Header Ads Widget

ads

Ticker

6/recent/ticker-posts

มาม๊ะ..มารีวิวเที่ยวศรีสัชนาลัย ชมอุทยานเมืองเก่าสวยงามอีกแห่งของเมืองไทย มีอะไรให้ไปเที่ยวชมบ้าง ตามไปกันจ้า

มาม๊ะมาปั่นจักรยานเที่ยวศรีสัชนาลัย ชมอุทยานประวัติศาสตร์เมืองเก่าอีกแห่งของเมืองสุโขทัย มีที่เที่ยวอะไรให้ไปเที่ยวชมบ้าง ตามไปกันเลยจ้า



สวัสดีคุณผู้อ่านและเพื่อนๆเหล่าผู้รักการทัศนาจร อรชร อ้อนแอ้น สุดสะแนน แสนโสภา ช่ะช่ะช่าหัวใจทุกๆคนค่ะ กลับมาอีกครั้งกับรีวิวบล็อกประจำเดือน ที่จะพาเพื่อนๆไปเที่ยวชมสถานที่ต่างๆทั่วเมืองไทย และหลังจากบทความบล็อกก่อนหน้าได้มาแบ่งปัน รีวิวปั่นจักรยานเที่ยวชมเมืองพิจิตรกันไปแล้ว วันนี้คุณนายเว่อร์ เธอเป็นคนบ้า ขอพาเพื่อนไปปั่นจักรยานเที่ยวที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยกันค่ะ


โดยเมืองศรีสัชนาลัยเป็นอีกหนึ่งเมืองท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่เดี๊ยนตั้งใจจะมาเที่ยวตั้งแต่ปี 2015 แล้วค่ะ เพราะช่วงนั้นมาเที่ยวสุโขทัยพอดี แต่ด้วยเวลามีจำกัดเลยไปเที่ยวได้แค่อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ผ่่านมา 10 กว่าปี ทริปนี้ใหนๆก็อุตสาห์ขับรถยนต์ส่วนตัว หอบจักรยานมาเที่ยวพิจิตรด้วย ก็เลยขอจัดทริปขับรถจากพิจิตร แวะพิษณุโลก และมาเที่ยวที่ศรีสัชนาลัยต่อเลยแล้วกัน


เพราะเกรงว่าหากไม่ได้มาศรีสัชนาลัยช่วงนี้ เดี๊ยนคงจะพลัดวันประกันพรุ่งไปอีกเรื่อยๆ และคงหาข้ออ้างให้ตัวเองว่า ไม่มีเวลา หรืองานยุ่งอีกตามเคยเสียกระมัง ใหนๆจัดทริปมาเที่ยวภาคเหนือตอนล่างทั้งที ก็ไปเที่ยวสุโขทัยต่อเลยจ้า และทริปนี้เดี๊ยนก็วางแผนมาเที่ยวศรีสัชนาลัย โดยนอนค้างที่เมืองนี้ 1 คืนค่ะ แต่ก่อนที่เราจะมาดูรีวิวภาพที่เที่ยวอันไก่กาอาราเล่ของเดี๊ยน ก็มาทำความรู้จักเมืองเก่าศรีสัชนาลัยกันสักเล็กน้อย พอสังเขปนะคะ 


เรื่องน่ารู้เล็กๆน้อยเกี่ยวกับ เมืองเก่าศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย 


สาระน่ารู้เล็กๆน้อยเกี่ยวกับ เมืองเก่าศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย 


ศรีสัชนาลัย คือเมืองโบราณที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และเป็นแหล่งมรดกโลก ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำยม อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย ในอดีตเคยเป็นเมืองลูกหลวงศูนย์กลางการปกครองและแหล่งผลิตเครื่องสังคโลกที่สำคัญของอาณาจักรสุโขทัย ปัจจุบันพื้นที่ส่วนใหญ่ได้รับการอนุรักษ์เป็น อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย  เป็นอดีตเมืองหน้าด่านและศูนย์กลางการปกครองที่สำคัญของอาณาจักรสุโขทัย ปัจจุบันได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลกทางวัฒนธรรม โดยองค์การยูเนสโก (UNESCO) ร่วมกับอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยและกำแพงเพชร

ยุคเริ่มแรก: เดิมเรียกว่า "เมืองเชลียง" เป็นชุมชนโบราณที่มีอยู่ก่อนการสถาปนากรุงสุโขทัย


ยุคเริ่มแรก: เดิมเรียกว่า "เมืองเชลียง" เป็นชุมชนโบราณที่มีอยู่ก่อนการสถาปนากรุงสุโขทัย

ยุคสุโขทัย: เมื่อตั้งอาณาจักรสุโขทัย เมืองนี้ได้รับการสถาปนาเป็นศูนย์กลางแห่งที่สอง (พ.ศ. 1793) และมักใช้เป็นที่ประทับของพระมหาอุปราชหรือรัชทายาทก่อนขึ้นครองราชย์ ชื่อ "ศรีสัชนาลัย" มีความหมายตามภาษาสันสกฤตว่า ถิ่นที่อยู่ของผู้มีวงศ์สกุลอันดี หรือที่อยู่ของคนดี

ความรุ่งเรือง: เป็นแหล่งอุตสาหกรรมการผลิต เตาสังคโลก (เตาทุเรียง) ที่มีชื่อเสียง ซึ่งส่งออกไปขายยังดินแดนต่างๆ ทั่วภูมิภาคเอเชีย

ยุคต่อมา: ในสมัยอยุธยาและรัตนโกสินทร์ตอนต้น เมืองนี้ถูกปรับเปลี่ยนบทบาทและเรียกว่า "เมืองสวรรคโลก" จนกระทั่งยุคปัจจุบันได้กลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่สำคัญ


ประวัติความเป็นมาและการกำเนิดของเมืองโบราณศรีสัชนาลัยแห่งนี้ สรุปได้ดังนี้


ยุคก่อนสร้างเมือง (ก่อนพุทธศตวรรษที่ 18): เดิมทีพื้นที่บริเวณนี้ในอดีตเรียกว่า "เมืองเชลียง" ซึ่งได้รับอิทธิพลศิลปะจากอาณาจักรขอม


- ยุคก่อนสร้างเมือง (ก่อนพุทธศตวรรษที่ 18): เดิมทีพื้นที่บริเวณนี้ในอดีตเรียกว่า "เมืองเชลียง" ซึ่งได้รับอิทธิพลศิลปะจากอาณาจักรขอม (พบหลักฐานศาสนสถานและเทวสถานขอมในยุคต้น เช่น วัดเจ้าจันทร์)


ยุคอาณาจักรสุโขทัย (พุทธศตวรรษที่ 18-20): เมื่อพ่อขุนศรีอินทราทิตย์สถาปนากรุงสุโขทัย เมืองศรีสัชนาลัยถูกยกฐานะให้เป็นเมืองศูนย์กลางที่อยู่อาศัยของพระมหาอุปราช (รัชทายาท) และเป็นศูนย์กลางหัตถกรรมเครื่องเคลือบดินเผา หรือ "เตาสังคโลก"

