รีวิวลุยเดี่ยวท่องเที่ยวสุโขทัย ตอนที่ 1 เดินทางเที่ยวงานลอยกระทง แวะตลาดย้อนยุค แลกเบี้ยซื้อของกิน ถ่ายรูปยามค่ำคืน สวยเว่อร์ค่ะ


เดี๊ยนคุณนายเว่อร์ขอมรายงานตัว และขอกล่าวคำทักทายสวัสดี..สวีดัดพี่ๆน้องๆผู้ท่องโลกออนไลน์ทุกๆท่านนะค่ะ  ช่วงนี้เดี๊ยนหายไปประมาณ 3-4 วันได้ค่ะ เผอิญว่าวันที่ 21-22 พ.ย.58 ซึ่งเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ เดี๊ยนได้มีโอกาสไปเที่ยวสุโขทัยมา จริงๆตั้งใจจะไปเที่ยวเมืองเก่าสุโขทัยตั้งนานแล้วค่ะ ก่อนหน้าที่จะไปก็วางแผนชวนเพื่อนกันไป 5 คน ไปๆมายกเลิกกันหมดเลยค่ะ ก็ด้วยคุณเพื่อนของเดี๊ยนแต่ละคนมีภาระหลายอย่าง บางคนงานยุ่ง บางคนต้องดูแลลูก ดูแลสามี ดูแลพัดลม(แฟน)ติดธุรโน้นนี้นั้น ไปๆมาๆก็เหลือตัวเดี๊ยนคนเดียวนี้แหละค่ะ ที่ยังหลงเหลือความมุ่งมั่นว่าจะต้องไปให้เที่ยวอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยให้ได้สักครั้ง....เดี๊ยนจำได้เมื่อปีที่แล้วก็ไปสัมมนาที่สุโขทัยมาแต่ก็ไม่ได้แวะเที่ยวเมืองเก่าสุโขทัยเลย มาเดือนนี้มีเวลาว่าง 2 วัน เลยจัดไปรอบนี้ค่ะ ลุยเดี่ยวเลยค่ะ อิสระเสรีสุโค้ย...ถึงแม้จะเหงาอยู่บ้าง แต่ก็ดีอย่างค่ะ เพราะตัดสินใจเองได้หมดไม่ต้องรอค่ะ

สำหรับการเดินทางลุยเดี่ยวของเดี๊ยนในครั้งนี้วางแผนไว้ 2 วันค่ะ เอาเข้าจริงๆได้เที่ยวสุโขทัย 1 วันครึ่งค่ะ เพราะใช้เวลาไปกับการเดินทางไปสุโขทัยก็เกือบ 7 ชั่วโมงแล้วค่ะ  ก่อนนี้ก็ได้วางแผนจองที่พักไว้แล้ว แต่ก็พึงมาจองที่พักตอนใกล้วันจะไปเมื่อวันที่ 18 นี้เอง อีกอย่างเดี๊ยนพึงรู้ว่าที่เมืองสุโขทัยมีการจัดงานลอยกระทงถึง 5 วัน ทำให้ที่พักในช่วงวันหยุดคืนวันที่ 21 ห้องราคาถูกๆเต็มหมดเลยค่ะ เดี๊ยนก็เลยได้จองพักห้อง Share Bath โรงแรม 4 ดาวไปค่ะ แต่ก็ถึอว่าเป็นครั้งแรกที่ได้พักห้องแชร์ไฮโซมากๆค่ะ ดูดีเว่อร์วังอลังการจริงๆค่ะ

เอาล่ะค่ะ เพื่อไม่ให้เสียเวล่ำเวลา เดี๊ยนขอเริ่มรีวิวท่องเที่ยวสุโขทัยเลยนะค่ะ โดยเดี๊ยนขอแบ่งเป็น 2 ตอนค่ะ
ตอนที่ 1 เป็นรีวิวท่องเที่ยวสุโขทัยแบบงานลอยกระทงยามค่ำคืน
ตอนที่ 2 เป็นรีวิวท่องเที่ยวปั่นจักรยานเที่ยวอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยค่ะ

บทความในบล๊อกที่เดี๊ยนเขียนนี้อาจมีภาพ แต่ไม่มีเสียง มีแต่เนื้อหาที่ต้องใช้วิจารณญาณในการอ่านเป็นพิเศษค่ะ ซึ่งอักขระอาจตกๆหล่นบ้าง ตามประสาคนแก่ค่ะ เนื้อหาเหมาะสำหรับผู้อ่านทุกเพศทุกวัยค่ะ อ่านชิวๆเล่นๆฆ่าเวลาค่ะ หรือหากรีวิวนี้มีประโยชน์ต่อผู้ที่กำลังวางแผนไปเที่ยวสุโขทัย เดี๊ยนหวังว่าคงเป็นไกด์ไลน์และแนวทางไม่มากก็น้อยนะค่ะ....เรามาเริ่มเที่ยวสุโขทัย ฉบับเดินทางไปเอง ลุยเดี่ยวเองค๊า

วันที่ 21 พ.ย.นี้ เดี๊ยนรีบตื่นแต่เช้าตรู่เลยค่ะ รีบอาบน้ำ รีบหอบกระเป้าสะพายใส่เสื้อผ้าไม่กี่ชุด ออกเดินทางจากบ้าน ขึ้นรถเมลล์ ต่อไปรถไฟฟ้า แล้วก็ต่อรถเมลล์ เข้าไปหมอชิต 2 (หลายต่อมากค่ะ) ตรงมาที่่จุดขายตั๋วด่วน 999 ได้เที่ยวรถไปสุโขทัยรอบ 8.30 แต่เป็น ป.อ.2 ราคา 248 บาท ก็ต้องซื้อตั๋วโดยสารเลยค่ะ ตอนแรกคิดว่าได้ตั๋วรถ ป.อ.1 ไปลงที่เมืองเก่าสุโขทัยเลย เอาเข้าจริงๆต้องรอเที่ยวรถรอบ 11 โมงเลยค่ะ เดี๊ยนเองก็ขึ้เกียจรอก็เลยไปเที่ยวนี้แหละค่ะ
ในตั๋วพิมพ์ไว้ไป 8.30 พอเดี๊ยนมานั่งรถบนรถโดยสาร ดูนาฬิกาในข้อมือจะ 8.30 น. แล้ว ยังไม่มีวีแว่วล้อจะหมุนเลยค่ะ กว่าล้อรถโดยสารจะหมุนปาไปเกือบ 9 โมงเลยค่ะ

 
เดี๊ยนนั่งรถโดยสาร ปอ.2 ออกจากหมอชิตตั้งแต่เช้า รถล้อหมุนออกมารับผู้โดยสาร ตามสถานีขนส่งในจุดต่างๆ โดยเฉพาะที่ขนส่งที่อยุธยามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติขึ้นรถโดยสารมาเกือบเต็มคันรถเลยค่ะ
ทั้งนี้ข้างๆที่นั่งโดยสารของเดี๊ยน ก็มีนักท่องเที่ยวผู้หญิงเป็นชาวต่างชาติด้วย ทำให้ได้ทักทายฝึกพูดภาษาอังกฤษไปด้วยค่ะ

