6 แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ยอดนิยมในเมืองไทย ที่ดึงดูดใจนักเดินทางทั่วโลกต้องมาชะโงกชมกันสักครั้ง

ขอแนะนำค่ะ 6 แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ยอดนิยมในเมืองไทย ที่งามวิไลดึงดูดตาและตราตรึงใจนักท่องเที่ยวทั่วโลกต้องมาชื่นชมกันสักครั้ง
 ขอสวัสดี๊ดี เพื่อนๆพี่ๆน้องๆ ผองชาวไทยและชาวเน็ตทุกๆท่านที่กำลังท่องโลกออนไลน์ นั่งพร่างพรายหาข้อมูลท่องเที่ยวทั่วไทยไปไกลนอกโลกกันอยู่ ณ ขณะนี้นะค่ะ ดิฉันคุณนายเว่อร์ เทอร์ชอบเที่ยวกินนอน ขอมาเว้าวอน ออนซอนต้อนรับ และทักทายทุกๆท่านเข้าสู่เว็ปบล็อกแนะนำที่พัก รีวิวท่องเที่ยว เขียนจนโลกเบี้ยวไปหนึ่งข้าง เขียนไปเรื่อยๆเปื่อยๆ แนวๆกากๆ โกโรโกโส ให้ท่านได้เฮโลอ่านกันแบบระรัว จนปวดหัว ปวดสมองกันอีกเหมือนเดิมค่ะ

สำหรับเนื้อหาบล็อกในวันนี้ ดิฉันเองก็ของดแนะนำที่พักไปสักหนึ่งบล็อกนะค่ะ เกรงถ้าเขียนบ่อยๆก็จะเบื่อค่ะ อีกอย่างเองช่วงนี้ตัวเดี๊ยนเองก็งานรัดตัวทำยันดึกค่ะ แต่ก็ไม่หวั่น ขอสู้มานั่งเขียนบล็อกไปเรื่อยเปื่อยค่ะ ถือว่าเป็นงานอดิเรกเขียนฆ่าเวลาไป เว็ปบล็อกจะได้ไม่ร้างไปนะค่ะ

โดยวันนี้ขอมาแนะนำแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมทางประวัติศาสตร์ในเมืองไทย ที่งามวิไลจนถูกตาและต้องมนต์ใจนักท่องเที่ยวไปทั่วโลกต้องมาชะโงกชมกันสักครั้งค่ะ ซึ่งในเมืองไทยเรานี้นะค่ะ สมกับเป็นแผ่นดินทอง งามผุดผ่องเป็นยองใย สวยเริ่ดวิไลไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และความเป็นมาที่ยาวนาน ทำให้มีสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆที่ยังคงทิ้งร่องรอย โบราณสถาน อาคาร สถาปัตยกรรม รวมทั้งศาสตร์และศิลป์เอาไว้ให้ได้เรียนรู้และศึกษากันอย่างดีเยี่ยมเลยค่ะ

โดยแหล่งท่องเที่ยวที่ดึงดูดตาและตราตรึงใจประทับซึ้งอยู่ห้วงดั่งดวงหฤทัย งามวิไลเริ่ดสะแมนแตนนักท่องเที่ยวทั่วโลก มีดังนี้ค่ะ
1.วัดพระแก้วมรกต (วัดพระศรีรัตนศาสดาราม) ที่กรุงเทพมหานคร
1.วัดพระแก้วมรกต ที่กรุงเทพมหานคร
ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับคะแนนป๊อปปูล่าโหวตมายาวนาน จนเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกทุกๆคนเมื่อมาเยือนเมืองไทย แวะมาในกรุงเทพ ก็ต้องมาเสพสม ชมความงดงาม และความเว่อร์วังอลังการสะท้านโลกาของสถาปัตประติมากรรมอันสุดจะวิตรบรรจง ได้อย่างละเมียดละไม ระไยระยิบ พรุบพริบแพรวพราวและสกาวรุ่งโรจน์ ช่วงโชติชัชวาลย์ไปด้วยทองคำสีเหลืองอร่ามฉามฉ่อง สมกับเป็นเมืองทองสุวรรณภูมิ