สถาปัตยกรรมส่วนใหญ่สร้างด้วยศิลาแลงและปูนปั้น ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่น เจดีย์ทรงดอกบัวตูม (ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์) วัดเจดีย์เจ็ดแถว


ศิลปะที่โดดเด่นของเมืองเก่าศรีสัชนาลัยนั้น เป็นสถาปัตยกรรมส่วนใหญ่สร้างด้วยศิลาแลงและปูนปั้น ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่น เจดีย์ทรงดอกบัวตูม (ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์) วัดเจดีย์เจ็ดแถว และวัดนางพญา


การอนุรักษ์สู่ปัจจุบัน: กรมศิลปากรได้ริเริ่มโครงการจัดตั้งอุทยานประวัติศาสตร์ขึ้นในปี พ.ศ. 2525 เพื่อฟื้นฟูและอนุรักษ์โบราณสถานกว่า 200 แห่งภายในพื้นที่ กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมอย่างน่าสนใจ 


หลังจากที่ได้อ่านสาระน่ารู้เกี่ยวกับเมืองศรีสัชนาลัยกันไปแล้ว ก็ตามไปดูรีวิวภาพการเดินทางไปเที่ยวเมืองเก่าศรีสัชนาลัยกันต่อเลยค่ะ


เขียนต่อจากรีวิวตอนที่แล้ว หลังจากที่บทความก่อนหน้าได้พาเพื่อนไปรีวิวเที่ยวเมืองพิจิตรแล้ว ทริปนี้เดินทางไปเที่ยวกันต่อที่ศรีสัชนาลัย แต่ก๋อนจะไปศรีสัชนาลัย มีโอกาสแวะผ่านเมืองพิษณุโลก หรือเมืองสองแคว ก็เลยแวะไปไหว้พระกันก่อนค่ะ

วัดแรกที่ขับรถมา ก็แวะไปเที่ยวชม วัดจันทร์ตะวันตก วัดที่สวยงามอีกแห่งของเมืองสองแคว 

วัดจันทร์ตะวันตก เป็นวัดราษฎร์เก่าแก่ในจังหวัดพิษณุโลก ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน่านฝั่งตะวันตก โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมวิจิตรงดงามอย่าง

ด้วยลักษณะของ มหาวิหารสมเด็จองค์ปฐม สีทองอร่าม ซึ่งเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาและถือเป็นหนึ่งในอันซีน (Unseen) ของเมืองสองแคว

เดิมชื่อว่า "วัดรังเงิน" ก่อนจะเกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่และย้ายมาตั้ง ณ ที่ปัจจุบัน


หลวงพ่อทองไหลมา: พระพุทธรูปปางอุ้มบาตรประทับยืนองค์ใหญ่ที่ประดิษฐานอยู่ด้านหน้าวัด

อาคารสถาปัตยกรรมสีทองขนาดใหญ่ที่วิจิตรงดงาม เป็นจุดที่ผู้คนนิยมมาสักการะและถ่ายภาพ

โดยภายในประดิษฐาน พระพุทธรูปสมเด็จองค์ปฐมปางมารวิชัย ทรงเครื่องมหาจักรพรรดิ เป็นพระประธาน 

นอกจากนี้ยังเป็นที่ประดิษฐานของ พระพุทธเมตตา และ หลวงพ่อทันใจ ไชยมงคล ให้ผู้ศรัทธาได้เข้าไปกราบไหว้ขอพร

ถือเป็นอีกหนึงวัดสวยงามประจำเมืองสองแคว ที่ใครผ่านมาก็แวะไปไหว้พระและเที่ยวชมกันค่ะ


จากนั้นมาไหว้พระและเที่ยวชม วัดจุฬามณี เป็นอีกหนึ่งวัดที่เดี๊ยนมาเที่ยวเมืองพิษณุโลกเมื่อปี 2017 แล้วพลาดไม่ได้มา พอมาปี 2026 ทริปนี้มีขับรถมาเที่ยวถึงเมืองสองแคว ก็ต้องมาแลชมให้ได้

วัดจุฬามณี พิษณุโลก คือโบราณสถานเก่าแก่ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัด พิษณุโลก

 สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นก่อนสมัยสุโขทัย โดยมีความโดดเด่นด้านสถาปัตยกรรมขอมโบราณ และเป็นสถานที่ประวัติศาสตร์สำคัญที่ สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ทรงใช้เป็นที่เสด็จออกผนวช

สิ่งที่น่าสนใจในวัดจุฬามณีคือ พระปรางค์โบราณ เป็นสถาปัตยกรรมก่อด้วยศิลาแลงแบบขอม ตั้งอยู่บนฐานสูงซ้อนกัน 3 ชั้น โดดเด่นด้วยลวดลายปูนปั้นประดับ เช่น ลายหงส์

 วัดนี้เคยเป็นศูนย์กลางการปกครองสงฆ์และเป็นสถานที่แปลพระคัมภีร์ทางศาสนาที่สำคัญในอดีต [1, 2, 3]

วัดถูกปล่อยให้รกร้างนับตั้งแต่เสียกรุงศรีอยุธยา จนกระทั่งในสมัยรัชกาลที่ 5 สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ายุคลฑิฆัมพร กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ ทรงค้นพบวัดนี้อีกครั้งระหว่างการเสด็จตรวจราชการ ทรงพบวัดจุฬามณีที่จ.พิษณุโลก โดยพบหลักฐานสำคัญคือ ศิลาจารึกที่มณฑปพระพุทธบาทจำลอง  ซึ่งสมเด็จพระนารายณ์มหาราชได้โปรดให้สร้างขึ้น  ซึ่งในแผ่นจารึกมีใจความสรุปได้ว่า เมื่อ พ.ศ.2221

จากนั้นก็เดินทางไปต่อที่วัดพระศรีรัตน์มหาธาตุ หรือวัดพระพุทธชินราช เป็นอีกหนึ่งวัดสำคัญที่ใครมาเมืองสองแคว ต้องมาไหว้ให้ได้ ไม่งั้นถือว่ามาไม่ถึงกันเลยทีเดียว

วัดพระพุทธชินราช หรือที่รู้จักกันอย่างเป็นทางการว่า วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ในจังหวัดพิษณุโลก เป็นพระอารามหลวงชั้นเอกที่สำคัญที่สุดของเมือง

ภายในประดิษฐาน พระพุทธชินราช พระพุทธรูปที่ได้รับการยกย่องว่างดงามที่สุดองค์หนึ่งของไทย

สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1900 ในสมัย พระมหาธรรมราชาที่ 1 (พญาลิไทย) แห่งกรุงสุโขทัย พร้อมๆ กับพระพุทธชินสีห์และพระศรีศาสดา พระพุทธชินราช โดดเด่นด้วยศิลปะสุโขทัยหมวดใหญ่ ปางมารวิชัย ลักษณะที่อ่อนช้อย พระพักตร์อิ่มเอิบ และที่สำคัญคือมี ซุ้มเรือนแก้ว ที่แกะสลักด้วยไม้จำหลักอย่างวิจิตรงดงามเป็นอย่างยิ่ง จนถูกยกให้เป็นพระพุทธรูปที่สวยงามที่สุดของเมืองไทย และกลายเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองพิษณุโลกมาอย่างยาวนาน

