 1 ชั่วโมงของการเดินทางมาเที่ยวเมือง Tromso เมืองที่ไม่ได้อยู่ในลิสต์รายการเมืองที่ต้องเที่ยว กลับกลายเป็นว่าเมืองทรุมเซอ เป็นเมืองน่าเที่ยวอีกแห่งของนอร์เวย์ มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจหลายแห่ง นอกจากเป็นเมืองทางด้านเศรษฐกิจ และเป็นศูนย์กลางของคมนาคมที่สำคัญอีกแห่งของนอร์เวย์แล้ว ยังมีประวัติความเป็นมาน่าสนใจที่เดียวค่ะ ก่อนจะเข้าสู่ภาพรีวิวที่เที่ยว เราก็มารู้จักเมือง Tromso กันก่อนสักเล็กน้อยนะคะ
 |
สาระเกี่ยวกับเมืองทรุมเซอ ประเทศนอร์เวย์ (Tromsø City in Norway) |
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับเมืองทรุมเซอ (ทรอมโซ) ประเทศนอร์เวย์ (Tromso city, Norway)
สำหรับ ทรอมโซ (Tromsø) เมืองทรอมเซอตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศนอร์เวย์ เทศบาลแห่งนี้มีพื้นที่ 2,521 ตารางกิโลเมตร (973 ตารางไมล์) ซึ่งใหญ่เป็นอันดับที่ 21 จากทั้งหมด 357 เมืองทรอมเซอเป็นเทศบาลที่มีประชากรมากเป็นอันดับที่ 12 ของประเทศนอร์เวย์ โดยมีประชากร 78,745 คน โดยเมืองแห่งนี้มีความหนาแน่นของประชากร 31.2 คนต่อตารางกิโลเมตร (81 ตารางไมล์) และประชากรของเมืองเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 เมื่อเทียบกับช่วงเวลา 10 ปีที่ผ่านมา เมืองทรอมเซอเป็นเขตเมืองที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือของประเทศนอร์เวย์ และเป็นเขตเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 3 ของอาร์กติกเซอร์เคิลในโลก (รองจากมูร์มันสค์และนอริลสค์) ใจกลางเมืองทรอมเซอตั้งอยู่บนเกาะทรอมเซอยา
 |
ทรอมเซออยู่ห่างจากอาร์กติกเซอร์เคิลไปทางเหนือ 350 กิโลเมต |
แต่เขตเมืองยังครอบคลุมถึงส่วนหนึ่งของแผ่นดินใหญ่ที่อยู่ใกล้เคียงและส่วนหนึ่งของเกาะควาเลอยาด้วย ทรอมเซออยู่ห่างจากอาร์กติกเซอร์เคิลไปทางเหนือ 350 กิโลเมตร (217 ไมล์) เมือง Tromsøya เชื่อมต่อกับแผ่นดินใหญ่ด้วยสะพาน Tromsø และอุโมงค์ Tromsøysund และเชื่อมต่อกับเกาะ Kvaløya โดยสะพาน Sandnessund มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า เทศบาลทรอมโซ เป็นเทศบาลในเขตทรอมโซ ประเทศนอร์เวย์ ศูนย์กลางการบริหารของเทศบาลคือเมืองทรอมโซ
 |
มืองทรอมโซแห่งนี้นี้มีอากาศอบอุ่นกว่าชุมชนส่วนใหญ่ในละติจูดเดียวกัน เนื่องมาจากอิทธิพลของลมตะวันตกที่พัดมาถึงตอนเหนือ |
และเมืองทรอมโซแห่งนี้นี้มีอากาศอบอุ่นกว่าชุมชนส่วนใหญ่ในละติจูดเดียวกัน เนื่องมาจากอิทธิพลของลมตะวันตกที่พัดมาถึงตอนเหนือ รวมถึงกระแสน้ำแอตแลนติกเหนือ ซึ่งเป็นสาขาของกระแสน้ำกัลฟ์สตรีม เมืองทรอมโซมีละติจูดต่ำกว่า 70°N เล็กน้อย จึงทำให้มีดวงอาทิตย์เที่ยงคืนและคืนขั้วโลกเกิดขึ้นทุกปี ขึ้นอยู่กับฤดูกาล
 |
เมืองทรอมโซเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมของภูมิภาคแห่งนี้อีกด้วย |