ไปเจอน้องหนูน้อยที่นั่งฝั่งตรงข้าม กำลังเล่นตุ๊กตาอยู่ ดูมีความสุขมากๆค่ะ เดี๊ยนเลยสอบถามขอเล่นด้วยค่ะ คุณหนูคนนี้ก็ดูเป็นมิตรมากยิ้มแย้มแจ่มใส เพราะยื่นตุ๊กตามาให้หนูได้เล่นด้วยค่ะ พูดภาษาอังกฤษได้ดีมาก ถามไปถามมา อ่อหนูน้อยมาจากเมืองผู้ดีอังกฤษค่ะ


เอาตุ๊กตาคุณหนูน้อยชาวอังกฤษมาเล่น มีชื่อเรียกตุ๊กตาอยู่ แต่จำไม่ได้แล้วค่ะว่าชื่ออะไร ลงท้ายด้วยฟี่ๆ อะไรสักอย่างเนี่ยแหล่ะคะ

รถโดยสาร ปอ.2 วิ่งรับ-ส่งคนตามสถานีขนส่งที่ต้องเดินทางผ่านหลายจังหวัด ในที่สุดจุดหมายปลายทางที่รอคอยก็มาถึงคือ สถานีขนส่งสุโขทัยค่ะ รถโดยสารออกจากกรุงเทพตีไปประมาณ 9 โมงค่ะ เดินทางมาถึงสุโขทัยก็ 5 โมงเลยค่ะ โอ้โฮ้..ใช้เวลาไป 8 ชั่วโมงเลยนะค่ะเนี่ย

พอลงจากรถโดยสาร ใกล้ๆก็มีรถคันเล็กๆ เรียกว่าเป็นรถคอกหมู เป็นรถโดยสายที่จะไปเมืองเก่าอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยจอดรถอยู่ข้างๆกันพอดีเลยค่ะ เดี๊ยนเลยเดินเข้าไปถามคณพี่คนขับรถว่ารถจะออกเลยหรือเปล่า หรือรอให้ผู้โดยสารเต็มก่อนค่อยไป... คุณพี่คนขับรถยิ้มพูดแก้มปริให้เดี๊ยน พร้อมพูดบอกว่า รถจะออกทุกๆ 10 นาทีจ้า พอได้ยินดังนี้ เดี๊ยนเลยโล่งอกค่ะ คิดว่าต้องรถให้ผู้โดยสารเต็มคันรถก่อนค่อยไป ไม่งั้นต้องรอเก้อแน่ๆค๊า..
 ไม่นาน เสียงก็ขับก็บีบแกร่ และมีพี่ผู้หญิงคนเก็บสตางค์ค่าโดยสาร พูดออกเสียงเหน่อหน่อยๆ ประกาศบอกให้ผู้โดยสารท่านอื่นๆที่นั่งในชานชลาว่ารถที่จะไปเมืองเก่าจะออก แล้ว ไม่นานก็มีนักเดินทางท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ทยอยขึ้นมาบนรถ แต่ก็ไม่เต็มคันรถค่ะ คุณพี่คนเก็บสตางค์เรียกให้เสียค่าโดยสารเดินไปเมืองเก่าคนละ 30 บาทค่ะ
http://khunnaiver.blogspot.com/2015/11/blog-post_18.html
http://khunnaiver.blogspot.com/2016/05/blog-post_24.html
รถคอกหมู 2 แถว ล้อหมุนออกจากขนส่ง เสียค่าค่าโดยสารคนละ 30 บาท ซึ่งรถจะวิ่งวนเข้าไปรับผู้โดยสารในเมืองอีกครั้ง ก่อนจะขับตรงมายังถนนไปเมืองเก่าสุโขทัย ซึ่งระยะทางจากตัวเมืองสุโขทัย ไปเมืองเก่าประมาณ 12 กิโลค่ะ...โดยโรงแรมที่พักที่เดี๊ยนจองไว้นั้นชือ ดอร์ม ออฟ แฮปปี้เนส ธาราบุรี (dorm of happiness at tharaburi) พร้อมยื่นแผนที่โรงแรมให้ดู คุณพี่คนเก็บสตังค่าโดยสาร เลยบอกว่่าเดี่ยว บอกคนขับจอดให้ที่สามแยกถนนสัมมนา แล้วเดินเข้าไปอีก 200 เมตร ก็จะเจอโรงแรมเลย...เดี๊ยนได้ยินดังนี้ก็ใจชื่นค่ะ


รถคอกหมู 2 แถว วิ่งออกมาจากตัวเมืองสุโขทัยไม่นาน คุณพี่ผู้หญิงคนเก็บสตังค่าโดยสาร ก็ประกาศกวักมือเรียกให้เดี๊ยนลงจากรถ พร้อมบอกว่าถึงแล้ว ถนนสัมมนา แต่ในใบจองห้องพักพิมพ์ว่าถนนเมืองเก่า-บ้านนาโพธิ์ พอลงจากรถก็ร้องอ๋อเลยค่ะ เพราะถนนเส้นนี้ มีโรงแรมที่พักสำหรับจัดประชุมสัมมนาหลายแห่งค่ะ...เอ้อ เค้ารู้จักตั้งชื่อให้เรียกง่ายๆดีนะค่ะ


เดี๊ยนเดินจากปากทางตรง 3 แยก เดินมาไม่ไกลมากนักค่ะ ประมาณ 200 เมตรก็เห็นป้ายโรงแรมที่พัก ที่เดี๊ยนได้ทำการจองไว้แล้ว เป็นโรงแรมที่ไม่อยากจองเลย แต่ก็ต้องจองเพราะที่พักในคืนวันที่ 21 พ.ย.เต็มหมดเกือบทุกที่เลยค่ะ เนื่องจากมีการจัดงานลอยกระทง แต่พอมาถึงโรงแรมที่พักก็คิดว่าคงไม่ผิดหวังนะค่ะ เพราะดูเป็นโรงแรมไฮโซ การจัดตกแต่งดูดีจริงๆค่ะ ที่พักที่เดี๊ยนจองไว้ชื่อ ดอร์ม ออฟ แฮปปี้เนส ธาราบุรี (dorm of happiness at tharaburi) เป็นห้องแชร์ แบบนอนรวมกับคนอื่น ไม่ได้เป็นห้องส่วนตัวนะค่ะ