และในในรัชสมัย สมเด็จพระเอกาทศอารส แห่งกรุงศรีอยุธยา ได้โปรดเกล้าฯ ให้ปิดทององค์พระพุทธชินราชทั่วทั้งองค์ และมีการพัฒนาดูแลสืบเนื่องมาจนถึงยุครัตนโกสินทร์



พระยืนที่อยู่หลังวิหารพระพุทธชินราช ณ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร (วัดใหญ่) จังหวัดพิษณุโลก คือ "พระอัฏฐารส"




เดิมทีองค์พระอัฏฐารสประดิษฐานอยู่ในวิหารใหญ่ที่พังทลายลงไปตามกาลเวลา ปัจจุบันจึงเหลือเพียงองค์พระยืนตั้งอยู่กลางแจ้งหน้าองค์พระปรางค์ บริเวณลานที่เห็นซากเสาศิลาแลงขนาดใหญ่รายล้อมนั้น เรียกว่า "เนินวิหารเก้าห้อง"



พระธาตุในวัดใหญ่พิษณุโลก คือ พระบรมสารีริกธาตุ ของพระพุทธเจ้า ซึ่งบรรจุอยู่ภายในองค์ พระปรางค์ประธาน (องค์พระธาตุทรงกลีบมะเฟือง ศิลปะอยุธยาตอนต้น) ตั้งอยู่บริเวณกลางวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร

วัดที่คนพิษณุโลกเรียกว่า วัดใหญ่ หรือ วัดพระพุทธชินราช เป็นสถานที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวพิษณุโลกและพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ ผู้คนนิยมเดินทางไปกราบไหว้ขอพรเรื่องความสำเร็จ หน้าที่การงาน และความเป็นสิริมงคล


จากนั้นเดินข้ามแม่น้ำน่าน เพราะตรงข้ามวัดมีการจัดงานอะไรสักอย่าง 



วันที่มาเที่ยวมีการจัดกาารจัดเทิดพระเกียรติสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถพอดีค่ะ เลยเดินไปหาของกินสักหน่อยค่ะ

ภายในงานมีร้านค้าเหมือนงานวัด มีเครื่องเล่น ปาเป้า ยิงปืนให้คนที่มาเที่ยวได้เสียตังกันด้วย



มีอาหารของกินทั้งคาวและหวานให้เลือกทานหลายอย่าง 

ก่อนจะเดินทางไปศรีสันาลัย ก็ซื้อกุ้งไปกินแทนข้าวเป็นมื้อเย็น 1 กล่องแล้วกันค่ะ

หลังจากที่ได้ไปเที่ยวไหว้พระ 3 วันในเมืองพิษณุโลกไปแล้ว ตอนเย็นก็เดินทางมายังเมืองศรีสัชนาลัย ซึ่งเป็นเมืองจุดหมายปลางต่อค่ะ ขับรถออก่จากเมืองพิษณุโลกประมาณ 6 โมงเย็น กว่าจะถึงก็ 2 ทุ่มครึ่ง มื้อค่ำพอดีค่ะ

โดยทริปนี้เลือกไปพักที่โรงแงรมศรีสัชนาลัยเฮอริเทจ เพราะเป็นโรงแรมที่ราคาถูกที่สุดแล้ว และห้องก็มีว่างด้วย 

ห้องพักคือนี้นอนเป็นแบบ บังกะโลเลยค่ะ เป็นห้องแอร์ 

ห้องนอนคนเดียว พักแค่ 1 คืน ทริปนี้จ่ายไปคืนละ 487 บาท จองผ่านอโกด้า มีโปรลดราคาพอดี 

ภายในห้องพักก็มีแอร์ ทีวี ตู้เย็นให้ครบเหมือนที่พักทั่วไป 

มีห้องน้ำในตัว

มีสบู่เหลว แชมพู และเครื่องทำน้ำอุ่นให้ค่ะ แต่น้ำไหลช้าไปหน่อยค่ะ

บรรยากาศช่วงมืดค่ำ ก็เงียบสงบมากๆ เพราะมีแค่ห้องที่เดี๊ยนพักแค่ห้องเดียวในโซนนี้ 

ส่วนบรรยากาศตอนเช้าของที่พักก็ดูสดใสค่ะ แต่ยังคงความเงียบสงบเหมือนเดิม และร่มรื่่นด้วยต้นไม้

ที่พักอยู่ติดริมแม่น้ำยม  มีร้านอาหารอยู่ติดริม่น้ำ บรรยากาศดีเลยล่ะค่ะ

ซึ่งช่วงที่มาเที่ยวในตอนเช้า อากาศก็เย็นสบายดีทีเดียว แต่ก็มีเมฆเริ่มตั้งเค้าทำท่าว่าจะฝนตกเหมือนกัน

และช่วงเช้าๆก็นำจักรยานที่พกใส่รถมาด้วย ออกไปปั่นเที่ยวชมเมืองเก่าศรีสัชนาลัยก่อนเลยค่ะ 


ปั่นจักรยานเที่ยวอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย 


เสียค่าธรรมเนียมเช้าชมอุทยานประวัติศาสตร์เมืองเก่าศรีสัชนาลัย 20 บาท ค่ายานพาหนะจักรยาน 10 บาท รวม 30 บาทจ้า





ส่วนใครที่ไม่อยากเดินหรือปั่นจักรยาน ก็มีรถรางนำเที่ยวให้บริการด้วยนะคะ 

หากนั่งรถราง ก็จะมีการให้คำแนะนำถึงสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆแต่ละแห่งให้ทราบด้วย 

ส่วนใครที่เป็นสายชิล ชอบปั่นจักรยาน ก็แวะไปเที่ยวตามวัดต่างๆในเมืองเก่าศรีสัชนาลัยได้ตามใจชอบเลยค่ะ

วันที่เดินทางมาเที่ยว ออกครึมฟ้าครึมฝน แดดเลยไม่ค่อยมีค่ะ แต่ก็เสียเหงื่อไปเยอะเลยค่ะ ปั่นตั้งแต่วัดพรธาตุ ทะลุมาถึงวัดต่างๆในอุทยานเมืองเก่าศรีสัชนาลัยค่ะ



ส่วนอาหารมื้อนี้ ทาน 2 มื้อรวมกันเลยเป็นมื้อเที่ยงมื้อเดี่ยวค่ะ ไปฝากท้องไว้ที่ร้านครัวต้นอ้อย 