สิ่งที่น่าสนใจ ใจกลางเมืองมีบ้านไม้เก่าแก่มากที่สุดในนอร์เวย์ตอนเหนือ โดยบ้านไม้เก่าแก่ที่สุดมีอายุตั้งแต่ปี ค.ศ.1798 หรือช่วงปี พ.ศ. 2332 เมืองทรอมโซเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมของภูมิภาคนี้ โดยมีเทศกาลต่างๆ มากมายจัดขึ้นในช่วงฤดูร้อน มีทัศนียภาพและภูมิทัศน์ที่สวยงาม
 |
เมืองทรอมโซเป็นท่าเรือประมงที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในนอร์เวย์ อีกทั้งยังมีมหาวิทยาลัยทรอมโซเป็นศูนย์กลางการวิจัยอาร์กติก |
และที่สำคัญคือ เมืองทรอมโซเป็นท่าเรือประมงที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในนอร์เวย์ อีกทั้งยังมีมหาวิทยาลัยทรอมโซเป็นศูนย์กลางการวิจัยอาร์กติก รองจากการประมง การท่องเที่ยวกลายเป็นแหล่งทรัพยากรทางเศรษฐกิจทางเลือกในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา ปัจจุบันมีเที่ยวบินตรงจากประเทศในยุโรปหลายประเทศ ในปี 2021 กองทัพเรือสหรัฐฯ ได้เปิดท่าเรือเพื่อให้บริการเรือดำน้ำของสหรัฐฯ หลังจากมีการขยายท่าเรืออย่างมีนัยสำคัญในปี 2020 (เครดิตข้อมูลดีๆจาก : https://en.wikipedia.org/wiki/Troms%C3%B8)
หลังจากที่ได้อ่านสาระน่ารู้เกี่ยวกับเมืองทรอมโซ่ Tromso Norway ไปเรียบร้อยแล้ว ต่อไปก็ตามไปดูภาพรีวิวที่เที่ยวเมืองนี้กันต่อเลยค่ะ
 |
เช็คเอาท์ออกจากโรงแรมในเมืองฮอนนิ่งสวัค แล้วเดินแบกเป้จากโรงแรมมายังสนามบินระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตรนิดๆก็ถึงแล้วค่ะ |
 |
มาถึงสนามบิน Honningsvåg Airport ก็ต้องมารอด้า่นหน้าทางเข้า เพราะสนามบินยังไม่เปิดค่ะ |
 |
นั่งรถที่หน้าประตูไม่นานนัก ทางเจ้าหน้าที่ก็เปิดประตูให้เข้าไปแล้วค่ะ |
 |
รอเช็คอินเพื่อขึ้นเครื่องบิน |
 |
เวลา 6 โมงเย็น เครื่องบินก็มาลงจอดรถรับผู้โดยสาร |
 |
โดยสายการบินที่เดี๊ยนนั่งไปยังเมือง Tromso เป็นเครื่องบินลำเล็กๆของ Wideroe ค่ะ |
 |
บินขึ้นฟ้ากับเครื่องบินลำเล็กๆ แล้วมีความเสียวหวาดหลังมากๆ |
 |
แต่พอเครื่องบินไต่ระดับขึ้นมาเรื่อยๆ ก็จะเห็นเทือกเขาที่ยังมีหิมะปกคลุม แม้ว่าจะเป็นช่วงฤดูร้อนก็ตาม |
 |
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงนิดๆ ก็เดินทางมาถึงสนามบิน Tromsø Airport |
 |
เดินจากเครื่องบินไปยังตัวอาคาร |
 |
มาถึงสนามบินก็หาทางออกไปยังถนนใหญ่ เพื่อหาทางไปยังโรงแรมในเมือง Tromso ค่ะ |
 |
ป้ายแสดงเส้นทางรถโดยสารสารสาธารณะในเมือง Tromso |
 |
ส่วนวิธีการซื้อตั๋วโดยสาร สามารถซือได้ที่ตู้ขายบัตรอัตโนมัตตรงป้ายรถเมล์ตามรูปค่ะ |
 |
สายรถเมลที่จะเดินทางจากสนามบินไปในเมือง |
 |
สายรถเมลที่จะเดินทางเข้าไปในเมือง นั่งรถเมลเบอร์ 42 |
 |
ตอนอยู่บนรถมเมลก็เปิด GPS ในมือถือไปด้วย เพื่อจะได้รู้ว่า รถเมลเดินทางไปถึงใหนแล้ว |
