Header Ads Widget

ads

Ticker

6/recent/ticker-posts

มาม๊ะมาเที่ยวนราธิวาส เดินนวยนาดชมหาดทรายสวยๆ รุ่มระรวยด้วยอาหารพื้นบ้านให้ทานอย่างสำราญอุรา ช่ะช่ะช่าหัวใจ


เก็บตกทริปแบกเป้ไปเที่ยวนราธิวาส ไม่พลาดไปเดินนวยนาดชมหาดทรายสวยๆ รุ่มระรวยด้วยอาหารพื้นบ้านท้องถิ่นให้เลือกทานอย่างสำราญบานใจ งามวิไลเริ่ดสะแมนแตน มาม๊ะวันหยุดนี้ จรลีหนีมาเที่ยวนราธิวาสกันสักคราให้ชื่นฉ่ำอุราถึงทรวงในค่ะ




จัดทริปเดินทางแบกเป้คนเดียว เที่ยว 3 จังหวัดชายแดนใต้ทริปนี้ เดี๊ยนเดินทางมาเที่ยวสุดปลายทางที่เมืองนราธิวาส เมืองที่ปักหมุดจะมาเที่ยวหลายครั้งหลายครา แต่ก็ไม่ได้มาสักที เพราะตั้งมีข่าวคราวความไม่สงบของชายแดนใต้ ที่เกิดขึ้นเป็นครั้งครา ก็ทำให้เดี๊ยนเป็นห่วงเรื่อความปลอดภัย แต่พอได้ยินเพื่อนๆที่ทำงานในตัวเดียวกันบอกว่า สามารถไปเที่ยวได้ ไม่มีเหตุการณ์อะไรที่น่ากลัวอย่างที่คิด จัดทริปมาเที่ยวใต้ทริปนี้ เลยขอปักหมุดไปเที่ยวเมืองนราธิวาสสักครั้ง ว่ากันว่าเป็นเมืองสวยงามน่าอยู่อีกแห่ง รายล้อมไปด้วยธรรมชาติที่งดงาม เหมาะกับการไปทัศนาจรยิ่งนัก 


ปักหมุดเดินทางเที่ยวนราธิวาสคนเดียวทริปนี้ เดี๊ยนเช่ารถมอเตอร์ไซต์จากเมืองปัตตานี ขับมานอนพักค้างที่เมืองนราธิวาส 1 คืน เนื่องจากในเมืองนราธิวาส ไม่มีร้านเช่ามอเตอร์ไซต์ เลยต้องเช่าจากปัตตานีขับมาเที่ยวเมืองนราธิวาส สำหรับเมืองนราธิวาส จัดเป็นอีกหนึ่งเมืองเก่าแก่ มีประวัติศาสตร์คู่กับชาติไทยมาอย่างยาวนาน จังหวัดนราธิวาส แต่เดิมมีฐานะเป็นเพียงเมืองหนึ่งในอาณาจักรลังกาสุกะซึ่งพบหลักฐานโบราณคดีค่อนข้างน้อยเช่น ซากเจดีย์ 3 องค์บริเวณวัดเขากง อายุ 1,300 ปี (ต่อมาถูกรื้อถอนแล้วสร้างพระพุทธทักษิณมิ่งมงคลแทน) พระพุทธรูปและพระโพธิสัตว์นิกายมนตยานบริเวณวัดเขากงเช่นกัน ต่อมาก็กลายเป็นอำเภอหนึ่ง เรียกว่า อำเภอบางนรา ขึ้นกับเมืองสายบุรี ซึ่งเป็นหนึ่งในเจ็ดหัวเมืองภาคใต้ ต่อมาได้โอนไปขึ้นกับเมืองระแงะ ซึ่งเป็นหนึ่งในเจ็ดหัวเมืองเช่นกัน โดยประวัติความเป็นมาของนราธิวาสนั้น มีความเชื่อมโยงกับเรื่องราวของเมืองปัตตานี เมืองสายบุรี และเมืองระแงะ


คำขวัญประจำจังหวัดนราธิวาส : คำขวัญ: ทักษิณพระตำหนัก ถิ่นรักสันติธรรม บาติกล้ำเลอค่า นราทัศน์งามตา อ่าวมะนาวเพลินใจ พระใหญ่วัดเขากง ทรงคุณค่ามัสยิดกลาง




บันทึกเที่ยวไปตามภาพกันต่อในทริปนี้ เขียนต่อจากรีวิวตอนที่แล้ว ตามเว็ปไซต์ลิงค์ด้านล่างค่ะ


เริ่มต้นการเดินทางทริปนี้ เดี๊ยนเขียนต่อจากรีวิวต่อที่แล้วตามเว็ปไซต์ลิงค์ : https://khunnaiver.blogspot.com/2023/06/Rent-motorbike-travel-Pattani-city.html


บันทึกเดินทางไปจังหวัดนราธิวาส :  หลังจากมาติดต่อเช่ารถมอเตอร์ไซต์ที่ร้านเช่าในปัตตานี ตรงบริเวณวงเวียนหอนาฬิกา ฝนก็ตกลงมาอย่างหนักเลยค่ะ ต้องรอให้ฝนหยุดตกก่อนถึงจะขับรถออกไปได้ค่ะ 

มาเติมพลังด้วยการทานอาหารเที่ยงก่อนค่ะ

เติมพลังงานก่อนค่ะ ด้วยการทานขนมจีนน้ำยาปักใต้ รสเผ็ดเด็ดดีอร่อยเริ่ด ทานแนมกับผักพื้นบ้านชนิดต่างๆ 



