Header Ads Widget

ads

Ticker

6/recent/ticker-posts

มาม๊ะไปเที่ยวอ่างทอง 2 วัน เมืองรองน่าไปชม แวะรื่นรมย์กันสักครั้ง มีจุดถ่ายรูปสวยปังอีกด้วย

แบ่งปันทริปเที่ยวอ่างทอง ขับรถเที่ยวเมืองรองต้องห้ามพลาด มีสถานที่ท่องเที่ยวอะไรให้ไปเช็คอินถ่ายรูปบ้าง ตามไปกันเลยจ้า




มาทักทาย สวัสดีเพื่อนคุณผู้อ่านและเหล่าผู้รักการทัศนาจร อรชร อ้อนแอ้น สุดสะแนน แสนโสภา ช่ะช่ะช่าหัวใจทุกกๆคนค่ะ กลับมาพบกันอีกครั้งกับทริปท่องเที่ยวประจำเดือน ที่จะพาเพื่อนๆไปท่องเที่ยวทั่วไทย เดินทางไปทั่วโลก หลังจากที่บทความก่อนหน้าได้พาไปเที่ยวจังหวัดชัยนาท เมืองงามอีกแห่งในภาคกลางกันไปแล้ว ทริปนี้ยังคงสิงสถิต วนเวียนอยู่ในภาคกลางกันต่อค่ะ เลยขอพาเพื่อนๆไปเที่ยวอ่างทอง อีกหนึ่งเมืองรอง ต้องห้ามพลาดไปเที่ยวกันให้ได้ 

ก่อนที่จะตามไปดูภาพรีวิวแหล่งท่องเที่ยวต่างของเมืองนี้ เราก็มารู้จักเมืองอ่างทองกันก่อนแบบพอสังเขปค่ะ 


น่ารู้เกี่ยวกับเมืองอ่างทอง มีประวัติเป็นมาน่าสนใจอย่างไร 


สาระน่ารู้เกี่ยวกับเมืองอ่างทอง มีประวัติเป็นมาน่าสนใจอย่างไร 


อ่างทอง เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ในภาคกลางของประเทศไทย ห่างจากกรุงเทพประมาณ 120 กิโลเมตร ตั้งอยู่บนที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อย ในอดีตพื้นที่บริเวณนี้เป็นที่ราบลุ่มอันอุดมสมบูรณ์ มีแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อยไหลผ่าน เดิมชื่อ "เมืองวิเศษไชยชาญ" ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน้อย มีความสำคัญในแง่การเกษตรและยุทธศาสตร์การรบ  ในสมัยรัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เมืองวิเศษไชยชาญได้ย้ายที่ตั้งจากเดิมมาตั้งริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่บริเวณบ้านอ่างทอง เนื่องจากแม่น้ำน้อยตื้นเขิน ทำให้ชื่อเปลี่ยนเป็น "เมืองอ่างทอง"


ที่มาของชื่อ "อ่างทอง" มาจากลักษณะภูมิประเทศที่เป็นแอ่งที่ราบลุ่ม (อ่าง) ประกอบกับทุ่งนาที่เหลืองอร่าม (ทอง)


 ที่มาของชื่อ "อ่างทอง" มาจากลักษณะภูมิประเทศที่เป็นแอ่งที่ราบลุ่ม (อ่าง) ประกอบกับทุ่งนาที่เหลืองอร่าม (ทอง) และยังมีประวัติว่าย้ายเมืองมาตั้งที่บ้านอ่างทอง จึงเรียกชื่อตามสถานที่ตั้ง

 ปัจจุบันเป็นเมืองที่โดดเด่นเรื่องวัดวาอาราม และผลิตภัณฑ์พื้นเมืองเช่นงานจักรสาน ตุ๊กตาชาวัง การผลิตกลอง 


อ่างทองเป็นศูนย์กลางเกษตรกรรมมานานและเป็นอู่ข้าวอู่น้ำทางภาคกลางของไทย ปัจจุบันเป็นเมืองที่โดดเด่นเรื่องวัดวาอาราม และผลิตภัณฑ์พื้นเมืองเช่นงานจักรสาน ตุ๊กตาชาวัง การผลิตกลอง  อีกทั้งแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและศาสนา มีวัดสำคัญกว่า 200 วัด เช่น วัดม่วง (หลวงพ่อใหญ่ที่ใหญ่ที่สุดในโลก) วัดขุนอินทประมูล (พระนอนองค์ใหญ่)และวัดป่าโมกวรวิหาร ที่นักเดินทางต้องไปชมให้ได้ด้วย 


หลังจา่กที่ได้อ่านข้อมูลน่ารู้เกี่ยวกับเมืองอ่างทองไปแล้ว ก็ตามไปเที่ยวกันได้เลย 


ทริปนี้เที่ยวคนเดียวอีกเช่นเคยค่ะ ขับรถคันเก่าๆ คนเก่าๆ ออกจากกรุงเทพมาที่อ่างทอง 