 |
เพราะถ้าไม่เปิด GPS ในมือถือก็จะไม่รู้ว่าจะต้องไปลงตรงใหน เนื่องจากต้องหาป้า่ยรถเมล ที่ใกล้โรงแรมที่สุดค่ะ |
 |
ส่วนราคาตั๋วรถเมลล์ ราคาอยู่ที่ 60 นอร์เวย์โครน หรือประมาณ 193 บาท |
 |
นั่งรถเมลจากสนามบินมาไม่นาน ก็เข้ามาในตัวเมือง Tromso แล้วค่ะ |
 |
รถเมล์หยุดจอดในเมืองใกล้ Tourist information ริมท่าเรือเลยค่ะ |
 |
แผนที่แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวเมืองทรอมโซ่ (Tromso City tourist Attraction places) |
แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในเมือง Tromso city มีจุดเช็คอินแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ซึ่งเดี๊ยนได้เดินเท้าเที่ยวเช็คอินถ่ายรูปใน 1 ชั่วโมงกว่าในช่วงหัวค่ำประมาณ 2-3 ทุ่มดัง มีดังนี้ค่ะ
 |
1.พิพิธภัณฑ์ขั้วโลกเมืองทรอมโซ่ (The Polar Museum Tromso) |
 |
1.พิพิธภัณฑ์ขั้วโลกเมืองทรอมโซ่ (The Polar Museum Tromso) |
 |
1.พิพิธภัณฑ์ขั้วโลกเมืองทรอมโซ่ (The Polar Museum Tromso) |
 |
1.พิพิธภัณฑ์ขั้วโลกเมืองทรอมโซ่ (The Polar Museum Tromso) |
1.พิพิธภัณฑ์ขั้วโลกเมืองทรอมโซ่ (The Polar Museum Tromso)
พิพิธภัณฑ์ขั้วโลกเป็นพิพิธภัณฑ์ในทรอมโซที่อนุรักษ์และสื่อสารเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับการประมงของนอร์เวย์ วิทยาศาสตร์อาร์กติก และการสำรวจขั้วโลก
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เปิดเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2521 หรือเป็นเวลา 50 ปีพอดีหลังจากที่โรอัลด์ อามุนด์เซนออกเดินทางครั้งสุดท้ายและเป็นเวรเป็นกรรมกับเรือเหาะลาแธม พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ตั้งอยู่ในบ้านที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของทรอมโซตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 19 ซึ่งเป็นอาคารไม้ที่เคยเป็นที่ตั้งของโกดังศุลกากรและบูธศุลกากรใกล้กับ Skansen ใน Søndre Tollbodgate 11 Tromsø อาคารต่างๆ จากช่วงทศวรรษปี 1840 ได้รับการคุ้มครองโดย National Antiquities
ทรอมโซสถาปนาตัวเองเป็นประตูสู่มหาสมุทรอาร์กติกและอาร์กติกตั้งแต่ปี 1850 เมืองนี้กลายเป็นฐานศูนย์กลางอย่างรวดเร็วสำหรับการสำรวจขั้วโลกในด้านการล่าสัตว์ วิทยาศาสตร์ และการผจญภัย/การท่องเที่ยว พิพิธภัณฑ์ขั้วโลกถ่ายทอดเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับเมืองทรอมโซส่วนนี้และประวัติศาสตร์อาร์กติก
ในปี 2013 CNN ได้รวบรวมรายชื่อเมืองที่ดีที่สุด 10 เมืองสำหรับวันหยุดฤดูหนาว ซึ่งรวมถึงเมืองทรอมโซด้วย CNN เขียนว่า: "มีพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจหลายแห่ง รวมถึงพิพิธภัณฑ์ขั้วโลก ซึ่งให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการสำรวจอาร์กติกในอดีต