พอเดินเข้ามาถึงก็ตะลึงอยู่ไม่น้อย หน้าฟร้อน ดูเป็นโรงแรมที่ดูไฮโซเว่อร์วังอลังการมากค่ะ จัดตกแต่งสไตล์ไทยจีน เข้าบรรยากาศสุโขทัยเสียจริงๆค่ะ มีพนักงานผู้ชายมาต้อนรับเพื่อให้รอทำการเช็คอินน์ค่ะ โดยค่าที่พักเป็นห้องนอนรวม Share Bath Room ราคา 750 บาท/คืน/ท่าน Exclued Breakfast แปลว่า ไม่รวมอาหารเช้าค่ะ..อือ เดี๊ยนว่าก็สมราคาเค้าแหล่ะค่ะ เพราะถ้าเป็นห้องส่วนตัว เจ้าหน้าที่ฟร้อนผู้ชายบอกว่าคืนละ 3000 บาทเลยเชียว แพงเอาการเหมือนกัน ต้องเป็นคนกระเป๋าหนักถึงจะพักได้ คุณนายเว่อร์จนๆเป็นยาจกแบบเดี๊ยน ขอนอนห้องหลักร้อยดีกว่าค่ะ แต่ถ้าจะให้ดีที่สุด ราคาคืนละ 750 บาท รวมอาหารเช้าด้วยจะดีมากๆเลยค่ะ



พอเดี๊ยนได้ทำการลงชื่อเช็คอินน์ที่เคาว์เตอร์เสร็จ เจ้าหน้าที่โรงแรมก็นำมาดิฉันมา ณ ห้องพัก ซึ่งจะอยู่อีกหลังนึงค่ะ ซึ่งจะเป็นบ้านเรือนไม้สไตล์ไทยๆหน่อยแต่ไม่ออกลายกนกจนเกินไป ดูเป็นบ้านเปิดโปร่งน่าพักมากๆค่ะ ซึ่งในบ้านหลังนี้จะเป็นที่พักแบบห้อง Share ซ่ะส่วนใหญ่ สำหรับนักเดินทางคนเดียวหรือมาแบบครอบครัว นอนได้ 3 คน มี 3 เตียงต่อ 1 ห้องค่ะ ในบ้านพักมีห้องนอนจะแยกชายหญิง รวมทั้งห้องน้ำก็แยกด้วยค่ะ

http://khunnaiver.blogspot.com/2015/11/blog-post_18.html
http://khunnaiver.blogspot.com/2016/05/blog-post_24.html
พอเจ้าหน้าที่ ใขกุญแจในห้องเข้ามา ก็ไม่ผิดหวังค่ะ ในห้องเป็นห้องแอร์ มีเตียง 3 เตียง เป็นเตียงดูโอ้แบบนอนคนเดียว มีผ้าขนหนูให้ บนหัวนอนมีโคมไฟให้ด้วยค่ะ เดี๊ยนเข้าไปในห้องมีแขกชาวต่างชาติกำลังนั่งเปิดไอแพดเล่นเน็ตอยู่พอดีเลยค่ะ ในห้องมี 3 เตียงนะค่ะ เดี๊ยนถ่ายรูปมาให้ได้แค่ 2 เตียง อีก 1 เตียงไม่ได้ถ่ายเพราะมีแขกคุณพี่สาววัยซ่ะรุ่นนั่งอมยิ้่มให้เดี๊ยนอยู่ค่ะ  เดี๊ยนได้ทักทายตามทำเนียมฝรั่งค่ะ พอเข้ามาในห้องก็รู้สึกเกรงใจยังไงไม่รู้ค่ะ เดี๊ยนเลยรีบนำกระเป๋าและของพะรุงพะรังที่เดี๊ยนหอบมาด้วย เข้าไปไว้ในล๊อคเกอร์


มีตู้ล๊อกเกอร์ใส่เสื้อผ้าแบบส่วนตัว โต๊ะเขียนหนังสือ น้ำดื่มให้ด้วยค่ะ ถือว่าดีมากเลยค่ะ ส่วนใหญ่เคยไปนอนห้อง Share bath ก็จะออกแนวลุยหน่อย ตู้ล๊อกเกอร์จะเล็กมากๆ แต่อันนี้ส่วนตัวสุดๆ แยกกันเป็นสัดเป็นส่วนดีค่ะ พึงเคยมาพักครั้งแรกนี้แหละค่ะ แต่เสียอย่างเดียวค่ะ ในห้องไม่มีทีวีตู้เย็นให้นะค่ะ และห้องน้ำก็แยกออกไปต้อง ไม่มีห้องน้ำในตัวค่ะ แต่ภาพรวมในห้องถือว่าเป็นห้องนอนรวม ที่ดูดีมากๆค่ะ


ในบ้านที่พัก มีที่นั่งเล่นๆรับลมเย็นๆตรงระเบียงด้วยค่ะ  รู้สึกเจ้าของบ้านหรือเจ้าของโรงแรมเอาใจใส่กับการตกแต่งบ้านมากๆค่ะ มานอนเหมือนมาอยู่บ้านเลยนะค่ะ 


เดี๊ยนนั่งพักได้ไม่นาน ก็ได้เวลาที่จะต้องออกหากินแล้วค่ะ พอดีวันที่เดี๊ยนได้เดินทางไปมีการจัดงานช้าง งานยักษ์ใหญ่ประจำจังหวัดสุโขทัยเลย นั้นก็คืองานลอยกระทงค่ะ ทางเจ้าหน้าที่ของโรงแรมบอกเดี๊ยนมาว่างานเริ่มจัดตั้งแต่วันที่ 21-25 พ.ย.58 นี้ค่ะ เดี๊ยนโชคดีเลยที่ได้มาเพราะว่าจะได้เดินช็อปหาอะไรทานด้วยค่ะ  โดยในงานมีรถรับส่งฟรีจากอุทยานมาส่งใกล้ๆที่พักด้วย สะดวกเดี๊ยนจริงๆเลยค่ะ

เดี๊ยนเดินหอบกระเป๋าสตางค์ออกจากที่พัก พร้อมเผลอลืมเอากุญแจห้องพักไปฝากไว้ที่ฟร้อนด้วย ก็เลยต้องกระเตงเอาไปด้วยรักษาเท่าชีวิต ถ้ากุญแจห้องพักหาย ปรับแพงกว่าค่าห้องอีกนะค่ะ โอ้ยยังกะกุญแจทองคำเลยค่ะ  เดี๊ยนเดินออกมาจากโรงแรมที่พักมาที่หน้าปากทางถนน มีจุดบริการรถรับส่งฟรีเข้าไปในงานด้วยค่ะ เลยขอใช้ร่วมใช้บริการดีกว่าค่ะ เพราะยังไม่เคยมาค่ะ


มีรถคอกหมูเหมือนที่เคยนั่งโดยสารมาจากในตัวเมือง จอดให้บริการฟรีอยู่ค่ะ เดี๊ยนรีบขึ้นไปหาที่นั่งเลยค่ะ และไม่นานผู้คนก็เต็มคันรถ  รถคอกหมูก็คอยๆขับเคลื่อนตัวช้าๆเนิ่บๆไปเรื่อยๆ วันเสาร์ที่ 21 พ.ย.วันที่เดี๊ยนไปขอบอกเลยค่ะว่า รถติดได้โลห์เลยค่ะ เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวทั่วแคว้นแว้นล้า ฝรั่งมังฆ่า เดินกันให้ขวักไขว่ค่ะ เดี๊ยนนั่งอยู่ บนรถเหงื่อก็ออกท่วมตัวค่ะ อากาศเนี่ยร้อนมากๆ  แต่รถวิ่งมาก็ไม่ไกลมากนักก็ถึงหน้าอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยค่ะ