แวะไปเที่ยวชมอุทยานสวรรค์อ่างทอง หนองเจ็ดเส้น 



และติดๆกันกันอุทยานสวรรค์อ่างทอง หนองเจ็ดเส้น ก็เป็นตลาดหลวงปู่ทวด ที่เที่ยวชื่อดังอีกแห่งในอยุธยา ตั้งอยู่ติดถนนสายเอเชีย อำเภอมหาราช มีอาณาเขตติดกับอ่างทอง

ตลาดหลวงปู่ทวด ที่เที่ยวชื่อดังอีกแห่งในอยุธยา ตั้งอยู่ติดถนนสายเอเชีย อำเภอมหาราช มีอาณาเขตติดกับอ่างทอง

ตลาดหลวงปู่ทวด ที่เที่ยวชื่อดังอีกแห่งในอยุธยา ตั้งอยู่ติดถนนสายเอเชีย อำเภอมหาราช มีอาณาเขตติดกับอ่างทอง

ตลาดหลวงปู่ทวด ที่เที่ยวชื่อดังอีกแห่งในอยุธยา ตั้งอยู่ติดถนนสายเอเชีย อำเภอมหาราช มีอาณาเขตติดกับอ่างทอง

ตลาดหลวงปู่ทวด ที่เที่ยวชื่อดังอีกแห่งในอยุธยา ตั้งอยู่ติดถนนสายเอเชีย อำเภอมหาราช มีอาณาเขตติดกับอ่างทอง


ในตลาดมีของกินให้เลือกทานมากมาย โรตีก็ทำกันแบบสดๆเลยจ้า
ใครที่ขับรถผ่านถนนสายเอเชีย ก็ไม่พลาด แวะมาเที่ยวกันสักครั้ง 


จากนั้นก็ไปไหว้พระต่อที่ วัดขุนอินทประมูล วัดที่มีพระนอนขนานใหญ่อีกแห่งของไทยค่ะ 


ไม่ไกลนักจากวัดขุนอินทประมูล ตอนเย็นก็แวะมาตลาดอำเภอโพธิ์ทอง มีของกินให้เลือกทานเยอะมาก 


มีทั้งอาหารคาว อาหารหวาน และของกินราคาถูกมากๆ 


ของหวานที่นี่ ถุงละ 10 บาทจ้า ถ้าที่กรุงเทพถุงแบบนี้ก็น่าจะ 20 ไปแล้วล่ะค่ะ 


ส่วนทริปนี้ก็แวะมานอนค้างคืนที่ โฮมสเตย์ 99 ที่พักเล็กๆ เน้นแค่นอนพักค้าง 1 คืน ในราคาไม่แพงค่ะ

เป็นโฮมสเตย์ ที่พักแบบบังกะโล มีที่จอดรถส่วนตัว สะดวกดีค่ะ

ราคาห้องพักคืนละ 400 บาท ไม่มีอาหารเช้า แต่ราคาถูกมาก ไม่แพงเกินไป ไม่ถึง 500 เน้นแค่พักชั่วคราวค่ะ


ห้องพักเตียงขนาด 5 ฟุต นอนได้ 2 คน มาคนเดียวก็ราคาเท่ากันค่ะ

สภาพห้องพักพอใช้  มีทีวี ตู้เย็น ผ้าขนหนู น้ำดื่มฟรีให้ และมีชากาแฟให้ด้วย 

ห้องน้ำสวนตัว มีเครื่องทำน้ำอุ่นให้ 

เช้าวันใหม่ แวะมาเที่ยวมาตลาดศาลเจ้าโรงทอง และหาอะไรกินตอนเช้ากันต่อค่ะ

ที่ตลาดมีของกินให้เลือกหลากหลาย ทั้งของสด และของหวาน แต่ตลาดนี้โดดเด่นเรื่องขนมหวาน 

เดินไป เดินมา เจอน้องแมวขี้เซากำลังเข้าฌาณอยู่พอดี





เดินเข้ามาตามตรอก ออกตามซอยตลาด

ขนมหวานขื้นชื่อของที่นี่ คือขนมเกสรลำเจียก รสชาติหอมหวานอร่อย และไม่หวานมากด้วย

และขนมอีกอย่าง เป็นขนมธัญพืช ไส้ด้านในเป็นเมล็ดแตงโม กลิ่นหอม อร่อยมาก เรียกชื่อว่าขนมอะไร เดี๊ยนไม่ทราบ คล้ายๆขนมเทียนสลัดงา ดูท่าจะหาทานยาก ทางคนขายบอกชื่อเพราะเสนาะหูมาก แต่เดี๊ยนก็จำชื่อไม่ได้แล้ว เป็นโรคอัลไซเมอร์กำเริบจริงๆค่ะ  