จากนั้นก็ตามต่อด้วยของหวาน เป็นวุ้นในน้ำมะพร้าวที่ซื้อมาจากร้านขายของฝากริมทาง ดูหน้าตาแล้วเละเทะมากๆค่ะ 


ออกเดินทางขับรถลงใต้จากเมืองปัตตานี มุ่งหน้ามาที่นราธิวาส จะผ่านอำเภอสายบุรี ซึงในตัวอำเภอสายบุรี มีคฤหาสน์เก่าแก่ให้ชมด้วยค่ะ เดี๊ยนเลขขอชะแว๊ปแวะไปดูสักหน่อย ใหนก็ผ่านแล้ว


โดยระยะทางจากเมืองปัตตานี มาที่อำเภอสายบุรี ประมาณ  46 กิโลเมตรค่ะ ถือเป็นการแวะพักระหว่างทางด้วย เพราะฝนลงเม็ดโปรยปรายตลอดทาง ขับรถต้องระวังเพราะถนนลื่น 



แวะเข้ามาในตัวอำเภอสายบุรี เข้่าชมไปชมคฤหาสน์พิพิธภักดี อีกหนึ่งคฤหาสน์เก่าแก่ มีประวัติความเป็นมาอย่าวนาน 


เดี๊ยนมาเที่ยวชม ก็มีแต่น้องแมวเหมียวเปรี้ยวใจเนี่ยแหละค่ะ ที่ออกมาต้อนรับ 


หากจะเที่ยวชมด้านใน ต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ตามเบอร์ที่ให้ไว้ตามป้าย  วันนี้เดี๊ยนมาเที่ยวชม ก็มีแต่น้องแมวเหมียวเปรี้ยวใจเนี่ยแหละค่ะ ที่ออกมาต้อนรับ 

น้องแมวเหมียว ร.ป.ภ. ดูแลคฤหาสน์ 
ดูน้องเหมียวแล้ว นางน่าจะเป็นยามรักษาความปลอดภัยให้กับคฤหาสน์เสียกระมัง ดูน่ารัก น่าชังจังค่ะ 



คฤหาสน์พิพิธภักดีแห่งเมืองสายบุรี 

สำหรับคฤหาสน์พิพิธภักดีแห่งเมืองสายบุรี  เป็นโบราณสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของอำเภอสายบุรี คฤหาสน์พิพิธภักดีเป็นอาคารไม้สำคัญอีกแห่งหนึ่งที่ได้รับอิทธิพลจากศิลปะตะวันตกผสมผสานกับสถาปัตยกรรมท้องถิ่น สมัยอดีตเป็นสถานที่อยู่ของพระพิพิภักดี (ตนกูมุกดา อับดุลบุตร) บุตรชายคนโตของเจ้าเมืองยะหริ่ง กับ ตนกูกูซง หลานสาวของเจ้าเมืองสายบุรี (พระยาสุริยะสุนทรบวรภักดี) 

คฤหาสน์พิพิธภักดีแห่งเมืองสายบุรี 

ปัจจุบันกลุ่มมุสลีมะห์ในอำเภอสายบุรีได้ทำการซื้อคฤหาสน์ พิพิธภักดีกลับคืนมาให้เป็นสมบัติสถานของชาวสายบุรี โดยใช้พื้นที่ทำการเรียนรู้อัลกรุอาน และรอบๆคฤหาสน์ มีร้านค้าขายของกินทั้งคาวหวานจะมีผู้คนมากมายมาจับจ่ายซื้อของกินกัน 


ภายในคฤหาสน์สามารถแวะเดินทางเข้ามาชมได้ โดยหากจะเข้าไปชมด้านใน สามารถติดต่อโทรได้ล่วงหน้า ตามเบอร์โทรที่ติดไว้หน้าป้ายประกาศของคฤหาสน์นค่ะ โทร 087-2894304


มัสยิดรายอ ซึ่งจัดเป็นหนี่งในมัสยิดเก่าแก่แห่งแรกของเมืองสายบุรี 


และใกล้กับคฤหาสน์ ก็เป็นที่ตั้งของมัสยิดรายอ ซึ่งจัดเป็นหนี่งในมัสยิดเก่าแก่  ตั้งอยู่ติดเขาสลินดงบายู เป็นมัสยิดหลังแรกของสายบุรี สถาปนิกชาวชวาและชาวท้องถิ่นใช้เวลาสร้าง1  ปี 

มัสยิดรายอ ซึ่งจัดเป็นหนี่งในมัสยิดเก่าแก่แห่งแรกของเมืองสายบุรี 

ตัวอาคารเป็นสี่เหลี่ยม หลังคามี 3 ช่วง ช่วงที่ 1  และ 2 เป็นหลังคาทรงปั้นหยา ปูด้วยกระเบื้องขนาดเล็ก (กระเบื้องดินเผาสงขลา) ช่วงที่ 3 เป็นช่วงต่อเติมจากช่วงที่ 1 มีโดมเล็กๆ ยอดบนสุดเป็นแก้วกลมสีเขียว ด้านขวาเป็นระเบียงหลังคาระเบื้องดินเผา ผนังฉาบปูนเปลือกหอย

มัสยิดรายอ ซึ่งจัดเป็นหนี่งในมัสยิดเก่าแก่แห่งแรกของเมืองสายบุรี 


สำหรับเพื่อนๆคนใหนที่เดินทางแวะผ่านมายังเมืองสายบุรี ก็อย่าลืมแวะมาชมสถาปัตยกรรมความงามของคฤหาสน์พิพิธภักดี และมัสยิดรายอได้นะคะ


