![]() |
| แบ่งปัน วิธีปรับตัวให้กับเข้า New Economy หรือเศรษฐกิจยุคใหม่ มีอะไรบ้าง นำมาให้อ่านกัน |
สวัสดีทักทายคุณผู้อ่านและเพื่อนๆเหล่าผู้รักการทัศนาจร ออนซอนหัวใจทุกคนค่ะ จากบทความก่อนหน้าที่ได้มาแบ่งปันวิธีการปรับตัวให้กับเข้า New Digital หรือสังคมแห่งเทคโนโลยียุคใหม่ไปแล้วนั้น เพื่อไม่ให้บทความบล็อกนี้ร้างไปวันนี้คุณนายเว่อร์ เธอเป็นคนบ้า มาแบ่งปันวิธีปรับตัวให้กับเข้า New Economy หรือเศรษฐกิจยุคใหม่ มีอะไรบ้าง นำมาให้ได้อ่านเป็นความรู้กันค่ะ
ในยุคปัจจุบันรูปแบบพฤติกรรมในสังคมเปลี่ยนจากเดิมไปอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากเทคโนโลยีที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดเศรษฐกิจในรูปแบบใหม่เรียกว่า New Economy ซึ่งผู้คนในปัจจุบันต้องปรับตัวให้ทันกับเศรษฐกิจในสังคมยุคใหม่อย่างมาก
New Economy Normal คืออะไร?
New Economy normal หมายถึง การปรับตัวให้เข้ากับเศรษฐกิจยุคใหม่ที่เปลี่ยนเร็วขึ้น จากเดิมที่ “ทำงานแบบเดิม มีรายได้ และ เก็บเงิน” ไปสู่โลกยุคใหม่ที่ต้อง มีหลายทักษะ หลายช่องทางรายได้ ใช้เทคโนโลยี และบริหารความเสี่ยงมากขึ้น
ทำไมเราต้องปรับตัว เนื่องจากเศรษฐกิจปัจจุบันมีลักษณะสำคัญดังนี้
1. เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงเร็วมาก
มีระบบการพัฒนา AI, Automation และแพลตฟอร์มออนไลน์กำลังเปลี่ยนวิธีทำงานและทำธุรกิจไปอย่างชิ้นเชิง ธุรกิจลดกำลังคน และใช้เทคโนโลยี Ai มาใช้ในการทำงานมากขึ้น
2. ผู้บริโภคเปลี่ยนพฤติกรรม
- จากเดิมเดินเข้าร้านเพื่อเลือกซื้อสินค้า แต่ปัจจุบันผู้คนนิยมสั่งซื้อสินค้าผ่านโทรมือถือ เลือกง่ายๆ แค่ปลายนิ้ว จิ้มกด สั่งซื้อ จ่ายเงิน รอรับสินค้าหน้าบ้านได้ง่ายมากๆ
- จากเดิมเคยดูโฆษณาแบบเดิมๆผ่านจอทีวี แต่ปัจจุบันผู้คนสามารถดูโฆษณาผ่านแฟลตฟอร์ท TikTok, YouTube, Facebook และโฆษณาป๊อบอัพที่ขึ้นโชว์บนเว็ปไซต์มากขึ้น
- จากที่เคยซื้อสินค้าทั่วไป แต่ปัจจุบันผู้คนสามารถเปรียบเทียบราคาและรีวิวก่อนซื้อได้ ทำให้มีตัวเลือกในการตัดสินใจมากขึ้น
3. การแข่งขันไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในพื้นที่
ร้านเล็กในกรุงเทพสามารถขายให้ลูกค้าต่างจังหวัดได้ แต่ในทางกลับกัน คู่แข่งจากที่อื่นที่ไม่ใช่กรุงเทพสามารถทำการการแข่งขันการขายนั้นมีมากขึ้นเช่นกัน ไม่จำกัดเฉพาะในกรุงเทพอีกแล้ว คนขายต้องปรับตัวด้วย และลูกค้าก็มีตัวเลือกในการนำไปประกอบการตัดสินใจซื้อมากขึ้น
4.รายได้และต้นทุนมีความไม่แน่นอนมากขึ้น
ค่าครองชีพ ค่าขนส่ง ค่าแรง ค่าวัตถุดิบ และค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มสามารถเปลี่ยนได้ ทำให้ต้องบริหารกระแสเงินสดให้ดี
5. “ความมั่นคง” เปลี่ยนรูปแบบไปตลอดกาล ซึ่งในอดีตอาจมองว่า มีงานประจำ เท่ากับ มีงานที่มั่นคง
แต่ใน New Economy หรือเศรษฐกิจยุคใหม่ นั้นความมั่นคง อาจหมายถึง มีทักษะที่ตลาดต้องการ พร้อมกับ มีรายได้หลายทาง อีกทั้งต้องมีเงินสำรอง มีทรัพย์สิน และต้องไม่มีหนี้เกินกำลัง
แนะนำ 10 ข้อหลักในการปรับตัวให้เข้ากับ New Economy มีดังนี้
1.อย่าพึ่งรายได้ทางเดียว
งานหรือธุรกิจหนึ่งอย่างอาจมีรายได้ลดลงอย่างรวดเร็ว การมีรายได้ 2 หรือ 3 ทางช่วยลดความเสี่ยง และเพิ่มเงินในกระเป๋าได้
