 |
| แบ่งปันทริปเที่ยวอ่างทอง ขับรถเที่ยวเมืองรองต้องห้ามพลาด มีสถานที่ท่องเที่ยวอะไรให้ไปเช็คอินถ่ายรูปบ้าง ตามไปกันเลยจ้า |
มาทักทาย สวัสดีเพื่อนคุณผู้อ่านและเหล่าผู้รักการทัศนาจร อรชร อ้อนแอ้น สุดสะแนน แสนโสภา ช่ะช่ะช่าหัวใจทุกกๆคนค่ะ กลับมาพบกันอีกครั้งกับทริปท่องเที่ยวประจำเดือน ที่จะพาเพื่อนๆไปท่องเที่ยวทั่วไทย เดินทางไปทั่วโลก หลังจากที่บทความก่อนหน้าได้พาไปเที่ยวจังหวัดชัยนาท เมืองงามอีกแห่งในภาคกลางกันไปแล้ว ทริปนี้ยังคงสิงสถิต วนเวียนอยู่ในภาคกลางกันต่อค่ะ เลยขอพาเพื่อนๆไปเที่ยวอ่างทอง อีกหนึ่งเมืองรอง ต้องห้ามพลาดไปเที่ยวกันให้ได้
ก่อนที่จะตามไปดูภาพรีวิวแหล่งท่องเที่ยวต่างของเมืองนี้ เราก็มารู้จักเมืองอ่างทองกันก่อนแบบพอสังเขปค่ะ
 |
| น่ารู้เกี่ยวกับเมืองอ่างทอง มีประวัติเป็นมาน่าสนใจอย่างไร |
สาระน่ารู้เกี่ยวกับเมืองอ่างทอง มีประวัติเป็นมาน่าสนใจอย่างไร
อ่างทอง เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ในภาคกลางของประเทศไทย ห่างจากกรุงเทพประมาณ 120 กิโลเมตร ตั้งอยู่บนที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อย ในอดีตพื้นที่บริเวณนี้เป็นที่ราบลุ่มอันอุดมสมบูรณ์ มีแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อยไหลผ่าน เดิมชื่อ "เมืองวิเศษไชยชาญ" ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน้อย มีความสำคัญในแง่การเกษตรและยุทธศาสตร์การรบ ในสมัยรัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เมืองวิเศษไชยชาญได้ย้ายที่ตั้งจากเดิมมาตั้งริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่บริเวณบ้านอ่างทอง เนื่องจากแม่น้ำน้อยตื้นเขิน ทำให้ชื่อเปลี่ยนเป็น "เมืองอ่างทอง"
 |
| ที่มาของชื่อ "อ่างทอง" มาจากลักษณะภูมิประเทศที่เป็นแอ่งที่ราบลุ่ม (อ่าง) ประกอบกับทุ่งนาที่เหลืองอร่าม (ทอง) |
ที่มาของชื่อ "อ่างทอง" มาจากลักษณะภูมิประเทศที่เป็นแอ่งที่ราบลุ่ม (อ่าง) ประกอบกับทุ่งนาที่เหลืองอร่าม (ทอง) และยังมีประวัติว่าย้ายเมืองมาตั้งที่บ้านอ่างทอง จึงเรียกชื่อตามสถานที่ตั้ง
 |
| ปัจจุบันเป็นเมืองที่โดดเด่นเรื่องวัดวาอาราม และผลิตภัณฑ์พื้นเมืองเช่นงานจักรสาน ตุ๊กตาชาวัง การผลิตกลอง |
อ่างทองเป็นศูนย์กลางเกษตรกรรมมานานและเป็นอู่ข้าวอู่น้ำทางภาคกลางของไทย ปัจจุบันเป็นเมืองที่โดดเด่นเรื่องวัดวาอาราม และผลิตภัณฑ์พื้นเมืองเช่นงานจักรสาน ตุ๊กตาชาวัง การผลิตกลอง อีกทั้งแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและศาสนา มีวัดสำคัญกว่า 200 วัด เช่น วัดม่วง (หลวงพ่อใหญ่ที่ใหญ่ที่สุดในโลก) วัดขุนอินทประมูล (พระนอนองค์ใหญ่)และวัดป่าโมกวรวิหาร ที่นักเดินทางต้องไปชมให้ได้ด้วย
หลังจา่กที่ได้อ่านข้อมูลน่ารู้เกี่ยวกับเมืองอ่างทองไปแล้ว ก็ตามไปเที่ยวกันได้เลย
 |
| ทริปนี้เที่ยวคนเดียวอีกเช่นเคยค่ะ ขับรถคันเก่าๆ คนเก่าๆ ออกจากกรุงเทพมาที่อ่างทอง |