ขนมห่อใบตองสด คล้ายขนมเทียนสลัดงา เดี๊ยนเลยซื้อคนที่บ้านด้วย เพราะเป็นขนมหาทานยาก คงไม่มีขายในกรุงเทแน่ๆ รสชาติอร่อย ไม่หวานเกินไป หวานน้อย หอใบตองสด ขายกล่องละ 35 บาท จัดไปจ้า

ขนมข้าวต้มมัด ห่อเล็กๆ พอดีคำก็น่าทานค่ะ

เจอกล้วยปิ้งคุณยายกำลังปิ้งร้อนๆ มีกล้วยหักมุกกับกล้วยน้ำว้า ก็น่าทานค่ะ จัดไป 20 บาท




นอกจากขนมหวานที่โดดเด่นแล้ว ยังมีอาหารคาวด้วย

มื้อเช้านี้เลยสั่งข้าวกล่องไปทานแล้วค่ะ ข้าวมันไก่กับข้าวไก่ต้ม 

มีปลาเห็ดและกุ้งทอด ให้ลิ้มลองทานกันด้วย 

แวะเที่ยวเช็คอินที่ร้านคาเฟ่มะขาม คาเฟ่ชื่อดัง ที่มีมุมถ่ายรูปพระใหญ่ วัดม่วงด้วย 


และนอกจากนี้ในเมืองอ่างทอง ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่นาสนใจหลายแห่ง ให้ไปชมกันด้วย ส่วนจะมีที่ใหนบ้างนั้น ตามไปกันเลยค่ะ

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองอ่างทอง ต้องไปเช็คอินถ่ายรูปภาพกันให้ได้ มีดังนี้ 



1.วัดม่วง ไหว้พระ หลวงพ่อใหญ่ หรือพระพุทธมหานวมินทร์ศากยมุนีศรีวิเศษชัยชาญ พระพุทธรูปปางมารวิชัยองค์ใหญ่ที่สุดในโลก

1.วัดม่วง ไหว้พระ หลวงพ่อใหญ่ หรือพระพุทธมหานวมินทร์ศากยมุนีศรีวิเศษชัยชาญ พระพุทธรูปปางมารวิชัยองค์ใหญ่ที่สุดในโลก

1.วัดม่วง ไหว้พระ หลวงพ่อใหญ่ หรือพระพุทธมหานวมินทร์ศากยมุนีศรีวิเศษชัยชาญ พระพุทธรูปปางมารวิชัยองค์ใหญ่ที่สุดในโลก

1.วัดม่วง ไหว้พระ หลวงพ่อใหญ่ หรือพระพุทธมหานวมินทร์ศากยมุนีศรีวิเศษชัยชาญ พระพุทธรูปปางมารวิชัยองค์ใหญ่ที่สุดในโลก


1.วัดม่วง 

จัดเป็นแลนด์มาร์คและแหล่งท่องเที่ยวที่สร้างชื่อเสียงให้จังหวัดอ่างทองมากที่สุด เพราะโดดเด่นด้วยพระพุทธรูปสีทองขนาดใหญ่ ที่ใครผ่านไปก็ต้องพบเห็น โดยวัดวัดม่วง คือ วัดเก่าแก่สมัยอยุธยาตอนปลายในอำเภอวิเศษชัยชาญ ที่ได้รับการบูรณะใหม่จนโด่งดังระดับประเทศจากการประดิษฐาน "หลวงพ่อใหญ่" หรือพระพุทธมหานวมินทร์ศากยมุนีศรีวิเศษชัยชาญ พระพุทธรูปปางมารวิชัยองค์ใหญ่ที่สุดในโลก สูง 95 เมตร ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่นิยมมาสักการะขอพรเพื่อความเจริญรุ่งเรือง


สถานที่ตั้ง: ตั้งอยู่ที่ตำบลหัวตะพาน อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง ห่างจากตัวเมืองอ่างทองไปทางทิศตะวันตกประมาณ 8 กิโลเมตร




2.ตลาดศาลเจ้าโรงทอง เป็นแหล่งค้าขายทองรูปพรรณและเครื่องทองเหลืองในอดีต มีชื่อเสียงด้านขนมหาทานยาก

2.ตลาดศาลเจ้าโรงทอง เป็นแหล่งค้าขายทองรูปพรรณและเครื่องทองเหลืองในอดีต มีชื่อเสียงด้านขนมหาทานยาก

2.ตลาดศาลเจ้าโรงทอง เป็นแหล่งค้าขายทองรูปพรรณและเครื่องทองเหลืองในอดีต มีชื่อเสียงด้านขนมหาทานยาก

2.ตลาดศาลเจ้าโรงทอง เป็นแหล่งค้าขายทองรูปพรรณและเครื่องทองเหลืองในอดีต มีชื่อเสียงด้านขนมหาทานยาก

2.ตลาดศาลเจ้าโรงทอง เป็นแหล่งค้าขายทองรูปพรรณและเครื่องทองเหลืองในอดีต มีชื่อเสียงด้านขนมหาทานยาก