เดินทางขับรถเข้ามาในเขตของจังหวัดนราธิวาสแล้วค่ะ ระหว่างทางจะผ่านป้อมตรวจ ซึ่งมีอยู่เป็นระยะ เพื่อความปลอดภัย 



1.ขับรถเข้าไปชมสถาปัตยกรรมความงามของมัสยิด 300 ปี มัสยิดวาดีอัลฮูเซ็น หรือมัสยิดตะโละมาเนาะ

1.แวะไปชมมัสยิด 300 ปี มัสยิดวาดีอัลฮูเซ็น หรือมัสยิดตะโละ

1.ขับรถเข้าไปชมสถาปัตยกรรมความงามของมัสยิด 300 ปี มัสยิดวาดีอัลฮูเซ็น หรือมัสยิดตะโละมาเนาะ

1.แวะไปชมมัสยิด 300 ปี มัสยิดวาดีอัลฮูเซ็น หรือมัสยิดตะโละ

1.แวะไปชมมัสยิด 300 ปี มัสยิดวาดีอัลฮูเซ็น หรือมัสยิดตะโละ

1.ขับรถเข้าไปชมสถาปัตยกรรมความงามของมัสยิด 300 ปี มัสยิดวาดีอัลฮูเซ็น หรือมัสยิดตะโละมาเนาะ

1.ขับรถเข้าไปชมสถาปัตยกรรมความงามของมัสยิด 300 ปี มัสยิดวาดีอัลฮูเซ็น หรือมัสยิดตะโละมาเนาะ จัดเป็นหนึ่งในมัสยิดเก่าแก่ มีประวัติความเป็นมายาวนาน พร้อมกับสถาปัตยกรรมที่สวยงาม ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวมาเลเซียให้มาชมอย่างไม่ขาดสาย โดยมัสยิดวาดีอัลฮูเซ็น ตั้งอยู่บ้านตะโละมาเนาะ ตำบลลุโบะสาวอ ห่างจากจังหวัดนราธิวาส เป็นระยะทาง 25 กิโลเมตร

ครั้งหนึ่งเคยเป็นแหล่งผลิตคัมภีร์อัลกุรอานที่เขียนด้วยมือ ทั้งนี้ ตามประวัติกล่าวว่านายวันฮูเซ็น อัส-ซานาวี ผู้อพยพมาจากบ้านสะนอยานยา จังหวัดปัตตานี เป็นผู้สร้างมัสยิดแห่งนี้ขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2167 โดยแรกสร้างนั้นเป็นหลังคามุงใบลาน ต่อมาเปลี่ยนเป็นกระเบื้องดินเผา ซึ่งปัจจุบันชาวบ้านตะโละมาเนาะยังคงใช้มัสยิดนี้เป็นสถานที่ประกอบพิธีศาสนกิจอยู่เป็นประจำ น่าชม สิ่งที่น่าชมที่สุดของมัสยิด 300 ปีคือลักษณะสถาปัตยกรรมที่แตกต่างจากมัสยิดทั่วไป กล่าวคือ เป็นอาคาร 2 หลังติดต่อกัน สร้างด้วยไม้ตะเคียนทั้งหลัง ใช้ไม้สลักแทนตะปู รูปทรงของอาคารเป็นแบบไทยพื้นเมืองประยุกต์เข้ากับศิลปะจีนและมลายู ที่ได้รับการออกแบบมาอย่างลงตัว ส่วนเด่นที่สุดของอาคาร คือ เหนือหลังคาจะมีฐานมารองรับจั่วบนหลังคาอยู่ชั้นหนึ่ง ส่วนหออาซานซึ่งมีลักษณะเป็นเก๋งจีน ก็ตั้งอยู่บนหลังคาส่วนหลัง ฝาเรือนใช้ไม้ทั้งแผ่นแล้วเจาะหน้าต่าง ส่วนช่องลมแกะเป็นลวดลาย ใบไม้ ดอกไม้สลับลายจีน



 บริเวณด้านหลังของมัสยิดก็เป็นเรือนไม้เก่าแก่ ตัวเสายกสูงจากพื้น หลังคากระเบื่้อง ดูอายุน่าจะนานพอสมควรค่ะ 

และไม่ไกลจากมัสยิด 300 ปี ขับรถมาอีกหน่อย ก็เป็นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติบูโด สไหงปาดี 

อุทยานแห่งชาติบูโด สไหงปาดี 

โดยรายล้อมไปด้วยผืนป่าอันเขียวชอุ่ม อุดมสมบูรณ์ยิ่งนัก บรรยากาศดี เงียบสงบ ดูไม่วุ่นวาย 
มีใบไม้สีทอง หรือชื่อที่คนแถวนี้เรียกว่า ย่านดาโอ๊ะ รูปร่างคล้ายกับใบกาหลงหรือชงโค 

และที่สำคัญบริเวณดังกล่าว ยังมีใบไม้สีทอง หรือชื่อที่คนแถวนี้เรียกว่า ย่านดาโอ๊ะ รูปร่างคล้ายกับใบกาหลงหรือชงโค แต่ขนาดใหญ่กว่า ใบอ่อนมีสีน้ำตาลแดงหรือทองแดงเป็นมันคล้ายเส้นไหม 