 |
| แวะไปเที่ยวชมอุทยานสวรรค์อ่างทอง หนองเจ็ดเส้น |
 |
| และติดๆกันกันอุทยานสวรรค์อ่างทอง หนองเจ็ดเส้น ก็เป็นตลาดหลวงปู่ทวด ที่เที่ยวชื่อดังอีกแห่งในอยุธยา ตั้งอยู่ติดถนนสายเอเชีย อำเภอมหาราช มีอาณาเขตติดกับอ่างทอง |
 |
| ตลาดหลวงปู่ทวด ที่เที่ยวชื่อดังอีกแห่งในอยุธยา ตั้งอยู่ติดถนนสายเอเชีย อำเภอมหาราช มีอาณาเขตติดกับอ่างทอง |
 |
| ตลาดหลวงปู่ทวด ที่เที่ยวชื่อดังอีกแห่งในอยุธยา ตั้งอยู่ติดถนนสายเอเชีย อำเภอมหาราช มีอาณาเขตติดกับอ่างทอง |
 |
| ตลาดหลวงปู่ทวด ที่เที่ยวชื่อดังอีกแห่งในอยุธยา ตั้งอยู่ติดถนนสายเอเชีย อำเภอมหาราช มีอาณาเขตติดกับอ่างทอง |
 |
| ตลาดหลวงปู่ทวด ที่เที่ยวชื่อดังอีกแห่งในอยุธยา ตั้งอยู่ติดถนนสายเอเชีย อำเภอมหาราช มีอาณาเขตติดกับอ่างทอง |
 |
| ในตลาดมีของกินให้เลือกทานมากมาย โรตีก็ทำกันแบบสดๆเลยจ้า |
 |
| ใครที่ขับรถผ่านถนนสายเอเชีย ก็ไม่พลาด แวะมาเที่ยวกันสักครั้ง |
 |
| จากนั้นก็ไปไหว้พระต่อที่ วัดขุนอินทประมูล วัดที่มีพระนอนขนานใหญ่อีกแห่งของไทยค่ะ |
 |
| ไม่ไกลนักจากวัดขุนอินทประมูล ตอนเย็นก็แวะมาตลาดอำเภอโพธิ์ทอง มีของกินให้เลือกทานเยอะมาก |
 |
| มีทั้งอาหารคาว อาหารหวาน และของกินราคาถูกมากๆ |
 |
| ของหวานที่นี่ ถุงละ 10 บาทจ้า ถ้าที่กรุงเทพถุงแบบนี้ก็น่าจะ 20 ไปแล้วล่ะค่ะ |
 |
| ส่วนทริปนี้ก็แวะมานอนค้างคืนที่ โฮมสเตย์ 99 ที่พักเล็กๆ เน้นแค่นอนพักค้าง 1 คืน ในราคาไม่แพงค่ะ |
 |
| เป็นโฮมสเตย์ ที่พักแบบบังกะโล มีที่จอดรถส่วนตัว สะดวกดีค่ะ |
 |
| ราคาห้องพักคืนละ 400 บาท ไม่มีอาหารเช้า แต่ราคาถูกมาก ไม่แพงเกินไป ไม่ถึง 500 เน้นแค่พักชั่วคราวค่ะ |
 |
| เช้าวันใหม่ แวะมาเที่ยวมาตลาดศาลเจ้าโรงทอง และหาอะไรกินตอนเช้ากันต่อค่ะ |
 |
| ที่ตลาดมีของกินให้เลือกหลากหลาย ทั้งของสด และของหวาน แต่ตลาดนี้โดดเด่นเรื่องขนมหวาน |
 |
| เดินไป เดินมา เจอน้องแมวขี้เซากำลังเข้าฌาณอยู่พอดี |
 |
| เดินเข้ามาตามตรอก ออกตามซอยตลาด |
 |
| ขนมหวานขื้นชื่อของที่นี่ คือขนมเกสรลำเจียก รสชาติหอมหวานอร่อย และไม่หวานมากด้วย |
 |
| และขนมอีกอย่าง เป็นขนมธัญพืช ไส้ด้านในเป็นเมล็ดแตงโม กลิ่นหอม อร่อยมาก เรียกชื่อว่าขนมอะไร เดี๊ยนไม่ทราบ คล้ายๆขนมเทียนสลัดงา ดูท่าจะหาทานยาก ทางคนขายบอกชื่อเพราะเสนาะหูมาก แต่เดี๊ยนก็จำชื่อไม่ได้แล้ว เป็นโรคอัลไซเมอร์กำเริบจริงๆค่ะ |
 |
| ขนมห่อใบตองสด คล้ายขนมเทียนสลัดงา เดี๊ยนเลยซื้อคนที่บ้านด้วย เพราะเป็นขนมหาทานยาก คงไม่มีขายในกรุงเทแน่ๆ รสชาติอร่อย ไม่หวานเกินไป หวานน้อย หอใบตองสด ขายกล่องละ 35 บาท จัดไปจ้า |
 |
| ขนมข้าวต้มมัด ห่อเล็กๆ พอดีคำก็น่าทานค่ะ |
 |
| เจอกล้วยปิ้งคุณยายกำลังปิ้งร้อนๆ มีกล้วยหักมุกกับกล้วยน้ำว้า ก็น่าทานค่ะ จัดไป 20 บาท |
 |
| นอกจากขนมหวานที่โดดเด่นแล้ว ยังมีอาหารคาวด้วย |
 |
| มื้อเช้านี้เลยสั่งข้าวกล่องไปทานแล้วค่ะ ข้าวมันไก่กับข้าวไก่ต้ม |