ในที่สุดก็มาถึงหน้าอุทยานประวัติศาสตร์ไทยแล้วค่ะ มีป้ายบอกชื่องานเบอร์เริ้มเท้มเลย เขียนว่า งานลอยกระทงเผาเทียน เล่นไฟ สุโขทัย ปี ๒๕๕๘ ค่ะ ...วันเสาร์เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ วันที่เดี๊ยนจะเข้าไปในงานจะเห็นทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยกันเสียส่วนใหญ่ค่ะ เดินกันยั่วเยี่ยะยังกับมดตะนอยแตกรังค่ะ

 พอเดินเข้ามาก็จะมีร้านขายสินค้า otop จุดแสดงสินค้าผลิตภัณฑ์ต่างให้ได้เลือกซื้อเลือกหากันค่ะ ซึ่งแต่ละจุดก็น่าสนใจทั้งนั้นเลยค่ะ ซึ่งจังหวัดสุโขทัยรวมเอาสินค้าของชาวสุโขทัยมาไว้ที่นี้เลยค่ะ นอกจากนี้ภายในงานมีการแสดงแสงสีเสียงประวัติความเป็นมาสุโขทัยด้วยค่ะ...หากมางานนี้ใครพาคนแก่มาด้วย หรือรู้ตัวว่าตัวเองเดินไม่ไหว พึงรถรางได้ค่ะ มีบริการฟรีแก่นักท่องเที่ยวที่มางานนี้ค่ะ
ซึ่งภายในงาน มีการแสดงการออกงานของหน่วยงานต่างๆ ที่มีการจัดงานให้ได้เดินชมศึกษาหาความรู้ หรือหากเดินไปแล้วรู้สึกหิวโหย ก็แวะตามตลาดโบราณ ซื้อของกินได้ไม่ยากเลย เรียกว่ามางานเดียวเสียตังแน่นอนค่ะ  และที่ขาดไม่ได้เลยคือมีกระทงจำหน่าย กระทงละ 20 บาทให้ด้วยค่ะ 

เดินมาหน่อย เดี๊ยนละตกใจกับช้างค่ะ กวักงวงไปๆมาๆ เสียวจะไปโดนหัวคนเดินไปมาเสียจริงนะค่ะ แต่ก็เป็นเสน่ห์ที่ขาดเสียไม่ได้เลยค่ะ เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศงานลอยกระทงนะค่ะ


ภายในงาน ตามโบราณสถานต่างๆถูกประดับด้วยแสงไฟฉายแสงตามพระพูทธรูปและยอดเจดีย์ มีตะเกียงน้ำมันก๊าดล้อมรอบ ดูชั่งสวยงามเสียจริงค่ะ แต่ควันจากตะเกียงน้ำมันก๊าดเนี่ยก็เหม็นเตะจมูกเดี๊ยนอยู่ไม่น้อยเลยค่ะ เอามื่อจับปลายรูจมูกดู ว้าย..ดำปี้เลยค่ะ ฮาฮา...แต่แสงไฟเหล่านี้ก็ทำให้งานดูมีสีสันและสวยงาม ดูแสงรัศมีจากไฟสว่างไสวผุดผ่องอำไพ พุ้งขจรขจายไปไกลทั่วงาน

เดินมาเจอบูทเตะตาเดี๊ยนจริงๆค่ะ เพราะว่าวันถัดไปจะต้องไปปั่นจักรยานแวะเที่ยวตามชมสถานที่ท่องเที่ยวตามโบราณสถานที่สำคัญเลยขอแวะเข้าไปหน่อยค่ะ เป็นบูทที่จัดโดยพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติรามคำแหงค่ะ เดี๊ยนชอบมากๆเลยขอเข้าไปอ่านและเก็บรูปไว้หน่อยค่ะ เป็น 10 สถานที่ควรชมในอุทยานประวัติศาตร์สุโขทัย มีอะไรบ้างนั้นเข้าไปอ่านเป็นความรู้กันเลยค่ะ เข้าไปอ่านเหมือนย้อนไปเรียนวิชาสังคมศึกษาสมัยมัธยมค่ะ


ลองอ่านตามกันดูนะค่ะ นึกถึงแล้วก็เหมือนได้เข้ามาเรียนวิชาสังคมศึกษา เหมือนสมัยมัธยมต้นนะค่ะ ตอนนั้นหากพูดถึงโบราณสถาน วิชาประวัติศาตร์ ต้องมีอยุธยากับสุโขทัยอยู่แน่ๆค่ะ ที่โดดเด่นจริงๆ ทำให้มาวันนี้ ได้ตามรอยย้อนความหลังได้มาศึกษาประวัติศาสตร์ตามสถานที่จริงๆตามที่หวังไว้ค่ะ
ยังไงเพื่อนที่เข้ามาในบล๊อกนี้ อ่านตามรูปภาพที่เดี๊ยนถ่ายมาให้ได้แบ่งปันศึกษาเรียนรู้กันนะค่ะ


สถานที่โบราษสถานที่สำคัญแห่งแรก อันดับที่ 1 คือ วัดพระพายหลวงค่ะ อ่านตามภาพได้เลยค่ะ อาจจะถ่ายรูปเอียงไปบ้าง ขออย่าได้ถือสาคนแก่สายตาเอียงอย่างเดี๊ยนนะค่ะ


สถานที่สำคัญที่ 2 ในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยคือ หอพระพุทธสิริมารวิชัย  อ่านเนื้อหาตามรูปภาพได้เลยค่ะ 

สถานที่สำคัญที่ 3 ในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยคือ พระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหง คงไม่มีใครไม่รู้จักนะค่ะ เป็นกษัตริย์ที่สำคัญกับชาวไทยเรามากๆค่ะ อ่านเนื้อหาตามรูปภาพได้เลยค่ะ


 สถานที่สำคัญที่ 4 ในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยคือ วัดศรีชุม เป็นวัดที่มีชื่อเสียงมากๆและเป็น unseen ที่หากใครมาเที่ยวเมืองเก่าสุโขทัย ยังไงก็ต้องแวะมาวัดนี้ให้ได้ค่ะ เพราะเคยเห็นแต่ในโฆษณาท่องเที่ยวในเน็ตและนิตยสารต่าง ทำให้วัดแห่งนี้สร้างชื่อเสียงให้กับอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยและประเทศไทยอย่างมากเลยค่ะ  อ่านเนื้อหาตามรูปภาพได้เลยค่ะ


 สถานที่สำคัญที่ 5 ในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยคือ วัดเชตุพน

