![]() |
| เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ เขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท สำคัญแค่ใหน มีที่มาอย่างไร นำมาให้อ่านกันจ้า |
สวัสดีเพื่อนๆคุณผู้อ่านและเหล่านักรักการทัศนาจร อรชร อ้อนแอ้น สุดสะแนน แสนโสภา ช่ะช่ะช่าหัวใจทุกๆคนค่ะ กลับมาพบกันอีกครั้งกับบทความบล็อกแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองไทย ที่จะสรรหาสาระน่ารู้เล็กๆน้อยพร้อมภาพประกอบมาให้ได้อ่านฆ่าเวลากัน และในบทความนี้ ขอพาเพื่อนๆไปเที่ยวชมเขื่อนเจ้าพระยา อีกหนึ่งเขื่อนสำคัญในภาคกลาง ที่รองรับมวลน้ำมหาศาลจากแม่น้ำทั้ง 5 สาย ไม่ว่าจะเป็นแม่น้ำปิง วัง ยม น่าน ที่ไหลมาจากจังหวัดนครสวรรค์ ก่อนผันน้ำลงแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าสู่กรุงเทพและอ่าวไทย ซึ่งเขื่อนแห่งนี้มีประวัติน่าสนใจอย่างไร นำมาให้อ่านเป็นความรู้กันค่ะ
ถ้าพูดถึง เขื่อนเจ้าพระยา หลายคนอาจนึกถึงสถานที่ท่องเที่ยวริมแม่น้ำในจังหวัดชัยนาท แต่ในความเป็นจริงแล้ว ที่นี่มีความสำคัญมากกว่านั้น เพราะเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย
เขื่อนแห่งนี้เป็น “เขื่อนทดน้ำขนาดใหญ่แห่งแรกของประเทศไทย” และเป็นจุดสำคัญในการควบคุมระดับน้ำและกระจายน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าสู่ระบบชลประทาน ก่อนส่งต่อไปยังพื้นที่เกษตรกรรมและพื้นที่ต่าง ๆ ในภาคกลาง
ที่สำคัญคือ เขื่อนเจ้าพระยาไม่ใช่เขื่อนเก็บน้ำขนาดใหญ่แบบเขื่อนภูมิพลหรือเขื่อนสิริกิติ์ แต่เป็น “เขื่อนทดน้ำ” หรือ barrage ซึ่งหน้าที่หลักคือยกระดับและควบคุมการไหลของน้ำ แล้วบริหารน้ำเข้าสู่ระบบคลองชลประทาน
| 1. เขื่อนเจ้าพระยาอยู่ที่ไหน? |
1. เขื่อนเจ้าพระยาอยู่ที่ไหน?
เขื่อนเจ้าพระยา ตั้งอยู่บริเวณ คุ้งบางกระเบียน ตำบลบางหลวง อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท บนแม่น้ำเจ้าพระยา พื้นที่เขื่อนอยู่ทางตอนเหนือของจังหวัดชัยนาท และเป็นจุดที่แม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่านก่อนที่จะเดินทางต่อเข้าสู่พื้นที่ภาคกลางตอนล่าง
ระยะจากกรุงเทพฯ
ถ้าเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปจังหวัดชัยนาทโดยทางหลวงหมายเลข 32 หรือถนนสายเอเชีย ระยะทางประมาณ 190–200 กิโลเมตร แล้วแต่จุดเริ่มต้นและเส้นทางที่เลือก
ดังนั้น หากถามแบบง่าย ๆ สามารถจำได้ว่า
กรุงเทพฯ ไปยัง เขื่อนเจ้าพระยา ประมาณ 200 กิโลเมตร
ใช้เวลาขับรถโดยทั่วไปประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง–3 ชั่วโมงครึ่ง ขึ้นอยู่กับจุดออกเดินทาง สภาพการจราจร และเส้นทางที่เลือก
| 2. ทำไมจึงต้องสร้างเขื่อนเจ้าพระยา? |
2. ทำไมจึงต้องสร้างเขื่อนเจ้าพระยา?
