Header Ads Widget

ads

Ticker

6/recent/ticker-posts

เที่ยวไทยไปให้รู้ดู วัดมหาธาตุ โบราณสถานในอุทยานเก่าเมืองชาละวัน มีประวัติเป็นมาน่าสนใจอย่างไร

สาระน่ารู้เกี่ยวกับ วัดมหาธาตุ โบราณสถานเก่าแก่าในอุทยานเก่าเมืองพิจิตร



มาทักทายซำบายดี อีหลีอยู่บ่ กับคุณผู้อ่านทุกๆคนอีกครั้ง หลังจากที่บทความก่อนหน้าได้พาไปรู้จัก อ่างอาบน้ำโรมันที่เก่าแก่ที่สุดอีกแห่งของโลกไปแล้ว วันนี้คุณนายเว่อร์ เธอเป็นคนบ้า ขอพาคุณผู้อ่านวนกลับมาเที่ยวเมืองไทย แวะไปรู้จัก วัดมหาธาตุ โบราณสถานวัดเก่าแก่สำคัญอีกแห่งในเมืองพิจิตร มีประวัติเป็นมาน่าสนใจอย่างไร มาให้ได้อ่านกันค่ะ


สาระน่ารู้เกี่ยวกับ วัดมหาธาตุ โบราณสถานในเมืองพิจิตร 


วัดมหาธาตุ จังหวัดพิจิตร เป็นโบราณสถานสำคัญที่สะท้อนถึงความรุ่งเรืองของเมืองพิจิตรในอดีต สันนิษฐานว่าเป็นวัดที่สำคัญสร้างคู่กับเมืองพิจิตร  ตามหลักฐานทางโบราณคดีเมืองพิจิตรเก่านี้สันนิษฐานตามพงศาวดารเหนือ เรื่องพระยาแกรก ได้ว่า อาจเป็นโบราณสถานที่มีมาตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ 18 




วัดมหาธาตุ จังหวัดพิจิตร เป็นโบราณสถานสำคัญที่สะท้อนถึงความรุ่งเรืองของเมืองพิจิตรในอดีต ตั้งอยู่ในเขตอุทยานเมืองเก่าพิจิตร สิ่งที่โดดเด่นที่สุดคือเจดีย์ประธานทรงลังกา สันนิษฐานว่าเป็นวัดที่สำคัญสร้างคู่กับเมืองพิจิตร  ตามหลักฐานทางโบราณคดีเมืองพิจิตรเก่านี้สันนิษฐานตามพงศาวดารเหนือ เรื่องพระยาแกรก ได้ว่า อาจเป็นโบราณสถานที่มีมาตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ 18 

ประวัติการสร้างเมืองพิจิตรเก่าโดยเจ้ากาญจนกุมาร หรือพระยาโคตรบองเทวราช ต่อมาในสมัยสุโขทัย จึงมีการปฏิสังขรณ์โดยพอกเจดีย์ทรงระฆังทับ สร้างพระวิหาร และขุดคูน้ำล้อมรอบ


ดังปรากฏว่าสิ่งก่อสร้างที่มีซุ้มจระนำภายในเจดีย์ทรงระฆัง แผ่นอิฐมีจารึกอักษรขอมโบราณ และประวัติการสร้างเมืองพิจิตรเก่าโดยเจ้ากาญจนกุมาร หรือพระยาโคตรบองเทวราช ต่อมาในสมัยสุโขทัย จึงมีการปฏิสังขรณ์โดยพอกเจดีย์ทรงระฆังทับ สร้างพระวิหาร และขุดคูน้ำล้อมรอบ เนื่องจากเมืองพิจิตรเก่านี้มีความสำคัญเป็นหัวเมืองเอกของสุโขทัย ดังปรากฏชื่อเมืองสระหลวงในจารึกสมัยสุโขทัย จนกระทั่งในสมัยอยุธยามีการสร้างพระอุโบสถต่อเติมที่ด้านหลังวัดมหาธาตุในแนวแกนของสิ่งก่อสร้างหลัก โดยปรากฏชื่อเมืองพิจิตร ในพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับสมเด็จพระนพรัตน์