โดยใบไม้สีทอง มีลักษณะที่โดดเด่น นิยมเก็บใบไม้สดมาทำให้แห้งตามธรรมชาติ ด้วยการใส่ถุงจนแห้ง ใช้เวลา 4-5  เดือนและอัดรีดให้เรียบใช้เวลา 3 เดือน 

 นิยมเก็บใบไม้สดมาทำให้แห้งตามธรรมชาติ ด้วยการใส่ถุงจนแห้ง ใช้เวลา 4-5  เดือนและอัดรีดให้เรียบใช้เวลา 3 เดือน ก่อนนำมาใส่ซองบรรจุหรือใส่กรอบรูป เป็นของแต่งบ้าน และมีความเชื่อว่าเป็นใบไม้มงคล



2. น้ำตกปาโจ นราธิวาส (Pajo Waterfall ) ในเขตอุทยานแห่งชาติบูโด สุไหงปาดี


2. น้ำตกปาโจ นราธิวาส (Pajo Waterfall ) ในเขตอุทยานแห่งชาติบูโด สุไหงปาดี


2. น้ำตกปาโจ นราธิวาส (Pajo Waterfall ) ในเขตอุทยานแห่งชาติบูโด สุไหงปาดี


2. น้ำตกปาโจ นราธิวาส (Pajo Waterfall ) ในเขตอุทยานแห่งชาติบูโด สุไหงปาดี


2. น้ำตกปาโจ นราธิวาส (Pajo Waterfall ) ในเขตอุทยานแห่งชาติบูโด สุไหงปาดี


2. น้ำตกปาโจ นราธิวาส (Pajo Waterfall )

สำหรับน้ำตกปาโจ จัดเป็นหนึ่งในน้ำตกขนาดใหญ่ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติบูโด สุไหงปาดี เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ของผืนป่าบูโด มีน้ำไหลตลอดปี มีน้ำตก 4 ชั้น ชั้นแรกมีขนาดใหญ่และสวยที่สุด สายน้ำไหลตกจากลานผาหินกว้าง สูง60 เมตร ลงสู่แอ่งน้ำใหญ่ ในช่วงฤดูฝนน้ำตกปาโจจะยิ่งสวยงามมาก สภาพป่า เป็นป่าดิบชื้นที่สมบูรณ์ และยังเป็นที่ตั้งของใบไม้สีทอง และในบริเวณดังกล่าว ยังมีศาลาธารทัศน์ ซึ่งเคยเป็นพลับพลาที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ในคราวเสด็จประพาสจังหวัดนราธิวาส และยังมีก้อนหินสลักพระปรมาภิไธยตั้งอยู่ในบริเวณน้ำตกปาโจด้วย 


เข้ามาในตัวเมืองนราธิวาสในช่วงยามเย็นๆ แวะไปเดินชิลๆ ชมวิวสวยๆกันสักคราให้ชื่นฉ่ำอุราจับใจ

หลังจากที่ได้ชมน้ำตกปาโจแล้ว ก็เดินทางเข้ามาในเมืองนราธิวาส บรรยากาศช่วงเย็นก็คึกคักไปด้วยรถรามากมายค่ะ

3.แวะชมความงามลานนกเงือก เขื่อนท่าพระยาสาย จุดเช็คอินถ่ายรูปยอดนิยมในเมืองนราธิวาส 

3.แวะชมความงามลานนกเงือก เขื่อนท่าพระยาสาย จุดเช็คอินถ่ายรูปยอดนิยมในเมืองนราธิวาส 

3.แวะชมความงามลานนกเงือก เขื่อนท่าพระยาสาย จุดเช็คอินถ่ายรูปยอดนิยมในเมืองนราธิวาส 

3.แวะชมความงามลานนกเงือก เขื่อนท่าพระยาสาย จุดเช็คอินถ่ายรูปยอดนิยมในเมืองนราธิวาส 

3.แวะชมความงามลานนกเงือก เขื่อนท่าพระยาสาย จุดเช็คอินถ่ายรูปยอดนิยมในเมืองนราธิวาส 

3.แวะชมความงามลานนกเงือก เขื่อนท่าพระยาสาย จุดเช็คอินถ่ายรูปยอดนิยมในเมืองนราธิวาส 




3.แวะชมความงามลานนกเงือก เขื่อนท่าพระยาสาย จุดเช็คอินถ่ายรูปยอดนิยมในเมืองนราธิวาส เทศบาลเมืองนราธิวาสดำเนินการซ่อมแซมขึ้นมาใหม่ โดยปั้นรูปนกเงือกหลากหลายชนิดกว่า 100 ตัว ไว้ตามจุดต่างๆ ทั่วลานกว้าง เพื่อสร้างให้เป็นแลนด์มาร์ค และจุดเช็กอินถ่ายรูปภาพสวยๆให้กับนักเดินทางที่มาเที่ยวเมืองนราธิวาส

ส่วนท่าพระยาสายนั้น แต่เดิมคือ บริเวณแนวป่าชายเลนริมฝั่งแม่น้ำบางนราจนกระทั่งถึงปากน้ำบางนรา โดยได้มีการขุดดินขึ้นมาถมป่าชายเลนไปจนถึงบาเละฮีเล ฝั่งตรงกันข้ามจะเห็นเขาตันหยงเด่นสง่ารับกับท้องน้ำของแม่น้ำบางนรา ในอดีตท่าเทียบเรือพระยาสายแห่งนี้ยังเคยเป็นสถานที่รับและส่งเสด็จของพระยาสายบุรี ชาวบางนราจะเรียกท่าเรือนี้ว่า กาแลรายอสาย (ท่าพระยาสาย) 