ด้วยเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ก่อตั้งแรกเริ่มราชธานีแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ จึงเป็นถิ่นที่รวบรวมสถาปัตยกรรมเป็นไทยแท้ๆไว้อย่างดงามล้ำค่า อยู่คู่ค้ำฟ้ามานานนม สมเป็นวัดคู่บ้านคู่เมือง งามลือเลืองประติมากรรมทั้งศาสตร์และศิลป์ความเป็นไทยที่เกริกก้องเกรียงไกรไปทั่วทั้งโลกา และมีพระบรมมหาราชวังอันใหญ่โตโอฬาร ซึ่งเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์ไทยมาหลายรัชกาล อยู่ติดกับวัดพระแก้ว ที่มีหลังคาจั่วทรงไทยแท้กับอาคารทรงแนวตะวันตกร่วมสมัย ก็งดงามวิไลเลิศล้ำค่า จนใครไปใครมาก็ต้องสะดุดตาและตราตรึงใจกันทุกๆคนค่ะ

วัดพระศรีรัตนศาสดารามหรือที่เรียกกันทั่วไปว่าวัดพระแก้วเป็นวัดที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นในพ.ศ. 2325 เป็นวัดในพระบรมมหาราชวังเช่นเดียวกับวัดพระศรีสรรเพชญ์ ซึ่งเป็นวัดในพระราชวังหลวงในสมัยอยุธยา และมีพระราชประสงค์ให้วัดพระศรีรัตนศาสดารามเป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือพระแก้วมรกต พระคู่บ้านคู่เมืองของแผ่นดินสยามที่พบ ณ วัดป่าเยี้ยะ(ป่าไผ่) จ.เชียงราย และเป็นสถานที่ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล วัดพระศรีรัตนศาสดารามเป็นวัดที่ไม่มีพระสงฆ์จำพรรษาอยู่ เพราะมีแต่ส่วนพุทธาวาสไม่มีส่วนสังฆาวาส
ขอขอบพระคุณข้อมูลดีๆจากเว็ป https://th.wikipedia.org/wiki/วัดพระศรีรัตนศาสดาราม

จุดเด่นและไฮไลท์ที่สร้างชื่อเสียง  : พระแก้วมรกตสีเขียวสดใส งามวิไลส่องแสง อยู่ในอุโบสถอันใหญ่โตและวิจิตรบรรจงไปด้วยภาพประติมากรรมฝาผนัง ที่งามดุจดั่งเทพนิยายบนสรวงสวรรค์ชั้นฟ้า บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับความเป็นมาให้ได้ศึกษากัน และหลังจากได้กราบไหว้องค์พระแก้วมรกตแล้ว ต้องไม่แคล้วเดินผ่านพระบรมมหาราชวัง อาคารศิลปะร่วมสมัยที่ประทับของกษัตริย์ไทย ที่สวยสดงดงามเว่อร์วังอลังการ สะท้านใจนักท่องเที่ยวทุกๆคน
2.อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา
2.อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา

2.อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา
สำหรับอยุธยาถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ที่ได้รับความนิยมไม่เสื่อมคลายจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ต้องมาเสพสุขกันอย่างไม่เคยเบื่อค่ะ ด้วยเสน่ห์ของซากปรักหักพังที่ยังคงเหลืออยู่ให้อนุชนคนรุ่นหลังได้เรียนรู้การสูญเสีย และการเสียสละกอบกู้เอกราชของชาติไทยให้ธำรงค์คงไว้มาซึ่งปัจจุบัน และโบราณสถานทั้งวัดวาอาราม และวังหลวงที่เหลือเพียงซาก ยังคงมีมนต์เสน่ห์เป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นที่ดึงดูดตาและตราตรึงใจนักท่องเที่ยวมาโดยตลอดค่ะ

ครั้งพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ขึ้นเป็นราชธานี ได้มีการรื้ออิฐจากสถาปัตยกรรมในกรุงศรีอยุธยาเพื่อไปก่อสร้างกรุงเทพมหานคร ทำให้โบราณสถานต่าง ๆ ถูกทำลายและทิ้งร้างไป ครั้นถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้อนุรักษ์และฟื้นฟูโบราณสถานในกรุงศรีอยุธยาขึ้นอีกครั้งในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้พระยาโบราณราชธานินท์ ข้าหลวงมณฑลกรุงเก่าทำการขุดแต่งโบราณสถาน และปรับปรุงสภาพในพระราชวังโบราณเมื่อปี พ.ศ. 2478 กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานหลายแห่งในเกาะรอบเมืองพระนครศรีอยุธยาเป็นโบราณสถานสำคัญของชาติ รวม 69 แห่ง ฃ
ขอขอบพระคุณข้อมูลดีๆจากเว็ป https://th.wikipedia.org/wiki/อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา

จุดเด่นและไฮไลท์ที่สร้างชื่อเสียงให้สถานที่แห่งนี้ : เศียรพระพุทธรูปที่ถูกรายล้อมไปด้วยรากต้นไม้ห่อห้มและโอบล้อมมานานเป็นร้อยปี ทำให้เศียรพระพุทธรูปองค์นี้ สร้างชื่อเสียงและดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศ ทุกแห่ง ตำบลค้นแคว้นจากแดนทั่วโลกต้องมาชื่มชมกันสักครั้ง นอกจากนี้ยังมีวัดพระศรีสรรเพชญ์ และวัดไชยวัฒนารามก็งดงามไม่แพ้กันค่ะ

3.อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย
3.อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย
เป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์สำคัญอีกแห่งในเมืองไทยที่ยังคงความงดงามและเป็นเอกลักษณ์ร่องรอยของซากโบราณสถานและวัดวาอารามต่างมากมายในยุคอาณาจักรสุโขทัยเจริญรุ่งเรือง ซึ่งงามลือเลืองไปด้วยวัดวาอารามเก่าแก่ต่างๆมากมาย

อาณาจักรสุโขทัย หรือ รัฐสุโขทัย เป็นอาณาจักรหรือรัฐในอดีตรัฐหนึ่ง ตั้งอยู่บนที่ราบลุ่มแม่น้ำยม เป็นชุมชนโบราณมาตั้งแต่ยุคเหล็กตอนปลาย จนกระทั่งสถาปนาขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 18 ในฐานะสถานีการค้าของรัฐละโว้ หลังจากนั้นราวปี 1800 พ่อขุนบางกลางหาวและพ่อขุนผาเมือง ได้ร่วมกันกระทำการยึดอำนาจจากขอมสบาดโขลญลำพง ซึ่งทำการเป็นผลสำเร็จและได้สถาปนาเอกราชให้สุโขทัยเป็นรัฐอิสระ และมีความเจริญรุ่งเรืองตามลำดับและเพิ่มถึงขีดสุดในสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ก่อนจะค่อย ๆ ตกต่ำ และประสบปัญหาทั้งจากปัญหาภายนอกและภายใน จนต่อมาถูกรวมเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรอยุธยาไปในที่สุด
ขอขอบพระคุณข้อมูลดีๆจากเว็ป https://th.wikipedia.org/wiki/อาณาจักรสุโขทัย

จุดเด่นและไฮไลท์ดึงดูดตานักท่องเที่ยวมาที่อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยแห่งนี้ คงต้องยกให้ พระพุทธรูปองค์ ใหญ่ปางมารวิชัย ที่วัดศรีชุม ที่สวยงามใหญ่โตเว่อร์วังอลังการ ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนสถานที่แห่งนี้ไม่น้อยค่ะ
4.วัดเจดีย์หลวง ที่จังหวัดเชียงใหม่
4.วัดเจดีย์หลวง ที่จังหวัดเชียงใหม่
ในจังหวัดเชียงใหม่ ถือเป็นอีกหนึ่งเมืองท่องเที่ยวที่ยังคงตราตรึง ประทับซึ้งและดึงดูดตานักท่องเที่ยวให้มาลั๊นลากันอย่างไม่เคยเสื่อมคลายเลยค่ะ โดยเฉพาะวัดวาอารามและโบราณสถานอันเก่าแก่ในรอบคูเมืองเก่า ที่มีกำแพงเมืองอันเก่าแก่อายุหลายร้อยปี และมีวัดวาอารามอยู่มากมาย และหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกยกให้เป็นแลนด์มารค์คงไม่พลาด วัดพระธาตุดอยสีเทพ ซึ่งเป็นวัดที่ตั้งอยู่บนยอดดอยสูงตระหง่ายเทียมทัดฟ้า ใครไปใครมาก็ต้องมาไหว้สักการะกราบกรานกันสักครั้ง นอกจากนี้อีกหนึ่งวัดดังที่เหลือเพียงร่องรอยความเก่าขลัง นั้นก็คือวัดเจดีย์หลวง อยู่ในเขตคูเมืองเก่า ที่นักท่องเที่ยวนิยมมากันอยู่ไม่น้อยเช่นกันค่ะ