สถานที่สำคัญที่ 6 ในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยคือ วัดมหาธาตุ เป็นวัดที่มีความโดดเด่นมากค่ะ เพราะตอนสมัยเรียนจำได้ว่า คุณครูชอบถามว่า เอ้าใหนเจดีย์ทรงพุ่มข่้าวบิณฑ์เป็นศิลปะแบบใด  เดี๊ยนชอบยกมือขึ้นตอบอย่างเต็มภาคภูมิเลยว่า คือศิลปะแบบสุโขทัยค่ะ


สถานที่สำคัญที่ 7 ในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยคือ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติรามคำแหง ค่ะ ถือเป็นสถานที่รวบรวมความรู้ด้านประวัติศาสตร์และโบราณดีไว้อย่างดีเลยค่ะ หากมาเที่ยวอุทยานประวัติศาตร์สุโขทัย ห้ามพลาดที่จะต้องแวะมานะค่ะ เพราะจะได้เรียนรู้ประวัติความเป็นมาต่างๆ ได้ความรู้มากๆค่ะ



สถานที่สำคัญที่ 8 เนี่ยเดี๊ยนหาไม่เจอ มาเจอเลข 7 ซ้ำกัน 2 เบอร์เลยนะค่ะ ส่งสัยเลข 8 เป็นเลขไม่ดีค่ะ เดี๊ยนเลขมาเรียงเองเลยค็า No.8 ในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยคือ วัดสระศรี ถือเป็นวัดที่สวยงามมากในเมืองสุโขทัยค่ะ



สถานที่สำคัญที่ 9 ในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยคือ เขื่อนสรีดภงศ์ค่ะ เป็นเขื่อนดินแห่งแรกในประเทศไทยเลยนะค่ะ


สถานที่สำคัญที่ 10 ในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยคือ วัดสะพานหิน วันนี้เห็นบอกว่าเป็นไฮไลท์รองๆลงมาจากวันศรีชุมนะค่ะ เพราะตั้งอยู่บนเนิ่นเขา มองเห็นวิวเมืองเก่าสุโขทัย สวยงามหยดหยาดฟ้าอร่ามพร้าพร่างสว่างไสว ถือเป็นวัดที่พลาดไม่ได้อีกแห่งเลยค๊า


แผนที่อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยค่ะ บอกตำแหน่างตามจุดสถานที่สำคัญต่างๆค่ะ เดี๊ยนได้เข้ามาในบูทแห่งนี้ ได้ความรู้เยอะเลยค่ะ เพื่อจะได้รู้่ว่าวันต่อไปจะได้ไปที่ใหนบ้าง เพราะในอุทยานมีวัดวาอารามมากมายเลยค่ะ

ประวัติอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยค่ะ อ่านแล้วได้ความรู้มากๆเลยค่ะ


ภายในบูท มีรูปภาพบอกเล่าเรื่องราวของภาพในอดีตและในปัจจุบันเปรียบเทียบกันด้วยค่ะ เพื่อให้คนอนุชนรุ่นหลังได้เห็นความสำคัญของโบราณสถานที่ทำให้เดี๊ยนและทุกๆคนได้ศึกษาประวัติศาตร์ชาติของตนเองค่ะ พอเห็นภาพแล้ว โอ้โฮ้...เมื่อก่อนกับตอนนี้ต่างกันมากค่ะ   ภาพวัดสระศรี เมื่อปี ค.ศ.1978+ พ.ศ 543=  พ.ศ.2521
 

ภาพปัจจุบัน ไม่ได้บอก ค.ศ.หรือ พ.ศ.ไว้เลยนะค่ะ ว่าถ่ายไว้ปีใหนค่ะ แต่ต่างกับภาพข้างบนมากค่ะ ข้างล่างเดียวมีต้นไม้เขียวชุ่มชอุ่มหัวใจ ข้างบนภาพดูแห้งแล้งบาดตาเหลือเกินค่ะ

ชอบภาพนี้มากค่ะ เห็นความร่วมมือร่วมใจกันของชาวสุโขทัย ขยันขันแข็งกันเสียจริง รวมถึงความเอาใจใส่ของหน่วยงานรัฐในสมัยนั้นที่เล็งเห็นความสำคัญของการดูแลรักษาโบราณสถานให้คงอยู่ไว้ให้ลูกหลานได้ศึกษากันมาถึงปัจจุบันค่ะ
สมัยก่อนไม่มีหมวกผ้าหมวกแก็ปเหมือนสมัยนี้นะค่ะ คนส่วนใหญ่ก็จะใส่งอบกันค่ะ ดูเป็นวิถีชีวิตที่เป็นไทยจริงๆ และการทำงานร่วมกันสมัยนั้นก็คือว่า เหมือนกับคล้ายการลงแขกดำนา การร่วมมือร่วมแรงใจกันทำให้งานแล้วเสร็จเลยค่ะ

อีกภาพค่ะ เปรียบเทียบความแตกต่างๆ ทั้งในอดีตและปัจจุบันอย่างมากเลยนะค่ะ  ภายในบูทยังมีรูปอีกมากมายให้ได้ศึกษาค่ะ แต่เดี๊ยนก็ถ่ายมาไม่หมดค่ะ เพราะมัวแ่ต่ยืนอ่านข้อมูลไปเรื่อยๆค่ะ ยังไงก็แล้วแต่ต้องขอขอบพระคุณทางบูทของสำนักงานพิพิธภัณฑ์แห่งชาติรามคำแหง ที่เอื้อเฟื้อภาพและข้อมูลดีๆให้ได้อ่านและได้ให้เดี๊ยนนำมาเผยแพร่เป็นความรู้ต่อไปค่ะ

http://khunnaiver.blogspot.com/2015/11/blog-post_18.html
http://khunnaiver.blogspot.com/2016/05/blog-post_24.html
เดี๊ยนอยู่ในบูท 10 สถานที่สำคัญประมาณ 20 นาที ก็เดินออกมาก็เจอช็อปการออกร้านของหน่วยงานต่างๆค่ะ พร้อมร้านขายของกินแต่ละร้านน่าหม่ำจริงๆเชียว  นอกจากนี้ที่ขาดไม่ได้หากมางานลอยกระทงสุโขทัย ภายในงานลอยกระทงมีการประกวดกระทงด้วยของแต่ละอำเภอด้วยค่ะ สวยๆเว่อร์วังอลังการล้านแปดจริงๆเลยค่ะ ฝีมือการประดิษฐ์กระทงประณีตวิจิตรบรรจงจริงๆเลยค่ะ


เดี๊ยนเดินตามถนนเดินมาเรื่อยๆจะมีกระทงให้เลือกมากมายเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นกระทงเล็ก กระทงจิ๋ว กระทางส่วนใหญ่ทำจากวัสดุธรรมชาติบ้าง โฟมบ้าง แล้วแต่ความชอบของแต่ละท่านค่ะ เดี๊ยนขอสนับสนุนกระทงทำจากวัสดุธรรมชาติจะดีที่สุ้ดเลยค๊า.. ส่วนใหญ่คนขายก็เป็นชาวสุโขทัยทำกระทงปูเสือแบกะดินขายกันเลย ราคาเริ่มต้นกระทงละ 20 บาทเองค่ะ