2.ตลาดศาลเจ้าโรงทอง เป็นแหล่งค้าขายทองรูปพรรณและเครื่องทองเหลืองในอดีต มีชื่อเสียงด้านขนมหาทานยาก

2.ตลาดศาลเจ้าโรงทอง เป็นแหล่งค้าขายทองรูปพรรณและเครื่องทองเหลืองในอดีต มีชื่อเสียงด้านขนมหาทานยาก

2.ตลาดศาลเจ้าโรงทอง เป็นแหล่งค้าขายทองรูปพรรณและเครื่องทองเหลืองในอดีต มีชื่อเสียงด้านขนมหาทานยาก


2.ตลาดศาลเจ้าโรงทอง 

เป็นอีกหนึ่งตลาดที่มีชื่อเสียงในเรื่องของกินและขนมหวาน ตลาดศาลเจ้าโรงทอง หรือ ตลาดเก่าวิเศษชัยชาญ เป็นชุมชนตลาดไม้โบราณอายุกว่า 100 ปีริมแม่น้ำน้อย ในจังหวัดอ่างทอง (เดิมเรียก "บ้านไผ่จำศีล") เป็นชุมชนที่ชาวไทยเชื้อสายจีนอพยพมาตั้งรกราก มีสถาปัตยกรรมห้องแถวไม้ที่สมบูรณ์ เป็นแหล่งค้าขายทองรูปพรรณและเครื่องทองเหลืองในอดีต มีชื่อเสียงด้านขนมหาทานยาก เช่น ขนมดอกลำดวน, ขนมโสมนัส, ขนมเกสรลำเจียก, ขนมลูกเต๋า และปลาเห็ด


สถานที่ตั้ง : ต.ศาลเจ้าโรงทอง อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง (ใกล้โรงพยาบาลวิเศษชัยชาญ)


3.วัดขุนอินทประมูล ไหว้  "พระพุทธไสยาสน์" หรือพระนอนองค์ใหญ่และยาวที่สุดแห่งหนึ่งในไทย

3.วัดขุนอินทประมูล ไหว้  "พระพุทธไสยาสน์" หรือพระนอนองค์ใหญ่และยาวที่สุดแห่งหนึ่งในไทย

3.วัดขุนอินทประมูล ไหว้  "พระพุทธไสยาสน์" หรือพระนอนองค์ใหญ่และยาวที่สุดแห่งหนึ่งในไทย

3.วัดขุนอินทประมูล ไหว้  "พระพุทธไสยาสน์" หรือพระนอนองค์ใหญ่และยาวที่สุดแห่งหนึ่งในไทย

3.วัดขุนอินทประมูล ไหว้  "พระพุทธไสยาสน์" หรือพระนอนองค์ใหญ่และยาวที่สุดแห่งหนึ่งในไทย

3.วัดขุนอินทประมูล ไหว้  "พระพุทธไสยาสน์" หรือพระนอนองค์ใหญ่และยาวที่สุดแห่งหนึ่งในไทย

3.วัดขุนอินทประมูล ไหว้  "พระพุทธไสยาสน์" หรือพระนอนองค์ใหญ่และยาวที่สุดแห่งหนึ่งในไทย



3.วัดขุนอินทประมูล

เป็นวัดเก่าแก่ที่สำคัญอีกแห่งตั้งอยู่ใน ต.อินทประมูล อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง เป็นวัดโบราณสมัยสุโขทัยที่มีความสำคัญในฐานะที่ประดิษฐาน "พระพุทธไสยาสน์" หรือพระนอนองค์ใหญ่และยาวที่สุดแห่งหนึ่งในไทย (50 เมตร) เดิมประดิษฐานในวิหาร แต่ถูกไฟไหม้เหลือเพียงองค์พระกลางแจ้ง ซึ่งถือว่ายาวเป็นอันดับที่สองรองจากพระนอนที่ จ.สมุทรปราการ อีกทั้งภายในวัดมีวิหารหลวงพ่อขาวและเจดีย์เก่าแก่ให้สักการะ รวมถึงจุดที่เชื่อว่าเป็นโครงกระดูกขุนอินทประมูลอีกด้วย 


4.พระตำหนักคำหยาด สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าอุทุมพร (ขุนหลวงหาวัด) กษัตริย์องค์ที่ 32 แห่งกรุงศรีอยุธยา ใช้เป็นที่ปลีกวิเวกและจำพรรษา 

4.พระตำหนักคำหยาด สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าอุทุมพร (ขุนหลวงหาวัด) กษัตริย์องค์ที่ 32 แห่งกรุงศรีอยุธยา ใช้เป็นที่ปลีกวิเวกและจำพรรษา 

4.พระตำหนักคำหยาด สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าอุทุมพร (ขุนหลวงหาวัด) กษัตริย์องค์ที่ 32 แห่งกรุงศรีอยุธยา ใช้เป็นที่ปลีกวิเวกและจำพรรษา 