2.ใช้เทคโนโลยีดิจิตอลให้เป็น (Digital technology is essential)
ลูกค้า การขาย การโอนเงิน การตลาด และการหาข้อมูลย้ายมาอยู่บนออนไลน์มากขึ้น คนที่ใช้เครื่องมือดิจิทัลได้จะทำงานได้เร็วกว่า
3.เรียนรู้ AI
เพราะ AI ช่วยลดเวลาทำงาน เช่น เขียนข้อความ ทำการตลาด วิเคราะห์ข้อมูล แปลภาษา และวางแผนธุรกิจ คนที่ใช้ AI เป็นจะเพิ่มผลผลิตได้มาก
4.รู้จักขายสินค้าทั้ง Offline และ Online
อย่าพึ่งหน้าร้านหรือแผงตลาดเพียงอย่างเดียว ควรมีช่องทางออนไลน์ เช่น LINE, Marketplace, Food Delivery หรือเว็บไซต์
5. คิดแบบ “กำไร” ไม่ใช่แค่ “ยอดขาย”
ยอดขายสูงไม่ได้หมายความว่ากำไรสูง ต้องรู้ต้นทุน ค่าธรรมเนียม ค่าขนส่ง ค่าแรง และเงินที่เหลือจริง
6.มีเงินสำรองฉุกเฉิน
เศรษฐกิจยุคใหม่มีความผันผวนสูง การมีเงินสำรองช่วยให้ไม่ต้องกู้เงินเมื่อรายได้สะดุด ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นการบริหารจัดการเงินสดสำรองไว้สำคัญมาก
7.เรียนรู้ตลอดชีวิต
เพราะทักษะที่เคยมีมูลค่าอาจถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยี จึงต้องเพิ่มทักษะใหม่อย่างต่อเนื่อง
8.เน้นทักษะที่สร้างรายได้
ไม่จำเป็นต้องเรียนทุกอย่าง แต่ควรเน้นทักษะที่ตลาดยอมจ่าย เช่น การขาย การตลาดออนไลน์ ภาษา AI การวิเคราะห์ข้อมูล
9.บริหารหนี้อย่างระมัดระวัง
ดอกเบี้ยและภาระผ่อนสามารถกินกระแสเงินสดได้มาก โดยเฉพาะช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว
10.รู้จักสร้าง “ความสามารถในการปรับตัว”
สิ่งสำคัญที่สุดคือไม่ยึดติดกับอาชีพหรือธุรกิจรูปแบบเดียว เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน เราต้องเปลี่ยนตามให้เร็ว
สรุปเราสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวันง่ายๆ มี 5 ข้อดังนี้
1.รู้จักรักษาเงินสด
มีเงินสำรองก่อน ไม่เอาเงินเก็บทั้งหมดไปลงทุนหรือขยายธุรกิจ แต่รู้จักจัดการนำเงินบางส่วนไปลง และเก็บเงินสำรองไว้ยามฉุกเฉิน
2.สร้างรายได้หลัก
ทำสิ่งที่สร้างกระแสเงินสดสม่ำเสมอให้กับตัว
3. สร้างรายได้จากแหล่งที่ 2
เช่น ขายออนไลน์, Affiliate, ธุรกิจเล็ก ๆ หรือรับงานจากทักษะที่มี
4. ใช้ AI และ Digital ลดต้นทุน
ให้เทคโนโลยีทำงานแทนงานซ้ำ ๆ
5.รู้จักนำเงินเก็บหรือเงินส่วนเงิน กำไร ไปสร้างทรัพย์สินเพิ่ม
เช่น เงินฝาก ตราสารหนี้ กองทุน หุ้นในตลาดหลักทรัพย์ หุ้นกู้ หรืออสังหาริมทรัพย์ โดยเลือกตามความเสี่ยงที่รับได้ เพื่อเพิ่มรายได้แบบ Passive income (รายได้ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องใช้เวลาและแรงงานทำงานแลกเปลี่ยนตลอดเวลา แต่ได้มาจากทรัพย์สิน ระบบ หรือการลงทุนที่สร้างไว้ล่วงหน้า)
เป็นอย่างไรสำหรับบ้างข้อมูลดีๆที่ได้นำมาให้อ่านกันในวันนี้ น่าจะมีประโยชน์ในการนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันบ้างไม่มากก็น้อยนะคะ ขอบคุณที่เข้ามาคลิ๊กเปิดสไลด์อ่านกันค่ะ หวังว่าจะได้พบกันอีกครั้งในบทความถัดไป จากคุณนายเว่อร์ เทอร์ชอบเที่ยวกินนอน
เครดิตข้อมูลดีๆจาก : https://chatgpt.com/?
เครดิตภาพจา่ก : https://www.magnific.com/




























0 ความคิดเห็น