ภายในงาน มีการแสดงการแสดงสาธิตการต่อสู้ ตีรันฟันแทง การชกมวย การต่อสู้ด้วยดาบ กระบี่กระบอง เป็นต้น บลาบลาๆ โดยเป็นการแสดงให้เห็นถึงการต่อสู้ของการป้องกันตัวของคนไทยสมัยก่อนให้ได้ดู พร้อมมีนักพาทย์มวยและดนตรีประกอบด้วย พอได้เห็นแล้วต้องอดใจไม่ได้ที่จะต้องนั่งแวะดูค่ะ พร้อมขำคนพาทย์เสียงการต่อสู้ไปด้วยค่ะ

และแล้วก็ได้เวลา เสยวพรกระยาหารค่ำแล้วค่ะ พระท้องของเดี๊ยนร้องกระเจียวกระจ๊ากอยู่เป็นเนืองๆ ภายในงานมีหลายตลาดโบราณให้ได้เลือกแวะทานค่ะ แต่มาสะดุดตาเตะใจเข้ากับตลาดแลกเบี้ยของเมืองสุโขทัยเนี่ยแหละค่ะ ที่ทำให้หลายๆท่านสนใจรวมทั้งเดี๊ยนเองต้องถูกดึงดูดเข้าไปในตลาดนี้ไม่น้อยค่ะ
ภายในงานมีการออกร้านขายของกิน มีทั้งอาหารหวาน อาหารคาวให้เลือกกัน โดยแต่ละร้านมีจุดเด่นคือ คนขายแต่งกายเป็นชุดไทย บ้างกระก็กระโจมอก บ้างก็ใส่เสื้อมะกะแหล่ง ใส่หมวกงอบ ดูมีเสน่ห์มากๆค่ะ โดยในงานมีที่นั่งเป็นแคร์ให้ได้นั่งทานกันด้วยค่ะ ไม่ต้องถือกินให้เมื่อยนะค่ะ

http://khunnaiver.blogspot.com/2015/11/blog-post_18.html
http://khunnaiver.blogspot.com/2016/05/blog-post_24.html
เดี๊ยนเดินวนเวียนไปมาสังเกตุร้านขายของกิน ทั้งคาวและหวานอยู่นาน แต่ละร้านน่ากินกันทั้งนั้นเลยค่ะ โดยเฉพาะร้านขายก๋วยเตี่ยว ถือเป็นอาหารยอดฮิตที่ใครไปใครมาก็อยากกินก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยค่ะ  ภายในงานแม่ค้าบอกว่าต้องไปแลกเบี่้ยมาก่อน ถึงจะซื้อได้ เดี๊ยนก็เลยต้องไปหาจุดแลกเบี้ย แลกอัฐ เพื่อนำมาซื้อของกินค่ะ

เดี๊ยนไปดูป้ายก่อน ว่าเค้าไอ้เจ้าเบี้ยนี่้มันเป็นยังไง อ่อมันก็คือก้อนหินคล้ายเปลือกหอยนี้เองค่ะ แต่เอามาเปลี่ยนเป็นเบี้ย เหมือนกับว่าเราได้ใช้เงินย้อนยุดแบบในอดีตของคนสุโขทัยสมัยก่อนโน้นเลยค่ะ เบี้ยแต่ละแบบมีขนาดและสีที่แตกต่างกันออกไปค่ะ
ถ้าเป็นเบี้ยเล็กๆสีขาว 1 อัน เท่ากับแทนเหรียญ 5 บาท ถ้าเป็นเบี้ยสีดำอันใหญ่หน่อย 1 อัน เท่ากับแทนเหรียญ 10  บาท
เดี๊ยนไม่รีรอ ขอเข้าไปต่อคิวต่อแถว แลกเบี้ยกับเค้าบ้างค่ะ มางานแบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะค่ะ เหมือนได้เล่นกิจกรรมย้อนยุคอะไรประมาณนั้นนะค่ะ เดี๊ยนเห็นน้องที่ทำหน้าที่แลกเบี้ยให้ลูกค้าในงานดูยุ่งน่าดูนะค่ะ
เดี๊ยนนำเงินแบ็ง 100 บาท ไปแลกเบี้ยมา ได้เงินถุงแดง 1 ถุงภายในมีก้อนเบี้ยอยู่ 100 บาทเหมือนกันซึ่งเดี๊ยนต้องนำไปแลกซื้อของกินในงานนะค่ะ

ขอแกะดูข้างใน ว้าว...เบี้ยใหญ่ เบี้ยน้อย คล้ายๆรูปหอยเลยค๊า หอยน้อย หอยใหญ่ ถ้าเป็นเบี้ยเล็กๆแทนเงิน 5 บาท ถ้าเบี้ยใหญ่ๆ แทน 10 บาท อ่อ..เข้าใจแล้วค่ะ เดี๊ยนไม่รีรอขอแวะไปซื้อของกินเลยค่ะ
ชามแรกมื้อนี้ ขอหม่ำก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยก่อนนะค่ะ ราคา 30 บาทค่ะ เดี๊ยนโซ้ยจนหมดชามค่ะ อร่อยเว่อร์จริงๆค่ะ รสเปรี้ยวจี็ดมะนาวกำลังดี แต่ก็ยังไม่ซีดมาก น่าจะมีพริกขี้หนูใส่ให้ด้วยจะดีที่สุ้ดค่ะ

ทานก๋วยเตี่ยวสุโขทัยหมดไป 1 ชาม ก็ยังไม่อยู่ท้องเลย ไม่รู้จะทานอะไรดี ก็เลยแวะมาร้านขายก๋วยเตี่ยวอีกครั้งค่ะ จัดไปได้ก๋วยเตี่ยวเย็นตาโฟค่ะ ตอนแรกจะกินข้าวเปิบนะค่ะ แต่คิวยาว ขี้เกียจรอค่ะ

ชามแรกหมดไปนะค่ะ ยังไม่อิ่มเลยค่ะ ตอนนี้ก็พยามยามลดความอ้วนอยู่นะค่ะ แต่ก็ทำไม่สำเร็จสักกะทีค่ะ  เพราะกิเลศมารความหิวมันเยอะเหลือเกิน เลยขอเดินหาของกินต่อไปค่ะ