ในวัดมหาธาตุประกอบไปด้วยเจดีย์ประธาน เป็นเจดีย์ทรงระฆัง ด้านหน้าทางทิศตะวันตกของเจดีย์เป็นวิหารเก้าห้อง มีคูน้ำล้อมรอบเจดีย์กับวิหาร


ภายในวัดมหาธาตุประกอบไปด้วยเจดีย์ประธาน เป็นเจดีย์ทรงระฆัง ด้านหน้าทางทิศตะวันตกของเจดีย์เป็นวิหารเก้าห้อง มีคูน้ำล้อมรอบเจดีย์กับวิหาร ด้านหลังเจดีย์ทางทิศตะวันออกเป็นพระอุโบสถ มีใบเสมาสองชั้น ปัจจุบันเหลือเพียงส่วนฐานอุโบสถ ทางทิศตะวันออกของอุโบสถมีสระแฝดหรือสระบัว ก่อนจะถึงกำแพงวัดที่ติดกำแพงเมืองพิจิตรเก่าด้านทิศตะวันออก 


เจดีย์ประธานเป็นทรงระฆังแบบสุโขทัย ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากลังกา เหนือองค์ระฆังคือบัลลังก์สี่เหลี่ยม แกนปล้องไฉน ปล้องไฉนและเม็ดน้ำค้าง ซึ่งเคยถูกต้นยางล้มฟาดจนปล้องไฉนหัก เมื่อปี พ.ศ. 2479 


โดยเจดีย์ประธานเป็นทรงระฆังแบบสุโขทัย ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากลังกา มีชุดบัวถลาสามชั้นบนฐานเตี้ยรองรับทรงระฆังที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ เหนือองค์ระฆังคือบัลลังก์สี่เหลี่ยม แกนปล้องไฉน ปล้องไฉนและเม็ดน้ำค้าง ซึ่งเคยถูกต้นยางล้มฟาดจนปล้องไฉนหัก เมื่อปี พ.ศ. 2479 


ส่วนยอดยังเหลือให้เห็นถึงพุทธบัลลังก์สูงพ้นยอดไม้ และมีต้นโพธิ์ขนาดย่อมขึ้นที่ชั้นพุทธบัลลังก์ ต่อมาในปี พ.ศ. 2481 ต้นโพธิ์ถูกลมพัดหักโค่นลงมา เจดีย์ส่วนที่เหลือก็พังครืนลงมาเกิดโพรงทำให้เห็นว่ามีซุ้มจระนำอยู่ภายในเจดีย์ มีพวงมาลัยร้อยด้วยลวดเงิน ลูกปัดเป็นหยก แต่ถูกคนร้ายขโมยไปซึ่งเจดีย์องค์ในอาจเป็นสิ่งก่อสร้างสมัยสร้างเมืองพิจิตรก็เป็นได้

ด้านหน้าพระเจดีย์เป็นที่ตั้งของวิหารเก้าห้อง 


ด้านหน้าพระเจดีย์เป็นที่ตั้งของวิหารเก้าห้อง ด้านหลังพระเจดีย์เป็นพระอุโบสถ มีใบเสมา 2 ชั้น มีรากไทรเกาะอยู่ที่หน้าบัน หลังคาถูกต้นไม้ล้มทับหักลงมาองค์พระก็พลอยโค่นลงมาด้วย ปัจจุบันเหลือแต่ฐานอิฐสูง กรมศิลปากรดำเนินการขุดแต่งเมื่อ พ.ศ. 2534 บริเวณใต้เนินดินส่วนวิหารได้พบสิ่งก่อสร้าง 2 ยุคสมัย คือ สมัยสุโขทัยและสมัยอยุธยา บริเวณโดยรอบพบเจดีย์รายจำนวนมากและแนวกำแพงขนาดใหญ่