4.เดินทางไปเที่ยวกันต่อ ชมความงามของชายหาดนราทัศน์

4.เดินทางไปเที่ยวกันต่อ ชมความงามของชายหาดนราทัศน์

4.เดินทางไปเที่ยวกันต่อ ชมความงามของชายหาดนราทัศน์

4.เดินทางไปเที่ยวกันต่อ ชมความงามของชายหาดนราทัศน์

4.เดินทางไปเที่ยวกันต่อ ชมความงามของชายหาดนราทัศน์

4.เดินทางไปเที่ยวกันต่อ ชมความงามของชายหาดนราทัศน์




4.เดินทางไปเที่ยวกันต่อ ชมความงามของชายหาดนราทัศน์ หนึ่งในสถานพักผ่อนตากอากาศที่มีชื่อเสียงที่สุดของเมืองนราธิวาส อยู่ใกล้กับตัวเมือง เดินทางมาได้ไม่ไกล ชายหาดนราทัศน์ เป็นหาดทรายขาวสะอาดยาวประมาณ 5 กิโลเมตร ไปสิ้นสุดที่ปลายแหลมด้านปากแม่น้ำบางนรา โดยในบริเวณร่มรื่นด้วยต้นสนเรียงรายตลอดแนวให้ร่มเงา และมีร้านค้า ร้านอาหารตลอดถนนเลียบชายหาด เหมาะสำหรับเป็นสถานที่พักผ่อนแล้ว ยังเป็นสถานที่จัดการแข่งขันเรือกอและที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามที่สุดอีกแห่งหนึ่งด้วย 

ชายหาดนราธิวาส ยามสนธยา ชื่นอุราจับใจ งามวิไลพระอาทิตย์อัสดงลงแลลับสิ้นสุดขอบฟ้าช่ะช่ะช่าหัวใจ


ภายในบริเวณชายหาด มีร้านค้า ร้านอาหารให้เลือกทานมากมายเลยค่ะ 

ชายหาดนราธิวาส ยามสนธยา ชื่นอุราจับใจ งามวิไลพระอาทิตย์อัสดงลงแลลับสิ้นสุดขอบฟ้าช่ะช่ะช่าหัวใจ 


อีกทั้งยังเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกดิน ที่สวยฟินที่สุดอีกแห่งด้วย ใครที่แวะมาเที่ยวเมืองนราธิวาส ต้องบไม่พลาดมาเดินนวยนาดกันนะคะ 


และใกล้กับชายหาด ก็เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวประมงที่อยู่ติดริมปากอ่าวแม่น้ำบางนราอีกด้วย 


ส่วนที่พักค้างคืนในทริปนี้ เดี๊ยนนอนพักที่โรงแรมอิมพีเรียล นราธิวาสค่ะ ที่พักตั้งอยู่ใจกลางเมือง ใกล้วงเวียนหอนาฬิกา 



เข้ามาเช็คอินที่บริเวณล็อบบี้ของโรงแรม 


บริเวณล็อบบี้ของโรงแรมดูโอ่โถ่ง กว้างขวาง 


รีวิวภาพห้องพักที่โรงแรม The Imperial Narathiwat Hotel (โรงแรมอิมพีเรียล นราธิวาส)

โดยราคาห้องพักที่เดี๊ยนเข้าพักคืนนี้เป็นราคาห้องพักโปรโมชั่นคืนละ 999 บาท รวมอาหารเช้าค่ะ ขนาดห้องพักถือว่ากว้างขวางทีเดียว แม้สภาพห้องจะดูเก่าไปหน่อยก็ตาม แต่ก็สะอาดสะอ้านดีมาก 


ภายในห้องก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกสบายให้ครบ มีโต๊ะนั่งทำงาน มีทีวี ตู้เย็น กาต้มน้ำร้อน ชา กาแฟ น้ำดื่มให้ฟรี 


ห้องน้ำดูสะอาดสะอ้าน กว้างขวาง  มีอ่างอาบน้ำให้ด้วย 

ส่วนห้องน้ำก็มีอ่างอาบน้ำให้ด้วย มีสบู่ก้อน สบู่เหลว แชมพู หมวกคลุมผมอาบน้ำให้ สภาพห้องสะอาดสะอ้าน สรุปสภาพโดยรวมของห้องพักที่โรงแรมอิมพีเรียล เดี๊ยนให้ผ่านค่ะ เต็ม 1 ล้าน ให้ 9 แสน คะแนนค่ะ 


ลงมาเดินเช็คอินถ่ายรูปที่วงเวี่ยนหอนาฬิกาเมืองนราธิวาาส 


ส่วนบรรยากาศยามเย็นก็มีรถสัญจรไปมาตลอด แต่ก็ไม่ได้วุ่นวายมากนักค่ะ  ในย่านนี้มีร้านอาหารริมทางอร่อยๆให้เลือกทานหลายร้านเลยค่ะ 


พลบค่ำยามสนธยา ได้เวลาไปหาอะไรทาน ตรงข้ามโรงแรมอิมพีเรียล  มีร้านอาหารให้เลือกทานหลายร้านเลยค่ะ  แต่เดี๊ยนเลือกมาทานร้านข้าวหมกไก่ และร้านขายก๋วยเตี๋ยวไก่ 