เห็นขนมก๋งกับขนมอะไรสักอย่าง คุณน้าท่านนี้ยิ้มทักทายเดี๊ยนดู Friendly เป็นมิตรมากๆ บอกว่าเป็นขนมชะมดงาดำ เลยยื่นขนมในกระทงมาให้เดี๊ยนค่ะ เดี๊ยนเลยถามคุณน้าแกว่าให้ชิมเหรอค่ะ  แกบอกเปล่าจ้า ขายกระทงละ 20 บาทจ้า เอ้านึกว่าให้ชิม เดี๊ยนล่ะชอบมากๆค่ะ มีมุกตลกในการขายด้วยค่ะ แต่ก็มีให้ชิมดูจริงนะค่ะ เดี๊ยนก็พึงเคยทานขนมชะมดงาดำค่ะ รสชาติอร่อยดี มีกลิ่นเทียนอบด้วย หอมหวานอร่อยเว่อร์เลยค่ะ รสชาติไม่หวานมากจนเกินไป กำลังพอดี ชอบมากค่ะ ให้ไปเลย 1 ล้านดาวค่ะ เลยช่วยคุณน้าซื้อไปแค่ 1 กระทงค่ะ คุณน้าบอกว่าให้หนูซื้อไปหลายๆกระทงนะค่ะ แต่เดี๊ยนตอบไปคงไม่ไหวแล้วค่ะคุณน้า แกคงเห็นเดี๊ยนรูปร่างอ้วนท้วมกระมังค่ะ

เบี่้ยยังเหลืออีกประมาณ 60 บาทค่ะ ก็จัดซื้อก๋วยเตี่๋ยวอีก 30 บาท ขนมชะมดงาดำอีก 1 กระทง 20 บาท เหลือเงิน 10 บาท เก็บในถุงแดงไม่ซื้อของแล้ว น้ำไม่ได้ซื้อนะค่ะ เพราะหอบมาจากโรงแรมเอามาทานด้วยค่ะ
เย็นตาโฟ 30บาท + ขนมชะมดงาดำ รอบนี้น่าจะอิ่มนะค่ะ เดี๊ยนนั่งทานบนแคร่ ภายในตลาดแลกเบี้ยก็มีการแสดงดนตรีให้ฟังด้วยค่ะ ก็เลยไม่เบื่อเลยค่ะ
ทานเย็นตาโฟอิ่ม ก็จัดขนมชะมดงาดำต่อค่ะ อร่อยเว่อร์จริงๆค่ะ อ้วนขึ้นกว่าเดิมแน่ๆเลยค๊า วันถัดไปทริปปั่นจักรยานชมโบราณสถาน เดี๊ยนต้องรีบปั่นเผาแคลอรี่ด่วนเลยค่ะ

นั่งทานไปไม่นาน ก็มีการจุดพลุ ขึ้นฟ้า สีของไฟจากพลุสวยงามมากๆค่ะ เห็นมีคนลุกไปถ่ายรูปกันเต็มเลยค่ะ แต่เดี๊ยนยังมีความสุขกับการกินค่ะ อีกอย่างลุกไม่ไหวแล้วด้วยค่ะ เพราะหนักก้นค่ะ เลยขอนั่งถ่ายรูปพลุตรงนี้เลยแล้วกันค่ะ ก็พอเห็นบ้างๆ อาจจะไม่สวยเริ่ดมากนักค่ะ

พอเดี๊ยนได้มีความสุขกับการทานอาหารมื้อเย็นในตลาดแลกเบี้ยจนอิ่ม ก็เลยขอเดินเผาพลาญแคลอรี่ต่อ ใกล้ๆจะมีซุ้มถ่ายรูปไฟอาเซียนค่ะ เลยขอเก็บภาพมาฝากค่ะ อาจจะถ่ายไม่สวยเท่ากล้องมือถือมากนักนะค่ะ เพราะไม่มีระบบพรุ้งพริ้ง แต่ก็พยายามค่ะ
http://khunnaiver.blogspot.com/2015/11/blog-post_18.html
http://khunnaiver.blogspot.com/2016/05/blog-post_24.html


พอเดี๊ยนได้มีความสุขกับการทานอาหารมื้อเย็นในตลาดแลกเบี้ยจนอิ่ม ก็เลยขอเดินเผาพลาญแคลอรี่ต่อ ใกล้ๆจะมีซุ้มถ่ายรูปไฟอาเซียนค่ะ เลยขอเก็บภาพมาฝากค่ะ อาจจะถ่ายไม่สวยเท่ากล้องมือถือมากนักนะค่ะ เพราะไม่มีระบบพรุ้งพริ้ง แต่ก็พยายามถ่ายไปเก็บภาพความประทับใจไว้ในบล๊อกนี้ค่ะ เผื่ออายุเยอะขึ้นจะได้เป็นไดอารี่บันทึกเรื่องราวได้กลับมาอ่านอีกครั้งค๊า


 ภายในสระน้ำ มีการจัดแสดงโคมไฟ AEC ด้วยค่ะ ดูสวยงามจริงๆเลยนะค่ะ เหมาะสำหรับยุคไฮเทคแบบนี้นะค่ะ ผู้คนเดียวก็มีกล้องมือถือถ่ายรูปกันไปหมด เพื่อนำรูปที่ถ่ายไปอัพลงเฟส ลงอินสตากรง สตาแกรม ให้เกิดสร้างการรับรู้ว่าอยู่ที่ใหน ทำอะไรอยู่ มันช่างทันสมัยเหลือเกินนะค่ะ
 ในตลาดมีการแสดงให้ดูด้วยค่ะ จะได้ไม่เบื่อจนเกินไป มีการฟ้อน การรำของน้องๆมารำให้ดูเพลินตาดีนะค่ะ แต่เสียงดนตรีก็กลบเสียงคนพูดไม่ได้ เสียงเจียวจ้าวยิ่งกว่าตลาดคลองเตยอีกค๊า

หลังจากเดี๊ยนทานอิ่มก็มาเดินถ่ายรูปตามโบราณสถาน  ที่ได้เดินผ่านมา ดูสวยงามมากค่ะ อาจจะสวยงามเพราะไฟที่ฉายส่องเจิดจรัดขึ้นสู้ยอดปราสาท และแสงไฟในตะเกียงน้ำมันก๊าดเล็กๆน้อยรวมกัน ทำให้ในวันงานลอยทง ตามโบราณสถานดูสวยเสียซะจริงๆค่ะ



มีการแสดงโขนสดให้ดูด้วยนะค่ะ วันนั้นที่ไป คนนั่งดูกันอยู่ดีๆ ฝนก็ตกลงมาจ้า คนที่นั่งดูก็ลุกขึ้นยังกับผึ้งแตกรังเพื่อหาที่หลบฝันค่ะ แต่นักแสดงโขนก็ยังเล่นต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ก็ตกปรอยๆแป๊บๆก็หยุด คงก็แห่กันมานั่งดูต่อ เอ่อ...แสดงว่าคนชอบดูโขน เดี๊ยนเองก็ชอบค่ะ เสียงคนขับเสภาเพราะทั้งหญิงชาย ฟังแล้วก็เพราะพริ้งมีเสน่ห์มากๆ เหมือนได้ฟังในละครจักรๆวงษ์ๆอะไรประมาณนั้นค่ะ

 ทางไปลานพระบรมอนุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงก็เนื่องแน่นไปด้วยผู้คนที่ไปไหว้สักการะค่ะ บ้างก็ไปยืนถ่ายรูป บ้างก็ไปเซลแฟ๊ะเซลฟี่ บ้างก็รวมตัวกันถ่ายรูปหมู่ค่ะ ดูๆไปวันนี้ถือเป็นวันรวมญาติแห่งความสามัคคีชุมนุมจริงๆค่ะ ในวันลอยกระทงประจำปี 58 นี้
โคมไฟประดับริมทางเดินไปลานบรมอนุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหง แต่ละโคมเนี่ยประดับตกแต่งได้เว่อร์วังอลังการประณตประณีตวิจิตรบรรจงเสียจริงๆค่ะ เห็นแล้วก็ต้องหยิบกล้องมาถ่ายนะค่ะ ฝีมือคนไทยเรานี้ เดี๊ยนยอมรับเลยว่างามแงะมากๆค่ะ งามชนะเลิศเว่อร์วัง เอาไปเลยค่ะ 1 ล้านดาว
เดินมาอีกหน่อย ก็มีการประกวดกระทง พนมหมง พนมหมาด ด้วยนะค่ะ แต่ละพนมไม่ว่าจะพนมมือหรือพนมหมาก ประดิบฐ์ประดอยได้สวยงามเว่อร์วังอลังการอีกแล้วค่ะ เห็นแล้วก็นึกถึงตอนสมัยเรียนวิชาคหกรรมนะค่ะ ต้องประดิษฐ์ประดอยร้อยใบตับ สนับดอกข่า สอดด้วยพวงช่อฟ้ามาลาลัย โอ้ย..ยากมากๆค่ะ เดี๊ยนคิดถึงทีไร ประดิษฐ์ออกมาได้กากมากๆค่ะ


เดี๊ยนใช้เวลาอยู่ในงานลอยกระทงประมาณ 2 ชั่วโมงกว่าๆได้ค่ะ ออกจากที่พักมาในงานประมาณ 1 ทุ่ม ก็เดินแวะตามบูทต่างๆและหาของกินที่ตลาดย้อนยุคจนอิ่มแปรไปแล้ว แล้วก็เดินแวะโน้นนี้นั้น แล้วแต่ความคิดบ้าๆของตัวเองว่าจะไปใหน ชิวมากๆค่ะ  จนได้เวลาประมาณ 3 ทุ่มเกือบ 4 ทุ่ม สมองสั่งการให้กลับ อีกอย่างกลัวจะมีคนฉูดเอากลางทางด้วย ก็คงต้องรีบกลับค่ะ.... เดี๊ยนก็ได้เดินทางออกจากงานลอยกระทง เผาเทียนเล่นไฟ สุโขทัยในปี 2558 นี้ เพื่อเดินทางกลับมายังที่พัก แล้วก็นั่งพักเหนื่อยที่หน้าเคาว์เตอร์ มีเน็ตให้เล่นอีก จากนั้นก็ไปอาบน้ เข้านอนพักผ่อน เพื่อเอาแรงไว้ในการท่องเที่ยวปั่นจักรยานในวันถัดไปค่ะ  รออ่านต่อตอนที่ 2 นะค่ะ
รีวิวเที่ยวสุโขทัยตอนที่ 2 ต่อค่ะ ตามเว็ปไซต์ลิงค์ http://khunnaiver.blogspot.com/2015/11/2.html 



 เดี๊ยนมาถึงโรงแรมที่พัก ก็ไปอาบน้ำอุ่น แล้วก็เข้านอนค่ะ เพื่อเก็บแรงไว้ หลังจากที่วันเสาร์ที่ 21 พ.ย.นี้ เดี๊ยนนั่งรถ ปอ.2 เดินทางเมื่อย มาทั้งวันเลยค่ะ เพราะรถจอดหลายที่เหลือเกินค่ะ การเดินทางไปงานลอยกระทงในวันนี้ ถือว่าโชคดีแล้วที่เดี๊ยนตัดสินใจมา ถึงจะทุลักทุเลไปบ้าง แต่ก็ทำให้เดี๊ยนได้เห็นงานประเพณีดีๆของคนไทยที่ยังสืบสานและรักษาประเพณีลอยกระทงนี้ให้ธำรงคงไว้มาจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ยังได้ทานอาหารคาวหวานอร่อยๆในงาน มีการออกบูทจัดร้านขายสินค้ามากมาย ทำให้ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทยเรามากขึ้น ประมาณว่ากลับไปเรียนวิชาสังคมอีกครั้งเลยค่ะ

บล๊อกถัดไปเดี๊ยนจะพาไปปั่นจักรยานเที่ยวตามโบราณสถานที่สำคัญค่ะ โดยสามารถติดตามได้ใน  
รีวิวเที่ยวสุโขทัยตอนที่ 2 ต่อค่ะ ตามเว็ปไซต์ลิงค์ http://khunnaiver.blogspot.com/2015/11/2.html 


เดี๊ยนต้องขอขอบพระคุณทุกท่านที่เข้ามาติดตามอ่านบล๊อกของเดี๊ยนในวันนี้ เดี๊ยนหวังว่ารีวิวท่องเที่ยวสุโขทัยในวันนี้ คงมีประโยชน์ต่อผู้อ่านทุกท่านไม่มากก็น้อยนะค่ะ หากมีข้อผิดประการใด เดี๊ยนต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

ขอบพระคุณค่ะ
คุณนายเว่อร์ เทอร์ชอบเที่ยวกินนอน
บล๊อกเกอร์มือสมัครเล่น

Share
http://khunnaiver.blogspot.com/2015/11/blog-post_18.htmlhttp://khunnaiver.blogspot.com/2016/05/blog-post_24.html
 
http://khunnaiver.blogspot.com/2015/10/blog-post_31.html

http://khunnaiver.blogspot.com/2015/09/blog-post_10.htmlhttp://khunnaiver.blogspot.com/2015/08/bts.html

http://khunnaiver.blogspot.com/2015/09/blog-post_18.htmlhttp://khunnaiver.blogspot.com/2015/09/blog-post_13.html

http://khunnaiver.blogspot.com/2015/09/blog-post_5.htmlhttp://khunnaiver.blogspot.com/2015/09/blog-post_19.html

http://khunnaiver.blogspot.com/2015/10/blog-post_8.htmlhttp://khunnaiver.blogspot.com/2015/10/blog-post_23.html

http://khunnaiver.blogspot.com/2015/10/blog-post_3.html


รีวิวลุยเดี่ยวท่องเที่ยวสุโขทัย ตอนที่ 1 เดินทางเที่ยวงานลอยกระทง แวะตลาดย้อนยุค แลกเบี้ยซื้อของกิน ถ่ายรูปยามค่ำคืน สวยเว่อร์ค่ะ รีวิวลุยเดี่ยวท่องเที่ยวสุโขทัย ตอนที่ 1 เดินทางเที่ยวงานลอยกระทง แวะตลาดย้อนยุค แลกเบี้ยซื้อของกิน ถ่ายรูปยามค่ำคืน สวยเว่อร์ค่ะ Reviewed by Khunnaiver blog on 08:59:00 Rating: 5

ไม่มีความคิดเห็น:

ขับเคลื่อนโดย Blogger.