รีวิวเที่ยวนครพนม นั่งเรือรับลมชมวิวแม่น้ำโขง เชื่อมโยงไทยลาว สวยสกาวองค์พระธาตุ เด่นผงาดสูงเสียดฟ้า นั่งกินปลาร้าแซ่บอีหลีเด้อค๊า

รีวิวเที่ยวเมืองนครพนม แวะไปยลตระการองค์พระธาตุ ขับมอเตอร์ไซต์ผงาดไปท่าอุเทน ล่องเรือเอียงเอนชมแม่น้ำโขงสวยเริ่ดสะแมนแตน
ขอกราบสวัสดี๊ดี แอนด์ สวีดั๊ดดัด เพื่อนๆพี่ๆน้องๆผองชาวไทย ที่กำลังตะลุยตะไลหาข้อมูลท่องเที่ยวทั่วไทย ไปไกลนอกโลกกันอยู่ ณ ขณะนี้นะค่ะ (ดิฉัน) เดี๊ยนคุณนายเว่อร์ เทอร์ชอบเที่ยวกินนอน บล็อกเกอร์สมัครเล่นแนวๆ กากๆ โกโรโกโส สับปะรังเค ขอมาเฮฮา ลั๊นลา บ้าๆบอๆ ทักทายและทายทัก ต้อนรับท่านเข้าสู่เว็ปบล็อกแนะนำที่พัก รีวิวท่องเที่ยว เขียนจนโลกเบี้ยวไปข้างนึง หาสาระดีๆไม่ค่อยจะมี ให้ท่านได้ฉิมพลี ยวนยีอ่านกันแบบร้าวราน สะทกสะท้านไปถึงสมอง ลองอ่านกันแบบงวยๆงงๆอีกครั้งนะค่ะ

ก่อนอื่นเดี๊ยนต้องขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกๆท่านที่สละเสียซึ่งเวลาอันมีค่า เข้ามาอ่านบล็อกของเดี๊ยนถึงแม้จะมีเข้ามาอ่านแค่วันละ 1-2 คน หรือไม่มีคนมาดู แต่เดี๊ยนก็ดีใจที่สุดแล้วค๊า.....ในที่สุดรีวิวท่องเที่ยวประจำเดือนก็มาแล้วค่ะ หลังจากที่ห่างหายไปเป็นเดือนค่ะจำได้ว่าบทความบล็อกท่องเที่ยวเมื่อเดือนที่แล้ว เดี๊ยนได้พาทุกๆท่านไปลัดเลาะล่องทอดน่อง ท่องเที่ยวที่เมืองระยองมาแล้วนะค่ะ เดือนนี้ก็ไม่น้อยหน้านะค่ะ เพราะได้ขยับเข็มทิศการเดินทางจากภาคตะวันออก ขยับเข็มเดินเฉียงอีกประมาณ 45 องศา เลยขอวางแผนไปลั๊นลาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือภาคอีสาน อันแสงอลังการของราชอาณาจักรไทยเราดีกว่าค๊า
โดยเดี๊ยนก็เลยขอวางแผนลาพักร้อนกับที่ทำงาน ขอมาตะแล๊ดแต๊ดแต๋ เที่ยวหลังเทศกาลสงกรานต์ดีกว่าค่ะ การเที่ยวในเดือนเมษายนนี้ถือเป็นเดือนที่อากาศร้อนที่สุด ที่เดี๊ยนก็ไม่หยุดที่จะเดินทาง ขอมาเผาพลาญพลังงานและไขมันในร่างกาย มาย่างกราย สะพานเป้ท่องเที่ยวเมืองนครพนมอีกครั้ง หลังจากที่ไม่เคยมาเยือนจังหวัดนครพนมนี้มานานม๊ากๆค่ะ ประมาณ 20 กว่าปีได้แล้วกระมังค่ะ โดยทริปนี้วางแผนไปเที่ยว 3 วัน โดยเลือกไปเที่ยววันธรรมดา เพราะน่าเที่ยวสุดๆ ทั้งตั๋วเครื่องบิน และโรงแรมที่พักก็ถูก ประหยัดสะตุ้งสะตังได้เยอะทีเดียวค่ะ

เดี๊ยนจำได้ค่ะว่าสมัยแต่ก่อน มานครพนมไม่พ้นต้องมาไหว้องค์พระธาตุพนมที่สวยสมคำลือเลือง นั่งกินแหนมเนืองริมแม่น้ำ  อร่อยเว่อร์วังอลังการสะท้านโลกา กินปลาก็แซ่บคั๊กหลายขนาดแต้เจ้า.... หลังจากผ่านมาหลายสิบปี ตามยุคกาลเวลาที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้จังหวัดนครพนมแห่งนี้เป็นเมืองท่องเที่ยวลำดับต้นๆ ทางภาคอีสาน ที่ผู้คนมายลโฉม เดินร้าวรานชมสถานที่ท่องเที่ยวอันอลังการที่แสนจะดึงดูดตาและตราตรึงใจประทับซึ้งอยู่ในห้วงดั่งดวงหฤทัยของใครๆหลายคนไม่น้อยเลยค่ะ

วันนี้เดี๊ยนเลยขอใช้เวลาว่างหลังเลิกงานประจำ มารีวิวท่องเที่ยวจังหวัดนครพนมที่พึงได้เดินทางไปมาให้ท่านได้อ่านกันแบบงงๆฆ่าเวลากันค่ะ เผื่อใครที่ยังไม่เคยมายลตระการ ท่องเที่ยวในจังหวัดนี้ ก็จะได้วางแผนมาฉิมพลีท่องเที่ยวเมืองนี้ดูค่ะ ส่วนใครที่เคยไปมาหาสู่ จุ๊กกรูเมืองนี้แล้ว ก็ไม่คลาดแคล้วแวะมารำลึกความหลังอันแสนอลังการกับเมืองติดฝั่งแม่น้ำโขง เชื่อมโยงไทยลาว สวยสกาวผู้สาวเกล้าผมมวย ผู้บ่าวก็หล่อก็ผิวขาวหล่อสวยกันทุกๆคนนะค่ะ  เพราะเมืองนครพนมแห่งนี้ มีสถานที่ท่องเที่ยวดึงดูดตาและตราตรึงใจอยู่หลายแห่งให้ได้ไปถ่ายรูป เซลฟง เซลฟี่กันอยู่ไม่น้อยเลยนะค่ะ ส่วนอาหารการกินก็ใช้ย่อย เพราะอร่อยล้ำเลิศ สะเดิดไปถึงทรวง ทั้งอาหารไทยอีสาน หรืออาหารเวียดนามก็ขึ้นลือชา ให้ลั๊นลาไปแวะชิมลิ้มลองกันอยู่หลายร้านเลยทีเดียวค่ะ

เอ้าล่ะค่ะ เดี๊ยนไม่พูดพร่ำทำเพลง ขอมาบรรเลงรีวิวให้ท่านได้อ่านแบบชิวๆ หรือมาสไลด์ภาพวิวดูแบบกากๆ หรือใครจะตามรอยรีวิวเดี๊ยนก็จะดีมาก เพราะได้กระชากการท่องเที่ยวทั่วไทย ให้งามวิไลเริ่ดสะแมนแตน จะได้ออกมากางปีนรำแพน ออกมาแอ๊นแอ๋น เดินทางท่องเที่ยวจับจ่ายใช้สอย กระตุ้นให้ชุมชนในท้องถิ่นมีรายได้ เศรษฐกิจไทยคึกคักเว่อร์จ้า
เดินทางท่องเที่ยววันแรกในเดือนเมษายน 2560
วันแรกกับอากาศร้อนรุ่ม ประทุประทุ่มดังไฟสุ่มทรวง เดี๊ยนตื่นจากผวังอันแสงง่วง ออกจากที่พักแต่เช้าตรู่เพื่อไปให้ทันนั่งเรือบินเหอะเหินเดินลัดฟ้า ลั๊นลาไปเมืองนครพนมค่ะ  โดยได้เลือกสายการบินแอร์เอเชียเดินไปค่ะ ค่าโดยสารตั๋วเครื่องบินของสายการบินหางแดงไปนครพนมราคา 890 บาทค่ะ (เดี๊ยนจองปลายเดือนมีนาคมค่ะ ราคาต่างกันช่วงสงกรานต์อย่างสิ้นเชิงนะค่ะ 
ได้เพลาต้องจรีลี หนีจากเมืองกรุง หมายมุ่งไปท่องเที่ยวเดินทาง เสพสุขความอ้างว่างและเดียวอย่างกรายเมืองนครพนมแล้วค่ะ...พนักงานสายการบินประกาศให้ผู้โดยสารขึ้นเครื่องแล้วค่ะ
 นั่งเรือบินมาไม่นาน ประมาณ 1 ชั่วโมงกับอีก 5 นาที ก็ได้มาฉิมพลีเมืองนครพนมแล้วค่ะ อากาศตอนเช้าที่นี้ไม่ร้อนมากๆ ยังมีลมพัด ลมเพ้เอ้เล้ให้พอชื่นใจบ้างนะค่ะ ต่างกันกับที่กรุงเทพฯ อากาศร้อนอบอ้าวเว่อร์ค่ะ
เนื่องจากว่าสนามบินนครพนม อยู่ไกลจากตัวเมืองมากประมาณ 13-15 กิโลเมตรได้กระมังค่ะ ระยะทางไกลจากในเมืองพอสมควรตะ เดี๊ยนก็เลยใช้บริการรถตู้โดยสารเข้ามาในเมืองค่ะ ค่าโดยสารตกคนละ 100 บาทค่ะ เป็นรถตู้มีผู้โดยสารท่านอื่นด้วยนะค่ะ โดยรถตู้จะไปส่งผู้โดยสารในเมืองถึงที่เลยค่ะ

ความรู้วิชาการ เกี่ยวกับจังหวัดนครพนมค่ะ : 

นครพนม เมืองนคร เดิมเป็นที่ตั้งของอาณาจักรศรีโคตรบูรณ์ ตั้งอยู่ทางฝั่งลาวตรงข้ามกับพระธาตุพนมในปัจจุบัน ตามประวัติศาสตร์ได้มีการโยกย้ายเมืองหลายครั้งโดยครั้งหนึ่งได้ย้ายมาฝั่งตรงข้าม เรียกชื่อเมืองใหม่นี้ว่า  "มรุกขนคร" หมายถึงเมืองที่อยู่ในดงไม้ราก เมื่อ พ.ศ.500  นั้นรุ่งเรืองมาก มีเมืองขึ้นมากมายและมีการบูรณะพระธาตุพนมขึ้นเป็นครั้งแรก แม่ว่า่จะมีการโยกย้ายอีกหลายครั้ง เช่น พ.ศ.2321 ในรัชกาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชได้มีการย้ายเมืองไปตั้งที่บ้านหนองจันทร์ ห่างขึ้นไปทางทิศเหนือ 52 กิโลเมตร จนถึง พ.ศ.2533 เมื่อผู้ครองเมืองนครถึงแก่พิราลัย เมืองได้ขอขึ้นตรงต่อกรุงเทพมหานคร โดยรัชกาลที่ 1 พระราชทานนามให้ใหม่ว่า "นครพนม" ชื่อนั้นมีข้อสันนิษฐานว่าเคยเป็นเมืองลูกหลวงมาก่อนและมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ จึงได้ใช้คำว่า "นคร" ส่วนคำว่า "พนม" ก็มาจากพระธาตุปูชนียสถานที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองมาช้านนาน บ้างก็ว่ามรุกขนครเดิมที่อยู่ทางฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขงตั้งอยู่ในบริเวณที่มีภูเขาสลับซับซ้อนจึงนำคำว่า "พนม" ซึ่งแปลว่าภูเขามาใช้ ส่วนคำว่า "นคร" ก็เป็นการดำรงชื่อเมืองไว้คือ เมืองมรุกขนคร ดังนั้นนครพนม จึงหมายถึง "เมืองแห่งภูเขา" นั้นเองค่ะ