ร้านอาหารอยู่ติดริมบึง และติดริมถนนหลวง หาง่าย

วันที่ไปเที่ยว ท้องฟ้าครึ่มไม่ร้อน ลมพัดเย็นสบายดีนะ

อาหารที่สั่งมาทาน มีไข่เจียวหมูสับ กับ แกงเลียง รสชาติอร่อยมากๆ แต่ทานคนเดียวไม่หมดแน่ๆ เดี๊ยนเลยขอให้ทานร้านห่อใส่กล่องกลับไปทานที่บ้านต่อค่ะ




ซึ่งแหล่งท่องเที่ยวแต่ละแห่งอยู่ไม่ไกลกันมากนัก สามารถปั่นเที่ยวชมได้ด้วยตัวเองแบบง่ายๆเลยค่ะ 

แผนที่แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวโบราณสถานในอุทยานประวัติศาตร์ฺศรีสัชนาลัย มีวัดสำคัญหลายแห่งเลยค่ะ




ส่วนแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในเมืองเก่าศรีสัชนาลัย ที่ได้เดินทางไปเที่ยวชมมา สรุปมีดังนี้จ้า 


1.วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ หรือ วัดพระบรมธาตุเมืองเชลียง เป็นหนึ่งในวัดที่เก่าแก่และมีความสำคัญที่สุดของ อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย วัดนี้มีอายุเก่าแก่กว่าสมัยสุโขทัย สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นก่อนพุทธศตวรรษที่ 18

1.วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ หรือ วัดพระบรมธาตุเมืองเชลียง เป็นหนึ่งในวัดที่เก่าแก่และมีความสำคัญที่สุดของ อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย วัดนี้มีอายุเก่าแก่กว่าสมัยสุโขทัย สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นก่อนพุทธศตวรรษที่ 18

1.วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ หรือ วัดพระบรมธาตุเมืองเชลียง เป็นหนึ่งในวัดที่เก่าแก่และมีความสำคัญที่สุดของ อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย วัดนี้มีอายุเก่าแก่กว่าสมัยสุโขทัย สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นก่อนพุทธศตวรรษที่ 18

1.วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ หรือ วัดพระบรมธาตุเมืองเชลียง เป็นหนึ่งในวัดที่เก่าแก่และมีความสำคัญที่สุดของ อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย วัดนี้มีอายุเก่าแก่กว่าสมัยสุโขทัย สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นก่อนพุทธศตวรรษที่ 18

1.วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ หรือ วัดพระบรมธาตุเมืองเชลียง เป็นหนึ่งในวัดที่เก่าแก่และมีความสำคัญที่สุดของ อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย วัดนี้มีอายุเก่าแก่กว่าสมัยสุโขทัย สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นก่อนพุทธศตวรรษที่ 18

1.วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ หรือ วัดพระบรมธาตุเมืองเชลียง เป็นหนึ่งในวัดที่เก่าแก่และมีความสำคัญที่สุดของ อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย วัดนี้มีอายุเก่าแก่กว่าสมัยสุโขทัย สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นก่อนพุทธศตวรรษที่ 18

1.วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ หรือ วัดพระบรมธาตุเมืองเชลียง เป็นหนึ่งในวัดที่เก่าแก่และมีความสำคัญที่สุดของ อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย วัดนี้มีอายุเก่าแก่กว่าสมัยสุโขทัย สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นก่อนพุทธศตวรรษที่ 18

1.วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ หรือ วัดพระบรมธาตุเมืองเชลียง เป็นหนึ่งในวัดที่เก่าแก่และมีความสำคัญที่สุดของ อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย วัดนี้มีอายุเก่าแก่กว่าสมัยสุโขทัย สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นก่อนพุทธศตวรรษที่ 18

1.วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ หรือ วัดพระบรมธาตุเมืองเชลียง เป็นหนึ่งในวัดที่เก่าแก่และมีความสำคัญที่สุดของ อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย วัดนี้มีอายุเก่าแก่กว่าสมัยสุโขทัย สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นก่อนพุทธศตวรรษที่ 18



1.วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ หรือ วัดพระบรมธาตุเมืองเชลียง
วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ศรีสัชนาลัย (หรือที่รู้จักกันในชื่อ วัดพระบรมธาตุเมืองเชลียง และ วัดพระปรางค์) เป็นพระอารามหลวงชั้นเอกชนิดราชวรวิหาร ตั้งอยู่ที่ตำบลศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ถือเป็นหนึ่งในวัดที่เก่าแก่และมีความสำคัญที่สุดของ อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย วัดนี้มีอายุเก่าแก่กว่าสมัยสุโขทัย สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นก่อนพุทธศตวรรษที่ 18 ในยุคที่อาณาจักรขอม (ขอมโบราณ) มีอิทธิพลเหนือดินแดนแถบนี้ เดิมเรียกว่า "เมืองเชลียง" ถูกจัดใหเป็นโบราณสถานศูนย์กลางของเมืองเชลียงเดิม และเชื่อมโยงประวัติศาสตร์มาถึง 4 ยุค (ขอม สุโขทัย อยุธยา รัตนโกสินทร์) 

จุดเด่นคือ พระปรางค์แบบขอมโบราณ ก่อด้วยศิลาแลงฉาบปูน ภายในมีซุ้มเรือนแก้วที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ภายในวัดมีการค้นพบโบราณวัตถุชิ้นเอก เช่น พระพุทธรูปปางลีลา (ศิลปะสุโขทัย) และศาลพระร่วงพระลือที่ชาวเมืองให้ความเคารพนับถือ

แม้จะเป็นโบราณสถาน แต่ในบริเวณพื้นที่ต่อเนื่องกันยังเป็นวัดที่มีพระภิกษุสงฆ์จำพรรษาและเป็นสถานที่ปฏิบัติศาสนกิจของชาวบ้านในพื้นที่


2.วัดเจดีย์เจ็ดแถว โดดเด่นด้วยกลุ่มเจดีย์รายกว่า 33 องค์ที่มีสถาปัตยกรรมหลากหลายรูปแบบ โดยมีเจดีย์ประธานทรงดอกบัวตูม (ศิลปะสุโขทัยแท้) ตั้งอยู่ด้านหลังพระวิหาร 


2.วัดเจดีย์เจ็ดแถว โดดเด่นด้วยกลุ่มเจดีย์รายกว่า 33 องค์ที่มีสถาปัตยกรรมหลากหลายรูปแบบ โดยมีเจดีย์ประธานทรงดอกบัวตูม (ศิลปะสุโขทัยแท้) ตั้งอยู่ด้านหลังพระวิหาร 

2.วัดเจดีย์เจ็ดแถว โดดเด่นด้วยกลุ่มเจดีย์รายกว่า 33 องค์ที่มีสถาปัตยกรรมหลากหลายรูปแบบ โดยมีเจดีย์ประธานทรงดอกบัวตูม (ศิลปะสุโขทัยแท้) ตั้งอยู่ด้านหลังพระวิหาร 