 |
| มีปลาเห็ดและกุ้งทอด ให้ลิ้มลองทานกันด้วย |
 |
| แวะเที่ยวเช็คอินที่ร้านคาเฟ่มะขาม คาเฟ่ชื่อดัง ที่มีมุมถ่ายรูปพระใหญ่ วัดม่วงด้วย |
และนอกจากนี้ในเมืองอ่างทอง ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่นาสนใจหลายแห่ง ให้ไปชมกันด้วย ส่วนจะมีที่ใหนบ้างนั้น ตามไปกันเลยค่ะ
แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองอ่างทอง ต้องไปเช็คอินถ่ายรูปภาพกันให้ได้ มีดังนี้
 |
| 1.วัดม่วง ไหว้พระ หลวงพ่อใหญ่ หรือพระพุทธมหานวมินทร์ศากยมุนีศรีวิเศษชัยชาญ พระพุทธรูปปางมารวิชัยองค์ใหญ่ที่สุดในโลก |
 |
| 1.วัดม่วง ไหว้พระ หลวงพ่อใหญ่ หรือพระพุทธมหานวมินทร์ศากยมุนีศรีวิเศษชัยชาญ พระพุทธรูปปางมารวิชัยองค์ใหญ่ที่สุดในโลก |
 |
| 1.วัดม่วง ไหว้พระ หลวงพ่อใหญ่ หรือพระพุทธมหานวมินทร์ศากยมุนีศรีวิเศษชัยชาญ พระพุทธรูปปางมารวิชัยองค์ใหญ่ที่สุดในโลก |
 |
| 1.วัดม่วง ไหว้พระ หลวงพ่อใหญ่ หรือพระพุทธมหานวมินทร์ศากยมุนีศรีวิเศษชัยชาญ พระพุทธรูปปางมารวิชัยองค์ใหญ่ที่สุดในโลก |
1.วัดม่วง
จัดเป็นแลนด์มาร์คและแหล่งท่องเที่ยวที่สร้างชื่อเสียงให้จังหวัดอ่างทองมากที่สุด เพราะโดดเด่นด้วยพระพุทธรูปสีทองขนาดใหญ่ ที่ใครผ่านไปก็ต้องพบเห็น โดยวัดวัดม่วง คือ วัดเก่าแก่สมัยอยุธยาตอนปลายในอำเภอวิเศษชัยชาญ ที่ได้รับการบูรณะใหม่จนโด่งดังระดับประเทศจากการประดิษฐาน "หลวงพ่อใหญ่" หรือพระพุทธมหานวมินทร์ศากยมุนีศรีวิเศษชัยชาญ พระพุทธรูปปางมารวิชัยองค์ใหญ่ที่สุดในโลก สูง 95 เมตร ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่นิยมมาสักการะขอพรเพื่อความเจริญรุ่งเรือง
สถานที่ตั้ง: ตั้งอยู่ที่ตำบลหัวตะพาน อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง ห่างจากตัวเมืองอ่างทองไปทางทิศตะวันตกประมาณ 8 กิโลเมตร
 |
| 2.ตลาดศาลเจ้าโรงทอง เป็นแหล่งค้าขายทองรูปพรรณและเครื่องทองเหลืองในอดีต มีชื่อเสียงด้านขนมหาทานยาก |
 |
| 2.ตลาดศาลเจ้าโรงทอง เป็นแหล่งค้าขายทองรูปพรรณและเครื่องทองเหลืองในอดีต มีชื่อเสียงด้านขนมหาทานยาก |
 |
| 2.ตลาดศาลเจ้าโรงทอง เป็นแหล่งค้าขายทองรูปพรรณและเครื่องทองเหลืองในอดีต มีชื่อเสียงด้านขนมหาทานยาก |
 |
| 2.ตลาดศาลเจ้าโรงทอง เป็นแหล่งค้าขายทองรูปพรรณและเครื่องทองเหลืองในอดีต มีชื่อเสียงด้านขนมหาทานยาก |
 |
| 2.ตลาดศาลเจ้าโรงทอง เป็นแหล่งค้าขายทองรูปพรรณและเครื่องทองเหลืองในอดีต มีชื่อเสียงด้านขนมหาทานยาก |
 |
| 2.ตลาดศาลเจ้าโรงทอง เป็นแหล่งค้าขายทองรูปพรรณและเครื่องทองเหลืองในอดีต มีชื่อเสียงด้านขนมหาทานยาก |
 |
| 2.ตลาดศาลเจ้าโรงทอง เป็นแหล่งค้าขายทองรูปพรรณและเครื่องทองเหลืองในอดีต มีชื่อเสียงด้านขนมหาทานยาก |
 |
| 2.ตลาดศาลเจ้าโรงทอง เป็นแหล่งค้าขายทองรูปพรรณและเครื่องทองเหลืองในอดีต มีชื่อเสียงด้านขนมหาทานยาก |
2.ตลาดศาลเจ้าโรงทอง