กล้กับบริเวณวัดมหาธาตุ ก็เป็นที่ตั้งของถ้ำชาละวัน ลักษณะเป็นช่องขุดลึกลงไปในดิน ชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็นถ้ำชาละวัน


มีเรื่องเล่าว่าเมื่อประมาณ 60-70 ปีก่อน พระภิกษุวัดนครชุมรูปหนึ่งได้จุดเทียนไขเดินเข้าไปในถ้ำแห่งนี้จนหมดเทียนเล่มหนึ่งก็ยังไม่ถึงก้นถ้ำ 


ในปัจจุบันดินพังทลายทับถมจนตื้นเขิน ทางจังหวัดจึงได้สร้างรูปปั้นไกรทองและชาละวันไว้ที่บริเวณปากถ้ำด้วย




และใกล้กับบริเวณวัดมหาธาตุ ก็เป็นที่ตั้งของถ้ำชาละวัน ลักษณะเป็นช่องขุดลึกลงไปในดิน ชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็นถ้ำชาละวัน มีเรื่องเล่าว่าเมื่อประมาณ 60-70 ปีก่อน พระภิกษุวัดนครชุมรูปหนึ่งได้จุดเทียนไขเดินเข้าไปในถ้ำแห่งนี้จนหมดเทียนเล่มหนึ่งก็ยังไม่ถึงก้นถ้ำ ในปัจจุบันดินพังทลายทับถมจนตื้นเขิน ทางจังหวัดจึงได้สร้างรูปปั้นไกรทองและชาละวันไว้ที่บริเวณปากถ้ำด้วย


บริเวณอุทยานเมืองเก่าพิจิตร

บริเวณอุทยานเมืองเก่าพิจิตร

ยังเป็นที่ตั้งของศาลหลักเมือง ซึ่งสร้างเมื่อ พ.ศ.2520 อาคารแบ่งออกเป็น 2 ชั้น ด้านบนเป็นที่ตั้งของศาลหลักเมือง

ส่วนด้านล่างเป็นที่ประดิษฐานรูปปั้นของพระยาโคตรบองซึ่งชาวบ้านเรียกว่า “พ่อปู่” เป็นที่สักการะของนักชาวเมืองพิจิตรและนักท่องเที่ยวนิยมมาไหว้ขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลกัน




อีกทั้งบริเวณอุทยานเก่าเมืองพิจิตร ยังเป็นที่ตั้งของศาลหลักเมือง ซึ่งสร้างเมื่อ พ.ศ.2520 อาคารแบ่งออกเป็น 2 ชั้น ด้านบนเป็นที่ตั้งของศาลหลักเมือง ส่วนด้านล่างเป็นที่ประดิษฐานรูปปั้นของพระยาโคตรบองซึ่งชาวบ้านเรียกว่า “พ่อปู่” เป็นที่สักการะของนักชาวเมืองพิจิตรและนักท่องเที่ยวนิยมมาไหว้ขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลกัน

การเดินทางมาท่องเที่ยวชมวัดมหาธาตุ จากตัวเมืองพิจิตร ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 1068 มุ่งหน้าไปทางอุทยานเมืองเก่าพิจิตร ระยะทางประมาณ 6-7 กิโลเมตร


การเดินทางมาท่องเที่ยวชมวัดมหาธาตุ ตั้งอยู่ในเขตอุทยานเมืองเก่าพิจิตร หมู่ 4 บ้านเมืองเก่า ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร การเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว จากตัวเมืองพิจิตร ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 1068 มุ่งหน้าไปทางอุทยานเมืองเก่าพิจิตร ระยะทางประมาณ 6-7 กิโลเมตร สามารถจอดรถได้บริเวณด้านหน้าอุทยานฯ แล้วเดินเท้าหรือใช้บริการจักรยานภายในพื้นที่เพื่อเข้าชมวัด

เครดิตข้อมูลดีๆจาก : https://th.wikipedia.org/wiki/วัดมหาธาตุ_(จังหวัดพิจิตร)

แสดงความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น