ขอบพระคุณสาระดีๆจาก โบว์ชัวร์การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยค่ะ

สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวในเมืองนครพนมของเดี๊ยน คงหนีไม่พ้นพาหนะการขับรถมอเตอร์ไซต์ค่ะ เพราะขับไปได้ทุกที่ และค่าเช่ารถไม่แพงด้วย เดี๊ยนเลยหาข้อมูลร้านเช่ามอเตอร์ไซต์ในเมืองนครพนม เห็นมีอยู่ร้านเช่าร้านเดียวกระมังค่ะ คือร้านทวียนต์ค่ะ เลยให้คนขับรถตู้มาส่งที่ร้านทวียนต์  ค่าเช่ารถมอเตอร์ไซต์วันละ 300 บาท มัดจำรถ 1000 บาทค่ะ ทางร้านจะยึดบัตร ปปช.เราไว้ค่ะ (เดี๊ยนเช่าไป 3 วัน แต่ทางร้านก็คิดแค่ 2 วันค่ะ) น้ำมันเติมเองค่ะ

หลังจากที่ได้พาหนะคู่ใจ กับมอเตอร์ไซต์ไว้ท่องในเมืองนครพนมแล้ว ก็ได้เพลาออกไปหาอะไรทานแล้วค่ะ เนื่องจากไม่คุ้นเส้นทางในเมืองนครพนม ฉะนั้นแผนที่และ GPS น่าจะช่วยได้เยอะสุด แต่ก็เชือถือไม่ได้มาก เพราะบางครั้ง GPS ก็พาเดี๊ยนหลงทางอยู่บ่อยครั้งเลยค่ะ

อาหารเที่ยงมื้อนี้ เดี๊ยนเลยขับมอเตอร์ไซต์แบกเป้ใส่หลัง แว๊นขับออกจากร้านทีวียนต์ ย่านใจกลางเมืองมาไม่ไกลนัก เดี๊ยนเลยขอไปผลาญอาหารลงกระเพาะที่ร้านปากหม้อศรีเทพสักหน่อยค่ะ เห็นว่าเป็นร้านดังที่ร่ำลือกันว่าอร่อยนักหนา เลยขอไปลิ้มลองดูสักครั้ง สักคราค่ะ
เข้ามาในร้านเห็นคุณป้า น่าจะเป็นเจ้าของร้านปากหม้อ กำลังพิถีพิถันทำขนมปากหม้ออยู่พอดี กลิ่นหอยยวนยีโชยคละคลุง ตะลุงมุงมุงให้ยวนยั่วน้ำลายไหล เรียกน้ำย่อยในกระเพาะให้ชวนหิวจริงเชียวค่ะ
มาประเดิมอาหารเที่ยงที่นครพนม จัดไปค่ะ ข้าวเกรียบปากหม้อ ทานกับน้ำอาจาด รสชาติอร่อยดีค่ะ
 ตามต่อด้วยข้าวเกรียบปากหม้อแบบหอแป้งกรอบ หอไข่และหมูสับด้านในกลิ่นหอยโชยเต๊ะจมูก น่าทานมากๆค่ะ
 ต้องรีบทานตอนร้อนๆค่ะ กรอบจริงๆ พอเริ่มเย็นไป แป้งด้านนอกเริ่มเหนียว เคี้ยวไม่ไหวแล้วค่ะ ต้องรีบทานตอนที่ยังกรอบอยู่นะค่ะ
น้ำอาจาดดูสีแดงจืด แต่พอชิ้มรสชาติแซ่บสะเดิด ตะเลิดไปถึงทรวงมากๆค่ะ แซ่บตรงน้ำอาจาดเนี่ยแหละค่ะ
หลังจากทานอาหารเที่ยงอิ่มแล้วนะค่ะ เดี๊ยนก็ขับมอเตอร์ไซต์ เลี้ยวขวาออกจากถนนศรีเทพ มาอีกนิดเดียวก็ถึง สถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ ถือเป็นแลนมาร์คอันศักดิ์สิทธิ์ ที่ใครๆต่างก็มาแวะกราบไหว้ ถ่ายรูปกันค่ะ นั้นก็คือ “พญาศรีสัตตนาคราช” ตั้งอยู่ติดริมฝั่งแม่น้ำโขง
เมืองนครพนมในช่วงเที่ยง อากาศนั้นร้อนเร้า แต่ยังดีที่มีลมพัดโชยเบาๆให้ชื่นใจค่ะ
 มาถึงทั้งทีต้องไม่พลาดมากกราบสักการะ พญาศรีสัตตนาคราช ถือเป็นแลนด์มารค์แห่งใหม่ และเป็นสถานที่อันศักดิ์ที่ใครไป ใครมานครพนม ต้องไม่พลาด แวะมากราบสักการะบูชา
ความรู้วิชาการเกี่ยวกับองค์พญาศรีสัตตนาคราช : ภายใต้ความเชื่อเกี่ยวกับ “องค์พญาศรีสัตตนาคราช” ซึ่งเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของ จ.นครพนม อย่างที่ทราบกันว่าพี่น้องชาวไทยและชาวลาว ล้วนมีความเชื่อผูกพันอยู่กับองค์พญานาค พอๆ กับความผูกพันในลำน้ำโขง รุ่นปู่ย่าล้วนศรัทธาในความศักดิ์สิทธิ์ของพญานาคในฐานะที่เป็นผู้ดูแลปกปักษ์รักษาแถบลุ่มน้ำโขง รักษาพุทธศาสนา รวมถึงองค์พระธาตุพนม ซึ่งเป็นองค์พญานาคทองเหลืองที่ใหญ่ที่สุดของภาคอีสาน แน่นอนว่าจากประติมากรรมที่สูงค่าผนวกกับความเชื่อความศรัทธาที่มีต่อองค์พญาศรีสัตตนาคราช ย่อมส่งผลให้จังหวัดนครพนม ดินแดนแห่งลุ่มน้ำโขงกลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่สร้างคุณค่าต่อเศรษฐกิจของจังหวัดอย่างไม่อาจปฏิเสธ ณ บริเวณที่ประดิษฐานองค์พญานาค ลานศรีสัตตนาคราช ริมฝั่งแม่น้ำโขงหน้าสำนักงานป่าไม้ ถนนสุนทรวิจิตร ในเขตเทศบาลเมืองนครพนม

แหล่งท่องเที่ยวจังหวัดนครพนม ศูนย์กลางท่องเที่ยวในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง องค์พญาศรีสัตตนาคราช หล่อด้วยทองเหลือง มีน้ำหนักรวม 9,000 กก. เป็นรูปพญานาคขดหาง 7 เศียร ประดิษฐานบนแท่นฐานแปดเหลี่ยม กว้าง 6 เมตร ความสูงทั้งหมดรวมฐาน 15 เมตร สามารถพ่นน้ำได้ วัตถุประสงค์การก่อสร้างครั้งนี้เพื่อเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณี และความเชื่อเกี่ยวต่อเรื่องพญานาคของชาวไทย และชาวลาวที่อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง อีกทั้งยังต้องการยกระดับแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดนครพนม เพื่อรองรับการเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ซึ่งสถานที่แห่งนี้จะกลายเป็นแลนมาร์กแห่งใหม่อีกจุดหนึ่งของภูมิภาคนี้
ขอขอบพระคุณข้อมูลดีจาก เครดิต http://horoscope.sanook.com/111193/
เดินผ่านชมวิวแม่น้ำโขง 
เห็นทุ่งดอนทานตะวันปลูกตรงเนินสันเขื่อนริมแม่น้ำโขง กำลังออกดอกชูช่อล้อเล่นกับแสงอาทิตย์อันร้อนแรง สีเหลืองเบ่งบานอร่ามจับตาคณานับค่ะ
มองไปอีกฝั่ง เป็นฝั่งลาว งามแพรวพราวภูเขาหินปูนสูงใหญ่สลับซับซ้อนแต่ไม่ซ้อนเงื่อน เป็นจุดชมวิวสวยอีกแห่งในเมืองนครพนม ที่ใครมาก็ต้องมองเห็นวิวสวยๆจากฝั่งเมืองนครพนมแห่งนี้ค่ะ
และหลังจากที่เดี๊ยนได้กราบสักการะ องค์พญาศรีสัตตนาคราช แล้วนะค่ะ ก็ได้เวลาเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่อไปค่ะ นั้นก็คือ พระธาตุท่าอุเทนค่ะ
เดี๊ยนเลยขับมอเตอร์ไซต์ออกจากเมืองนครพนม มุ่งตรงขึ้นไปทางเหนือไปยังอำเภอท่าอุเทนระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร ท่ามกลางอากาศที่ร้อนรุ่ม
เดี๊ยนขับมอเตอร์ไซต์มาได้สัก 20 กิโลเมตรกว่าๆได้ค่ะ ก็เลยแวะเข้าไปทำทาน ร่วมบริจาคเงินช่วยสมทบมุลนิธิผู้สูงอายุบ้านนครพนมค่ะ หรือบ้านพักคนชรา ซึ่งตั้งอยู่ในเขตอำเภอท่าอุเทนค่ะ เนื่องจากใหนก็แวะมาท่าอุเทนแล้ว ก็เลยแวะมาทำทานสักหน่อยค่ะ ร่วมด้วยช่วยกันนะค่ะ...หากใครที่แวะมาไหว้พระธาตุอุเทน ก็อย่าพลาดแวะมาทำทาน ร่วมบริจาคสิ่งของและสิ่งจำเป็นได้ที่ บ้านพักคนชราท่าอุเทนนะค่ะ  รับรองค่ะนอกจากจะได้ไปไหว้พระทำบุญที่พระธาตุท่าอุเทนแล้ว ยังได้กุศลจากการทำทานด้วยค่ะ ท่องเที่ยวทั่วไทย สุขใจเริ่ดเว่อร์จริงๆค่ะ
เดี๊ยนขอร่วมบริจาคเป็นผ้าอ้อมสำเร็จรูปสำหรับผู้ใหญ่ค่ะ....... หากใครที่แวะมาไหว้พระธาตุอุเทน ก็อย่าพลาดแวะมาทำทาน ร่วมบริจาคสิ่งของและสิ่งจำเป็นได้ที่ บ้านพักคนชราท่าอุเทนนะค่ะ รับรองค่ะนอกจากจะได้ไปไหว้พระทำบุญที่พระธาตุท่าอุเทนแล้ว ยังได้กุศลจากการทำทานด้วยค่ะ ท่องเที่ยวทั่วไทย สุขใจเริ่ดเว่อร์จริงๆค่ะ
 และหลังจากที่ได้ทำทานร่วมบริจาคทรัพย์ ที่มูลนิธิคนชราในอำเภอท่าอุเทนแล้วนะค่ะ เดี๊ยนก็ขับมอเตอร์ไซต์มุ่งตรงมาอีกประมาณ 10 กว่ากิโลถึงอำเภอท่าอุเทน เปิด GPS มุ่งหน้าไปกราบสักการะบูชาพระธาตุท่าอุเทนค่ะ
ถึงแล้วค่ะ วัดพระธาตุท่าอุเทน เด่นตระหง่านอยู่ริมแม่น้ำโขงเลยนะค่ะ
เนื่องจากว่าวัดอยู่ติดริมแม่น้ำโขงค่ะ หากใครมาไม่ถูก ให้เลียบถนนริมแม่น้ำโขง ขึ้นทางทิศเหนือมาเรื่อยก็ถึงองค์พระธาตุค่ะ