เป็นอีกหนึ่งตลาดที่มีชื่อเสียงในเรื่องของกินและขนมหวาน ตลาดศาลเจ้าโรงทอง หรือ ตลาดเก่าวิเศษชัยชาญ เป็นชุมชนตลาดไม้โบราณอายุกว่า 100 ปีริมแม่น้ำน้อย ในจังหวัดอ่างทอง (เดิมเรียก "บ้านไผ่จำศีล") เป็นชุมชนที่ชาวไทยเชื้อสายจีนอพยพมาตั้งรกราก มีสถาปัตยกรรมห้องแถวไม้ที่สมบูรณ์ เป็นแหล่งค้าขายทองรูปพรรณและเครื่องทองเหลืองในอดีต มีชื่อเสียงด้านขนมหาทานยาก เช่น ขนมดอกลำดวน, ขนมโสมนัส, ขนมเกสรลำเจียก, ขนมลูกเต๋า และปลาเห็ด
สถานที่ตั้ง : ต.ศาลเจ้าโรงทอง อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง (ใกล้โรงพยาบาลวิเศษชัยชาญ)
 |
| 3.วัดขุนอินทประมูล ไหว้ "พระพุทธไสยาสน์" หรือพระนอนองค์ใหญ่และยาวที่สุดแห่งหนึ่งในไทย |
 |
| 3.วัดขุนอินทประมูล ไหว้ "พระพุทธไสยาสน์" หรือพระนอนองค์ใหญ่และยาวที่สุดแห่งหนึ่งในไทย |
 |
| 3.วัดขุนอินทประมูล ไหว้ "พระพุทธไสยาสน์" หรือพระนอนองค์ใหญ่และยาวที่สุดแห่งหนึ่งในไทย |
 |
| 3.วัดขุนอินทประมูล ไหว้ "พระพุทธไสยาสน์" หรือพระนอนองค์ใหญ่และยาวที่สุดแห่งหนึ่งในไทย |
 |
| 3.วัดขุนอินทประมูล ไหว้ "พระพุทธไสยาสน์" หรือพระนอนองค์ใหญ่และยาวที่สุดแห่งหนึ่งในไทย |
 |
| 3.วัดขุนอินทประมูล ไหว้ "พระพุทธไสยาสน์" หรือพระนอนองค์ใหญ่และยาวที่สุดแห่งหนึ่งในไทย |
 |
| 3.วัดขุนอินทประมูล ไหว้ "พระพุทธไสยาสน์" หรือพระนอนองค์ใหญ่และยาวที่สุดแห่งหนึ่งในไทย |
3.วัดขุนอินทประมูล
เป็นวัดเก่าแก่ที่สำคัญอีกแห่งตั้งอยู่ใน ต.อินทประมูล อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง เป็นวัดโบราณสมัยสุโขทัยที่มีความสำคัญในฐานะที่ประดิษฐาน "พระพุทธไสยาสน์" หรือพระนอนองค์ใหญ่และยาวที่สุดแห่งหนึ่งในไทย (50 เมตร) เดิมประดิษฐานในวิหาร แต่ถูกไฟไหม้เหลือเพียงองค์พระกลางแจ้ง ซึ่งถือว่ายาวเป็นอันดับที่สองรองจากพระนอนที่ จ.สมุทรปราการ อีกทั้งภายในวัดมีวิหารหลวงพ่อขาวและเจดีย์เก่าแก่ให้สักการะ รวมถึงจุดที่เชื่อว่าเป็นโครงกระดูกขุนอินทประมูลอีกด้วย
 |
| 4.พระตำหนักคำหยาด สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าอุทุมพร (ขุนหลวงหาวัด) กษัตริย์องค์ที่ 32 แห่งกรุงศรีอยุธยา ใช้เป็นที่ปลีกวิเวกและจำพรรษา |
 |
| 4.พระตำหนักคำหยาด สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าอุทุมพร (ขุนหลวงหาวัด) กษัตริย์องค์ที่ 32 แห่งกรุงศรีอยุธยา ใช้เป็นที่ปลีกวิเวกและจำพรรษา |
 |
| 4.พระตำหนักคำหยาด สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าอุทุมพร (ขุนหลวงหาวัด) กษัตริย์องค์ที่ 32 แห่งกรุงศรีอยุธยา ใช้เป็นที่ปลีกวิเวกและจำพรรษา |
 |
| 4.พระตำหนักคำหยาด สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าอุทุมพร (ขุนหลวงหาวัด) กษัตริย์องค์ที่ 32 แห่งกรุงศรีอยุธยา ใช้เป็นที่ปลีกวิเวกและจำพรรษา |
 |
| 4.พระตำหนักคำหยาด สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าอุทุมพร (ขุนหลวงหาวัด) กษัตริย์องค์ที่ 32 แห่งกรุงศรีอยุธยา ใช้เป็นที่ปลีกวิเวกและจำพรรษา |