เรื่องนี้ต้องย้อนกลับไปมากกว่า 100 ปี ประเทศไทยในอดีตพึ่งพาการเพาะปลูกที่อาศัยน้ำฝนเป็นหลัก โดยเฉพาะพื้นที่ราบลุ่มภาคกลาง ซึ่งเป็นพื้นที่เกษตรกรรมสำคัญ
ปัญหาคือ
- ปีไหนฝนตกมาก เกิด น้ำท่วม
- ปีไหนฝนน้อย ทำให้เกิดการ ขาดน้ำ
- การควบคุมระดับน้ำทำได้จำกัด
- ไม่สามารถกระจายน้ำจากแม่น้ำไปยังพื้นที่เกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
จึงเกิดแนวคิดที่จะสร้างระบบชลประทานขนาดใหญ่ เพื่อควบคุมและกระจายน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาไปยังพื้นที่เพาะปลูก
จุดเริ่มต้นสำคัญเกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5
ประมาณ พ.ศ. 2445 นายเย โฮมัน วันเดอร์ไฮเด (J. Homan van der Heide) ผู้เชี่ยวชาญด้านชลประทานชาวดัตช์ ได้เสนอแนวคิดเกี่ยวกับโครงการชลประทานเจ้าพระยาใหญ่ รวมถึงการสร้างเขื่อนทดน้ำบริเวณจังหวัดชัยนาท เพื่อควบคุมและกระจายน้ำ
อย่างไรก็ตาม ในเวลานั้นประเทศไทยยังมีข้อจำกัดด้านงบประมาณและภารกิจพัฒนาประเทศด้านอื่น ทำให้โครงการขนาดใหญ่นี้ยังไม่สามารถก่อสร้างได้ทันที
แนวคิดจึงถูกเก็บไว้เป็นเวลาหลายสิบปี
| 3. เขื่อนเจ้าพระยา เริ่มสร้างเมื่อไหร่? |
3. เขื่อนเจ้าพระยา เริ่มสร้างเมื่อไหร่?
ในที่สุดโครงการ “เจ้าพระยาใหญ่” ได้เริ่มเดินหน้าอย่างจริงจังในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2
กรมชลประทานเริ่มเตรียมงานในประมาณ พ.ศ. 2494
จากนั้น
พ.ศ. 2495 — เริ่มก่อสร้างเขื่อนเจ้าพระยา
และก่อสร้างต่อเนื่องจนแล้วเสร็จในช่วง พ.ศ. 2500
กรมชลประทานระบุว่าโครงการชลประทาน “เจ้าพระยาใหญ่” เริ่มก่อสร้างใน พ.ศ. 2495 และเขื่อนเจ้าพระยาสร้างเสร็จใน พ.ศ. 2500
| 4. วันที่สำคัญที่สุดของเขื่อนเจ้าพระยา |
4. วันที่สำคัญที่สุดของเขื่อนเจ้าพระยา
วันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2500
เป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดเขื่อนเจ้าพระยาอย่างเป็นทางการ
ดังนั้นในปี พ.ศ. 2569 เขื่อนเจ้าพระยามีอายุประมาณ 69 ปีนับจากวันเปิดเขื่อน
![]() |
| วันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2500 เป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดเขื่อนเจ้าพระยาอย่างเป็นทางการ |
และหากนับจากการเริ่มก่อสร้างใน พ.ศ. 2495 ก็เป็นโครงการที่มีประวัติยาวนานกว่า 70 ปี
จังหวัดชัยนาทจึงมีการจัดงาน “เขื่อนเจ้าพระยารำลึก” เพื่อระลึกถึงประวัติศาสตร์ของเขื่อนแห่งนี้เป็นประจำ
| 5. เขื่อนเจ้าพระยาเป็นเขื่อนแบบไหน? ภาพเก่าแรกเริ่มในการสร้างเขื่อนเจ้าพระยาเมื่อปี พ.ศ.2495 |
5. เขื่อนเจ้าพระยาเป็นเขื่อนแบบไหน?