วัดพระธาตุท่าอุเทนเป็นพระธาตุอันเก่าแก่อีกแห่งในนครพนม เป็นวัดประจำในช่วงวันที่เดี๊ยนไป เป็นวันธรรมดา บรรยากาศภายในวัดช่างเงียบสงบ สยบความครืนเครงจริงๆค่ะ ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวมากมายนักค่ะ 
ข้อมูลวิชาการเกี่ยวกับพระธาตุท่าอุเทน
พระธาตุท่าอุเทน ตั้งอยู่ภายในวัดพระธาตุท่าอุเทน อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม องค์พระธาตุก่ออิฐถือปูนเป็นผังรูปสี่เหลี่ยมคล้ายพระธาตุพนม สร้างเป็น 3 ชั้น ชั้นแรกเป็นอุโมงค์บรรจุของมีค่าต่าง ๆ ชั้นที่ 2 สร้างครอบอุโมงค์ ชั้นที่ 3 คือเจดีย์องค์ใหญ่ สูงประมาณ 66 เมตร พระอาจารย์ศรีทัตถ์เป็นผู้สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2454 ใช้เวลาทั้งสิ้น 6 ปี จึงแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2459 เมื่อปี พ.ศ. 2540 ส่วนซุ้มประตูชั้นล่างขององค์พระธาตุด้านทิศใต้ได้พังทลายลง กรมศิลปากรจึงได้ทำการบูรณะจนแล้วเสร็จ ในปี พ.ศ. 2541 พร้อมทั้งได้ทำการเสริมคานคอนกรีตภายในเพื่อป้องกันองค์พระธาตุพังทลาย

วัดพระธาตุท่าอุเทน ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติ และกำหนดขอบเขตโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 115 ตอนพิเศษ 4ง หน้า 2 ลงวันที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2541 มีพื้นที่ประมาณ 2 ไร่ 2 งาน 89.48 ตารางวา พระธาตุนี้เป็นศิลปกรรมและปูชนียสถานอันสำคัญยิ่งองค์หนึ่ง บรรจุพระธาตุของพระอรหันต์ ซึ่งพระอาจารย์ศรีทัตถ์ได้อัญเชิญมาจากเมืองย่างกุ้ง จะมีงานนมัสการพระธาตุในวันขึ้น 13 ค่ำ ถึงแรม 1 ค่ำ เดือน 4 ของทุกปี พระธาตุองค์นี้มีสิ่งที่ตรงกับเทพประจำวันศุกร์ และเชื่อกันว่าผู้ที่เกิดวันนี้เป็นผู้ที่มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ รักอิสระ รักสวยรักงาม คือพระธาตุหันไปทางทิศเหนือของพระธาตุพนม ตรงกับทิศประจำของพระศุกร์ ผู้ที่ไปนมัสการพระธาตุแห่งนี้จะได้รับอานิสงส์ให้ชีวิตมีความรุ่งโรจน์ เปรียบเสมือนพระอาทิตย์ขึ้นยามรุ่งอรุณ
ขอขอบพระคุณข้อมูลเครดิตดีๆจากสารานุกรมเสรีวิกิพีเดีย เว็ปไซต์ https://th.wikipedia.org/wiki/พระธาตุท่าอุเทน
สถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดนครพนม
 และหลังจากที่เดี๊ยนได้ไปไหว้พระธาตุท่าอุเทนเสร็จแล้วนะค่ะ ก็ไม่พลาดแวะขับมอเตอร์ไซต์ มาลัดเลาะชมเมืองท่าอุเทน ดูเป็นเมืองเงียบสงบ สยมความครืนเครง เหมาะที่จะเป็นบรรเลงชมวิวชิวๆริมฝั่งโขงไม่น้อย เนื่องจากมีบ้านไม้และอาคารเก่าๆ สมัยโบราณให้เดินย้อนอดีตกันค่ะ
มีอาคารบ้านเรือนไม้เก่าๆ ให้เดินเนินนาว นึกย้อนไปถึงในอดีตค่ะ เป็นเมืองที่เงียบสงบมากๆค่ะ ไม่ค่อยจะมี รถรา ม้า วัวควาย วิ่งแล่นขวักไขว่เหมือนในเมืองใหญ่ๆค่ะ
หากใครที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวชมสถาปัตยกรรมบ้านเรือนไม้เก่าๆ และวิถีชีวิตอันเรียบง่าย สบายๆ ต้องไม่พลาดแวะมาเดินยวนยี ฉิมพลีความงาม ร้าวรานไปถึงดวงหฤทัยแวะมาเที่ยวในอำเภอท่าอุเทนดู รับรองจุ๊กกรูจับจ้วงถึงห้วงทรวงในอยางแน่นอนค่ะ
หากใครที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวชมสถาปัตยกรรมบ้านเรือนไม้เก่าๆ และวิถีชีวิตอันเรียบง่าย สบายๆ ต้องไม่พลาดแวะมาเดินยวนยี ฉิมพลีความงาม ร้าวรานไปถึงดวงหฤทัยแวะมาเที่ยวในอำเภอท่าอุเทนดู รับรองจุ๊กกรูจับจ้วงถึงห้วงทรวงในอยางแน่นอนค่ะ
ขับมอเตอร์ไซต์วนไปมาในอำเภอท่าอุเทน ก็เหลือไปเห็นวัดศรีสะเกษ ทำไมมาสร้างอยู่ไกลจังเลยค่ะ คือบ่ไปอยู่จังหวัดศรีสะเกษล่ะจ๊ะ
เมื่อได้เดินชมเมืองท่าอุเทนไม่นานนัก เดี๊ยนก็แว๊นขับมอเตอร์ไซต์แบกเป้ใส่หลัง มุ่งหน้าเข้าเมืองนครพนมอีกครั้งค่ะ  ก่อนจะกลับแวะผ่านสะพานข้ามมิตรภาพไทยลาว สวยสกาวน่าไปชมอีกแห่งค่ะ
สะพานข้ามแม่น้ำโขง หรือชื่ออย่างเป็นทางการ สะพานมิตรภาพไทยลาวแห่งที่ 3 ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวขับรถแวะพักผ่อน ให้หายเมื่อยอีกแห่งในจังหวัดนครพนม ที่ผู้คนนิยมมาถ่ายรูปชมความงดงามของฝั่งริมแม่น้ำโขงค่ะและสะพานที่เชื่อมโยงไทยลาวให้แพรวพราว สกาวรุ่งโรจน์และช่วงโชติชัชวาลย์มาถึงปัจจุบันค่ะ
วิวสองฝั่งโขง บรรยากาศดีมากๆค่ะ ลมพัดเย็นๆ น่านอนเล่นมากๆค่ะ
มีมุมถ่ายรูปสวยที่ทางหน่วยงานได้มาทำป้ายไว้ ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนสะพานแห่งนี้ไม่น้อยเลยนะค่ะ
สะพานข้ามแม่น้ำโขง หรือชื่ออย่างเป็นทางการ สะพานมิตรภาพไทยลาวแห่งที่ 3 ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวขับรถแวะพักผ่อน ให้หายเมื่อยอีกแห่งในจังหวัดนครพนม ที่ผู้คนนิยมมาถ่ายรูปชมความงดงามของฝั่งริมแม่น้ำโขงค่ะและสะพานที่เชื่อมโยงไทยลาวให้แพรวพราว สกาวรุ่งโรจน์และช่วงโชติชัชวาลย์มาถึงปัจจุบันค่ะ
หลังจากที่ได้พักเหนื่อยริมแม่น้ำโขง มองสะพานเชื่อมโยงไทยลาวที่สวยที่สุดอีกแห่งไปแล้ว เดี๊ยนก็ขับมอเตอร์ไซต์ท่ามกลางแสงแดดอันรุ่มเร้า อรชอนอ๊อนแอ๊น แว๊นๆมาไกลเลยขับ ขับออกจากเมืองนครพนมมุ่งระยะทางประมาณ 55 กิโลเมตร มุ่งขับลงไปทางทิศใต้ของจังหวัดตรงไปยังอำเภอธาตุพนมค่ะ เพื่อไปกราบสักการะพระธาตุพนมอันศักดิ์สิทธิ์ที่ใครๆถ้าได้มาจังหวัดนครพนม หากไม่ได้มาไหว้พระธาตุนี้แล้ว ยังไงก็มาไม่ถึงนครพนมอย่างแน่นอนค่ะ และอีกอย่างนอนพักค้างที่อำเภอแห่งนี้ 1 คืนค่ะ
เดี๊ยนขับรถมอเตอร์ไซต์มาเกือบ 1 ชั่วโมง ก็ถึงอำเภอพระธาตุพนมแล้วค่ะ ก่อนจะไปไหว้พระธาตุ ขอมาเช็คอินน์เข้าที่พักคืนนี้ก่อนค่ะ เพราะอุตสาห์แบกเป้ใส่หลังขับไปถึงท่าอุเทน เอียงเอนเข้ามานครพนม ก็มาสุขสมชื่นอภิรมย์ที่อำเภอธาตุพนมค่ะ รู้สึกปวดเมื่อยหลังคั๊กๆ อี๊ดนักขน๋าดแต้ๆเจ้า