2.วัดเจดีย์เจ็ดแถว โดดเด่นด้วยกลุ่มเจดีย์รายกว่า 33 องค์ที่มีสถาปัตยกรรมหลากหลายรูปแบบ โดยมีเจดีย์ประธานทรงดอกบัวตูม (ศิลปะสุโขทัยแท้) ตั้งอยู่ด้านหลังพระวิหาร 


2.วัดเจดีย์เจ็ดแถว โดดเด่นด้วยกลุ่มเจดีย์รายกว่า 33 องค์ที่มีสถาปัตยกรรมหลากหลายรูปแบบ โดยมีเจดีย์ประธานทรงดอกบัวตูม (ศิลปะสุโขทัยแท้) ตั้งอยู่ด้านหลังพระวิหาร 

2.วัดเจดีย์เจ็ดแถว โดดเด่นด้วยกลุ่มเจดีย์รายกว่า 33 องค์ที่มีสถาปัตยกรรมหลากหลายรูปแบบ โดยมีเจดีย์ประธานทรงดอกบัวตูม (ศิลปะสุโขทัยแท้) ตั้งอยู่ด้านหลังพระวิหาร 


2.วัดเจดีย์เจ็ดแถว โดดเด่นด้วยกลุ่มเจดีย์รายกว่า 33 องค์ที่มีสถาปัตยกรรมหลากหลายรูปแบบ โดยมีเจดีย์ประธานทรงดอกบัวตูม (ศิลปะสุโขทัยแท้) ตั้งอยู่ด้านหลังพระวิหาร 

2.วัดเจดีย์เจ็ดแถว โดดเด่นด้วยกลุ่มเจดีย์รายกว่า 33 องค์ที่มีสถาปัตยกรรมหลากหลายรูปแบบ โดยมีเจดีย์ประธานทรงดอกบัวตูม (ศิลปะสุโขทัยแท้) ตั้งอยู่ด้านหลังพระวิหาร 


2.วัดเจดีย์เจ็ดแถว

เป็นโบราณสถานสำคัญตั้งอยู่ใจกลาง อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย โดดเด่นด้วยกลุ่มเจดีย์รายกว่า 33 องค์ที่มีสถาปัตยกรรมหลากหลายรูปแบบ ถือเป็นแหล่งรวมศิลปกรรมพุทธศาสนาที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของไทย เป็นหลักฐานแสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองและการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมในอาณาจักรสุโขทัย รวมถึงความเชื่อเรื่องการสร้างเจดีย์บรรจุอัฐิของราชวงศ์

ถูกจัดให้เป็นสถานที่เดียวในสุโขทัยที่รวบรวมรูปแบบเจดีย์ไว้หลากหลายศิลปะมากที่สุด โดยมีเจดีย์ประธานทรงดอกบัวตูม (ศิลปะสุโขทัยแท้) ตั้งอยู่ด้านหลังพระวิหาร ล้อมรอบด้วยเจดีย์รายที่มีทั้งศิลปะศรีวิชัย ล้านนา และศิลปะแบบพุกาม


3.วัดช้างล้อม ศรีสัชนาลัย มีจุดเด่นคือเจดีย์ประธานทรงลังกาที่ตั้งอยู่บนฐานประทักษิณ และมีรูปปั้นช้างปูนปั้นล้อมรอบฐาน สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยสุโขทัยราวพุทธศตวรรษที่ 19 โดยนักโบราณคดีเชื่อว่าวัดแห่งนี้คือสถานที่เดียวกันกับที่กล่าวถึงในศิลาจารึกหลักที่ 1

3.วัดช้างล้อม ศรีสัชนาลัย มีจุดเด่นคือเจดีย์ประธานทรงลังกาที่ตั้งอยู่บนฐานประทักษิณ และมีรูปปั้นช้างปูนปั้นล้อมรอบฐาน สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยสุโขทัยราวพุทธศตวรรษที่ 19 โดยนักโบราณคดีเชื่อว่าวัดแห่งนี้คือสถานที่เดียวกันกับที่กล่าวถึงในศิลาจารึกหลักที่ 1

3.วัดช้างล้อม ศรีสัชนาลัย มีจุดเด่นคือเจดีย์ประธานทรงลังกาที่ตั้งอยู่บนฐานประทักษิณ และมีรูปปั้นช้างปูนปั้นล้อมรอบฐาน สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยสุโขทัยราวพุทธศตวรรษที่ 19 โดยนักโบราณคดีเชื่อว่าวัดแห่งนี้คือสถานที่เดียวกันกับที่กล่าวถึงในศิลาจารึกหลักที่ 1

3.วัดช้างล้อม ศรีสัชนาลัย มีจุดเด่นคือเจดีย์ประธานทรงลังกาที่ตั้งอยู่บนฐานประทักษิณ และมีรูปปั้นช้างปูนปั้นล้อมรอบฐาน สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยสุโขทัยราวพุทธศตวรรษที่ 19 โดยนักโบราณคดีเชื่อว่าวัดแห่งนี้คือสถานที่เดียวกันกับที่กล่าวถึงในศิลาจารึกหลักที่ 1

3.วัดช้างล้อม สถาปัตยกรรมของวัด เป็นเจดีย์ประธานทรงกลมแบบลังกาตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัส ที่ฐานชั้นล่างมีประติมากรรมรูปช้างปูนปั้นยืนหันหลังชนผนังเจดีย์ล้อมรอบไว้จำนวน 39 เชือก

3.วัดช้างล้อม ศรีสัชนาลัย มีจุดเด่นคือเจดีย์ประธานทรงลังกาที่ตั้งอยู่บนฐานประทักษิณ และมีรูปปั้นช้างปูนปั้นล้อมรอบฐาน สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยสุโขทัยราวพุทธศตวรรษที่ 19 โดยนักโบราณคดีเชื่อว่าวัดแห่งนี้คือสถานที่เดียวกันกับที่กล่าวถึงในศิลาจารึกหลักที่ 1

3.วัดช้างล้อม ศรีสัชนาลัย มีจุดเด่นคือเจดีย์ประธานทรงลังกาที่ตั้งอยู่บนฐานประทักษิณ และมีรูปปั้นช้างปูนปั้นล้อมรอบฐาน สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยสุโขทัยราวพุทธศตวรรษที่ 19 โดยนักโบราณคดีเชื่อว่าวัดแห่งนี้คือสถานที่เดียวกันกับที่กล่าวถึงในศิลาจารึกหลักที่ 1

3.วัดช้างล้อม สถาปัตยกรรมของวัด เป็นเจดีย์ประธานทรงกลมแบบลังกาตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัส ที่ฐานชั้นล่างมีประติมากรรมรูปช้างปูนปั้นยืนหันหลังชนผนังเจดีย์ล้อมรอบไว้จำนวน 39 เชือก

3.วัดช้างล้อม ศรีสัชนาลัย3.วัดช้างล้อม สถาปัตยกรรมของวัด เป็นเจดีย์ประธานทรงกลมแบบลังกาตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัส ที่ฐานชั้นล่างมีประติมากรรมรูปช้างปูนปั้นยืนหันหลังชนผนังเจดีย์ล้อมรอบไว้จำนวน 39 เชือก