นี่เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก หลายคนเรียกทุกสิ่งที่กั้นแม่น้ำว่า “เขื่อน” แต่ในทางวิศวกรรม เขื่อนเจ้าพระยาเป็นเขื่อนทดน้ำ (Barrage)
กล่าวง่าย ๆ คือ ไม่ได้สร้างขึ้นมาเพื่อกักน้ำปริมาณมหาศาลไว้หลังเขื่อนเป็นหลัก แต่สร้างเพื่อควบคุมระดับและปริมาณน้ำในแม่น้ำ แล้วจัดสรรน้ำเข้าสู่ระบบชลประทาน
ตัวเขื่อนมีโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก มีช่องระบายน้ำจำนวน 16 ช่อง แต่ละช่องกว้างประมาณ 12.50 เมตร และมีประตูระบายน้ำสำหรับควบคุมการไหลของน้ำ
นอกจากนี้ยังมี ประตูสำหรับเรือสัญจร เพื่อให้การเดินเรือสามารถผ่านบริเวณเขื่อนได้
6. ขนาดของเขื่อน
ข้อมูลจากหน่วยงานท้องถิ่นระบุโครงสร้างหลักของเขื่อนว่า
รายการ | ข้อมูล |
|---|---|
ประเภท | เขื่อนทดน้ำ |
ความยาวโครงสร้างหลัก | ประมาณ 237.5 เมตร |
ความสูง | ประมาณ 16.5 เมตร |
ช่องระบายน้ำ | 16 ช่อง |
ความกว้างช่องระบาย | 12.5 เมตร |
ประตูเรือ | กว้างประมาณ 14 เมตร |
สะพานบนสันเขื่อน | กว้างประมาณ 7 เมตร |
รายละเอียดบางรายการอาจแตกต่างกันเล็กน้อยตามวิธีการนับส่วนประกอบของโครงการในแต่ละแหล่งข้อมูล เช่น กรมชลประทานและ กฟผ. ใช้ขอบเขตโครงสร้างในการรายงานต่างกัน จึงควรใช้ตัวเลขตามวัตถุประสงค์ของข้อมูลนั้น ๆ
| 7. แล้วเขื่อนเจ้าพระยาสำคัญแค่ไหน? |
7. แล้วเขื่อนเจ้าพระยาสำคัญแค่ไหน?
ถ้าอธิบายให้เข้าใจง่ายที่สุด เขื่อนเจ้าพระยาเปรียบเสมือน
“จุดควบคุมและกระจายน้ำขนาดใหญ่ของลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนกลาง”
เพราะน้ำจากพื้นที่ตอนบนของประเทศไหลลงมาตามระบบแม่น้ำ ก่อนมาถึงบริเวณชัยนาท
เมื่อมาถึงเขื่อนเจ้าพระยา น้ำสามารถถูกควบคุมและจัดสรรเข้าสู่ระบบต่าง ๆ ได้
กรมชลประทานระบุในข้อมูลปี 2569 ว่าโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเจ้าพระยาเกี่ยวข้องกับการส่งน้ำให้พื้นที่ชลประทานทั้งฝั่งซ้าย ฝั่งขวา และพื้นที่ตอนล่างของลุ่มน้ำเจ้าพระยา มากกว่า 7.5 ล้านไร่ รวมถึงน้ำสำหรับอุปโภคบริโภค อุตสาหกรรม การรักษาระบบนิเวศ และการผลักดันน้ำเค็มในพื้นที่ภาคกลาง
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเขื่อนแห่งนี้ไม่ได้มีความสำคัญเฉพาะกับจังหวัดชัยนาท
แต่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ภาคกลางเป็นวงกว้าง
8. เขื่อนเจ้าพระยากระจายน้ำไปไหนบ้าง?