โดยที่พักค้างคืนนี้ เดี๊ยนพักค้างที่โรงแรมสีฟอง โฮมเทล ที่พักเปิดใหม่ในอำเภอธาตุพนมค่ะ ราคาถูกดีค่ะ ราคาคืนละ 650 รวมอาหารเช้า ฟรี wi-fi ห้องน่าพักเป็นแบบโฮมสเตย์ไม่มีห้องน้ำในตัวนะค่ะ เดี๊ยนเลยขอมาลองพักดูทีนี้สักคืนค่ะ
 โรงแรมจัดได้น่าพักดีค่ะ แนวบูติค ชิคๆเก๋ ตัวตึกอาคารก็สไตล์แนวบูติค โคโลเนียล
จัดตกแต่งภายในดูเก๋ๆ เรียบๆ เหมือนมาพิพิธภัณฑ์บ้านไม้เก่าอะไรประมาณนั้นเลยนะค่ะ
 เข้ามาเช็คอินน์ ที่พักเงียบมากๆ มีเจ้าของที่พักออกต้อนรับเองเลยนะค่ะ ส่วนห้องพักที่เดี๊ยนจองและชำระเงินไปแล้วทางเว็ป agoda เดี๊ยนก็นำมาแสดงให้เจ้าของรับทราบ ก่อนจะพาเดี๊ยนขึ้นไปที่ห้องพักค่ะ
 การจัดตกแต่งดูเรียบๆเก๋ๆ สวยงามดีค่ะ
 ที่พักอยู่ชั้นบนค่ะ แอบเสียดายที่พักสวยมาก แต่ไม่มีห้องน้ำในตัวนะค่ะ อารมณ์ประมาณโฮมสเตย์พื้นบ้านไม้เลยค่ะ
ขึ้นไปชั้นบนก็ต้องแอบเดินเบาๆหน่อยค่ะ พร้อมข้างบนเป็นไม้ เวลาเดินต้องเดินย่องเบาๆ ห้ามกระแทกส้นนะค่ะ ไม้งั้นดังไปรบกวนคนข้างล่างค่ะ
ภายในห้องพักไม่มีเครื่องอำนวยความสะดวกมากนัก มีเตียงนอน มีโต๊ะ มีผ้าขนหนู และน้ำดื่มค่ะ ไม่มีตู้เย็น ไม่มีทีวี แต่มีแอร์เย็นๆให้ค่ะ แอร์เย็นดีด้วยนะค่ะ เพราะห้องไม่ใหญ่ แต่โปร่งสูงดีค่ะ เหมาะสำหรับพักผ่อนนอนอย่างเดียวจริงๆค่ะ
มีโต๊ะเขียนหนังสือให้นั่ง ชอบมุมนี้มากค่ะ เพราะเดี๊ยนหอบโน๊ตบุ๊คแบกเป้สะพานหลังมาด้วยค่ะ จะได้มานั่งเคลียงาน เคลียอีเมลล์ลูกค้า จะได้ไม่ยุ่งต้องกลับไปเคลียที่ทำงานอีกค่ะ ใหนมาเที่ยวแล้ว ก็มาเคลียกันเสียทีนี้เลยค่ะ
แต่ข้อดีที่จะทำให้ไม่เบื่อ คือห้องพักที่เดี๊ยนพักคืนนี้ได้ห้องพักมีระเบียงค่ะ ทำให้รู้สึกว่าห้องไม่อึดอัดจนเกินไป และได้บรรยากาศชมเมืองธาตุพนมด้วยค่ะ 
 เดินมานอกชานด้านหลังก็เป็นห้องน้ำค่ะ
ห้องอาบน้ำก็อยู่ที่เดียวกันค่ะ มีห้องอาบน้ำแยกชาย แยกหญิงค่ะ ห้องน้ำสะอาดสะอ้านดีค่ะ ยังดูใหม่เอี่ยมอ่องเป็นยองใย สดใสพรุ้งพริ้งมากๆค่ะ ถ้าจะอาบน้ำก็ต้องกระโจมอกผ้าถุงออกจากห้องพักมาอาบที่นี้ได้ค่ะ ได้บรรยากาศที่พักแบบโฮมสเตย์ดีค่ะ
ภายในห้องโถ่งด้านบนที่พัก มีรูปในหลวงที่รักของคนไทยได้เคารพและคิดถึงกันด้วยค่ะ
 หลังจากที่ได้พักผ่อนและเช็คอินน์ที่พักเรียบร้อย ก็ได้เพลาออกมาลั๊นยามเย็นที่อำเภอธาตุพนมแล้วค่ะ โดยพาหนะคู่ใจที่จะทำให้การท่องเที่ยวนี้ ทั้งคูล ชิคแอนด์ ชิว ต้องไม่พลาดการปั่นจักรยาน ทางที่พักก็มีจักรยานโบราณให้ปั่นฟรีกันด้วยค่ะ ไม่ต้องเสียสตุ้งสตังให้เปลืองค่ะ
 จักรยานโบราณสีแดงปั่นไปเที่ยวชมริมแม่น้ำโขง ในอำเภอธาตุพนมค่ะ
 บรรยากาศยามพลบค่ำที่ริมแม่น้ำโขงในอำเภอแห่งนี้ ช่างเงียบสงบ สยบความครืนเครง ไม่มีอะไรมาบรรเลงให้กวนใจเสียจริงๆค่ะ 
เดี๊ยนมานั่งพักรับลม ชมวิวทิวทัศน์อันเงียบสงัด สลัดไปด้วยแสงอัศเจรีย์ที่กำลังริบหรี่ลับสู่ขอบฟ้า ลั๊นลาจับจ้วงสู่ดั่งดวงหฤทัย งามวิไลเริ่ดสะแมนแตนยิ่งนักแลค่ะ
 เดี๊ยนมานั่งพักรับลม ชมวิวทิวทัศน์อันเงียบสงัด สลัดไปด้วยแสงอัศเจรีย์ที่กำลังริบหรี่ลับสู่ขอบฟ้า ลั๊นลาจับจ้วงสู่ดั่งดวงหฤทัย งามวิไลเริ่ดสะแมนแตนยิ่งนักแลค่ะ
เดี๊ยนปั่นจักรยานเลาะออกกำลังขามาเรื่อยค่ะ อำเภอนี้เงียบสงบ ไม่วุ่นวายดีนะค่ะ
ปั่นจักรยานวนออกจากริมแม่น้ำโขง เชื่อมโยงไทยลาว ก็มาเห็นประตูสีสว่าง พร่างแพรวพราว สุขสกาวรุ่งโรจน์และช่วงโชติชัชวาลย์ มองเห็นองค์พระธาตุอันแสงจะอลังการ ตั้งตระหง่านอยู่กลางเมือง สีทองรุ่งเรืองผุดผ่องอำไร งามวิไลเริ่ดสะแมนยิ่งนักแลค่ะ 
ปั่นจักรยานวนออกจากริมแม่น้ำโขง เชื่อมโยงไทยลาว ก็มาเห็นประตูสีสว่าง พร่างแพรวพราว สุขสกาวรุ่งโรจน์และช่วงโชติชัชวาลย์ มองเห็นองค์พระธาตุอันแสงจะอลังการ ตั้งตระหง่านอยู่กลางเมือง สีทองรุ่งเรืองผุดผ่องอำไร งามวิไลเริ่ดสะแมนยิ่งนักแลค่ะ
 ใหนแวะปั่นจักรยานมาทั้งทีแล้ว ต้องไม่พลาดแวะไปกราบไหว้สักการะค่ะ หากใครที่มาเที่ยวนครพนมครั้งแรก ไม่มาไหว้พระธาตุพนม ถือว่ามาไม่ถึงจังหวัดนครพนมค่ะ  เป็นพระธาตุที่ตั้งอยู่ในอำเภอและห่างจากจังหวัดนครพนมมากๆนะค่ะ ตอนสมัยวัยยังละอ่อน เดี๊ยนคิดว่าพระธาตุพนม อยู่ในเมืองนครพนม ที่ใหนได้ทางมาเที่ยวองค์พระธาตุไม่ได้อยู่ในเมืองกัน ห่างกันหลายสิบกิโลเชียวค่ะ
 เข้าไปกราบสักการะบูชาองค์พระธาตุกันค่ะ
ข้อมูลวิชาการน่ารู้เกี่ยวกับพระธาตุพนมให้อ่านกันค่ะ : 
พระธาตุพนมเป็นพระธาตุผู้ที่เกิดวันอาทิตย์ และผู้ที่เกิดปีวอก ประดิษฐาน ณ วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร ผลจากการขุดค้นทางโบราณคดีลงความเห็นพระธาตุพนมสร้างขึ้นระหว่าง พ.ศ.1200-1400 ตามตำนานกล่าวว่า ผู้สร้างคือพระมหากัสสปะ พระอรหันต์ 500 องค์ และท้าวพระยาเมืองต่างๆ ภายในองค์พระธาตุบรรจุพระอุรังคธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไว้ ลักษระของสถาปัตยกรรมมีแหล่งที่มาที่เดียวกับปราสาทขอม และได้ทำการบูรณะเรื่อยมา ในปี พ.ศ.2485 ได้รับการยกฐานะเป็นพระอารามหลวงชั้นเอกขึ้นไป "วรมหาวิหาร"

พระธาตุพนมไม่เพียงเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวนครพนมเท่านั้น พระธาตุพนมยังเป็นที่เคารพของชาวไทยและภาคอื่นๆและชาวลาวอีกด้วยค่ะ ว่ากันว่าถ้าใครได้มานมัสการพระธาตุครบ 7 ครั้ง จะถือว่าเป็นลูกพระธาตุ เป็นสิริมงคลแก่ชีวิติและจะมีความเจริญรุ่งเรืองหรือแม้แต่การได้มากราบพระธาตุพนม 1 ครั้ง ก็ถือเป็นมงคลแก่ชีวิตแล้ว
ในวันที่ 11 สิงหาคม 2518  เวลา 19.38 น. พระธาตุพนมได้ล้มทลายลงทั้งองค์ เนื่องจากความเก่าแก่ขององค์พระธาตุพนมและประจวบกับระหว่างนั้นฝนตกพายุพัดแรงติดต่อกันหลายวัน ประชาชนทั่วประเทศได้ร่วมบริจาคทุนทรัพย์และรัฐบาลได้ก่อสร้างองค์พระธาตุขึ้นใหม่ตามแบบเดิม การก่อสร้างนี้เสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ.2522 นอกจากพระบรมสารีริกธาตุที่บรรจุในองค์พระธาตุแล้ว ยังมีของมีค่ามากมายนับหมื่นชิ้น โดยเฉพาะฉัตรทองคำบนยอดพระธาตุเป็นฉัตรทองคำมีน้ำหนักถึง 110 กิโลกรัม ปัจจุบันองค์พระธาตุมีฐานกว้างด้านละ 12.33 เมตร สูง 53.60 เมตร เป็นเจดีย์ทรงสี่เหลี่ยมสูงแลดูสง่างาม งามนมัสการองค์พระธาตุเริ่มตั้งแต่วันขึ้น 10 ค่ำเดือน 3 ถึงวันแรม 1 ค่ำเดือน 3 ของทุกๆปีค่ะ
ขอบพระคุณข้อมูลวิชาการดีๆจาก: โบว์ชัวร์การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยค่ะ
การเดินทาง ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 55 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 212 นครพนม-มุกดาหาร หรือจากสถานีขนส่งในอำเภอเมือง ก็มีรถปรับอากาศ รถตู้โดยสาร รถสองแถวขนาดเล็กนั่งมาได้ในราคาไม่แพง หรือจะเช่ารถมอเตอร์ไซต์จากในเมืองนครพนมมาได้แบบสมบุกสมบันค่ะ
 และเมื่อเดี๊ยนได้เข้าไปกราบไหว้สักการะพระธาตุพนมแล้วนะค่ะ ไม่ไกลจากวัดธาตุพนม ก็มีตลาดกลางคืน เป็นตลาดขายอาหารการกิน เดี๊ยนเลยจัดซื้อของกินไปหลายอย่างเลยค่ะ
แวะซื้อของกินจากตลาดเสร็จ เดี๊ยนก็หิวใส่จักรยานปั่นเข้ามาทานที่โรงแรมค่ะ
แวะซื้อของกินจากตลาดเสร็จ เดี๊ยนก็หิวใส่จักรยานปั่นเข้ามาทานที่โรงแรมค่ะ
 ซื้ออาหารมานั่งทานที่โรงแรมที่พักค่ะ
มื้อเย็นนี้จัดทานไปง่ายๆค่ะ ไส้กรอก ทอดมันหมูแบบอีสาน ทานกับข้าวเหนียว จิ้มกับซุปเห็ดแบบอีสาน อร่อยสำราญแซ่บคั๊กๆขนาดเจ้า ตามล้างปากด้วยสัปปะรัด ซดดื่มกับน้ำเต้าหู้อร่อยจุ๊กกรูจับใจ งามวิไลเริ่ดสะแมนแตนยิ่งนักแลค่ะ