3.วัดช้างล้อม 
วัดช้างล้อม ศรีสัชนาลัย คือ โบราณสถานสำคัญที่ตั้งอยู่ภายในกำแพงเมืองของ อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย โดยมีจุดเด่นคือเจดีย์ประธานทรงลังกาที่ตั้งอยู่บนฐานประทักษิณ และมีรูปปั้นช้างปูนปั้นล้อมรอบฐาน 

สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยสุโขทัยราวพุทธศตวรรษที่ 19 โดยนักโบราณคดีเชื่อว่าวัดแห่งนี้คือสถานที่เดียวกันกับที่กล่าวถึงในศิลาจารึกหลักที่ 1 ซึ่งระบุว่าพ่อขุนรามคำแหงได้ขุดค้นพบพระบรมสารีริกธาตุในเมืองศรีสัชนาลัย ทรงทำการสักการะ บรรจุกลับคืนที่เดิม และสร้างเจดีย์ครอบทับในปี พ.ศ. 1828

โดยสถาปัตยกรรมของวัด เป็นเจดีย์ประธานทรงกลมแบบลังกาตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัส ที่ฐานชั้นล่างมีประติมากรรมรูปช้างปูนปั้นยืนหันหลังชนผนังเจดีย์ล้อมรอบไว้จำนวน 39 เชือก (รวมช้างที่มุมทั้ง 4 ทิศ) โดยคำว่า "ช้างล้อม" เป็นที่มาของชื่อวัดนั่นเอง


4.วัดนางพญา ความโดดเด่นของวัดแห่งนี้คือ ผนังวิหารด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือหลงเหลือลวดลายปูนปั้นที่วิจิตรบรรจง ถือเป็นหนึ่งในงานพุทธศิลป์ที่งดงามที่สุด 

4.วัดนางพญา ความโดดเด่นของวัดแห่งนี้คือ ผนังวิหารด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือหลงเหลือลวดลายปูนปั้นที่วิจิตรบรรจง ถือเป็นหนึ่งในงานพุทธศิลป์ที่งดงามที่สุด 

4.วัดนางพญา ความโดดเด่นของวัดแห่งนี้คือ ผนังวิหารด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือหลงเหลือลวดลายปูนปั้นที่วิจิตรบรรจง ถือเป็นหนึ่งในงานพุทธศิลป์ที่งดงามที่สุด 

4.วัดนางพญา ความโดดเด่นของวัดแห่งนี้คือ ผนังวิหารด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือหลงเหลือลวดลายปูนปั้นที่วิจิตรบรรจง ถือเป็นหนึ่งในงานพุทธศิลป์ที่งดงามที่สุด 

4.วัดนางพญา ความโดดเด่นของวัดแห่งนี้คือ ผนังวิหารด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือหลงเหลือลวดลายปูนปั้นที่วิจิตรบรรจง ถือเป็นหนึ่งในงานพุทธศิลป์ที่งดงามที่สุด 


4.วัดนางพญา 
วัดนางพญา เป็นโบราณสถานสำคัญในเขต อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย โดดเด่นด้วยงานศิลปกรรมชั้นสูงและประวัติศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับราชวงศ์ วัดแห่งนี้ตั้งอยู่ใน อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนจาก UNESCO ให้เป็นส่วนหนึ่งของเมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวาร (Historic Town of Sukhothai and Associated Historic Towns)

ความโดดเด่นของวัดแห่งนี้คือ ผนังวิหารด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือหลงเหลือลวดลายปูนปั้นที่วิจิตรบรรจง ถือเป็นหนึ่งในงานพุทธศิลป์ที่งดงามที่สุด เจดีย์ประธานเป็นเจดีย์ทรงกลม (ทรงลังกา) ตั้งอยู่บนฐานประทักษิณ ผสมผสานรูปแบบศิลปะสุโขทัยและอยุธยาตอนต้นได้อย่างลงตัว

วัดนี้สร้างโดย พระนางพสุจเทวี พระมเหสีของพระร่วง ซึ่งเป็นธิดาของพระเจ้ากรุงจีน สันนิษฐานว่าวัดถูกสร้างขึ้นใหม่หรือบูรณะในราวต้นพุทธศตวรรษที่ 21 (ช่วงสมัยอยุธยา) หลังจากที่สุโขทัยถูกผนวกรวมเข้ากับอาณาจักรอยุธยา 

5.วัดสวนแก้วอุทยานใหญ่ 

5.วัดสวนแก้วอุทยานใหญ่ 

5.วัดสวนแก้วอุทยานใหญ่ 


5.วัดสวนแก้วอุทยานใหญ่ 


5.วัดสวนแก้วอุทยานใหญ่ 
เป็นโบราณสถานขนาดใหญ่และสำคัญแห่งหนึ่งใน อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ตั้งอยู่ภายในกำแพงเมือง โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมยุคสุโขทัยที่สร้างขึ้นอย่างประณีตด้วยศิลาแลง ชื่อ "สวนแก้วอุทยานใหญ่" เป็นชื่อที่ชาวบ้านเรียกขานกันในสมัยหลัง เนื่องจากพื้นที่บริเวณนี้เคยมีต้นแก้วขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังเป็นวัดขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญในระดับแกนเมือง เช่นเดียวกับ วัดช้างล้อม ผังวัดได้รับการจัดวางอย่างเป็นระเบียบตามคติความเชื่อในศาสนาพุทธ

โดยโบราณสถานภายในวัดสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถทางวิศวกรรมการก่อสร้างด้วยศิลาแลง และศิลปะการตกแต่งลวดลายปูนปั้นอันวิจิตรงดงามของช่างในยุคโบราณ


6.วัดเขาพนมเพลิง โบราณสถานสำคัญสมัยสุโขทัย ตั้งอยู่บนเนินเขาภายในกำแพงเมือง การสร้างวัดครอบคลุมพื้นที่เนินเขาใจกลางเมือง แสดงถึงความเชื่อเรื่องยอดเขาเป็นที่สถิตของสิ่งศักดิ์สิทธิ์

6.วัดเขาพนมเพลิง โบราณสถานสำคัญสมัยสุโขทัย ตั้งอยู่บนเนินเขาภายในกำแพงเมือง การสร้างวัดครอบคลุมพื้นที่เนินเขาใจกลางเมือง แสดงถึงความเชื่อเรื่องยอดเขาเป็นที่สถิตของสิ่งศักดิ์สิทธิ์

6.วัดเขาพนมเพลิง โบราณสถานสำคัญสมัยสุโขทัย ตั้งอยู่บนเนินเขาภายในกำแพงเมือง การสร้างวัดครอบคลุมพื้นที่เนินเขาใจกลางเมือง แสดงถึงความเชื่อเรื่องยอดเขาเป็นที่สถิตของสิ่งศักดิ์สิทธิ์