4.พระตำหนักคำหยาด สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าอุทุมพร (ขุนหลวงหาวัด) กษัตริย์องค์ที่ 32 แห่งกรุงศรีอยุธยา ใช้เป็นที่ปลีกวิเวกและจำพรรษา 

4.พระตำหนักคำหยาด สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าอุทุมพร (ขุนหลวงหาวัด) กษัตริย์องค์ที่ 32 แห่งกรุงศรีอยุธยา ใช้เป็นที่ปลีกวิเวกและจำพรรษา 



4.พระตำหนักคำหยาด สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าอุทุมพร (ขุนหลวงหาวัด) กษัตริย์องค์ที่ 32 แห่งกรุงศรีอยุธยา ใช้เป็นที่ปลีกวิเวกและจำพรรษา 


4.พระตำหนักคำหยาด สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าอุทุมพร (ขุนหลวงหาวัด) กษัตริย์องค์ที่ 32 แห่งกรุงศรีอยุธยา ใช้เป็นที่ปลีกวิเวกและจำพรรษา 


4.พระตำหนักคำหยาด สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าอุทุมพร (ขุนหลวงหาวัด) กษัตริย์องค์ที่ 32 แห่งกรุงศรีอยุธยา ใช้เป็นที่ปลีกวิเวกและจำพรรษา 


4.พระตำหนักคำหยาด สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าอุทุมพร (ขุนหลวงหาวัด) กษัตริย์องค์ที่ 32 แห่งกรุงศรีอยุธยา ใช้เป็นที่ปลีกวิเวกและจำพรรษา 


4.พระตำหนักคำหยาด

เป็นโบราณสถานสำคัญตั้งอยู่ในเขตวัดร้างที่เรียกว่าวัดโพธิ์ทองคำหยาด ตำบลคำหยาด อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง (ห่างจากวัดโพธิ์ทองไปทางทิศตะวันตกประมาณ 2.5 กิโลเมตร) สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าอุทุมพร (ขุนหลวงหาวัด) กษัตริย์องค์ที่ 32 แห่งกรุงศรีอยุธยา ใช้เป็นที่ปลีกวิเวกและจำพรรษา ปัจจุบันเหลือเพียงผนังอิฐ 4 ด้าน สภาพปัจจุบันได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานโดยกรมศิลปากร เป็นซากผนังอิฐสีแดงโดดเด่นท่ามกลางทุ่งนา และเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และจุดเช็คอินถ่ายรูปของนักท่องเที่ยวอีกแห่งด้วย 


5.วัดสังกระต่าย  วัดร้างเก่าแก่อายุกว่า 400 ปีในจังหวัดอ่างทอง มีลักษณะโดดเด่นอันซีน คือเป็นโบสถ์ร้างที่ไม่มีหลังคา แต่มีต้นโพธิ์ 4 ต้นปกคลุม 4 มุม 

5.วัดสังกระต่าย  วัดร้างเก่าแก่อายุกว่า 400 ปีในจังหวัดอ่างทอง มีลักษณะโดดเด่นอันซีน คือเป็นโบสถ์ร้างที่ไม่มีหลังคา แต่มีต้นโพธิ์ 4 ต้นปกคลุม 4 มุม 

5.วัดสังกระต่าย  วัดร้างเก่าแก่อายุกว่า 400 ปีในจังหวัดอ่างทอง มีลักษณะโดดเด่นอันซีน คือเป็นโบสถ์ร้างที่ไม่มีหลังคา แต่มีต้นโพธิ์ 4 ต้นปกคลุม 4 มุม 

5.วัดสังกระต่าย  วัดร้างเก่าแก่อายุกว่า 400 ปีในจังหวัดอ่างทอง มีลักษณะโดดเด่นอันซีน คือเป็นโบสถ์ร้างที่ไม่มีหลังคา แต่มีต้นโพธิ์ 4 ต้นปกคลุม 4 มุม 

5.วัดสังกระต่าย  วัดร้างเก่าแก่อายุกว่า 400 ปีในจังหวัดอ่างทอง มีลักษณะโดดเด่นอันซีน คือเป็นโบสถ์ร้างที่ไม่มีหลังคา แต่มีต้นโพธิ์ 4 ต้นปกคลุม 4 มุม 

5.วัดสังกระต่าย  วัดร้างเก่าแก่อายุกว่า 400 ปีในจังหวัดอ่างทอง มีลักษณะโดดเด่นอันซีน คือเป็นโบสถ์ร้างที่ไม่มีหลังคา แต่มีต้นโพธิ์ 4 ต้นปกคลุม 4 มุม 


