![]() |
| แบ่งปันทริปรีวิวเที่ยวไปตามภาพ รีวิวปั่นจักรยานเที่ยวแก่งกระจาน เดินสำราญในเมืองเพชรบุรี แวะกินขนมหวานของดีเมืองนี้กัน |
ห่างหายไปนานเป็นแรมเดือนเลยค่ะ กลับมาคราวนี้มาทักทายคุณผู้อ่านและนักทัศนาจรทุกๆคนอีกครั้งค่ะ หลังจากที่ทริปก่อนหน้าได้พาไปยลตระการเที่ยวภาคอีสานกันแล้ว หยุดงานเดือนนี้ มีเวลาว่างไม่มากนัก เลยขอมาแบ่งปันรีวิวเที่ยวไปตามรูปภาพนำพาคุณผู้อ่านที่รักการเดินทางไปแวะพักและออกกำลังกายด้วยการปั่นจักรยานที่เขื่อนแก่งกระจานในช่วงหน้าฝนกันค่ะ
โดยทริปนี้จัดทริปสั้นๆแค่ 2 วัน 1 คืนค่ะ หอบรถจักรยานใส่รถยนต์คันเก่าๆ เที่ยวคนเดียวอีกเช่นเคย จำได้ว่าเคยมารีวิวเที่ยวเพชรบุรี ครั้งล่าสุดเมื่อปี 2559 ช่วงงานเขาวังประมาณเดือนกุมภาพันธ์พอดี ผ่านมา 10 กว่าปี ไม่ได้แวะเข้าไปในเมืองเพชรบุรีอีกเลย อยากรู้เหมือนกันว่าจะเปลี่ยนแปลงไปมากน้อยแค่ใหน บทความทริปเที่ยวไปตามภาพในบล็อกนี้ ขอพาเพื่อนๆไปดูกันจ้า
| เริ่มต้นการเดินทางทริปนี้ ขับรถคันเก่าๆ คนเก่าๆ ก่อนจะไปแก่งกระจาน ก็แวะเข้าเมืองเพชรบุรี ไปหากินขนมหวานก่อนค่ะ |
| แวะมาลิ้มลองทานขนมหม้อแกงแม่ปิ่น เป็นขนมหม้อแกงเจ้าแรกของเพชบุรี |
| นอกจากนี้่ยังมีขนมข้าวเกรียบบรรจุใส่ถุงอย่างงามเลย |
| และอีกหนึ่งเมนูที่หาทานยากคือ ข้าวฟ่างกวนแผ่นละ 50 บาท |
| ค่าเสียหายวันแรกจัดไป 100 กว่าบาทค่ะ |
| ใกล้ๆมีสะพานดำ สะพานสำหรับรถไฟสร้างข้ามแม่น้ำเพชรบุรี |
| มองไปอีกฝั่งก็เห็นวัดมหาธาตุ |
| ก่อนไปวัดมหาธาตุ แวะมาไหว้พระที่วัดพระนอนก่อนค่ะ รอบที่แล้วมาเพชรบุรี ก็ไม่ได้แวะ มาเมืองเพชรบุรีรอบนี้เลยต้องแวะไปไหว้พระขอพรสักหน่อยค่ะ |
| วัดพระนอน เป็นวัดที่ตั้งอยู่ใกล้กับเขาวัง และยังเป็นวัดราษฎร์เก่าแก่มีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา |
| ภายในวัดประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ขนาดใหญ่ยาวประมาณ 43 เมตร ศิลปะสมัยอยุธยา พระพักตร์หันไปทางทิศใต้ และมีหมอนรองพระเศียรเป็นรูปดอกบัวปูนปั้นประดับลวดลายสวยงาม |
| ภาพเก่าบอกเล่าเรื่องราวในอดีต ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนิน วัดพระนอน เมื่อปี พ.ศ.2496 |
| สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมด้วยสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ เสด็จมาวัดพระนอน |
| ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนิน ณ วัดพระนอนอีกครั้งเมื่อปี พ.ศ.2514 |