...ตอนแรกจะขอจานเจ้าของที่พัก แต่เดี๊ยนเกรงใจค่ะ เลยทานอย่างนี้แหละค่ะ ง่ายๆไม่ยุ่งยาก ไม่ต้องพิธีรีตองให้เลิศเลอเพอเฟคอะไรมากนัก กินไปตามมีตามเกิดค่ะ
มื้อเย็นนี้จัดทานไปง่ายๆค่ะ ไส้กรอก ทอดมันหมูแบบอีสาน ทานกับข้าวเหนียว จิ้มกับซุปเห็ดแบบอีสาน อร่อยสำราญแซ่บคั๊กๆขนาดเจ้า ตามล้างปากด้วยสัปปะรัด ซดดื่มกับน้ำเต้าหู้อร่อยจุ๊กกรูจับใจ งามวิไลเริ่ดสะแมนแตนยิ่งนักแลค่ะ

...ตอนแรกจะขอจานเจ้าของที่พัก แต่เดี๊ยนเกรงใจค่ะ เลยทานอย่างนี้แหละค่ะ ง่ายๆไม่ยุ่งยาก ไม่ต้องพิธีรีตองให้เลิศเลอเพอเฟคอะไรมากนัก กินไปตามมีตามเกิดค่ะ
ทานอาหารเย็นอิ่มแล้วก็ไปนั่งอ่านหนังสือฆ่าเวลาต่อค่ะ 
หลังจากที่เหนือยมาทั้งวัน เดี๊ยนก็เข้านอนพักค้างคืน นอนเปิดเย็นฉ่ำ ไม่ได้พร่ำเพรืออะไรต่ออีกเลยค่ะ พักผ่อนหลับสบายไปตลอดทั้งคืน หลังจากที่ขับรถตะลอนทัวร์ไปมั่วซั่วมาทั้งวันค่ะ
หลังจากที่เหนือยมาทั้งวัน เดี๊ยนก็เข้านอนพักค้างคืน นอนเปิดเย็นฉ่ำ ไม่ได้พร่ำเพรืออะไรต่ออีกเลยค่ะ พักผ่อนหลับสบายไปตลอดทั้งคืน หลังจากที่ขับรถตะลอนทัวร์ไปมั่วซั่วมาทั้งวันค่ะ
---------------------------------------------------------------------------------------------------------
วันที่ 2 ของการเดินทางท่องเที่ยวในเดือนเมษายนค่ะ
 วันที่ 2 เดี๊ยนตื่นแต่เช้าตรู่เลยค่ะ รีบเปิดประตูห้องพักออกมารับลมเย็นแต่เช้าเลยค่ะ
พอเปิดประตุออกมาก็เห็น พระกำลังเดินบิณฑบาตรับอาหารเช้า เสียดายจังค่ะ ไม่ได้ซื้ออะไรมาไว้ใส่เลยค่ะ
 เช้าแบบนี้เหมาะเป็นอย่างยิ่งที่จะไปออกกำลังกาย ปั่นจักรยานชมอากาศอันแสนเบิกบานให้ร้าวรานดวงฤท้ยต้องไปตะลุยตะไลริมแม่น้ำโขงค่ะ เพราะบรรยากาศดีมากๆค่ะ
เดี๊ยนปั่นจักรยานของที่พักออกมารับลมชมบรรยากาศอันแสนเบิกบาน ให้สุขสำราญเบิกบานฤทัย สุขใจสมอุรา ลั๊นลาเริ่ดสะแมนแตนเว่อร์ค่ะ
ปั่นไปเห็นคุณพี่คนขับรถตุ๊กสามล้อ กำลังจอจ่ออยู่กับมือถืออันทันสะหมอก ทันสมัยก้าวไกลเทคโนโลยีอยู่ค่ะ
เหลียวมาอีกฝั่ง ต้องไปนั่งชมวิวแม่น้ำโขง เห็นเรือน้อยๆค่อยๆแจวพาย แหวกว่ายในท้องธารธารา มีชีวิตชีวายิ่งนักแลค่ะ
 เหลียวมาอีกฝั่ง ต้องไปนั่งชมวิวแม่น้ำโขง เห็นเรือน้อยค่อยๆแจวพาย แหวกว่ายในท้องธารธารา มีชีวิตชีวายิ่งนักแลค่ะ
ปั่นจักรยานมาเห็นร้านขายของฝาก ต้องไม่พลาดแวะซื้อขนมกาละแม ที่อร่อยนุ่มลิ้นไม่เหนียวติดคอ เป็นของฝากขึ้นชื่อลือชาอีกอย่างในนครพนมค่ะ ที่ใครต่อใครก็ต้องแวะซื้อเป็นของฝากติดไม้ติดมือกลับไป อร่อยไฉไลเริ่ดสะแมนแตนค๊า
และที่เด็ดสุดๆ เอาใจคนชอบความซ่าบซ่าของน้ำหวานหอมชุ่มคอ ต้องไม่พลาดแวะซื้อเหล้าอุมาลิ้มลองชิมดูนะค่ะ ผลิตถัณฑ์ชุมชนประจำจังหวัดนครพนม ที่ได้กลิ่นดอมดมแล้วชื่นจิตใจ อร่อยหวานหอมยิ่งกว่าขนมถ้วยตะไล แต่หากดื่มแล้วต้องระวังไวจะเมาไม่รู้ตัวค่ะ 
ผ่านอีกนิดเห็นตึกอาคารบ้านช่อง ร่องไม้ สไตล์โคโลเนียล มีเสน่ห์ชวนให้หวนหายิ่งนักเชียว เอาใจคนชอบมาเที่ยวถ่ายรูปแบบสบายๆชิวเว่อร์ค่ะ
อำเภอธาตุพนม
 ปั่นมาอีกนิด ขยับมาอีกหน่อยก็ผ่านตลาดสด ที่มีเลือดสดๆ ให้ซดดื่มกันแบบอร่อยเริ่ดเว่อร์ค่ะ
แวะมาเดินชมสถูปอิฐพระธาตุองค์เดิม ที่เป็นอนุสรณ์ให้เรียนรู้ได้ดูศึกษาค้นคว้ากันค่ะ 
 แวะมาเดินชมสถูปอิฐพระธาตุองค์เดิม ที่เป็นอนุสรณ์ให้เรียนรู้ได้ดูศึกษาค้นคว้ากันค่ะ
และหลังจากที่เดี๊ยนได้ปั่นจักรยานชมเมืองธาตุพนมแล้ว ก็ปั่นเข้าที่พัก เพื่อรับประทานอาหารเช้าค่ะ ทางที่พักก็มีอาหารเช้าให้นะค่ะ
ได้เวลาทานอาหารเช้าแล้วค่ะ
ทางที่พักจัดอาหารเช้าให้มื้อนี้เป็น แซนวิชขนมปังฝรั่งเศษแบบอาหารลาว ทานคู่กับโจ๊กไข่ จัดมาให้เยอะเหมือนกันนะค่ะ ส่วนน้ำเต้าหู้เดี๊ยนซื้อมาเพิ่มค่ะ
หลังจากทานอาหารเสร็จก็ได้เพลาเช็คเอาท์แล้วค่ะ