เดี๊ยนก็เลือกทานอะไรง่ายๆ ออเดอร์แรกจัดมื้อเบาๆ ด้วยข้าวหมกไก่ก่อนค่ะ 




จากนั้นก็ตามต่อด้วยก๋วยเตี๋ยวไก่แบบเบาๆสงท้ายๆ อิ่มมากๆ 






ราคาอาหารก็ไม่แพงด้วย ชามละ 40 บาท อิ่มมากด้วยค่ะ ถ้าสั่งลูกชิ้นมาทานด้วย คงจะอิ่มมากๆ ลืมบอกไปว่า ลูกชิ้นที่นี่ เป็นลูกชิ้นเนื่้อนะคะ ใครไม่ทานเนื้อ สั่งไก่มาทานได้จ้า



เช้าวันใหม่ในเมืองนราธิวาส มองวิวทิวทัศน์ตัวเมืองเช้านี้ ท้องฟ้าแจ่มใส ก้าวเดินทางต่อไปอีก 1 วันค่ะ 



ได้เวลาทานอาหารเช้าแล้วค่ะ 

ไลน์ภาพอาหารเช้าบางส่วนที่โรงแรมอิมพีเรี่ยล

ไลน์อาหารเช้าที่โรงแรมเป็นอาหารแบบบุฟเฟ่ต์ค่ะ 

ทานอาหารเติมพลังให้อิ่มก่อนค่ะ


เติมพลังทานอาหารเช้าก่อนออกไปเดินทางท่องเที่ยวลุยต่อค่ะ 


สระว่ายน้ำของโรงแรมอิมพีเรียล นราธิวาส 


นอกจากนี้ทางโรงแรมยังมีสระว่ายน้ำให้กับลูกค้าที่เข้าพักไปเล่นได้ด้วย ดูเด็กๆเล่นน้ำได้คึกคักสนุกสนานสราญรื่นกันมากๆ 

ตลาดเช้าเมืองนราธิวาส 


ตลาดเช้าเมืองนราธิวาส ก็ตั้งอยู่ตรงข้ามหน้าทางเข้าของโรงแรงเลยค่ะ บรรยากาศยังดูคึกคักไปดูผู้คนที่มาจับจ่ายใช้สอยซื้อของ รถรามากมาย เหมือนตลาดตามหัวเมืองทั่วๆไปค่ะ ไม่ได้เงียบเหงาแต่อย่างใด แต่ถ้าสายๆ ตลาดก็อาจจะวายผู้คนก็เป็นได้ 


ทานอาหารมื้อเช้าอิ่มแล้ว ก็ออกไปลุยเที่ยวเมืองนราธิวาสต่อกันได้เลยยค่ะ

ทานอาหารมื้อเช้าเสร็จ เช็คเอาท์ออกจากโรงแรมเดินทางไปเที่ยวต่อค่ะ 



อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวหากมาเยือนเมืองนราธิวาส คือมาเช็คอินที่พุทธอุทยานเขากง จัดเป็นพุทธมณฑลแห่งภาคใต้ ซึ่งเป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธทักษิณมิ่งมงคล

5.พระพุทธทักษิณมิ่งมงคล พุทธอุทยานเขากง 

5.พระพุทธทักษิณมิ่งมงคล พุทธอุทยานเขากง 

5.พระพุทธทักษิณมิ่งมงคล พุทธอุทยานเขากง 

5.พระพุทธทักษิณมิ่งมงคล พุทธอุทยานเขากง 

5.พระพุทธทักษิณมิ่งมงคล พุทธอุทยานเขากง 

โดยพุทธอุทยานแห่งนี้ ตั้งอยู่ที่ตำบลลำภู จากตัวเมืองใช้เส้นทางนราธิวาส-ระแงะ ห่างจากตัวเมืองนราธิวาส ประมาณ 9 กิโลเมตร สำหรับพระพุทธทักษิณมิ่งมงคลสีทององค์นี้ ประดิษฐานในปางปฐมเทศนาขัดสมาธิเพชรอยู่บนยอดเขา มีพุทธลักษณะตามแบบศิลปะสกุลช่างอินเดียตอนใต้ เริ่มสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2509 แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2512 องค์พระเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ประดับด้วยโมเสกสีทอง หน้าตักกว้าง 17 เมตร ความสูงวัดจากพระเกศบัวตูมถึงบัวใต้พระเพลา 24 เมตร

ขับรถเลี้ยวไปตามป้ายบอกทาง ไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติอ่าวมะนาว-เขาตันหยัง หาดสวยงามอีกแห่งในเมืองนราธิวาส


จากนั้นก็เดินทางมาเที่ยวต่อที่อ่าวมะนาว อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติอ่าวมะนาว-เขาตันหยง แหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนหน่อนใจ  นอนพักชมหาดทรายสวยๆ เงียบสงบ ไม่วุ่นวาย 


โดยชายหาดอ่าวมะนาวที่นี่ ถือว่าเป็นหนึ่งในชายหาดที่มีความสวยงามอีกแห่งของนราธิวาส ที่ต้องมาเช็คอินถ่ายรูป และเดินเล่นริมหาดทราย เป็นชายหาดที่มีความเงียบสงบ เหมาะกับการพักผ่อนอย่างยิ่ง 