5.วัดสังกระต่าย 

เป็นอีกหนึ่งวัดที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนอย่างไม่ขาดสาย โดยวัดสังกระต่าย เป็นวัดร้างเก่าแก่อายุกว่า 400 ปีในจังหวัดอ่างทอง มีลักษณะโดดเด่นอันซีน คือเป็นโบสถ์ร้างที่ไม่มีหลังคา แต่มีต้นโพธิ์ 4 ต้นปกคลุม 4 มุม รากต้นโพธิ์ทำหน้าที่ยึดผนังอิฐปูนเก่าแก่ไม่ให้พังทลายลงมา เป็นแหล่งท่องเที่ยว Unseen Thailand อันศักดิ์สิทธิ์ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาสักการะ "หลวงพ่อแก่น" พระพุทธรูปเก่าแก่ภายในโบสถ์ที่สวยงามและมีมนต์ขลัง เดิมชื่อ "วัดสามกระต่าย" สร้างโดยทวดติ จันทนเสวี สมัยอยุธยาตอนกลาง (กว่า 400 ปี) เคยเป็นวัดร้าง ก่อนที่จะกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเลื่องชื่อ


6.วัดไชโยวรวิหาร (วัดเกษไชโย) ประดิษฐาน  พระมหาพุทธพิมพ์ (หลวงพ่อโต) เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิขนาดใหญ่




6.วัดไชโยวรวิหาร (วัดเกษไชโย) ประดิษฐาน  พระมหาพุทธพิมพ์ (หลวงพ่อโต) เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิขนาดใหญ่


6.วัดไชโยวรวิหาร (วัดเกษไชโย) ประดิษฐาน  พระมหาพุทธพิมพ์ (หลวงพ่อโต) เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิขนาดใหญ่


6.วัดไชโยวรวิหาร (วัดเกษไชโย) ประดิษฐาน  พระมหาพุทธพิมพ์ (หลวงพ่อโต) เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิขนาดใหญ่


6.วัดไชโยวรวิหาร (วัดเกษไชโย) ประดิษฐาน  พระมหาพุทธพิมพ์ (หลวงพ่อโต) เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิขนาดใหญ่


6.วัดไชโยวรวิหาร (วัดเกษไชโย) ประดิษฐาน  พระมหาพุทธพิมพ์ (หลวงพ่อโต) เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิขนาดใหญ่


6.วัดไชโยวรวิหาร (วัดเกษไชโย)

วัดไชโยวรวิหารเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญริมแม่น้ำเจ้าพระยา บรรยากาศดี เหมาะแก่การมากราบไหว้พระใหญ่และเยี่ยมชมจิตรกรรมสวยงาม โดยวัดเกษไชโย ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ใน ต.ไชโย อ.ไชโย จ.อ่างทอง เป็นพระอารามหลวงชั้นโทที่สำคัญและมีชื่อเสียงจากการเป็นที่ประดิษฐาน  พระมหาพุทธพิมพ์ (หลวงพ่อโต) เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิขนาดใหญ่ ศิลปะรัตนโกสินทร์ที่ชาวอ่างทองและจังหวัดใกล้เคียงให้ความเคารพศรัทธาอย่างมาก เดิมสร้างโดยสมเด็จโตในสมัยรัชกาลที่ 4 และสร้างใหม่ในสมัยรัชกาลที่ 5 และเป็นต้นกำเนิดของพระสมเด็จเกษไชโยอันศักดิ์สิทธิ์


7.อุทยานสวรรค์ อ่างทอง หนองเจ็ดเส้น ที่พัฒนามาจากโครงการพัฒนาพื้นที่แก้มลิงหนองเจ็ดเส้น อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อเป็นสถานที่ออกกำลังกายและพักผ่อนหย่อนใจของจังหวัดอ่างทอง


7.อุทยานสวรรค์ อ่างทอง หนองเจ็ดเส้น ที่พัฒนามาจากโครงการพัฒนาพื้นที่แก้มลิงหนองเจ็ดเส้น อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อเป็นสถานที่ออกกำลังกายและพักผ่อนหย่อนใจของจังหวัดอ่างทอง

7.อุทยานสวรรค์ อ่างทอง หนองเจ็ดเส้น ที่พัฒนามาจากโครงการพัฒนาพื้นที่แก้มลิงหนองเจ็ดเส้น อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อเป็นสถานที่ออกกำลังกายและพักผ่อนหย่อนใจของจังหวัดอ่างทอง

7.อุทยานสวรรค์ อ่างทอง หนองเจ็ดเส้น ที่พัฒนามาจากโครงการพัฒนาพื้นที่แก้มลิงหนองเจ็ดเส้น อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อเป็นสถานที่ออกกำลังกายและพักผ่อนหย่อนใจของจังหวัดอ่างทอง

7.อุทยานสวรรค์ อ่างทอง หนองเจ็ดเส้น ที่พัฒนามาจากโครงการพัฒนาพื้นที่แก้มลิงหนองเจ็ดเส้น อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อเป็นสถานที่ออกกำลังกายและพักผ่อนหย่อนใจของจังหวัดอ่างทอง