 |
2.ป้อมปราการ สกันเซน (Skansen Festningsverk) |
 |
2.ป้อมปราการ สกันเซน (Skansen Festningsverk) |
 |
2.ป้อมปราการ สกันเซน (Skansen Festningsverk) |
2.ป้อมปราการ สกันเซน (Skansen Festningsverk)
Skansen หรือที่เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Rundellen คือ eine Fortungsanlage ในเมือง Tromsø ของนอร์เวย์ ในเขต Troms กลุ่มอาคารเก่าแก่ที่สุดในเมือง และกำแพงป้อมปราการเป็นโครงสร้างเดียวที่มองเห็นได้ซึ่งรอดมาจากยุคกลาง ตั้งแต่ปี 1978 เป็นต้นมา Skansen และอ่าวส่วนหนึ่งของช่องแคบทรอมโซยซุนด์ได้รับการจดทะเบียนภายใต้ Denkmalschutz นอกจากนี้ Skansen ยังได้รับเลือกให้เป็น Millennium Site โดยเทศบาลเมือง Tromsø และแสดงถึงการเปลี่ยนแปลงทางสายตาสู่ศตวรรษที่ 21
 |
3.ศาลาดนตรีเรือนไม้ (Music Pavilion) |
 |
3.ศาลาดนตรีเรือนไม้ (Music Pavilion) |
 |
3.ศาลาดนตรีเรือนไม้ (Music Pavilion) |
 |
3.ศาลาดนตรีเรือนไม้ (Music Pavilion) |
 |
3.ศาลาดนตรีเรือนไม้ (Music Pavilion)
|
3.ศาลาดนตรีเรือนไม้ (Music Pavilion)
ในเมืองทรอมโซมีศาลาทรงสวยงาม ตั้งอยู่ใกล้อาคารกลางกรุงเก่า มีชื่อเรียกว่า "Pabellón de la Música" (แปลว่า "ศาลาดนตรี" ในภาษาสเปน) หมายถึง Musikkpaviljongen ซึ่งเป็นศาลาดนตรีเป็นเรือนไม้ที่สวยงามซึ่งสร้างขึ้นในสไตล์สวิสในปี 1892 ตั้งอยู่บนยอด Storgata ซึ่งเป็นจัตุรัสหลักในเมืองทรอมโซ่ Musikkpaviljongen ตั้งอยู่บนยอด Storgata ใกล้กับศาลากลางหลังเก่า
สถาปัตยกรรม เป็นโครงสร้างไม้ที่สร้างขึ้นในสไตล์สวิส ซึ่งเป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมที่ได้รับความนิยมในช่วงเวลาที่สร้างขึ้น ศาลาดนตรีแห่งนี้เป็นหนึ่งในศาลากลางหลังเก่าของนอร์เวย์ในศตวรรษที่ 19 ที่ยังคงเหลืออยู่ไม่กี่หลังและถูกอนุรักษ์ไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ชมและถ่ายรูปภาพกันอย่างต่อเนื่อง
 |
4.อาสนิวิหารทรอมโซ่ (Tromsø Cathedral) |
 |
4.อาสนิวิหารทรอมโซ่ (Tromsø Cathedral) |
4.อาสนิวิหารทรอมโซ่ (Tromsø Cathedral)
อาสนวิหารทรอมโซ (นอร์เวย์: Tromsø domkirke) เป็นอาสนวิหารของคริสตจักรแห่งนอร์เวย์ ตั้งอยู่ในเมืองทรอมโซ ในเขตเทศบาลทรอมโซ ในเขตทรอมโซ ประเทศนอร์เวย์ อาสนวิหารแห่งนี้เป็นโบสถ์ประจำตำบลทรอมโซ โดมคีร์เคินส์ และเป็นสำนักงานใหญ่ของโดมโปรสตี (หัวหน้าคณะอธิการบดี) ทรอมโซ และสังฆมณฑลนอร์ด-ฮาโลกาลันด์ อาสนวิหารแห่งนี้โดดเด่นเนื่องจากเป็นอาสนวิหารโปรเตสแตนต์แห่งเดียวในนอร์เวย์ที่สร้างด้วยไม้