6.ไปทัศนาจร เดินเว้าวอนให้ออนซอนหัวใจที่ชายหาดอ่าวมะนาว-นราธิวาส

6.ไปทัศนาจร เดินเว้าวอนให้ออนซอนหัวใจที่ชายหาดอ่าวมะนาว-นราธิวาส

6.ไปทัศนาจร เดินเว้าวอนให้ออนซอนหัวใจที่ชายหาดอ่าวมะนาว-นราธิวาส

6.ไปทัศนาจร เดินเว้าวอนให้ออนซอนหัวใจที่ชายหาดอ่าวมะนาว-นราธิวาส

6.ไปทัศนาจร เดินเว้าวอนให้ออนซอนหัวใจที่ชายหาดอ่าวมะนาว-นราธิวาส

6.ไปทัศนาจร เดินเว้าวอนให้ออนซอนหัวใจที่ชายหาดอ่าวมะนาว-นราธิวาส



6.ชายหาดอ่าวมะนาว-นราธิวาส ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติอ่าวมะนาว-เขาตันหยง อยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง โดยตัวของชายหาดนั้นโค้งอ่าวยาวประมาณ 4 กิโลเมตร ชายหาดขาวสะอาด บรรยากาศเงียบสงบ บริเวณชายหาดมีโขดหินคั่นสลับเป็นระยะ ๆ ฝั่งตะวันตกของอ่าวเป็นแนวป่าสน ส่วนทางฝั่งตะวันออกมีพื้นที่ติดกับพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ รวมถึงที่ตั้งของจุดชมวิวบนเนินหินริมทะเล สามารถมองเห็นทัศนียภาพของอ่าวมะนาวจากมุมสูงได้ บริเวณริมหาดมีสวนรุกขชาติ และทิวสนร่มรื่นเหมาะแก่การพักผ่อน มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าชายหาด ระยะทาง 1 กิโลเมตร



อากาศร้อนๆ เติมต่อด้วยน้ำมะพร้าว 1 ลูกคงจะดีไม่น้อยค่ะ


แวะมาอุดหนุนพ่อค้าแม่ค้าแถวชายหาดนราทัศน์ได้ค่ะ ขายกันไม่แพง 25 บาท รสชาติหวานอร่อยๆแบบไม่ต้องเติมน้ำเชื่อมหรือน้ำตาลลงไปเลย



มาหาอะไรทานกันต่อค่ะ มาถึงทางใต้ทั้งที อาหารโปรดปรานที่เดี๊ยนชอบทานคงต้องยกให้ ข้าวยำปักษ์ใต้ค่ะ 

ในเมืองนราธิวาส มีข้าวยำให้เลือกทานหลายร้านค่ะ แต่พิกัดร้านที่อยู่ไม่ไกลจากย่านใจกลางเมืองนัก และมีนักศึกษาหรือนักเรียนไปซื้อกิน คงต้องเป็นข้าวยำยาโง๊ะค่ะ


จัดไปเป็นมิ้อกลางแล้วกับค่ะ ข้าวยำยาโง๊ะ ราคา 15 บาท อร่อยและอิ่มมากๆ



มีข้าวเกรียบปลาขายด้วย ถุงละ 5 บาทเท่านั้น สรุปมื้อเที่ยงนี้หมดงบไป 45 บาทเท่านั้นรวมน้ำมะพร้าว ถูกจริงอะไรจริง อยากให้ที่กรุงเทพ ราคาถูกแบบนี้จังเลยค่ะ


บรรยากาศหน้าร้านข้าวยำยาโง๊ะ และร้านข้าวหมกไก่ อยู่ใกล้กับวิทยาลัยเทคนิคนราธิวาส 


ช่วงกลางวันจะมีนักเรียนและนักศึกษาออกมาให้อะไรทาน ทำให้ย่านนี้ดูคึกคักมากๆค่ะ มีร้านอาหาร และร้านคาเฟ่อร่อยๆให้เลือกไปเช็คอินหลายร้าน เพื่อนๆคนใหนมาเที่ยวนราธิวาส ไม่รู้ทานอะไรดี แวะมาทานอาหารในย่านนี้ได้นะคะ ร้านเยอะจริงๆ 



ขับรถมอเตอร์ไซต์เดินทางไปสักพัก ฝนก็ตกลงมาอย่างหนักเลยค่ะ เลยต้องหยุดแวะพักร้านเพิงหมาแหงนริมทางค่ะ


รอประมาณ 15-20 นาทีได้ค่ะ ฝนถึงจะค่อยๆซาลงไปบ้าง 


พอฝนหยุดตก ท้องฟ้าก็กลับมาสดใสอีกครั้ง ได้เวลาออกเดินทางต่อค่ะ 

7.เช็คอินที่ชายหาดบ้านทอน ชมเรือกอและ 

7.เช็คอินที่ชายหาดบ้านทอน ชมเรือกอและ 

7.เช็คอินที่ชายหาดบ้านทอน ชมเรือกอและ 

7.เช็คอินที่ชายหาดบ้านทอน ชมเรือกอและ 

7.เช็คอินที่ชายหาดบ้านทอน ชมเรือกอและ 

7.เช็คอินที่ชายหาดบ้านทอน ชมเรือกอและ 

7.เช็คอินที่ชายหาดบ้านทอน ชมเรือกอและ จัดเป็นอีกหนึ่งชายหาดสวยงามของจังหวัดนราธิวาส ห่างจากตัวเมืองประมาณ 16 กิโลเมตร และห่างจากสนามบินเพียง 3 กิโลเมตรเท่านั้น ทำให้ชายหาดแห่งนี้เป็นจุดชมเครื่องบินที่สวยงามอีกแห่งด้วย  นอกจากนี้แล้วความสำคัญอีกแห่งคือ บ้านทอนเป็นหมู่บ้านชาวประมงไทยมุสลิม ประกอบอาชีพการทำประมงพื้นบ้าน และเป็นแหล่งผลิตเรือกอและที่ยังหลงเหลืออยู่เพียงแห่งเดียวในนราธิวาสด้วย  