| ภาพเก่าในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จเยือนวัดพระนอน เมื่อปี พ.ศ2514 |
| จากนั้นเดินทางต่อไปไหว้พระที่วัดมหาธาตุ วัดเก่าแก่คู่เมืองเพชรบุรี |
| เป็นพระอารามหลวงชั้นตรีและเป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองเพชรบุรีที่มีอายุกว่า 1,000 ปี ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเพชรบุรี |
| มีพระปรางค์ 5 ยอด เป็นสัญลักษณ์ที่โดดเด่นและมองเห็นได้แต่ไกล องค์ใหญ่สีขาวสูง 42 เมตร สันนิษฐานว่าเดิมสร้างตั้งแต่สมัยขอม |
| มีพระวิหารหลวงสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย (รัชสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ) ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปประธานทรงราชาภรณ์และ "หลวงพ่อศักดิ์สิทธิ์" |
| ปิดทององค์พระพุทธรูป จนหน้าองค์ทานปูดบวมหมดเลยค่ะ |
| ข้างในเงียบสงบมาก จนน้องแมวนอนหลับสนิทไปเลย |
| เมื่อกี้ยังนอนอยู่เลย ตอนนี้ตื่นซ่ะแล้ว แต่ก็ยังงัวเงียอยู่นะ |
| อีกทั้งวัดแห่งนี้ยังเป็นแหล่งรวมงานช่างเมืองเพชร ทั้งงานปูนปั้นประณีตและจิตรกรรมฝาผนังที่งดงาม |
| วัดมหาธาตุ สันนิษฐานว่ามีมาตั้งแต่สมัยทวารวดี (อายุนับพันปี) และได้รับการบูรณะครั้งใหญ่ในสมัยรัชกาลที่ 6 |
| จากนั้นเดินทางไปต่อที่วัดเขาบันไดอิฐ ป็นวัดเก่าแก่ตั้งอยู่บนภูเขาขนาดย่อม สูงประมาณ 121 เมตร |
| ภายในมีถ้ำหลายแห่งที่ประดิษฐานพระพุทธรูปเก่าแก่และพระนอนองค์ใหญ่ แต่วันที่มาเที่ยว เป็นเวลาช่วงเย็นมาก ซึ่งวัดปิดทางขึ้นไปแล้ว |
| ทางขึ้นไปยังถ้ำเขาบันไดอิฐ |
| เป็นที่จำพรรษาและสร้างชื่อเสียงโดย หลวงพ่อแดง รัตโต อดีตเจ้าอาวาสและพระเกจิอาจารย์ชื่อดังระดับประเทศ |
| ถือเป็นอีกหนึ่งวัดที่ต้องไปเดินเที่ยวชมกันค่ะ |
| จากนั้นเดินทางขับรถต่อไปยังอำเภอแก่งกระจาน |
| ส่วนที่พักทริปนี้ มาเลือกใช้บริการนอนพักที่โรงแรมโอโย่นานา ริเว่อร์ แก่งกระจาน |
| มาเที่ยวช่วงวันธรรมดา คนมาพักน้อยมาก บรรยากาศเลยเงียบสุดๆ |
| ล็๋อบบี้จุดเช็คอิน ตกแต่งน่ารักดีค่ะ |
| มีสระว่ายน้ำให้เล่นด้วย |
| ที่พักติดริมแม่น้ำเพชรบุรี วันที่ไปเป็นช่วงที่ทางเขื่อนปล่อยน้ำมาพอดีเคย น่าลงไปเล่นมาก |
| มีกระดานลื่นสไลด์เดอร์ให้เล่นอีกด้วย |
| ถึงที่พักจะเก่าไปสักหน่อย แต่รอบๆรายล้อมด้วยต้นไม้ ร่มรื่นสุดๆไปเลยค่ะ |
| ถือเป็นอีกหนึ่งโรงแรมแถวแก่งกระจานที่ห้องพักราคาถูกมากๆอยู่ติดริมน้ำ |