6.วัดเขาพนมเพลิง โบราณสถานสำคัญสมัยสุโขทัย ตั้งอยู่บนเนินเขาภายในกำแพงเมือง การสร้างวัดครอบคลุมพื้นที่เนินเขาใจกลางเมือง แสดงถึงความเชื่อเรื่องยอดเขาเป็นที่สถิตของสิ่งศักดิ์สิทธิ์

6.วัดเขาพนมเพลิง โบราณสถานสำคัญสมัยสุโขทัย ตั้งอยู่บนเนินเขาภายในกำแพงเมือง การสร้างวัดครอบคลุมพื้นที่เนินเขาใจกลางเมือง แสดงถึงความเชื่อเรื่องยอดเขาเป็นที่สถิตของสิ่งศักดิ์สิทธิ์

6.วัดเขาพนมเพลิง โบราณสถานสำคัญสมัยสุโขทัย ตั้งอยู่บนเนินเขาภายในกำแพงเมือง การสร้างวัดครอบคลุมพื้นที่เนินเขาใจกลางเมือง แสดงถึงความเชื่อเรื่องยอดเขาเป็นที่สถิตของสิ่งศักดิ์สิทธิ์

6.วัดเขาพนมเพลิง โบราณสถานสำคัญสมัยสุโขทัย ตั้งอยู่บนเนินเขาภายในกำแพงเมือง การสร้างวัดครอบคลุมพื้นที่เนินเขาใจกลางเมือง แสดงถึงความเชื่อเรื่องยอดเขาเป็นที่สถิตของสิ่งศักดิ์สิทธิ์

6.วัดเขาพนมเพลิง โบราณสถานสำคัญสมัยสุโขทัย ตั้งอยู่บนเนินเขาภายในกำแพงเมือง การสร้างวัดครอบคลุมพื้นที่เนินเขาใจกลางเมือง แสดงถึงความเชื่อเรื่องยอดเขาเป็นที่สถิตของสิ่งศักดิ์สิทธิ์

6.วัดเขาพนมเพลิง โบราณสถานสำคัญสมัยสุโขทัย ตั้งอยู่บนเนินเขาภายในกำแพงเมือง การสร้างวัดครอบคลุมพื้นที่เนินเขาใจกลางเมือง แสดงถึงความเชื่อเรื่องยอดเขาเป็นที่สถิตของสิ่งศักดิ์สิทธิ์


6.วัดเขาพนมเพลิง 

เป็นโบราณสถานสำคัญสมัยสุโขทัย ตั้งอยู่บนเนินเขาภายในกำแพงเมืองของอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย มีความโดดเด่นด้านทำเลที่ตั้งบนยอดเขา และมีความเชื่อมโยงกับตำนานการสร้างเมืองตามพงศาวดาร โบราณสถานส่วนใหญ่ก่อด้วยศิลาแลง สันนิษฐานว่าถูกสร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 19-20

การสร้างวัดครอบคลุมพื้นที่เนินเขาใจกลางเมือง แสดงถึงความเชื่อเรื่องยอดเขาเป็นที่สถิตของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อีกทั้งยังใช้เป็นจุดสังเกตการณ์ข้าศึกจากมุมสูงได้ด้วย และทางขึ้นโบราณสถานก็ มีบันไดศิลาแลงกว้างขวางทอดตัวยาวจำนวน 114 ขั้น เพื่อขึ้นสู่ยอดเขา 

และบนวัดมีเจดีย์ทรงระฆัง ศิลปะสุโขทัยระยะหลัง ฐานชั้นล่างประดับด้วยประติมากรรมปูนปั้นรูปพระพุทธรูปลีลา


7.วัดหลักเมือง 

7.วัดหลักเมือง 

7.วัดหลักเมือง 

7.วัดหลักเมือง 



7.วัดหลักเมือง 

เป็นโบราณสถานสำคัญสมัยสุโขทัย ตั้งอยู่ภายในกำแพงเมือง อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ติดกับบริเวณที่สันนิษฐานว่าเป็นเขตพระราชวัง แต่เดิมในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เคยทรงตั้งข้อสันนิษฐานไว้ในพระราชนิพนธ์ว่าสถานที่นี้น่าจะเป็นที่ฝังดวงนิมิตของเมือง (ศาลหลักเมือง) มากกว่าวัดในพุทธศาสนา

จากการขุดแต่งและบูรณะของ เว็บไซต์ กรม ศิลปากร ในเวลาต่อมา พบว่าเป็นวัดในพุทธศาสนาที่มีวิหารโถงอยู่ด้านหน้าและมีจดีย์ประธานของวัดนี้ สร้างเป็นทรงปราสาทที่ได้รับอิทธิพลจากศิลปะขอม ทำให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและสวยงามตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางเมือง



8.วัดสวนแก้วอุทยานน้อย มีจุดเด่นคือเจดีย์ประธานทรงดอกบัวตูม ล้อมรอบด้วยกำแพงแก้ว โบราณสถานแห่งนี้มีความสำคัญในฐานะ "วัดประจำพระราชวัง" 

8.วัดสวนแก้วอุทยานน้อย มีจุดเด่นคือเจดีย์ประธานทรงดอกบัวตูม ล้อมรอบด้วยกำแพงแก้ว โบราณสถานแห่งนี้มีความสำคัญในฐานะ "วัดประจำพระราชวัง" 

8.วัดสวนแก้วอุทยานน้อย มีจุดเด่นคือเจดีย์ประธานทรงดอกบัวตูม ล้อมรอบด้วยกำแพงแก้ว โบราณสถานแห่งนี้มีความสำคัญในฐานะ "วัดประจำพระราชวัง" 

8.วัดสวนแก้วอุทยานน้อย มีจุดเด่นคือเจดีย์ประธานทรงดอกบัวตูม ล้อมรอบด้วยกำแพงแก้ว โบราณสถานแห่งนี้มีความสำคัญในฐานะ "วัดประจำพระราชวัง" 

8.วัดสวนแก้วอุทยานน้อย มีจุดเด่นคือเจดีย์ประธานทรงดอกบัวตูม ล้อมรอบด้วยกำแพงแก้ว โบราณสถานแห่งนี้มีความสำคัญในฐานะ "วัดประจำพระราชวัง" 

8.วัดสวนแก้วอุทยานน้อย มีจุดเด่นคือเจดีย์ประธานทรงดอกบัวตูม ล้อมรอบด้วยกำแพงแก้ว โบราณสถานแห่งนี้มีความสำคัญในฐานะ "วัดประจำพระราชวัง" 

8.วัดสวนแก้วอุทยานน้อย มีจุดเด่นคือเจดีย์ประธานทรงดอกบัวตูม ล้อมรอบด้วยกำแพงแก้ว โบราณสถานแห่งนี้มีความสำคัญในฐานะ "วัดประจำพระราชวัง" 

8.วัดสวนแก้วอุทยานน้อย มีจุดเด่นคือเจดีย์ประธานทรงดอกบัวตูม ล้อมรอบด้วยกำแพงแก้ว โบราณสถานแห่งนี้มีความสำคัญในฐานะ "วัดประจำพระราชวัง" 