7.อุทยานสวรรค์ อ่างทอง หนองเจ็ดเส้น ที่พัฒนามาจากโครงการพัฒนาพื้นที่แก้มลิงหนองเจ็ดเส้น อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อเป็นสถานที่ออกกำลังกายและพักผ่อนหย่อนใจของจังหวัดอ่างทอง

7.อุทยานสวรรค์ อ่างทอง หนองเจ็ดเส้น ที่พัฒนามาจากโครงการพัฒนาพื้นที่แก้มลิงหนองเจ็ดเส้น อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อเป็นสถานที่ออกกำลังกายและพักผ่อนหย่อนใจของจังหวัดอ่างทอง

7.อุทยานสวรรค์ อ่างทอง หนองเจ็ดเส้น ที่พัฒนามาจากโครงการพัฒนาพื้นที่แก้มลิงหนองเจ็ดเส้น อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อเป็นสถานที่ออกกำลังกายและพักผ่อนหย่อนใจของจังหวัดอ่างทอง


7.อุทยานสวรรค์ อ่างทอง หนองเจ็ดเส้น

อีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวและสถานที่พักผ่อนหย่อนใจในจังหวัดอ่าง โดยสถานที่แห่งนี้อยู่ใกล้ๆกับตลาดหลวงปู่ทวด อำเภอมหาราช จังหวัดอยุธยา โดยเป็นอุทยานที่พัฒนามาจากโครงการพัฒนาพื้นที่แก้มลิงหนองเจ็ดเส้น อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตั้งอยู่ที่ ต.หัวไผ่ มีพื้นที่กว่า 330 ไร่ เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 เพื่อแก้ปัญหาอุทกภัยน้ำท่วม ได้พัฒนาหนองเจ็ดเส้นให้เป็น อุทยานสวรรค์อ่างทอง หนองเจ็ดเส้น เฉลิมพระเกียรติฯ เพื่อเป็นสถานที่ออกกำลังกายและพักผ่อนหย่อนใจของจังหวัดและนักท่องเที่ยวแวะมาเยือนชมได้เพรราะอยู่ใกล้ๆกับตลาดหลวงปู่ทวด เขตอำเภอมหาราช 


8.ศูนย์ตุ๊กตาชาววังบ้านบางสมเด็จ 

8.ศูนย์ตุ๊กตาชาววังบ้านบางสมเด็จ 

8.ศูนย์ตุ๊กตาชาววังบ้านบางสมเด็จ 

8.ศูนย์ตุ๊กตาชาววังบ้านบางสมเด็จ 

8.ศูนย์ตุ๊กตาชาววังบ้านบางสมเด็จ 

8.ศูนย์ตุ๊กตาชาววังบ้านบางสมเด็จ 

8.ศูนย์ตุ๊กตาชาววังบ้านบางสมเด็จ 


8.ศูนย์ตุ๊กตาชาววังบ้านบางสมเด็จ 


8.ศูนย์ตุ๊กตาชาววังบ้านบางสมเด็จ 

8.ศูนย์ตุ๊กตาชาววังบ้านบางสมเด็จ 

เป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวแห่งการเรียนรู้น่าสนใจ ตั้งอยู่ภายในบริเวณวัดท่าสุทธาวาส ต.บ้านบางเสด็จ อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง แหล่งเรียนรู้และท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ภายในมีเรือนไทยจัดแสดงประวัติและจำหน่ายตุ๊กตาชาววังที่ปั้นเป็นวิถีชีวิต การละเล่น และประเพณีไทย ซึ่งแสดงถึงความประณีตของศิลปหัตถกรรม ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2519 เพื่อช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบอุทกภัยให้มีรายได้เสริม และเป็นการสืบสานงานปั้นดินเหนียวที่เป็นเอกลักษณ์และยังเป็นแหล่งผลิตที่สำคัญ ซึ่งกำลังผลักดันให้เป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์



8.บ้านหุ่นเหล็ก สถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งรวบรวมประติมากรรมหุ่นยนต์ หรือว่าตัวละครภาพยนตร์ชื่อดัง ที่ประดิษฐ์ขึ้นจากเศษเหล็กและอะไหล่เครื่องยนต์เก่า กลายเป็นจุดถ่ายรูปที่มีชื่อเสียง ตั้งอยู่ติดถนนสายเอเชีย

8.บ้านหุ่นเหล็ก สถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งรวบรวมประติมากรรมหุ่นยนต์ หรือว่าตัวละครภาพยนตร์ชื่อดัง ที่ประดิษฐ์ขึ้นจากเศษเหล็กและอะไหล่เครื่องยนต์เก่า กลายเป็นจุดถ่ายรูปที่มีชื่อเสียง ตั้งอยู่ติดถนนสายเอเชีย

8.บ้านหุ่นเหล็ก สถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งรวบรวมประติมากรรมหุ่นยนต์ หรือว่าตัวละครภาพยนตร์ชื่อดัง ที่ประดิษฐ์ขึ้นจากเศษเหล็กและอะไหล่เครื่องยนต์เก่า กลายเป็นจุดถ่ายรูปที่มีชื่อเสียง ตั้งอยู่ติดถนนสายเอเชีย