 |
| 4.พระตำหนักคำหยาด สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าอุทุมพร (ขุนหลวงหาวัด) กษัตริย์องค์ที่ 32 แห่งกรุงศรีอยุธยา ใช้เป็นที่ปลีกวิเวกและจำพรรษา |
 |
| 4.พระตำหนักคำหยาด สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าอุทุมพร (ขุนหลวงหาวัด) กษัตริย์องค์ที่ 32 แห่งกรุงศรีอยุธยา ใช้เป็นที่ปลีกวิเวกและจำพรรษา |
 |
| 4.พระตำหนักคำหยาด สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าอุทุมพร (ขุนหลวงหาวัด) กษัตริย์องค์ที่ 32 แห่งกรุงศรีอยุธยา ใช้เป็นที่ปลีกวิเวกและจำพรรษา |
 |
| 4.พระตำหนักคำหยาด สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าอุทุมพร (ขุนหลวงหาวัด) กษัตริย์องค์ที่ 32 แห่งกรุงศรีอยุธยา ใช้เป็นที่ปลีกวิเวกและจำพรรษา |
4.พระตำหนักคำหยาด
เป็นโบราณสถานสำคัญตั้งอยู่ในเขตวัดร้างที่เรียกว่าวัดโพธิ์ทองคำหยาด ตำบลคำหยาด อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง (ห่างจากวัดโพธิ์ทองไปทางทิศตะวันตกประมาณ 2.5 กิโลเมตร) สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าอุทุมพร (ขุนหลวงหาวัด) กษัตริย์องค์ที่ 32 แห่งกรุงศรีอยุธยา ใช้เป็นที่ปลีกวิเวกและจำพรรษา ปัจจุบันเหลือเพียงผนังอิฐ 4 ด้าน สภาพปัจจุบันได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานโดยกรมศิลปากร เป็นซากผนังอิฐสีแดงโดดเด่นท่ามกลางทุ่งนา และเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และจุดเช็คอินถ่ายรูปของนักท่องเที่ยวอีกแห่งด้วย
 |
| 5.วัดสังกระต่าย วัดร้างเก่าแก่อายุกว่า 400 ปีในจังหวัดอ่างทอง มีลักษณะโดดเด่นอันซีน คือเป็นโบสถ์ร้างที่ไม่มีหลังคา แต่มีต้นโพธิ์ 4 ต้นปกคลุม 4 มุม |
 |
| 5.วัดสังกระต่าย วัดร้างเก่าแก่อายุกว่า 400 ปีในจังหวัดอ่างทอง มีลักษณะโดดเด่นอันซีน คือเป็นโบสถ์ร้างที่ไม่มีหลังคา แต่มีต้นโพธิ์ 4 ต้นปกคลุม 4 มุม |
 |
| 5.วัดสังกระต่าย วัดร้างเก่าแก่อายุกว่า 400 ปีในจังหวัดอ่างทอง มีลักษณะโดดเด่นอันซีน คือเป็นโบสถ์ร้างที่ไม่มีหลังคา แต่มีต้นโพธิ์ 4 ต้นปกคลุม 4 มุม |
 |
| 5.วัดสังกระต่าย วัดร้างเก่าแก่อายุกว่า 400 ปีในจังหวัดอ่างทอง มีลักษณะโดดเด่นอันซีน คือเป็นโบสถ์ร้างที่ไม่มีหลังคา แต่มีต้นโพธิ์ 4 ต้นปกคลุม 4 มุม |
 |
| 5.วัดสังกระต่าย วัดร้างเก่าแก่อายุกว่า 400 ปีในจังหวัดอ่างทอง มีลักษณะโดดเด่นอันซีน คือเป็นโบสถ์ร้างที่ไม่มีหลังคา แต่มีต้นโพธิ์ 4 ต้นปกคลุม 4 มุม |
 |
| 5.วัดสังกระต่าย วัดร้างเก่าแก่อายุกว่า 400 ปีในจังหวัดอ่างทอง มีลักษณะโดดเด่นอันซีน คือเป็นโบสถ์ร้างที่ไม่มีหลังคา แต่มีต้นโพธิ์ 4 ต้นปกคลุม 4 มุม |
5.วัดสังกระต่าย