น้ำจากบริเวณเหนือเขื่อนสามารถถูกส่งเข้าสู่ระบบทางน้ำและคลองชลประทานหลายสาย
ระบบที่เกี่ยวข้องมีทั้ง
- แม่น้ำน้อย
- แม่น้ำท่าจีน
- คลองมะขามเฒ่า–อู่ทอง
- คลองชัยนาท–ป่าสัก
- คลองชัยนาท–อยุธยา
ระบบเหล่านี้ทำหน้าที่กระจายน้ำออกไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ของภาคกลาง
ดังนั้นเมื่อเรามองเขื่อนเจ้าพระยาจากด้านบน เราจะเห็นเพียง “ตัวเขื่อน”
แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ เครือข่ายคลองชลประทานที่เชื่อมต่อออกไปเป็นระยะทางหลายพันกิโลเมตร
ข้อมูลของกรมชลประทานระบุว่าโครงการเจ้าพระยาใหญ่มีระบบส่งน้ำทั้งสองฝั่ง รวมคลองใหญ่และคลองซอยมากกว่า 3,400 กิโลเมตร
| 9. หน้าที่ของเขื่อนในปัจจุบัน |
9. หน้าที่ของเขื่อนในปัจจุบัน
ปัจจุบันเขื่อนเจ้าพระยามีหน้าที่หลายด้าน ไม่ใช่เพียงเรื่องการเกษตร
1. ควบคุมระดับน้ำ
เขื่อนช่วยยกระดับและควบคุมระดับน้ำเหนือเขื่อนให้เหมาะสมกับการบริหารระบบชลประทาน
2. ส่งน้ำเพื่อการเกษตร
นี่คือภารกิจหลักอย่างหนึ่ง
น้ำถูกส่งเข้าสู่คลองชลประทานเพื่อสนับสนุนพื้นที่เพาะปลูกในภาคกลาง
3. สนับสนุนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค
ระบบน้ำในลุ่มเจ้าพระยามีความเชื่อมโยงกับการใช้น้ำของประชาชนในพื้นที่จำนวนมาก
4. สนับสนุนภาคอุตสาหกรรม
พื้นที่ภาคกลางมีโรงงานและกิจกรรมทางเศรษฐกิจจำนวนมาก จึงมีความต้องการน้ำจากระบบลุ่มเจ้าพระยา
5. ช่วยบริหารจัดการน้ำในฤดูน้ำหลาก
เมื่อมีน้ำจากภาคเหนือไหลลงมาเป็นจำนวนมาก กรมชลประทานสามารถปรับการระบายน้ำผ่านเขื่อนให้สอดคล้องกับสถานการณ์
ตัวอย่างเช่น เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 กรมชลประทานประกาศปรับการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาตามปริมาณน้ำเหนือที่เพิ่มขึ้น และกำหนดให้ควบคุมการระบายไม่เกิน 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีในสถานการณ์ดังกล่าว
จุดนี้ทำให้เห็นว่าเขื่อนเจ้าพระยายังคงมีบทบาทโดยตรงในการบริหารสถานการณ์น้ำของประเทศไทยในปัจจุบัน
| 10. เขื่อนเจ้าพระยา ช่วยเรื่องน้ำท่วมอย่างไร? |
10. เขื่อนเจ้าพระยา ช่วยเรื่องน้ำท่วมอย่างไร?
ต้องเข้าใจว่า เขื่อนเจ้าพระยาไม่สามารถป้องกันน้ำท่วมได้ทั้งหมด
แต่สามารถใช้เป็นหนึ่งในเครื่องมือในการ บริหารจังหวะและปริมาณการระบายน้ำ
ตัวอย่างเช่น
หากน้ำเหนือไหลลงมามาก
กรมชลประทานต้องพิจารณาหลายเรื่องพร้อมกัน
น้ำเหนือ → น้ำที่ไหลเข้าเขื่อน → ความสามารถของระบบคลอง → ระดับน้ำท้ายเขื่อน → พื้นที่ลุ่มต่ำ → น้ำทะเลหนุน
จากนั้นจึงกำหนดอัตราการระบายน้ำให้เหมาะสมกับสถานการณ์
นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมในช่วงฤดูฝนเราจึงมักได้ยินข่าวว่า
“กรมชลประทานปรับเพิ่ม/ลดการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา”
เพราะการเปิดหรือปิดประตูแต่ละครั้งมีผลต่อพื้นที่ท้ายน้ำจำนวนมาก
| 11. เขื่อนเจ้าพระยาผลิตไฟฟ้าได้ด้วย |
11. เขื่อนเจ้าพระยาผลิตไฟฟ้าได้ด้วย
อีกเรื่องที่หลายคนอาจไม่ทราบคือบริเวณเขื่อนมี โรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็ก
ข้อมูล กฟผ. ระบุว่าโรงไฟฟ้ามีกำลังผลิตประมาณ 6 เมกะวัตต์ และสามารถผลิตไฟฟ้าได้ประมาณ 60 ล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมงต่อปี
ดังนั้นเขื่อนแห่งนี้จึงไม่ได้มีประโยชน์เฉพาะด้านชลประทาน แต่ยังมีบทบาทด้านพลังงานด้วย
| 12. แล้วทำไมเขื่อนเจ้าพระยาจึงเกี่ยวข้องกับกรุงเทพฯ? |
12. แล้วทำไมเขื่อนเจ้าพระยาจึงเกี่ยวข้องกับกรุงเทพฯ?