โบสถ์ไม้สีเหลืองแห่งนี้สร้างขึ้นเป็นโบสถ์ยาวสไตล์โกธิกรีไววัลในปี 1861 โดยสถาปนิกคริสเตียน ไฮน์ริช โกรช หอคอยโบสถ์และทางเข้าหลักอยู่ทางด้านหน้าทางทิศตะวันตก อาจเป็นโบสถ์โปรเตสแตนต์ที่อยู่เหนือสุดในโลก ด้วยที่นั่งกว่า 600 ที่ โบสถ์แห่งนี้จึงเป็นหนึ่งในโบสถ์ไม้ที่สำคัญที่สุดของนอร์เวย์ ในตอนแรกมีที่นั่งประมาณ 984 ที่ แต่ม้านั่งและที่นั่งจำนวนมากถูกรื้อออกไปในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเพื่อทำเป็นพื้นที่มากขึ้น
 |
เดินเที่ยวแล้วก็ไปหาอะไรทานก่อนจะไปยังโรงแรมค่ะ ในย่านท่องเที่ยว มีร้านสะดวกซื้อ 7-11 ด้วยนะคะ |
 |
เดี๊ยนเลยสั่งลาซาย่ามาทานค่ะ |
 |
ในร้านมี่จุดให้นั่งทานด้วย |
 |
นอกจากแหล่งท่องเที่ยว ที่กล่าวมาข้างต้น ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองทรอมโซ ให้เที่ยวอีกหลายแห่งเลยค่ะ |
 |
หลังจากทานอาหารมื้อเย็นแบบง่ายๆอิ่มแล้ว ก็เดินทางไปยังโรงแรมต่อค่ะ |
 |
ส่วนโรงแรมที่พักค้างชั่วคราวคืนนี้ มีชื่อว่า Tromso Activities Hostel ก็อยู่ไม่ไกลจากใจกลางเมืองมากนัก |
 |
เป็นที่พักเล็กๆสำหรับนักแบกเป้ค่ะ ราคาห้องพักตกคืนละ 1900 บาทต่อคนต่อคืน เป็นโรงแรมที่ราคาถูกที่สุด สำหรับนักแบกเป้แล้วค่ะ |
 |
เพราะส่วนใหญ่โรงแรมหลายแห่งในเมือง Tromso ราคาห้องพักส่วนตัวก็เริ่มต้น 5000 บาทอัพทั้งนั้นเลยค่ะ เรียกว่าแพงมากๆ ใครจะมาเที่ยวก็เตรียมวางแผนมาเนิ่นๆนะคะ |
 |
นอนไม่กี่ชั่วโมง ประมาณตี 4 เดี๊ยนก็ตื่นแต่เช้าตรู่แล้ว เมืองนี้ไม่มีเวลากลางคืนเหมือนบ้าเรานะคะ ตื่นมาฟ้ายังสว่างอยู่เลยค่ะ แต่บรรยากาศเงียบมาก เดี๊ยนเช็คเอาท์ออกแต่4 เพื่อเดินแบกเป้ไปยังป้ายรถเมล์ที่จะไปสนามบิน |
 |
ตารางรถ Airport บัสที่ให้บริการตั้งแต่เช้าตรู่ ตามรูปเลยค่ะ แต่เป็นภาษานอร์เวย์นะคะ แต่มีตัวอักษรภาษาอังกฤษคล้ายๆกัน น่าจะพอเข้าใจได้บ้าง |
 |
เพื่อนๆคนใหนที่ต้องขึ้นเครื่องบินแต่เช้าตรู่ ก็หาป้ายตามรูปเขียนว่า Buss STop สีแดงติดๆว้ค่ะ |
 |
มายืนรถรถที่ป้ายรถเมลตามรูปนะคะ |
 |
รอไม่นาน ตามเวลาที่ระบุในตาราง รถบัสของสนามบินก็มาถึงแล้วค่ะ |
 |
ค่าโดยสารอยู่ที่ 125 Nok |
 |
ด้านบนขบวนรถบัสมีบริการ Free WiFi ด้วยค่ะ |
 |
ส่วนบรรยากาศเมืองตอนเช้า ก็อากาศหนาวเย็นและท้องฟ้าสว่างตลอดทั้งวันและกลางคืน ไม่เคยมีสีดำเลยค่ะ ยกเว้นช่วงหน้าหนาวจะค่อนข้างมืดๆสลัวหน่อย |
 |
มาถึงสนามบิน Tromso ก็เช็คอินที่ตู้อัติโนมัติได้เลย ไม่ต้องไปยืนรอคิวค่ะ เพื่อให้ทันเที่ยวบินเวลา 6.30 น. |
 |
รอเข้าเกตไปยังประตู้ด้านชานชลาขาออก |
 |
เวลาประมาณ 6 โมงเช้า แดดก็เริ่มส่องแสง |
 |
สนามบิน Tromsø Airport |
 |
โดยสารการบินที่นั่งกลับไปยังกรุงออสโล ก็เป็นสายการบิน norwegian airlines |
 |
เดินทางถึงสนามบินออสโล โดยสวัสดิภาพค่ะ |
จบทริปเดินทางไปเที่ยวNort Cape ตามรอยในหลวงรัชกาลที่ 5 และทริปสั้นๆเที่ยวเมือง Tromso ใน 1 ชั่วโมงในช่วงเวลา 3 ทุ่ม
ขอบพระคุณเพื่อนๆและคุณผู้อ่านที่เข้ามาสไลด์เลื่อนดูกันค่ะ
0 ความคิดเห็น