8.บ้านหุ่นเหล็ก สถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งรวบรวมประติมากรรมหุ่นยนต์ หรือว่าตัวละครภาพยนตร์ชื่อดัง ที่ประดิษฐ์ขึ้นจากเศษเหล็กและอะไหล่เครื่องยนต์เก่า กลายเป็นจุดถ่ายรูปที่มีชื่อเสียง ตั้งอยู่ติดถนนสายเอเชีย

8.บ้านหุ่นเหล็ก สถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งรวบรวมประติมากรรมหุ่นยนต์ หรือว่าตัวละครภาพยนตร์ชื่อดัง ที่ประดิษฐ์ขึ้นจากเศษเหล็กและอะไหล่เครื่องยนต์เก่า กลายเป็นจุดถ่ายรูปที่มีชื่อเสียง ตั้งอยู่ติดถนนสายเอเชีย

8.บ้านหุ่นเหล็ก สถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งรวบรวมประติมากรรมหุ่นยนต์ หรือว่าตัวละครภาพยนตร์ชื่อดัง ที่ประดิษฐ์ขึ้นจากเศษเหล็กและอะไหล่เครื่องยนต์เก่า กลายเป็นจุดถ่ายรูปที่มีชื่อเสียง ตั้งอยู่ติดถนนสายเอเชีย

8.บ้านหุ่นเหล็ก สถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งรวบรวมประติมากรรมหุ่นยนต์ หรือว่าตัวละครภาพยนตร์ชื่อดัง ที่ประดิษฐ์ขึ้นจากเศษเหล็กและอะไหล่เครื่องยนต์เก่า กลายเป็นจุดถ่ายรูปที่มีชื่อเสียง ตั้งอยู่ติดถนนสายเอเชีย

8.บ้านหุ่นเหล็ก สถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งรวบรวมประติมากรรมหุ่นยนต์ หรือว่าตัวละครภาพยนตร์ชื่อดัง ที่ประดิษฐ์ขึ้นจากเศษเหล็กและอะไหล่เครื่องยนต์เก่า กลายเป็นจุดถ่ายรูปที่มีชื่อเสียง ตั้งอยู่ติดถนนสายเอเชีย

8.บ้านหุ่นเหล็ก สถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งรวบรวมประติมากรรมหุ่นยนต์ หรือว่าตัวละครภาพยนตร์ชื่อดัง ที่ประดิษฐ์ขึ้นจากเศษเหล็กและอะไหล่เครื่องยนต์เก่า กลายเป็นจุดถ่ายรูปที่มีชื่อเสียง ตั้งอยู่ติดถนนสายเอเชีย

8.บ้านหุ่นเหล็ก สถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งรวบรวมประติมากรรมหุ่นยนต์ หรือว่าตัวละครภาพยนตร์ชื่อดัง ที่ประดิษฐ์ขึ้นจากเศษเหล็กและอะไหล่เครื่องยนต์เก่า กลายเป็นจุดถ่ายรูปที่มีชื่อเสียง ตั้งอยู่ติดถนนสายเอเชีย

8.บ้านหุ่นเหล็ก 

จัดเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมสำหรับครอบครัวพาเด็กๆมาดูประติมากรรม โดยบ้านหุ่นเหล็ก คือสถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งรวบรวมประติมากรรมหุ่นยนต์ หรือว่าตัวละครภาพยนตร์ชื่อดัง ที่ประดิษฐ์ขึ้นจากเศษเหล็กและอะไหล่เครื่องยนต์เก่า สร้างสรรค์โดยคุณไพโรจน์ ถนอมวงษ์ ภายในไฮไลท์เป็นหุ่นยนต์ทรานส์ฟอร์มเมอร์สขนาดใหญ่, หุ่นตัวละคร Marvel, สัตว์เหล็กแปลกตา และมุมถ่ายรูปสวยงาม ตั้งอยู่ริมถนนสายเอเชีย ต.ตลาดกรวด อ.เมือง จ.อ่างทอง เป็นที่ถ่ายรูปยอดฮิต มีค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 60 บาท เด็ก 30 บาท ทำให้นักเดินทางแวะมาเที่ยวชมบ้านหุ่นเหล็กอย่างไม่ขาดสาย


ทำบุญไหว้พระ ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพ 

เพื่อนๆคนใหนที่วันหยุดนี้ยังไม่รู้ว่าไปเที่ยวใหน ลองวางแผนมาเที่ยวอ่างทองดูนะคะ รับรองว่าเที่ยวสุขใจ อิ่มทั้งบุญ และอิ่มท้องแน่นอนจ้า  ไว้พบกันใหม่ในทริปถัดไปนะคะ......จากคุณนายเว่อร์ เทอร์ชอบเที่ยวกินนอน 


แสดงความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น