เป็นอีกหนึ่งวัดที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนอย่างไม่ขาดสาย โดยวัดสังกระต่าย เป็นวัดร้างเก่าแก่อายุกว่า 400 ปีในจังหวัดอ่างทอง มีลักษณะโดดเด่นอันซีน คือเป็นโบสถ์ร้างที่ไม่มีหลังคา แต่มีต้นโพธิ์ 4 ต้นปกคลุม 4 มุม รากต้นโพธิ์ทำหน้าที่ยึดผนังอิฐปูนเก่าแก่ไม่ให้พังทลายลงมา เป็นแหล่งท่องเที่ยว Unseen Thailand อันศักดิ์สิทธิ์ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาสักการะ "หลวงพ่อแก่น" พระพุทธรูปเก่าแก่ภายในโบสถ์ที่สวยงามและมีมนต์ขลัง เดิมชื่อ "วัดสามกระต่าย" สร้างโดยทวดติ จันทนเสวี สมัยอยุธยาตอนกลาง (กว่า 400 ปี) เคยเป็นวัดร้าง ก่อนที่จะกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเลื่องชื่อ
 |
| 6.วัดไชโยวรวิหาร (วัดเกษไชโย) ประดิษฐาน พระมหาพุทธพิมพ์ (หลวงพ่อโต) เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิขนาดใหญ่ |
 |
| 6.วัดไชโยวรวิหาร (วัดเกษไชโย) ประดิษฐาน พระมหาพุทธพิมพ์ (หลวงพ่อโต) เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิขนาดใหญ่ |
 |
| 6.วัดไชโยวรวิหาร (วัดเกษไชโย) ประดิษฐาน พระมหาพุทธพิมพ์ (หลวงพ่อโต) เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิขนาดใหญ่ |
 |
| 6.วัดไชโยวรวิหาร (วัดเกษไชโย) ประดิษฐาน พระมหาพุทธพิมพ์ (หลวงพ่อโต) เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิขนาดใหญ่ |
 |
| 6.วัดไชโยวรวิหาร (วัดเกษไชโย) ประดิษฐาน พระมหาพุทธพิมพ์ (หลวงพ่อโต) เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิขนาดใหญ่ |
 |
| 6.วัดไชโยวรวิหาร (วัดเกษไชโย) ประดิษฐาน พระมหาพุทธพิมพ์ (หลวงพ่อโต) เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิขนาดใหญ่ |
6.วัดไชโยวรวิหาร (วัดเกษไชโย)
วัดไชโยวรวิหารเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญริมแม่น้ำเจ้าพระยา บรรยากาศดี เหมาะแก่การมากราบไหว้พระใหญ่และเยี่ยมชมจิตรกรรมสวยงาม โดยวัดเกษไชโย ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ใน ต.ไชโย อ.ไชโย จ.อ่างทอง เป็นพระอารามหลวงชั้นโทที่สำคัญและมีชื่อเสียงจากการเป็นที่ประดิษฐาน พระมหาพุทธพิมพ์ (หลวงพ่อโต) เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิขนาดใหญ่ ศิลปะรัตนโกสินทร์ที่ชาวอ่างทองและจังหวัดใกล้เคียงให้ความเคารพศรัทธาอย่างมาก เดิมสร้างโดยสมเด็จโตในสมัยรัชกาลที่ 4 และสร้างใหม่ในสมัยรัชกาลที่ 5 และเป็นต้นกำเนิดของพระสมเด็จเกษไชโยอันศักดิ์สิทธิ์
 |
| 7.อุทยานสวรรค์ อ่างทอง หนองเจ็ดเส้น ที่พัฒนามาจากโครงการพัฒนาพื้นที่แก้มลิงหนองเจ็ดเส้น อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อเป็นสถานที่ออกกำลังกายและพักผ่อนหย่อนใจของจังหวัดอ่างทอง |
7.อุทยานสวรรค์ อ่างทอง หนองเจ็ดเส้น
อีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวและสถานที่พักผ่อนหย่อนใจในจังหวัดอ่าง โดยสถานที่แห่งนี้อยู่ใกล้ๆกับตลาดหลวงปู่ทวด อำเภอมหาราช จังหวัดอยุธยา โดยเป็นอุทยานที่พัฒนามาจากโครงการพัฒนาพื้นที่แก้มลิงหนองเจ็ดเส้น อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตั้งอยู่ที่ ต.หัวไผ่ มีพื้นที่กว่า 330 ไร่ เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 เพื่อแก้ปัญหาอุทกภัยน้ำท่วม ได้พัฒนาหนองเจ็ดเส้นให้เป็น อุทยานสวรรค์อ่างทอง หนองเจ็ดเส้น เฉลิมพระเกียรติฯ เพื่อเป็นสถานที่ออกกำลังกายและพักผ่อนหย่อนใจของจังหวัดและนักท่องเที่ยวแวะมาเยือนชมได้เพรราะอยู่ใกล้ๆกับตลาดหลวงปู่ทวด เขตอำเภอมหาราช
 |
| 8.ศูนย์ตุ๊กตาชาววังบ้านบางสมเด็จ |
 |
| 8.ศูนย์ตุ๊กตาชาววังบ้านบางสมเด็จ |
 |
| 8.ศูนย์ตุ๊กตาชาววังบ้านบางสมเด็จ |
 |
| 8.ศูนย์ตุ๊กตาชาววังบ้านบางสมเด็จ |
 |
| 8.ศูนย์ตุ๊กตาชาววังบ้านบางสมเด็จ |
 |
| 8.ศูนย์ตุ๊กตาชาววังบ้านบางสมเด็จ |
 |
| 8.ศูนย์ตุ๊กตาชาววังบ้านบางสมเด็จ |
 |
| 8.ศูนย์ตุ๊กตาชาววังบ้านบางสมเด็จ |
 |
| 8.ศูนย์ตุ๊กตาชาววังบ้านบางสมเด็จ |
8.ศูนย์ตุ๊กตาชาววังบ้านบางสมเด็จ
เป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวแห่งการเรียนรู้น่าสนใจ ตั้งอยู่ภายในบริเวณวัดท่าสุทธาวาส ต.บ้านบางเสด็จ อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง แหล่งเรียนรู้และท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ภายในมีเรือนไทยจัดแสดงประวัติและจำหน่ายตุ๊กตาชาววังที่ปั้นเป็นวิถีชีวิต การละเล่น และประเพณีไทย ซึ่งแสดงถึงความประณีตของศิลปหัตถกรรม ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2519 เพื่อช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบอุทกภัยให้มีรายได้เสริม และเป็นการสืบสานงานปั้นดินเหนียวที่เป็นเอกลักษณ์และยังเป็นแหล่งผลิตที่สำคัญ ซึ่งกำลังผลักดันให้เป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์
 |
| 8.บ้านหุ่นเหล็ก สถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งรวบรวมประติมากรรมหุ่นยนต์ หรือว่าตัวละครภาพยนตร์ชื่อดัง ที่ประดิษฐ์ขึ้นจากเศษเหล็กและอะไหล่เครื่องยนต์เก่า กลายเป็นจุดถ่ายรูปที่มีชื่อเสียง ตั้งอยู่ติดถนนสายเอเชีย |
 |
| 8.บ้านหุ่นเหล็ก สถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งรวบรวมประติมากรรมหุ่นยนต์ หรือว่าตัวละครภาพยนตร์ชื่อดัง ที่ประดิษฐ์ขึ้นจากเศษเหล็กและอะไหล่เครื่องยนต์เก่า กลายเป็นจุดถ่ายรูปที่มีชื่อเสียง ตั้งอยู่ติดถนนสายเอเชีย |
 |
| 8.บ้านหุ่นเหล็ก สถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งรวบรวมประติมากรรมหุ่นยนต์ หรือว่าตัวละครภาพยนตร์ชื่อดัง ที่ประดิษฐ์ขึ้นจากเศษเหล็กและอะไหล่เครื่องยนต์เก่า กลายเป็นจุดถ่ายรูปที่มีชื่อเสียง ตั้งอยู่ติดถนนสายเอเชีย |
 |
| 8.บ้านหุ่นเหล็ก สถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งรวบรวมประติมากรรมหุ่นยนต์ หรือว่าตัวละครภาพยนตร์ชื่อดัง ที่ประดิษฐ์ขึ้นจากเศษเหล็กและอะไหล่เครื่องยนต์เก่า กลายเป็นจุดถ่ายรูปที่มีชื่อเสียง ตั้งอยู่ติดถนนสายเอเชีย |