พระธาตุเจดีย์หลวงนั้นถูกสร้างขึ้นในในรัชสมัยพญาแสนเมืองมา (พ.ศ. 1928 - 1945) กษัตริย์องค์ที่ 7 แห่งราชวงศ์มังราย ซึงเป็นกษัตริย์ที่ปกครองเมืองเชียงใหม่ในขณะนั้น สร้างขึ้นเพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้พญากือนา พระราชบิดา ซึ่งมีตำนานเล่ามาว่า พญากือนาซึ่งได้สวรรคตไปแล้ว ได้ปรากฏตัวแก่พ่อค้าชาวเชียงใหม่ที่เดินทางไปค้าขายที่พม่า ให้มาบอกว่าแก่พญาแสนเมืองมาผู้เป็นโอรสว่า ให้สร้างเจดีย์ไว้ท่ามกลางเวียง ให้สูงใหญ่พอให้คนที่อยู่ไกล 2000 วา สามารถมองเห็นได้ แล้วอุทิศบุญกุศลเหล่านนี้ให้แก่พญากือนา เพื่อให้พญากือนานั้นสามารถไปเกิดในเทวโลกได้ แต่พญาแสนเมืองมาเสด็จสวรรคตเสียก่อน พระนางเจ้าติโลกจุฑาราชเทวีผู้เป็นมเหสีได้สืบทอด เจตนารมณ์สร้างต่อ จนเสร็จในรัชสมัยพญาสามฝั่งแกน ใช้เวลาสร้าง 5 ปี
ขอขอบพระคุณข้อมูลดีๆจากเว็ป https://th.wikipedia.org/wiki/วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร

จุดเด่นและไฮไลท์ของสถานที่แห่งนี้คงต้องยกให้ : องค์เจดีย์หลวงอันเก่าแก่ภายในวัดที่มีอายุมานานหลายร้อยปี  และวัดพระธาตุดอยสุเทพ วัดที่ตั้งอยู่บนยอดดอยสูงกับองค์เจดีย์สีทอง ผุดผ่องเป็นยองใย งามวิไลล้ำค่า สมเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองแห่งอาณาจักรล้านนานี้มาช้านานหลายปีค่ะ
5.ทางรถไฟสายมรณะ ที่จังหวัดกาญจนบุรี
5.ทางรถไฟสายมรณะ ที่จังหวัดกาญจนบุรี
อีกหนึ่งเมืองท่องเที่ยวที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพและมีสถานที่ท่องเที่ยวที่บ่งบอกเล่าเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของสมัยสงครามโลกเอาไว้เป็นอนุสรณ์ให้อนุชนคนรุ่นหลังได้ร่ำลึกและนึกถึง รวมทั้งได้เรียนรู้กันคงต้องยกให้ทางรถไฟสายมรณะ และสะพานข้ามแม่น้ำแคว ที่เป็นสัญลักษณ์อันโดดเด่นของเมืองนี้ ซึ่งนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวฝรั่งมังข้า ต่างนิยมชมชอบกันนั่งรถไฟมาชมความงามของสะพานแห่งนี้กันไม่น้อยเลยค่ะ

ทางรถไฟสายมรณะ สร้างขึ้นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยรัฐบาลญี่ปุ่นขอยืมเงินจากรัฐบาลไทย จำนวน 4 ล้านบาท การก่อสร้างใช้เวลาในการสร้างเสร็จเพียง 1 ปี ตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ. 2485 ถึงเดือนตุลาคม พ.ศ. 2486 เพื่อใช้เป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ผ่านประเทศพม่า หลังสงครามทางรถไฟบางส่วนถูกรื้อทิ้ง บางส่วนจมอยู่ใต้อ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ์ ทางรถไฟสายนี้ถือเป็นอนุสรณ์ให้รำลึกถึงเหตุการณ์สงครามในครั้งนั้น เนื่องจากน้ำพักน้ำแรงของการบุกเบิกก่อสร้าง เป็นของทหารเชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตร ที่กองทัพญี่ปุ่นเกณฑ์มา
ขอขอบพระคุณข้อมูลดีๆจากเว็ป https://th.wikipedia.org/wiki/ทางรถไฟสายมรณะ

จุดเด่นและไฮไลท์ : สะพานข้ามแม่น้ำแคว และเส้นทางรถไฟสายมรณะที่สร้างติดขอบแม่น้ำแควอันเลี้ยวลดและคดเคียวให้ได้นั่งรถไฟผ่านสะพานแห่งนี้แล้วรู้สึกเสียวๆกันค่ะ
6.อุทยานประวัติศาสตร์เขาพนมรุ้ง ที่จังหวัดบุรีรัมย์
6.อุทยานประวัติศาสตร์เขาพนมรุ้ง ที่จังหวัดบุรีรัมย์
เป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่ดึงดูดตาและตราตรึงใจนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและเทศ กับปราสาทหินที่ตั้งอยู่บนปากปล่องภูเขาไฟที่ดับสนิท กับองค์ปราสาทของศิลปะขอมที่ดูแล้วมีความขลังและต้องมนต์ตากับปราสาทที่สร้างด้วยอิฐหินที่มีความงดงาม เป็นเทวสถานอันล้ำค่าได้ศึกษาและเรียนรู้กันค่ะ