เช็คเอาท์ออกจากที่พักค่ะ ได้เวลาอำลาอำเภอพระธาตุพนม 
ก่อนกลับแวะไหว้พระธาตุอีกครั้งค่ะ ขอให้เดินทางกลับขมอเตอร์ไซต์อย่าให้มีรถใหญ่ มาชนตูดเอานะค่ะ ขอให้การเดินทางท่องเที่ยวทั่วไทย ไปไกลนอกโลกของเดี๊ยนเป็นไปโดยสวัสดิภาพ
 ก่อนกลับแวะไหว้พระธาตุอีกครั้งค่ะ ขอให้เดินทางกลับขมอเตอร์ไซต์อย่าให้มีรถใหญ่ มาชนตูดเอานะค่ะ ขอให้การเดินทางท่องเที่ยวทั่วไทย ไปไกลนอกโลกของเดี๊ยนเป็นไปโดยสวัสดิภาพ
เก็บตกใหนก็แวะมาทั้งที ขอมาศึกษาให้อะไรดีให้เข้าสมองสักหน่อย แวะมาอ้อยสร้อยเดินชมพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงวัตถุโบราณขององค์พระธาตุพนมให้ได้ชื่นชมกันค่ะ
ภายในก็แสดงวัตถุโบราณและเรื่องราวประวัติความเป็นมาขององค์พระธาตุให้ได้เรียนรู้กันมากมายค่ะ โดยแสดงวัตถุโบราณไว้ในตู้ และบอกเล่าประวัติให้ได้อ่านกันอยา่งน่าสนใจค่ะ
ดูตู้นี้แสดงภาพครั้งพระธาตุพนมองค์เดิมพังทลายลงมา
ตู้แสดงพระพุทธรูปโบราณหลายองค์ แต่ละองค์เก่าแก่ ตั้งแต่สมัยอาณาจักรล้านช้าง จนต้องใส่ตู้กรงไว้ ป้องกันมิจฉาชีพมาลักขโมยไปนะค่ะ
ถือเป็นจุดแสดงวัตถุที่บ่งบอกเรื่องรายที่มีคุณค่าให้ได้เรียนรู้และศึกษากันไว้อย่างดีเยี่ยมเลยค่ะ
 ระหว่างขับมอเตอร์ไซต์จะกลับเข้าสู่เมืองนครพนม ก็เห็นคนโบกขายผลไม้ริมทาง เลยแวะไปอุดหนุนสักหน่อย พอเข้าไปดูใกล้ๆ เอ้าเป็นร้านขายลิ้นจี่เป็นพวงโตเชียวค่ะ เห็นขายแบบนี้แล้วนึกก็ถึง ลิ้นจี่แม่กลอง ที่สมุทรสงครามนะค่ะ ที่เดียวนี้ไม่ค่อยจะมีให้ทานแล้วค่ะ ขายริมทางแบบนี้เหมือนกันค่ะ.... ใหนก็แวะจอดทั้งที คนขายก็แกะลิ้นจี่ให้เดี๊ยนลิ้มลอง พอได้ทานก็หวานอร่อยดีนะ มานครพนมไม่คิดว่าจะมีลิ่นจี่ให้ทานนะค่ะ ขายกันเบิกบานริมทางในเดือนเมษายนค่ะ เดี๊ยนเลยซื้อไป 1 พวง กิโลละ 100 บาทพอดีค่ะ อุดหนุนช่วยชาวบ้านให้มีรายได้ค่ะ
 ระหว่างขับมอเตอร์ไซต์จะกลับเข้าสู่เมืองนครพนม ก็เห็นคนโบกขายผลไม้ริมทาง เลยแวะไปอุดหนุนสักหน่อย พอเข้าไปดูใกล้ๆ เอ้าเป็นร้านขายลิ้นจี่เป็นพวงโตเชียวค่ะ เห็นขายแบบนี้แล้วนึกก็ถึง ลิ้นจี่แม่กลอง ที่สมุทรสงครามนะค่ะ ที่เดียวนี้ไม่ค่อยจะมีให้ทานแล้วค่ะ ขายริมทางแบบนี้เหมือนกันค่ะ.... ใหนก็แวะจอดทั้งที คนขายก็แกะลิ้นจี่ให้เดี๊ยนลิ้มลอง พอได้ทานก็หวานอร่อยดีนะ มานครพนมไม่คิดว่าจะมีลิ่นจี่ให้ทานนะค่ะ ขายกันเบิกบานริมทางในเดือนเมษายนค่ะ เดี๊ยนเลยซื้อไป 1 พวง กิโลละ 100 บาทพอดีค่ะ อุดหนุนช่วยชาวบ้านให้มีรายได้ค่ะ 
 เดี๊ยนขับมอเตอร์ไซต์ท่ามกลางแสงแดดอนร้อนระอุ สปีดขับมาอย่างรวดเร็วเข้ามาในเมืองนคร แวะมาพักค้างคืนสุดท้ายที่โรงแรม เดอะริเว่อร์ค่ะ
 เข้าไปเช็คอินน์ที่พัก ได้คีย์การ์ดมา มีบัตรส่วนลดให้ด้วย 10% หากทานอาหารเย็นที่โรงแรมค่ะ
 ห้องพักคืนนี้ เหมาะสมกับราคาค่ะ จองผ่าน agoda จ่ายไปคืนละ 1030 บาท รวมอาหารเช้า ห้องพักหรูเริ่ด มีระเบียง มองเห็นวิวแม่น้ำโขง สวยงามชนะเลิศค่ะ
 ห้องนอนสะอาดสะอ้าน พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสบาย มีทีวี แอร์ ตู้เย็น  รองเท้าสลิปเปอร์ ห้องน้ำในตัว มีไดร์เป่าผม ครบครันค่ะ
มีโต๊ะให้นั่งทำงาน ให้มองวิวแม่น้ำแสนจะร้าวรานถึงดวงฤทัย นั่งแทะลิ้นจี่กินหวานฉ่ำอยู่ร่ำไป งามวิไลเริ่ดสะแมนแตนยิ่งนักเชียวค่ะ
มองไปก็เห็นวิวแม่น้ำโขงนะค่ะ เสียดายตรงลานทางเดินนี้น่าจะเป็นสระว่ายน้ำ บรรยากาศคงดีเริ่ดเว่อร์ น่าลงไปว่า่ยเล่นเว่อร์ค่ะ
ได้เพลาเที่ยวในตัวเมืองนครพนมแล้วค่ะ  เดี๊ยนเลยขับมอไซต์ออกจากที่พัก มาตึ๊กตี๊ก ตั๊กตั๊ก ให้คึกคักสักหน่อย แว๊นมาสอยเก็บดูตามสถานที่ท่องเที่ยวในตัวเมืองนครพนม ให้สุขสมดั่งอุราค่ะ
บ่ายนี้เริ่มที่แรกเลย ขับมอเตอร์ไซต์แว๊นจากที่พักมาไม่ไกล แวะมาวัดมหาธาตุ วัดสำคัญอีกแห่งในตัวเมืองนครพนมค่ะ
ข้อมูลน่ารู้เกียวกับ วัดมหาธาตุ ตั้งอยู่บนถนนสุนทรวิจิตร วัดมหาธาตุสร้างขึ้นในปี พ.ศ.1150 โดยพระยามหาอำมาตย์ (ป้อม) แม่ทัพใหญ่ที่มาจากเวียงจันทร์ มีพระธาตุนครลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสกว้างประมาณ 5.85 เมตร สูงประมาณ24 เมตร เป็นปูชนียสถานสำคัญประดิษฐานอยู่ ซึ่งเป็นพระธาตุประจำผู้ที่เกิดวันเสาร์ เชื่อกันว่าผู้ที่มานม้สการพระธาตุแห่งนี้ จะได้รับอานิสงค์เสริมบารมีและมีอำนาจวาสนาเป็นเจ้าคนนายคนและยังมีโบสถ์เก่าแก่สวยงามมาก
ขอขอบพระคุณข้อมูลดีๆจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
หลังจากออกจากวัดมหาธาตุ ก็แว๊นๆมาจุดชิค แอนด์ ชิลอีกแห่งที่เป็นจุดเช็คอินน์ เหล่าเด็กน้อยวัยรุ่นเด็กแนว ต้องมาแซวผู้บ่าว ผู้สาว ถ่ายรูปให้ขาวพรุ้งพรุ้งกั้น ณ จุดแห่งนี้ค่ะ ที่ลานถนนคนเดิน ซึ่งในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ถนนสายนคราแห่งธานีแห่งนี้ก็จะถูกยวนยีแปลงร่างเป็นถนนคนเดิน ขายอาหารการกิน ของฝาก มีให้เลือกมากมายให้ซื้อหากันค่ะ
หลังจากออกจากวัดมหาธาตุ ก็แว๊นๆมาจุดชิค แอนด์ ชิลอีกแห่งที่เป็นจุดเช็คอินน์ เหล่าเด็กน้อยวัยรุ่นเด็กแนว ต้องมาแซวผู้บ่าว ผู้สาว ถ่ายรูปให้ขาวพรุ้งพรุ้งกั้น ณ จุดแห่งนี้ค่ะ ที่ลานถนนคนเดิน ซึ่งในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ถนนสายนคราแห่งธานีแห่งนี้ก็จะถูกยวนยีแปลงร่างเป็นถนนคนเดิน ขายอาหารการกิน ของฝาก มีให้เลือกมากมายให้ซื้อหากันค่ะ 
 หอนาฬิกาเวียดนามอนุสรณ์ เป็นสถานที่อีกแห่งที่ใครไปใครมาเมืองนครพนมก็ต้องมาถ่ายรูปกันค่ะ เนื่องจากเป็นสิ่งที่ชาวเวียดนามสร้างไว้เป็นอนุสรณ์แก่ชาวนครพนม เมื่อคราวย้านกลับปตุภูมิประเทศเวียดนาม สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2503
ลัดเลาะมาถนนเลียบแม่น้ำโขงสายเดิม ขับมอเตอร์ไซต์มาอีกนิดก็จะถึงจวนผู้ว่าเก่า แหล่งท่องเที่ยวและสถาปัตยกรรมสวยงามอีกแห่งในเมืองนครพนม ค่าธรรมเนียมเข้าคนละ 20 บาทค่ะ
ข้อมูลน่ารู้เกียวกับ พิพิธภัณฑ์ จวนผู้ว่าเก่าเมืองนครพนม เป็นสถาปัตยกรรมแบบตะวันตก ได้รับอิทธิพลการก่อสร้างจากฝรั่งเศษช่วงสมัยสงครามอินโดจีน มีอายุเก่าแก่มากแต่ภายในจัดแสดงเกียวกับเรื่องราวของจังหวัดนครพนม ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน รวมถึงประเพณีไหลเรือไฟหนึ่งเดียวของประเทศไทยด้วย เปิดบริการให้นักท่องเที่ยวเข้าชม วันพุธ-อาทิตย์ เวลา 9.00-17.00 น
 เข้ามาในห้องนี้ ก็จะเป็นธรรมเนียบท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน
มองมาเห็นตุ๊กตาชนเผ่าต่างๆในนครพนม ที่นำมาแต่งองค์ทรงเครื่องเป็นชุดประจำท้องถิ่นได้อย่างสวยสดงดงาม น่ารัก พรุ้งพริ้ง มุ้งมิ้งกุ่งกิ้งเชียวค่ะ
แต่ชนเผ่าที่โดดเด่นที่สุดเห็นจะเป็นชาวผู้ไท ที่งามวิไลใส่ชุดน้ำเงิน ผู้สาวเกล้าผมมวย หน้าสวยรวยระรินเชียวค่ะ
ห้องศูนย์ศิลปชีพ 
ส่วนห้องนี้เป็นห้องที่ในหลวงและพระราชินีเคยเสด็จประทับขณะมาเยี่ยมเยียนพสกนิกรชาวไทยเมื่อปี 2498 ค่ะ 
 ภาพเก่าบอกเล่าเรื่องราวเมื่อครั้งในหลวง กับพระราชินี เสด็จมานครพนมเมื่อปี พ.ศ.2498 นานมากๆค่ะ
 ผู้สาวผิวสวย เกล้าผมมวย กำลังร่ายรำด้วยท่วงท่าที่งดงามต้อนรับในหลวงและพระราชินี ครันเสด็จมาเยือนเมืองนี้ เป็นภาพที่น่าประทับใจยิ่งนักค่ะ
 นอกจากนี้ยังมีห้องจัดแสดงต่างๆที่น่าสนใจมากมายค่ะ
 หลังจากที่ได้ชมจวนผู้ว่าเก่าไปแล้ว ขับมอเตอร์ไซต์เลียบเลาะถนนริมแม่น้ำโขงมา ก็จะได้พบกับวัดนักบุญอันนา
วัดคริสต์สวยงามอีกแห่งในเมืองนครพนม ตั้งอยู่ถนนสุนทรวิจิตร เลียบเขื่อนหน้าเมืองนครพนม  สร้างขึ้นใน ค.ศ.1926  โดยคุณพ่อเอทัวร์ นำลาภ อธิการโบสถ์ วัดนักบุญอันนาเป็นสัญญาลักษณ์แสดงความเป็นเมืองที่มีคนหลายเชื้อชาติอาศัยอยู่ เป็นสถาปัตยกรรมที่สวยงามแปลกตา ในช่วงก่อนวันคริสต์มาส ชาวคริสแต่ละชุมชนจะประดิษฐ์ดาวรูปแบบต่างๆแล้วแห่มารวมกันไว้ที่นี่
โฮ้ตึกนี้ก็เก่าใช่ย่อยค่ะ มีเลขสลักปักฐานไว้ในตึก น่าจะสร้างตั้งแต่ปี 1952 กระมังค่ะ นานมากๆค่ะ
เดี๊ยนขับมอเตอร์ไซต์เลียบเลาะมาถนนริมสันเขื่อนเมืองนครพนม มาหยุดชะงักกับท้องฟ้าที่มืดมัวดิน เดี๊ยนว่าฝนต้องตกลงแน่ๆค่ะ เลยขอหาที่หลบฝนสักหน่อยค่ะ
ตรงหอนาฬิกา เวียดนามอนุสรณ์ก็มีตึกเก่าให้ชมอยู่หลายแห่ง อย่างเช่นตึกนี้ ใครมาเดินฉิมพลี ก็ไม่พลาดแวะเดินถ่ายย่างกรายชมกันค่ะ
 ร้านขายอาหารการกินริมทาง และร้านค๊อฟฟี่ช๊อปนั่งดื่มแบบชิวๆก็มีให้เลือกมากมาย
มองไปฝนตกแล้วค๊า 
 เดี๊ยนขับมอเตอร์ไซต์แวะมานั่งหลบฝนที่ร้าน coffee wing เข้ามาในร้านก็ตกแต่งด้วยตุ๊กตุ๋นตุ๊ก ลั๊นลาน่ารักเชียวค่ะ
 สั่งขนมปังทานคู่กับไอศกรีมวนิลามาลิ้มลองสักหน่อยค่ะ จัดมาอย่างอลังเลยค่ะ ของหวานที่เต็มไปด้วยน้ำตาลและกลูโกสช่วยเพิ่มช้นไขมันในเนื้อหนังมังสาได้ดีนักเชียวค่ะ
นั่งดื่มชาร้อน กับอาการร้อน รู้สึกว่ามันจะไม่เข้ากันเอาเสียเลยนะค่ะ แต่เดี๊ยนก็ชอบทานคู่กันค่ะ ไอศกรีมเย็นทานคู่กับชามะลิหอมค่ะ 
จัดมาอย่างอลังเลยค่ะ ของหวานที่เต็มไปด้วยน้ำตาลและกลูโกสช่วยเพิ่มช้นไขมันในเนื้อหนังมังสาได้ดีนักเชียวค่ะ
 หลังที่ได้ทานขนมจนพุงปลิ้นแล้วนะค่ะ เดี๊ยนก็ขับมอเตอรไซต์ให้กระเพาะค่อยๆย่อยอาหาร มาเดินร้าวรานชมบ้านลุงโฮค่ะ ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองนครพนม 5 กิโลเมตรค่ะ
ข้อมูลเกียวกับบ้านลุงโฮ หรือชื่อเต็ม อดีตที่พำนักของประธานโฮจิมินห์ที่บ้านนาจอก (บ้านจำลองของประธานโฮจิมินห์)
เป็นสถานที่ซึ่งในอดีต ท่านประธานโฮจิมินห์เคยมาพำนักพักอาศัยที่บานนาจอกแห่งนี้ ภายในบริเวณเป็นบ้านพักจำลองและจัดแสดงภาพถ่ายการทำงานของท่านในอดีต สิ่งของเครื่องใช้ในช่วงที่ท่านพำนักอยู่เมื่อปี 2471-2472 และยังมีต้นมะพร้าวและต้นมะเฟืองที่ท่านปลูกไว้ ที่ยังคงมีให้เห็นชมอยู่ถึงปัจจุบัน นอกจากนั้นบริเวณภายในยังร่มรื่นย์ด้วยไม้ดอกไม้ประดับนานาพรรณและมีสินค้าที่ระลึกไว้จำหน่ายแก่นักท่องเที่ยวที่เข้ามาเยี่ยมชม โด
อาคารหลังนี้น่าจะป็นยุ้งข้าวค่ะ
ต้นมะเฟืองที่ปลูกโดยท่านโฮจิมินห์ในระหว่างที่พักอาศัย
ที่บ้านลุงโฮ สร้างได้เรียบง่ายดีค่ะ รอบๆก็เต็มไปด้วยต้นไม้และดอกไม้ดูร่มรื่นย์ชื่นสบายดีมากๆค่ะ
ค่ะและหลังจากที่เดี๊ยนได้ไปชมบ้านลุงโฮแล้ว แหงนดูนาฬิกาในข้อมือ ใกล้จะ 5 โมงเย็นแล้วค่ะ เดี๊ยนเลยแว๊นมอเตอร์ไซต์ สปีดขับจากยานชานเมืองเข้ามาในเมือง เพื่อให้ทันเวลานั่งเรือชมทัศนียภาพสองฝั่งโขง เชื่อมโยงไทยลาวค่ะ  โดยท่าเรืออยู่ตรงข้ามกับตลาดอินโดจีนเลยค่ะ
มาขึ้นท่าเรือทันเวลาพอดีเลยค่ะ 
โดยเรือโดยสารที่นั่งชมวิวนี้ เป็นของเทศบาลนครพนมค่ะ เรือจะออกทุกวัน เวลา 17 นาฬิกาค่ะ แต่เห็นวิทยากรบนเรือบอกเรือออก 7.15 นาที สงสัยรอผู้โดยสารที่จะมาช้ากระมังค่ะ การนั่งเรือล่องแม่น้ำโขงใช้เวลา 1 ชั่วโมงนิดๆค่ะ
ค่าโดยสารบนเรือท่องเที่ยวชมวิวแม่น้ำโขง 50 บาทค่ะ
เดี๊ยนขึ้นไปนั่งบนด้านบเรือค่ะ บรรยากาศดีกว่าด้านล่างนะค่ะ อากาศปลอดโปร่งโล่งสบายดีค่ะ
ตลอดการนั่งเรือจะได้ฟังคำบรรยายจากวิทยากร ชาวนครพนม ที่บอกเล่าเรื่องราวสถานที่ผ่านตรงนั้น ตรงนี้ วิทยากรที่บรรยายบนเรือพูดคุยได้สนุกสนาน มีมุกตลกขบขันเป็นภาษาอีสาน เร้ารานดวงฤทัย ชวนให้เคลิบเคลิ้มและหลงไหลตลอดการนั่งเรือค่ะ