| ส่วนห้องพักเดี๊ยนจองมาเป็นห้องเตียงเดี่ยว นอนคนเดียว จองผ่าน Agodaมาในราคาโปรโมชั่นวันธรรมดา คืนละ 362 บาท ไม่มีอาหารเช้าให้นะคะ คือแบบว่าถูกมากๆ |
| ราคาห้องพัก 362 บาท ภายในห้องพักมีสิ่งอำนวยความสะดวกตามมาตรฐานทั่วไป มีผ้าขนหนู มีโต๊ะเครื่องแป้ง เหมาะกับการนอนพักค้างคืนชั่วคราวในราคาหลักร้อย ไม่แพง ห้องถูกมากๆ |
| มีทีวีติดผนัง |
| ขนาดห้องพักไม่ได้คับแคบ หรือแออัดเกินไป เหมาะสำหรับนอนพัก 1 ถึง 2 คนน่าจะพอดี แต่ถ้าเกินนั้น น่าจะอึดอัดค่ะ |
| ส่วนตู้เย็นเปิดมา ไม่มีอะไร นอนจากน้ำดื่มฟรี 2 ขวด |
| ห้องน้ำสะอาดสะอ้านดี มีแชมพูกับสบู่เหลวให้ |
| สรุปโดยรวมของห้องพักในราคาคืนละ 362 บาท ถือว่าโอเคเลยค่ะ |
| โดยโรงแรมโอโย่ ริเว่อร์ แก่งกระจาน จองผ่านเว็ปไซต์มา เน้นนอนชั่วคราว แต่บรรยากาศดี 5 ดาว ร่มรื่น ติดริมน้ำ วิวสวย บรรยากาศดีมากๆ ไม่วุ่นวายด้วย |
| สำหรับเพื่อนๆคนใหนที่ช่วงหน้าฝนนี้ มองหาที่พักราคาถูกๆ แค่หลักร้อย ติดริมแม่น้ำ ไม่เน้นความหรูหรา สิ่งอำนวยความสะดวกมากนัก ลองมาพักค้างชั่วคราวที่นี่ดูนะคะ ประหยัดตังด้วย |
| เช้าวันใหม่ ได้เวลาออกไปปั่นจักรยานเที่ยวชมสันเขื่อนแก่งกระจานต่อค่ะ |
| ปั่นจักรยานขึ้นเนินไม่ไหว ต้องจูงขึ้นมาค่ะ เพราะไม่งั้นโซ่ขาดแน่นอน |
| วันที่มาเที่ยวเป็นช่วงที่พายุเข้าพอดี ฝนโปรยปรายลงมาตลอดเลยค่ะ ข้อดีคือเย็นไม่ร้อน ข้อเสียคือตัวเปียกปอนไปหมดเลยจ้า |
| สำหรับเขื่อนแก่งกระจาน เป็นเขื่อนดินขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่กั้นแม่น้ำเพชรบุรี |
| เส้นทางถนนลาดยางบนสันเขื่อนแก่งกระจาน |
| เขื่อนแก่งกระจาน ถูดจัดให็เป็นเขื่อนดินอเนกประสงค์ ปิดกั้นระหว่างเขาจ้าวและเขาไม้รวก เริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ. 2504 และเสร็จในปี พ.ศ. 2509 ใช้สำหรับผลิตกระแสไฟฟ้า การชลประทาน และบรรเทาอุทกภัย |
| ภายในมีทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่เหนือเขื่อน วิวทิวทัศน์สวยงาม เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ และถ่ายภาพ หรือว่ามาเดินวิ่งออกกำลังกาย |
| นอกจากเป็นจุดถ่ายรูปชมวิวแล้ว ยังมีกิจกรรมล่องเรือชมทัศนียภาพ ชมพระอาทิตย์ตก และพักผ่อนริมน้ำ |
| ส่วนจักรยานของเดี๊ยนปั่นไปต่อไปไหว เพราะบางช่วงฝนตกลงมาตลอด |
| สำหรับเพื่อนๆสายปั่นจักรยานคนใหนที่วางแผนมาเที่ยวแก่งกระจาน ลองหอบจักรยานใส่รถ มาปั่นที่แก่งกระจานกันดูนะคะ |