 |
| 8.บ้านหุ่นเหล็ก สถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งรวบรวมประติมากรรมหุ่นยนต์ หรือว่าตัวละครภาพยนตร์ชื่อดัง ที่ประดิษฐ์ขึ้นจากเศษเหล็กและอะไหล่เครื่องยนต์เก่า กลายเป็นจุดถ่ายรูปที่มีชื่อเสียง ตั้งอยู่ติดถนนสายเอเชีย |
 |
| 8.บ้านหุ่นเหล็ก สถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งรวบรวมประติมากรรมหุ่นยนต์ หรือว่าตัวละครภาพยนตร์ชื่อดัง ที่ประดิษฐ์ขึ้นจากเศษเหล็กและอะไหล่เครื่องยนต์เก่า กลายเป็นจุดถ่ายรูปที่มีชื่อเสียง ตั้งอยู่ติดถนนสายเอเชีย |
 |
| 8.บ้านหุ่นเหล็ก สถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งรวบรวมประติมากรรมหุ่นยนต์ หรือว่าตัวละครภาพยนตร์ชื่อดัง ที่ประดิษฐ์ขึ้นจากเศษเหล็กและอะไหล่เครื่องยนต์เก่า กลายเป็นจุดถ่ายรูปที่มีชื่อเสียง ตั้งอยู่ติดถนนสายเอเชีย |
 |
| 8.บ้านหุ่นเหล็ก สถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งรวบรวมประติมากรรมหุ่นยนต์ หรือว่าตัวละครภาพยนตร์ชื่อดัง ที่ประดิษฐ์ขึ้นจากเศษเหล็กและอะไหล่เครื่องยนต์เก่า กลายเป็นจุดถ่ายรูปที่มีชื่อเสียง ตั้งอยู่ติดถนนสายเอเชีย |
 |
| 8.บ้านหุ่นเหล็ก สถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งรวบรวมประติมากรรมหุ่นยนต์ หรือว่าตัวละครภาพยนตร์ชื่อดัง ที่ประดิษฐ์ขึ้นจากเศษเหล็กและอะไหล่เครื่องยนต์เก่า กลายเป็นจุดถ่ายรูปที่มีชื่อเสียง ตั้งอยู่ติดถนนสายเอเชีย |
 |
| 8.บ้านหุ่นเหล็ก สถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งรวบรวมประติมากรรมหุ่นยนต์ หรือว่าตัวละครภาพยนตร์ชื่อดัง ที่ประดิษฐ์ขึ้นจากเศษเหล็กและอะไหล่เครื่องยนต์เก่า กลายเป็นจุดถ่ายรูปที่มีชื่อเสียง ตั้งอยู่ติดถนนสายเอเชีย |
8.บ้านหุ่นเหล็ก
จัดเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมสำหรับครอบครัวพาเด็กๆมาดูประติมากรรม โดยบ้านหุ่นเหล็ก คือสถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งรวบรวมประติมากรรมหุ่นยนต์ หรือว่าตัวละครภาพยนตร์ชื่อดัง ที่ประดิษฐ์ขึ้นจากเศษเหล็กและอะไหล่เครื่องยนต์เก่า สร้างสรรค์โดยคุณไพโรจน์ ถนอมวงษ์ ภายในไฮไลท์เป็นหุ่นยนต์ทรานส์ฟอร์มเมอร์สขนาดใหญ่, หุ่นตัวละคร Marvel, สัตว์เหล็กแปลกตา และมุมถ่ายรูปสวยงาม ตั้งอยู่ริมถนนสายเอเชีย ต.ตลาดกรวด อ.เมือง จ.อ่างทอง เป็นที่ถ่ายรูปยอดฮิต มีค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 60 บาท เด็ก 30 บาท ทำให้นักเดินทางแวะมาเที่ยวชมบ้านหุ่นเหล็กอย่างไม่ขาดสาย
 |
| ทำบุญไหว้พระ ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพ |
เพื่อนๆคนใหนที่วันหยุดนี้ยังไม่รู้ว่าไปเที่ยวใหน ลองวางแผนมาเที่ยวอ่างทองดูนะคะ รับรองว่าเที่ยวสุขใจ อิ่มทั้งบุญ และอิ่มท้องแน่นอนจ้า ไว้พบกันใหม่ในทริปถัดไปนะคะ......จากคุณนายเว่อร์ เทอร์ชอบเที่ยวกินนอน
0 ความคิดเห็น