8.วัดสวนแก้วอุทยานน้อย มีจุดเด่นคือเจดีย์ประธานทรงดอกบัวตูม ล้อมรอบด้วยกำแพงแก้ว โบราณสถานแห่งนี้มีความสำคัญในฐานะ "วัดประจำพระราชวัง" 


8.วัดสวนแก้วอุทยานน้อย

วัดสวนแก้วอุทยานน้อย เป็นโบราณสถานสำคัญสมัยสุโขทัย ตั้งอยู่ภายในกำแพงเมือง อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย มีจุดเด่นคือเจดีย์ประธานทรงดอกบัวตูม ล้อมรอบด้วยกำแพงแก้ว โบราณสถานแห่งนี้มีความสำคัญในฐานะ "วัดประจำพระราชวัง" ของเจ้านายศรีสัชนาลัยในอดีต

สร้างขึ้นในเขตพระราชวังโบราณ (คล้ายกับวัดพระศรีสรรเพชญ์ของอยุธยา) สันนิษฐานจากพงศาวดารเหนือว่าคือ วัดแก้วราชประดิษฐาน 

มีเจดีย์ประธานทรงดอกบัวตูม (ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์) ล้อมรอบด้วยเจดีย์ราย 13 องค์ และมณฑปหลังคาทรงจั่วด้านหลังวิหาร ซึ่งกรมศิลปากรขุดพบเครื่องสังคโลกและโคมในบริเวณนี้


9.ศูนย์ศึกษาและอนุรักษ์เตาเผาสังคโลก (เตาทุเรียง) พิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้ มีอาคารจัดแสดงที่รวบรวมหลักฐานเครื่องถ้วยสังคโลกทั้งแบบสมบูรณ์และที่แตกหักจำนวนมาก

9.ศูนย์ศึกษาและอนุรักษ์เตาเผาสังคโลก (เตาทุเรียง) พิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้ มีอาคารจัดแสดงที่รวบรวมหลักฐานเครื่องถ้วยสังคโลกทั้งแบบสมบูรณ์และที่แตกหักจำนวนมาก

9.ศูนย์ศึกษาและอนุรักษ์เตาเผาสังคโลก (เตาทุเรียง) พิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้ มีอาคารจัดแสดงที่รวบรวมหลักฐานเครื่องถ้วยสังคโลกทั้งแบบสมบูรณ์และที่แตกหักจำนวนมาก

9.ศูนย์ศึกษาและอนุรักษ์เตาเผาสังคโลก (เตาทุเรียง) พิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้ มีอาคารจัดแสดงที่รวบรวมหลักฐานเครื่องถ้วยสังคโลกทั้งแบบสมบูรณ์และที่แตกหักจำนวนมาก

9.ศูนย์ศึกษาและอนุรักษ์เตาเผาสังคโลก (เตาทุเรียง) พิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้ มีอาคารจัดแสดงที่รวบรวมหลักฐานเครื่องถ้วยสังคโลกทั้งแบบสมบูรณ์และที่แตกหักจำนวนมาก

9.ศูนย์ศึกษาและอนุรักษ์เตาเผาสังคโลก (เตาทุเรียง) พิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้ มีอาคารจัดแสดงที่รวบรวมหลักฐานเครื่องถ้วยสังคโลกทั้งแบบสมบูรณ์และที่แตกหักจำนวนมาก

9.ศูนย์ศึกษาและอนุรักษ์เตาเผาสังคโลก (เตาทุเรียง) พิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้ มีอาคารจัดแสดงที่รวบรวมหลักฐานเครื่องถ้วยสังคโลกทั้งแบบสมบูรณ์และที่แตกหักจำนวนมาก

9.ศูนย์ศึกษาและอนุรักษ์เตาเผาสังคโลก (เตาทุเรียง) พิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้ มีอาคารจัดแสดงที่รวบรวมหลักฐานเครื่องถ้วยสังคโลกทั้งแบบสมบูรณ์และที่แตกหักจำนวนมาก

9.ศูนย์ศึกษาและอนุรักษ์เตาเผาสังคโลก (เตาทุเรียง) พิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้ มีอาคารจัดแสดงที่รวบรวมหลักฐานเครื่องถ้วยสังคโลกทั้งแบบสมบูรณ์และที่แตกหักจำนวนมาก



9.ศูนย์ศึกษาและอนุรักษ์เตาเผาสังคโลก (เตาทุเรียง)

 หรือที่รู้จักกันทั่วไปคือ เตาทุเรียงเกาะน้อย เป็นนิคมอุตสาหกรรมโบราณ ตั้งอยู่ที่บ้านเกาะน้อย ตำบลศรีสัชนาลัย อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ภายในมีการสร้างอาคารครอบกลุ่มเตาเผาโบราณ (เตาทรงประทุนเรือ) เพื่ออนุรักษ์และจัดแสดงสภาพจริง โดยเป็นพิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้ มีอาคารจัดแสดงที่รวบรวมหลักฐานเครื่องถ้วยสังคโลกทั้งแบบสมบูรณ์และที่แตกหักจำนวนมาก รวมถึงเศษเครื่องปั้นดินเผาที่ทับถมกันอยู่ เพื่อแสดงให้เห็นถึงประวัติศาสตร์การค้าและวิถีชีวิตของคนในยุคสุโขทัย  ภายในพื้นที่ได้ขุดพบเตาเผาเครื่องถ้วยสังคโลกกว่า 500 เตา ตลอดแนวแม่น้ำยมยาวกว่า 1 กิโลเมตร 

เตาทุเรียง (เตาสังคโลก) คือชื่อเรียกเตาเผาถ้วยชามและเครื่องปั้นดินเผาโบราณในสมัยสุโขทัย (พุทธศตวรรษที่ 18-22) ภายในบริเวณเป็นที่ตั้งของเตาเผาโบราณที่มีโครงสร้างรูปทรงรีคล้ายประทุนเรือ ซึ่งเกิดจากการเรียงตัวซ้อนทับกันหลายชั้น

ศูนย์ศึกษาและอนุรักษ์เตาสังคโลก (เตาทุเรียง) ตั้งอยู่ที่บ้านเกาะน้อย ห่างจากบริเวณกำแพงเมืองด้านเหนือ (ประตูเตาหม้อ) ของ อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย ประมาณ 5 ถึง 6.5 กิโลเมตร สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือจักรยานโดยเลียบแม่น้ำยมไปทางทิศเหนือใช้เวลาเดินทางประมาณ 10-15 นาที




และสำหรับเพื่อนๆคนใหนที่ช่วงนี้สนใจในด้านประวัติศาตร์ ลองปักหมุดวางไปเที่ยวศรีสัชนาลัย  สุโขทัยดูนะคะ รับรองว่าได้ภาพสวยๆและความรู้กลับไปอย่างแน่นอนค่ะ







แสดงความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น