แม้เขื่อนจะอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 200 กิโลเมตร แต่การบริหารน้ำที่เขื่อนสามารถส่งผลต่อพื้นที่ปลายน้ำของแม่น้ำเจ้าพระยาได้
เส้นทางโดยหลักคือ
ภาคเหนือ ไปยัง นครสวรรค์ ไหล ชัยนาท / เขื่อนเจ้าพระยา ไป สิงห์บุรี ไป อ่างทอง ไป พระนครศรีอยุธยา ไป ปทุมธานี ไป นนทบุรี เข้าถึง กรุงเทพมหานคร สิ้นสุดที่ อ่าวไทย
เพราะฉะนั้นเวลามีสถานการณ์น้ำเหนือเพิ่มขึ้น เขื่อนเจ้าพระยาจึงเป็นหนึ่งในจุดที่ประชาชนและหน่วยงานต่าง ๆ ติดตามอย่างใกล้ชิด
| 13. การเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปเขื่อนเจ้าพระยา |
13. การเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปเขื่อนเจ้าพระยา
วิธีที่ 1 — รถยนต์ส่วนตัว
เส้นทางที่นิยมคือ
กรุงเทพฯ → ทางหลวงหมายเลข 32 (ถนนสายเอเชีย) → อยุธยา → อ่างทอง → สิงห์บุรี → ชัยนาท
จากนั้นเข้าสู่พื้นที่อำเภอสรรพยาและมุ่งหน้าไปเขื่อนเจ้าพระยา
ระยะทางจากกรุงเทพฯ ถึงชัยนาทประมาณ 190–200 กิโลเมตร และจากตัวเมืองชัยนาทไปเขื่อนประมาณ 6 กิโลเมตร ตามข้อมูลการท่องเที่ยวของหน่วยงานรัฐ
ข้อดี: สะดวกที่สุด เพราะสามารถเที่ยวสถานที่อื่นในชัยนาทต่อได้
วิธีที่ 2 — ทางหลวงหมายเลข 340
อีกเส้นทางหนึ่งคือ
กรุงเทพฯ → บางบัวทอง → สุพรรณบุรี → สรรคบุรี → ชัยนาท → สรรพยา
เส้นทางนี้มีระยะทางประมาณ 199 กิโลเมตรจากกรุงเทพฯ ถึงชัยนาทตามข้อมูลจังหวัด
เหมาะสำหรับคนที่ต้องการแวะเที่ยวสุพรรณบุรีหรือพื้นที่ระหว่างทาง
วิธีที่ 3 — รถโดยสาร
ข้อมูลการท่องเที่ยวของจังหวัดระบุว่ามีรถโดยสารบางสายที่ผ่านบริเวณหน้าเขื่อน เช่น
- กรุงเทพฯ–อำเภอวัดสิงห์
- สาย 1061 ชัยนาท–โพนางดำ
- สาย 110 สิงห์บุรี–ชัยนาท
อย่างไรก็ตาม ตารางรถโดยสารอาจเปลี่ยนแปลงได้ จึงควรตรวจสอบกับผู้ให้บริการก่อนเดินทาง
| 14. ไปเที่ยวเขื่อนเจ้าพระยา มีอะไรให้ดู? |
14. ไปเที่ยวเขื่อนเจ้าพระยา มีอะไรให้ดู?