โดยบริเวณหาดบ้านทอน มีจุดเช็คอินถ่ายรูปเรือกอและที่มีชื่อเสียงของนักท่องเที่ยว ที่ต่างแวะเวียนมาถ่ายรูปกันอย่างไม่ขาดสายด้วย ทัศนียภาพโดยรอบเรียงรายไปด้วยต้นมะพร้าวสูงสกาวเรืยงราย ตัดกับผืนหาดทรายสีขาว และท้องฟ้าสีคราม ในช่วงยามแดดจัด งดงามยิ่งนัก นักเดินทางท่องเที่ยวคนใหนที่มาเยือนเมืองนราธิวาส ต้องไม่พลาดกันเลยทีเดียว 



8.แวะไปเช็คอินถ่ายรูปชิลๆที่ร้านคาเฟ่ Summer Thon (ซัมเมอร์ทอน) 

8.แวะไปเช็คอินถ่ายรูปชิลๆที่ร้านคาเฟ่ Summer Thon (ซัมเมอร์ทอน) 

8.แวะไปเช็คอินถ่ายรูปชิลๆที่ร้านคาเฟ่ Summer Thon (ซัมเมอร์ทอน) 

8.แวะไปเช็คอินถ่ายรูปชิลๆที่ร้านคาเฟ่ Summer Thon (ซัมเมอร์ทอน) 

8.แวะไปเช็คอินถ่ายรูปชิลๆที่ร้านคาเฟ่ Summer Thon (ซัมเมอร์ทอน) 

8.แวะไปเช็คอินถ่ายรูปชิลๆที่ร้านคาเฟ่ Summer Thon (ซัมเมอร์ทอน) 

8.แวะไปเช็คอินถ่ายรูปชิลๆที่ร้านคาเฟ่ Summer Thon (ซัมเมอร์ทอน) 

8.แวะไปเช็คอินถ่ายรูปชิลๆที่ร้านคาเฟ่ Summer Thon (ซัมเมอร์ทอน) โดยอยู่ไม่ไกลจากสามแยกชายหาดบ้านทอน เลี้ยวขวามาไม่ไกล  ร้านคาเฟ่มีชื่อเสียงอีกแห่งทีตั้งอยู่ริมชายหาดบ้านทอน ตกแต่งแนวๆเรียบเก๋ๆ สไตล์ทะเลสดใส บรรยากาศดี มีจุดให้นั่งพักชมวิวทะเล ให้บริการเครื่องดื่ม อาหารคาวและหวานสำหรับนักท่องเที่ยว และเป็นจุดชมเครื่องบินอีกด้วย 


นั่งชมวิวทะเลสวยๆที่หาดบ้านทอนอยู่สักพัก ก็ได้เวลาขับรถกลับไปเมืองปัตตานีอีก 95 กิโลเมตร เพื่อไปคืนที่ร้านเช่ารถแล้วค่ะ


พอบ่าย 3 โมงกว่าๆก็ได้เวลาขับรถมอเตอร์ไซต์กลับไปคืนที่ร้านเช่ารถในมืองปัตตานีแล้วค่ะ 


คืนรถมอเตอร์ไซต์ รับเงินมัดจำคืน ก็ใช้บริการเหมาแท๊กซี่จากเมืองปัตตานี ไปที่สนามบินหาดใหญ่ ราคา 900 บาท

เมื่อทำการคืนรถมอเตอร์ไซต์ รับเงินมัดจำคืน ก็ใช้บริการเหมาแท๊กซี่จากเมืองปัตตานี ไปที่สนามบินหาดใหญ่ ราคา 900 บาทค่ะ 

รีบเดินทางมาเช็คอินให้ทันขึ้นเครื่องบิน เพื่อเดินทางกลับกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ จบทริปเที่ยวเบตง-ปัตตานี-นราธิวาส คงได้กลับมาเดินนวยนนาดอีกครั้งแน่นอน


เพื่อไปให้ทันเวลาเช็คอินขึ้นเครื่องบิน และเดินทางกลับกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ เป็นอันจบทริปเที่ยวเมืองเบตง ยะลา-ปัตตานี- และเมืองนราธิวาสอย่างสมบูรณ์ หนึ่งใน 3 จังหวัดน่าเที่ยว ที่ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด แต่รู้สึกจะติดใจ ต้องกลับมาเที่ยวที่นี่อีกให้ได้อย่า่งแน่นอนค่ะ 

เพราะนอกจากแวดล้อมไปด้วยทัศนียภาพที่สมบูรณ์สวยงามแล้ว ยังมีอาหารพื้นบ้านท้องถิ่นอร่อยๆให้ทานในราคาไม่แพงด้วย เพื่อนๆคนใหนที่ยังไม่เคยมาเที่ยวปัตตานี ยะลา นราธิวาส ลองจัดทริปมาเที่ยวดูสักครั้งนะคะ รับรองว่าได้รูปภาพสวยๆไว้ลงโซเชียลอย่างแน่นอนค่ะ 


ขอบพระคุณเพื่อนๆผู้อ่านที่เข้ามาสไลด์เปิดดูกัน หวังว่าจะได้พบกันอีกครั้งในบทความถัดไป....จากคุณนายเว่อร์ เทอร์ชอบเที่ยวกินนอน 
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------

แสดงความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น