นั่งเรือมาผ่านหอนาฬิกาอนุสรณ์เวียดนาม เห็นอาคารบ้านเรือน ตึกรางบ้านช่องไม้เก่าติดริมน้ำ สวยงามจริงๆค่ะ
บรรยากาศการล่องเรือริมแม่น้ำโขง  เรือค่อยๆแล่นไปเรื่อยๆ ก็จะผ่านจุดนั้น จุดนี้ นั่งเรือรับลมในช่วงยามเย็นหลังจากที่ฝนเพิ่งหยุดตก ลมพัดเย็นสบายอุราจริงๆเจ้าข้าเอ้ย
ลัดล่องท่องมาได้ประมาณ ครึ่งชั่วโมง พระอาทิตย์ก็เริ่มจะอัศดงลงเรื่อยแล้วค่ะ
ไม่นานนักก็มีพี่ผู้หญิงบนเรือทันหนึง นำกลีบดอกดาวเรืองมาให้ผู้โดยสารบนเรือ ได้มาอธิฐานจิตโปรยดอกไม้ลงแม่น้ำโขงกันค่ะ
ถ่ายภาพนี้ไม่ทันดอกไม้ร่วงลงไปในแม่น้ำหมดแล้วค่ะ
บรรยากาศเห็นวิถีชีวิตของชาวไทย และชาวลาว กำลังสุขสกาว สาวหาปลาในแม่น้ำอันกว้างใหญ่แห่งนี้อยู่ค่ะ มีภาพฉากวิวด้านหลังเป็นภูเขาหินปูนสูงใหญ่สลับซับซ้อนแต่ไม่ซ้อนเงื่อน สวยงามมากค่ะ มีนักท่องเที่ยวชาวลาวขึ้นมาบนเรือบอกว่า เมื่อมาเที่ยวฝั่งนครพนมได้ยลโฉมมองไปยังประเทศลาว ช่วงสวยงามแพรวพราวดุจภาพวาดพู่กันจีนเสียจริงๆเด้อค๊า
บรรยากาศเห็นวิถีชีวิตของชาวไทย และชาวลาว กำลังสุขสกาว สาวหาปลาในแม่น้ำอันกว้างใหญ่แห่งนี้อยู่ค่ะ มีภาพฉากวิวด้านหลังเป็นภูเขาหินปูนสูงใหญ่สลับซับซ้อนแต่ไม่ซ้อนเงื่อน สวยงามมากค่ะ มีนักท่องเที่ยวชาวลาวขึ้นมาบนเรือบอกว่า เมื่อมาเที่ยวฝั่งนครพนมได้ยลโฉมมองไปยังประเทศลาว ช่วงสวยงามแพรวพราวดุจภาพวาดพู่กันจีนเสียจริงๆเด้อค๊า
เรือขับไปไม่นานก็วนเทียบใกล้ชายฝั่งเมืองท่าแขก ประเทศลาว เห็นเมืองท่าแขก

มองไปฝั่งประเทศไทย ก็เห็นมีวัดวาอารามและตึกรามบ้านช่องสวยงามตามสมัยนิยมค่ะ
นั่งเรือมาก็ไม่พลาดเลยค่ะ ตอนแรกคิดว่าฟ้าต้องปิดเป็นแน่แท้ ในที่สุดก็โชคดี ให้เห็นพระอาทิตย์กำลังจะอัสดงลงแลลับสู่ขอบฟ้า สาดส่องแสงระย้าไปสีทองผุดผ่องเป็นยองใย สว่างสดใสสวยแพรวพราว สุขสกาวรุ่งโรจน์ยิ่งนักแลค่ะ
นั่งเรือมาก็ไม่พลาดเลยค่ะ ตอนแรกคิดว่าฟ้าต้องปิดเป็นแน่แท้ ในที่สุดก็โชคดี ให้เห็นพระอาทิตย์กำลังจะอัสดงลงแลลับสู่ขอบฟ้า สาดส่องแสงระย้าไปสีทองผุดผ่องเป็นยองใย สว่างสดใสสวยแพรวพราว สุขสกาวรุ่งโรจน์ยิ่งนักแลค่ะ
นั่งเรือ 1 ชั่วโมงพอดีก็ผ่านเห็นพญาศรีสัตตนาคราช กำลังพ่นน้ำลงสู่แม่น้ำโขงค่ะ
นั่งเรือ 1 ชั่วโมงพอดีก็ผ่านเห็นพญาศรีสัตตนาคราช กำลังพ่นน้ำลงสู่แม่น้ำโขงค่ะ