| ถือเป็นอีกทริปที่ได้ปั่นจักรยานท่ามกลางสายฝนโปรยปราย เย็นสบายตลอดวัน |
| จากนั้นเดินทางมาเที่ยวต่อที่ทำการอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ซึ่งอยู่ไม่ไกลนักจากบริเวณสันเขื่อนค่ะ |
| โดยจุดเด่นของที่นี่คือมีจุดกางเต็นท์และจุดถ่ายรูปสะพานแขวนที่สวยงาม |
| สะพานแขวนเขื่อนแก่งกระจาน กลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนอย่างไม่ขาดสาย |
| โดยสะพานแขวนแก่งกระจาน เป็นสะพานเดินเท้าขนาดใหญ่ที่เชื่อมระหว่างพื้นที่ฝั่งแผ่นดิน (บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน) กับเกาะเล็ก ๆ กลางเขื่อนแก่งกระจาน |
| ตัวสะพานมีความยาวประมาณ 500 เมตร ใช้เป็นเส้นทางเดินข้ามไปชมบรรยากาศ เกาะกลางน้ำ และเป็นจุดชมวิวทิวทัศน์เหนือเขื่อนแก่งกระจานได้แบบ 360 องศา |
| และบริเวณอุทยานยังมีลานหญ้า และจุดถ่ายรูปชมวิวที่สวยงาม เหมาะกับการพักผ่อนหย่อนใจมากอีกด้วยค่ะ |
| ระหว่างเดินทางกลับไปยังโรงแรมที่พัก ก็แวะไปเที่ยวชมหุบเขาโพธิสัตว์ก่อนค่ะ |
| เดินเข้ามาภายในร่มรื่มไปด้วยต้นไม้ ซึ่งแต่เดิมเป็นพื้นที่แห้งแล้ง ไม่ค่อยมีต้นไม้ แต่เมื่อทางแม่ชี ศันสนีย์ ได้ริเริ่มเปลี่ยนจากสถานที่แห้งแล้ง ให้กลายเป็นสถานที่ปฎิบัตภาวนา มีการปลูกต้นไม้โดยรอบ ม |
| สถานที่ปฏิบัติภาวนา ออกแบบให้ทุกพื้นที่เป็นการทำงานบนรากฐานแห่งการภาวนา พัฒนาโพธิจิตด้วยหัวใจโพธิสัตว์ท่ามกลางธรรมชาติและขุนเขาแห่งแก่งกระจาน |
| เป็นที่ประดิษฐาน พระอารยตารามหาโพธิสัตว์ องค์ใหญ่ที่สุดในโลก รวมถึงพระพุทธชยันตีองค์ดำ นาลันทา และการอัญเชิญพระพุทธเจ้าห้าพระองค์ประดิษฐานบนมงกุฎพระอารยตารามหาโพธิสัตว์ |
| ด้านในอาคาร พระอารยตารามหาโพธิสัตว์ |
| เดินขึ้นมาด้านบน ฝนก็เริ่มตกลงมาอีกแล้วค่ะ |
| โดยองค์พระอารยตารามหาโพธิสัตว์ รูปหล่อสำริดขนาดใหญ่ความสูง 21 เมตร ประดิษฐานบนตารามหาสถูป เป็นสัญลักษณ์แห่งการขจัดความกลัว |
| ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งในแก่งกระจาน ที่นอกจากไปเที่ยวเขื่อนหรือสะพานแขวนแล้ว ก็แวะมาไหว้องค์พระอารยตารามหาโพธิสัตว์กันสักครั้ง |
| บรรยากาศทัศนียภาพโดยรอบภายในบริเวณหุบเขาโพธิสัตว์ |
| จากบริเวณเนินเขา สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม ถือเป็นอันจบทริปสั้นๆกับการมาเยือนแก่งกระจาน ท่ามกลางสายฝนโปรปรายค่ะ |




























0 ความคิดเห็น