เขื่อนเจ้าพระยาไม่ได้เป็นเพียงสถานที่สำหรับดูประตูน้ำ
บริเวณนี้สามารถชม
- แม่น้ำเจ้าพระยา
- ประตูระบายน้ำ
- วิถีการบริหารจัดการน้ำ
- สะพานและโครงสร้างเขื่อน
- วิวแม่น้ำบริเวณเหนือและท้ายเขื่อน
- บรรยากาศริมแม่น้ำ
- กิจกรรมเดิน วิ่ง และปั่นจักรยานในพื้นที่
- แหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับระบบชลประทาน
จังหวัดชัยนาทยังมีการจัดกิจกรรมและงานรำลึกเขื่อนเจ้าพระยาเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของพื้นที่เป็นระยะ
15. ช่วงไหนเหมาะกับการไป?
ถ้าอยาก เที่ยวและพักผ่อน ช่วงอากาศเย็น เช่น ปลายปีถึงต้นปี จะค่อนข้างเหมาะกับการเดินชมพื้นที่
แหล่งข้อมูลการท่องเที่ยวระบุว่าในช่วงเดือนมกราคมบริเวณเหนือเขื่อนอาจมีฝูงนกเป็ดน้ำจำนวนมากเข้ามาหากิน เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นทางธรรมชาติของพื้นที่
แต่ถ้าต้องการไปเพื่อ ดูการทำงานของระบบน้ำ ช่วงฤดูฝนหรือน้ำหลากจะเห็นภาพการบริหารจัดการน้ำชัดเจนกว่า
อย่างไรก็ตาม ในช่วงน้ำมากควรตรวจสอบประกาศของกรมชลประทานก่อนเดินทาง เพราะสภาพน้ำและพื้นที่เข้าถึงบางจุดอาจเปลี่ยนแปลงได้
| 16. สิ่งที่น่าสนใจที่สุด: เขื่อนเจ้าพระยาไม่ใช่ “กำแพงกั้นน้ำ” |
16. สิ่งที่น่าสนใจที่สุด: เขื่อนเจ้าพระยาไม่ใช่ “กำแพงกั้นน้ำ”
นี่เป็นความเข้าใจผิดที่พบได้บ่อย
เขื่อนทั่วไปที่เราเห็นในภาคเหนือ เช่น เขื่อนภูมิพลหรือเขื่อนสิริกิติ์ มีบทบาทสำคัญในการ กักเก็บน้ำในอ่างเก็บน้ำ
แต่เขื่อนเจ้าพระยาแตกต่างออกไป
เปรียบเทียบง่าย ๆ
เขื่อนเก็บน้ำ
เก็บน้ำ แล้ว สะสมไว้ และ ปล่อยเมื่อจำเป็น
เขื่อนเจ้าพระยา
รับน้ำจากแม่น้ำ → ยกระดับ/ควบคุม → กระจายน้ำ → ควบคุมการระบาย
ดังนั้นคำว่า “เขื่อนทดน้ำ” จึงสำคัญมากในการทำความเข้าใจหน้าที่ของเขื่อนเจ้าพระยา
| 17. ทำไมชัยนาทจึงเป็นจุดยุทธศาสตร์ด้านน้ำ |
17. ทำไมชัยนาทจึงเป็นจุดยุทธศาสตร์ด้านน้ำ
ตำแหน่งของชัยนาทมีความสำคัญทางภูมิศาสตร์อย่างมาก
เพราะอยู่บริเวณที่แม่น้ำจากภาคเหนือกำลังจะเข้าสู่พื้นที่ราบภาคกลาง ซึ่งเป็นพื้นที่เกษตรกรรมขนาดใหญ่
เมื่อสร้างเขื่อนเจ้าพระยาขึ้นที่นี่ จึงสามารถใช้ประโยชน์จากภูมิประเทศในการควบคุมและกระจายน้ำเข้าสู่ระบบชลประทาน
นี่ทำให้ชัยนาทมีความสัมพันธ์กับระบบน้ำของภาคกลางมานานหลายทศวรรษ
และเป็นเหตุผลที่คำขวัญจังหวัดชัยนาทมีคำว่า
“เขื่อนเจ้าพระยาลือชื่อ”
18. ความสำคัญของเขื่อนเจ้าพระยาในปัจจุบัน
หากสรุปความสำคัญของเขื่อนเจ้าพระยาออกเป็น 6 ด้าน จะได้ดังนี้
ด้าน | ความสำคัญ |
|---|---|
🌾 เกษตรกรรม | กระจายน้ำเข้าสู่ระบบชลประทาน |
💧 น้ำอุปโภคบริโภค | เป็นส่วนหนึ่งของระบบจัดสรรน้ำลุ่มเจ้าพระยา |