หมดเวลาแล้วค่ะ เรือก็มาจอดเทียบท่า ณ ที่เดิม นั่งเรือริมแม่น้ำโขงที่นครพนมเนี่ยชอบมากๆค่ะ ชอบวิทยากรบนเรือ บรรยากาศได้โหด มันส์ ฮา ลั๊นลาจับใจ ใส่ความรู้ ชูสมอง ประลองปัญญาล้ำเลิศ ตะเลิดไปถึงทรวง ยิ่งกว่ากินมะม่วงอกร่วงอีกนะค่ะ วันหลังหากมีเพลาจะกลับมาลั๊นลาลอยละล่องท่องเรือชมฝั่งโขง เชื่อมโยงไทยลาวอีกนะ
ว้าๆ..หมดเวลาแล้วค่ะ เรือก็มาจอดเทียบท่า ณ ที่เดิม นั่งเรือริมแม่น้ำโขงที่นครพนมเนี่ยชอบมากๆค่ะ ชอบวิทยากรบนเรือ บรรยากาศได้โหด มันส์ ฮา ลั๊นลาจับใจ ใส่ความรู้ ชูสมอง ประลองปัญญาล้ำเลิศ ตะเลิดไปถึงทรวง ยิ่งกว่ากินมะม่วงอกร่วงอีกนะค่ะ วันหลังหากมีเพลาจะกลับมาลั๊นลาลอยละล่องท่องเรือชมฝั่งโขง เชื่อมโยงไทยลาวอีกนะ
ไม่พลาดลงเรือเสร็จก็มากราบไหว้พญาศรีสัตตนาคราช ยิ่งช่วงที่ลานอันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ นักท่องเที่ยวก็เยอะมากๆค่ะ
ล่องเรือเสร็จ กระเพาะอาหารก็เริ่มเรียกน้ำย่อย ได้เวลาออกไปสอยหาอะไรทานแล้วค่ะ ะ แวะไปที่ร้านเซียมแหนมเนือง ร้านสีแดงติดถนนใหญ่ มื้อนี้เดี๊ยนเลยขอจัดเบาๆค่ะ เน้นเมนูกินผัก กินหญ้ากับอาหารอร่อยที่ไม่พลาดเมื่อมาได้เยือนเมืองนี้คือ แหนมเนืองค่ะ อาหารของชาวเวียดนาม ที่หอบเอาวัฒนธรรมการกินมาตั้งรกราก ปักฐาน ทำอาหารขายจนเป็นอาหารขึ้นชื่อลือชา ประจำจังหวัดนครพนมไปเสียแล้วค่ะ
อาหารเย็นมื้อนี้จัดเบาๆ ชุดเล็ก จะทานคนเดียวหมดใหม๊ค่ะ 5 ไม้ แต่ก็จะทานไปเรื่อยๆค่ะ เครื่องเคียงแบบมาตรฐานค่ะ มีพริก กระเทียม แตงกวา กล้วยดิบ มะม่วง พริกสดหั่น และผักกาดหอม และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ ใบสะระแหน่กับผักแพ้ว ผัก 2 อย่างนี้ขาดไม่ได้จริงๆ ไม่งั้นกินไปเหมือนไม่ได้กินแหนมเนืองค่ะ แต่เดี๊ยนเคยไปทานที่อุดร มีมะเฟือง มะนาวให้ด้วยนะค่ะ
ลองลิ้มชิมทานดูสิ อร่อยหมด....พอทานแล้วก็ อืมอร่อยมากๆค่ะ แต่ขาดความเปรี้ยวไปนิด ถ้ามีมะเฟืองมาสะกิดลิ้นสักหน่อย อร่อยเริ่ดมากๆค่ะ
หลังจากได้ทานอาหารอิ่มแล้วก็กลับเข้าที่พัก ไปนั่งเคลียงานจนเสร็จ ก่อนจะนอนพักหลับฝันนิมิตรเห็นพญานาคกำลังแหวกว่ายอยู่ในแห่งสายธารธาราแม่โขง เชื่อมโยงไทยลาว กำลังสุขสกาวตลอดคืน
----------------------------------------------------------------------------------------------------
วันที่ 3 วันสุดท้ายของทริปท่องเที่ยวเมืองนครพนมแล้วค่ะ..... เดี๊ยนตื่นนอนจากพวังแต่เช้าตรู่ค่ะ เปิดหน้าตาออกมาดู เห็นพระอาทิตย์กำลังจะอัศเจรีย์สาดสีทอแสงส่องขอบฟ้าให้รู้ว่าเป็นวันใหม่แล้วนะค่ะ
วันที่ 3 วันสุดท้ายของทริปท่องเที่ยวเมืองนครพนมแล้วค่ะ..... เดี๊ยนตื่นนอนจากพวังแต่เช้าตรู่ค่ะ เปิดหน้าตาออกมาดู เห็นพระอาทิตย์กำลังจะอัศเจรีย์สาดสีทอแสงส่องขอบฟ้าให้รู้ว่าเป็นวันใหม่แล้วนะค่ะ
 หลังจากที่ได้ทำภารกิจเสร็จ ก็ได้เพลาทานอาหารเช้าที่โรงแรมเดอะริเว่อร์แล้วค่ะ อาหารเช้าที่โรงแรมนี้เป็นแบบุฟเฟต์มีให้เลือกทานหลายอย่าง เสียดายไม่ได้ถ่ายมาค่ะ เพราะอัลไซเมอร์กินสมองทั้งสองซีกค่ะ เลยมั่วแต่หยิบชา น้ำดื่ม และอาหารที่จะเลือกทานของตัวเองค่ะ
มื้อเช้าขอจัดเบาๆค่ะ เพราะเมื่อคืนนี้จัดหนักไปกับแหนมเนือง ยังเต็มกระเพาะย่อยยังไม่สนิทเลยค่ะ รู้สึกว่ามาได้มาเที่่ยวทีไร เดี๊ยนจะต้องอ้วนขึ้นกว่าตอนทำงานในกรุงเทพอีกนะค่ะ
แวะทานอาหารเสร็จ เดินมาย่อยอาหารไปชมบรรยากาศริมแม่น้ำโขงค่ะ
เดินไปหลังโรงแรมมีทางเดินลงไปแม่น้ำโขง
มีโป๊กเรือไว้ค่อยท่า เดี๊ยนเลยลั๊นลาไปเชยชม เห็นคนกำลังหาปลา มีความสุขลั๊นลายิ่งนักเชียวค่ะ
มีโป๊กเรือไว้ค่อยท่า เดี๊ยนเลยลั๊นลาไปเชยชม เห็นคนกำลังหาปลา มีความสุขลั๊นลายิ่งนักเชียวค่ะ
จากนั้นก็กลับเข้าห้องพัก เช้านี้คงไม่ได้ไปใหน มาทำงานลุยกองไฟอยู่ในห้องพักเนี่ยแหละค่ะ  ก่อนจะเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเป้ เตรียมเฮโลเช็คเอาท์ออกจากที่พักช่วงเที่ยงค่ะ
เดี๊ยนเช็คเอาท์ออกจากที่พัก ก็แบกกระเป๋าเป้ใส่หลังเข้ามาในเมือง ช่วงประมาณบ่ายโมงก็มาทานอาหารเทียงค่ะ มื้อนี้มาจัดอาหารเบาๆค่ะ กับปอเปี๊ยะสดที่ร้านพรเทพอาหารเช้า รสชาติปอเปี๊ยะอร่อยดีค่ะ
 และใกล้ก็มีร้านขายของฝากอยู่ติดกัน เดี๊ยนเลยไม่พลาดต้องแวะซื้อขนมนมเนย หมูยง หมูยอ ไปฝากคนที่บ้านและที่ทำงานด้วยค่ะ
หลังจากทานอาหารเที่ยงเสร็จ เดี๊ยนก็ขับมอเตอรไซต์ที่เช่าไปคืนที่ร้านทีวียนต์ ในเมืองนครพนม ก่อนจะเดินแบกเป้ ทามกลางอากาศอันร้อนรุ่ม เหงื่อสุ่มท่วมตัว มานั่งพักรับลมนัวๆ ดื่มชานมเย็นๆที่ร้านชูใจริมแม่น้ำโขง ใกล้ถนนคนเดิน ตรงหอนาฬิกาเวียดนามอนุสรณ์ค่ะ
เวลาบ่าย 3 โมงได้เพลาต้องเดินทางกลับแล้วค่ะ ตอนกลับนั่งรถแท๊กซี่กลับค่ะ ทางร้านก็ใจดีบริการเรียกรถแท๊กซี่ให้ค่ะ ตอนแรกเดี๊ยนกะว่าจะนั่งรถ 3 ล้อไป แต่ทางร้านขายเครื่องดื่มบอกว่าแนะนำให้นั่งแท๊กซี่เพราะราคาประหยัดกว่าค่ะ และอีกอย่างมีแอร์เย็นให้ด้วย เลยจัดไปค่ะ นั่งรถแท๊กซี่ออกจากตัวเมืองประมาณบ่าย 3 โมงกว่าๆ มุ่งหน้าไปยังสนามบินที่ไกลออกจากเมืองนครไปอีก 15 กิโลค่ะ
ถึงสนามบินนครพนม เข้าไปเช็คอินน์ที่สนามบิน นั่งเครื่องบินจากเมืองนครพนม เดินทางกลับถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ จบทริปเที่ยวนครพนม เดือนเมษายนประจำปี 2560 ค่ะ 

สำหรับรีวิวการเดินทางท่องเที่ยวเมืองนครพนมในครั้งนี้ เดี๊ยนต้องขอขอบพระคุณชาวนครพนมที่ช่วยแนะนำเส้นทาง และร้านอาหารการกินให้เดี๊ยนได้ตะลุยขับมอเตอร์ไซต์แว๊นไปในครั้งนี้ค่ะ และต้องขอบพระคุณผู้อ่านทุกๆท่านนะค่ะ ที่เสียสละเวลาอันมีค่า มาเปิดอ่านดูบล็อกแนวๆกากของเดี๊ยนในครั้งนี้ หากบทความรีวิวท่องเที่ยวนครพนมในเว็ปบล็อกนี้ มีข้อผิดพลาด ชื่อ อักขระพิมพ์ผิด ตกๆหล่นๆประการใด เดี๊ยนเองต้องกราบขออภัยคุณผู้อ่านทุกๆท่านมา ณ ที่นี้ด้วยนะค่ะ 
ขอบพระคุณค่ะ
จากคุณนายเว่อร์ เทอร์ชอบเที่ยวกินนอน
บล็อกเกอร์สมัครเล่น 
http://khunnaiver.blogspot.com/2016/06/blog-post_6.htmlhttp://khunnaiver.blogspot.com/2016/08/20.html
http://khunnaiver.blogspot.com/2015/09/blog-post_13.htmlhttp://khunnaiver.blogspot.com/2016/06/blog-post.html
http://khunnaiver.blogspot.com/2015/11/blog-post_13.htmlhttp://khunnaiver.blogspot.com/2015/11/blog-post_18.html

http://khunnaiver.blogspot.com/2015/12/blog-post.htmlhttp://khunnaiver.blogspot.com/2015/12/blog-post_3.html

http://khunnaiver.blogspot.com/2015/10/blog-post_3.htmlhttp://khunnaiver.blogspot.com/2015/10/blog-post_31.html

http://khunnaiver.blogspot.com/2015/09/blog-post_10.htmlhttp://khunnaiver.blogspot.com/2015/08/bts.html

http://khunnaiver.blogspot.com/2015/09/blog-post_18.htmlhttp://khunnaiver.blogspot.com/2015/09/blog-post_13.html

http://khunnaiver.blogspot.com/2015/09/blog-post_5.htmlhttp://khunnaiver.blogspot.com/2015/09/blog-post_19.html

http://khunnaiver.blogspot.com/2015/10/blog-post_8.htmlhttp://khunnaiver.blogspot.com/2015/10/blog-post_23.html


รีวิวเที่ยวนครพนม นั่งเรือรับลมชมวิวแม่น้ำโขง เชื่อมโยงไทยลาว สวยสกาวองค์พระธาตุ เด่นผงาดสูงเสียดฟ้า นั่งกินปลาร้าแซ่บอีหลีเด้อค๊า  รีวิวเที่ยวนครพนม นั่งเรือรับลมชมวิวแม่น้ำโขง เชื่อมโยงไทยลาว สวยสกาวองค์พระธาตุ เด่นผงาดสูงเสียดฟ้า นั่งกินปลาร้าแซ่บอีหลีเด้อค๊า Reviewed by Khunnaiver blog on 09:00:00 Rating: 5

ไม่มีความคิดเห็น:

ขับเคลื่อนโดย Blogger.