ปราสาทหินพนมรุ้งเป็นโบสถ์พราหมณ์ลัทธิไสวะ มีการบูรณะก่อสร้างต่อเนื่องกันมาหลายสมัย ตั้งแต่ประมาณพุทธศตวรรษที่ 15 ถึงพุทธศตวรรษที่ 17 และในพุทธศตวรรษที่ 18 พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 แห่งอาณาจักรขอมได้หันมานับถือศาสนาพุทธนิกายมหายาน เทวสถานแห่งนี้จึงได้รับการดัดแปลงเป็นวัดมหายาน ในช่วงแรกปราสาทหินพนมรุ้ง สร้างขึ้นจากหินทรายสีชมพู ตั้งอยู่บนยอดเขาพนมรุ้งสูง 1,320 ฟุตจากระดับน้ำทะเล ชื่อพนมรุ้งแปลว่าภูเขาใหญ่ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 15-18
ขอขอบพระคุณข้อมูลดีๆจากเว็ป https://th.wikipedia.org/wiki/อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง

จุดเด่นและไฮไลท์ : องค์ปราสาทหินพนมรุ้งที่สร้างจากหินทรายสีชมพู ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขาสูงค่ะ

สำหรับข้อมูลที่ดิฉันได้นำเสนอแหล่งท่องเที่ยวทั้ง 6 แห่งนี้ คงจะดึงดูดให้ผู้อ่านทุกๆท่านได้ไปเยือนและไปชื่นชมกันสักครั้งนะค่ะ หากข้อมูลที่นำเสนอไปมีข้อผิดพลาดประการใด ดิฉันเองต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ ขอบพระคุณทุกๆท่านที่เข้ามาติดตามเปิดอ่านกันค่ะ
จากคุณนายเว่อร์ เทอร์ชอบเที่ยวกินนอน
บล็อกเกอร์สมัครเล่น
http://khunnaiver.blogspot.com/2016/12/5.html


http://khunnaiver.blogspot.com/2016/10/12.htmlhttp://khunnaiver.blogspot.com/2016/08/20.html
 


http://khunnaiver.blogspot.com/2016/06/50.htmlhttp://khunnaiver.blogspot.com/2016/06/30.html
http://khunnaiver.blogspot.com/2016/09/24_27.htmlhttp://khunnaiver.blogspot.com/2016/09/24_30.html

http://khunnaiver.blogspot.com/2016/09/17_16.htmlhttp://khunnaiver.blogspot.com/2016/09/22_24.html
 
http://khunnaiver.blogspot.com/2016/10/23.htmlhttp://khunnaiver.blogspot.com/2016/09/49.html
 
http://khunnaiver.blogspot.com/2016/06/blog-post_6.htmlhttp://khunnaiver.blogspot.com/2015/09/blog-post_24.html
http://khunnaiver.blogspot.com/2015/09/blog-post_13.htmlhttp://khunnaiver.blogspot.com/2016/06/blog-post.html
http://khunnaiver.blogspot.com/2015/11/blog-post_13.htmlhttp://khunnaiver.blogspot.com/2015/11/blog-post_18.html

http://khunnaiver.blogspot.com/2015/12/blog-post.htmlhttp://khunnaiver.blogspot.com/2015/12/blog-post_3.html

http://khunnaiver.blogspot.com/2015/10/blog-post_31.htmlhttp://khunnaiver.blogspot.com/2015/10/blog-post_3.html

http://khunnaiver.blogspot.com/2015/09/blog-post_10.htmlhttp://khunnaiver.blogspot.com/2015/08/bts.html

http://khunnaiver.blogspot.com/2015/09/blog-post_18.htmlhttp://khunnaiver.blogspot.com/2015/09/blog-post_13.html

http://khunnaiver.blogspot.com/2015/09/blog-post_5.htmlhttp://khunnaiver.blogspot.com/2015/09/blog-post_19.html

http://khunnaiver.blogspot.com/2015/10/blog-post_8.htmlhttp://khunnaiver.blogspot.com/2015/10/blog-post_23.html

http://khunnaiver.blogspot.com/2015/09/blog-post_13.htmlhttp://khunnaiver.blogspot.com/2016/06/blog-post.html

6 แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ยอดนิยมในเมืองไทย ที่ดึงดูดใจนักเดินทางทั่วโลกต้องมาชะโงกชมกันสักครั้ง 6 แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ยอดนิยมในเมืองไทย ที่ดึงดูดใจนักเดินทางทั่วโลกต้องมาชะโงกชมกันสักครั้ง Reviewed by Khunnaiver blog on 15:52:00 Rating: 5

ไม่มีความคิดเห็น:

ขับเคลื่อนโดย Blogger.