🏭 อุตสาหกรรม | สนับสนุนความต้องการใช้น้ำในภาคกลาง |
🌊 น้ำหลาก | ใช้ควบคุมและบริหารการระบายน้ำ |
⚡ พลังงาน | มีโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดประมาณ 6 MW |
🌱 ระบบนิเวศ | เกี่ยวข้องกับการบริหารน้ำและการผลักดันน้ำเค็มในพื้นที่ภาคกลาง |
บทบาทเหล่านี้ทำให้เขื่อนเจ้าพระยาเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจและการดำรงชีวิตของผู้คนในภาคกลาง ไม่ใช่เพียงสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดชัยนาท
19. เขื่อนเจ้าพระยาในวันนี้
ปัจจุบันเขื่อนยังคงใช้งานจริงและมีการบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้เป็นเพียงโบราณสถานหรือสถานที่ท่องเที่ยว
ตัวอย่างล่าสุดใน เดือนกันยายน 2569 กรมชลประทานยังลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำที่เขื่อนเจ้าพระยาโดยตรง เนื่องจากมีน้ำจากพื้นที่ตอนบนไหลลงสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาเพิ่มขึ้น
และในวันที่ 30 กันยายน 2569 กรมชลประทานประกาศปรับการระบายน้ำผ่านเขื่อนตามสถานการณ์น้ำเหนือที่เพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นว่าเขื่อนแห่งนี้ยังมีบทบาทโดยตรงต่อการบริหารจัดการน้ำของประเทศไทยในปัจจุบัน
สรุปแบบเข้าใจง่าย
ถ้าต้องอธิบาย “เขื่อนเจ้าพระยาคืออะไร?” ในประโยคเดียว สามารถกล่าวได้ว่า
เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท คือเขื่อนทดน้ำขนาดใหญ่แห่งแรกของประเทศไทย สร้างขึ้นเพื่อควบคุมระดับน้ำและกระจายน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าสู่ระบบชลประทาน ช่วยสนับสนุนการเกษตร การใช้น้ำของประชาชนและอุตสาหกรรม รวมถึงการบริหารจัดการน้ำหลากและน้ำแล้งของพื้นที่ภาคกลาง
ประวัติของเขื่อนเริ่มจากแนวคิดการพัฒนาระบบชลประทานตั้งแต่ สมัยรัชกาลที่ 5 ประมาณ พ.ศ. 2445 ก่อนจะเริ่มก่อสร้างจริงใน พ.ศ. 2495 และแล้วเสร็จใน พ.ศ. 2500 จากนั้นมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2500
กล่าวอีกแบบหนึ่งได้ว่า “ถ้าแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นเส้นเลือดใหญ่ของภาคกลาง เขื่อนเจ้าพระยาก็เป็นหนึ่งในจุดสำคัญที่ช่วยควบคุมและกระจายกระแสน้ำไปยังพื้นที่ต่าง ๆ”
และนี่คือเหตุผลที่ตลอดระยะเวลากว่า 6 ทศวรรษหลังเปิดใช้งาน เขื่อนเจ้าพระยายังคงเป็นโครงสร้างสำคัญของระบบชลประทานและการบริหารจัดการน้ำของประเทศไทยจนถึงปัจจุบัน
หมายเหตุ: ข้อมูลสถานการณ์น้ำและอัตราการระบายน้ำเปลี่ยนแปลงได้ตลอด โดยเฉพาะช่วงฤดูฝน หากจะเดินทางไปดูเขื่อนในช่วงน้ำหลาก ควรตรวจสอบประกาศล่าสุดของกรมชลประทานก่อนเดินทาง.





























0 ความคิดเห็น